The World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก

    ตอนที่ 72 คิดจะลองดี??


    ตัวอาคารใหญ่โตที่พวกเขามาถึงกันทีแรกนั้น ล้วนเป็นอาคารหลักที่ในอดีตมักใช้เป็นสถานที่ทำงานหรือนัดหมายประชุมสำคัญต่างๆในหน่วยงานราชการ ซึ่งเต็มไปด้วยความสวยงามและดูขลังตามแบบฉบับของความยิ่งใหญ่ทางการทหาร
    ทว่าสถานที่นัดหมายที่แท้จริงของเขากลับเป็นเพียงอาคารหลังเล็กๆหลังหนึ่งที่อยู่เลยไปจากอาคารหลังใหญ่หลังนี้ประมาณ 3-4 กิโลเมตร ซึ่งตอนมาถึง เขายืนมองมันด้วยความมึนตึบ

    แม้จะรู้อยู่แล้วว่าอาคาารหลังแรกที่เห็นนั้นเป็นเพียงตัวล่อ เพื่อให้พวกคิดร้ายไขว่เขว้ แต่เขาก็ไม่คิดว่าคนเหล่านี้จะมีแผนซ้อนแผนอีกชั้น เมื่อสถานที่จริงๆคือห้องใต้ดินของอาคารหลังเล็กหลังนี้ต่างหาก

    หลังเข้ามาภายในตัวอาคาร ไกรที่เดินนำหน้าอยู่นั้นพาพวกเขามายืนที่ริมขอบของลิฟต์ขนส่ง ซึ่งดูสภาพแล้วมันก็สมชื่อจริงๆ เพียงแต่ความลึกลับของมันคือ
    เจ้าลิฟต์ตัวนี้กลับสามารถพาพวกเขาลงไปยังชั้นใต้ดินของอาคารหลังเล็กนี้ได้ ซึ่งสถานที่แห่งนั้นเปรียบดั่งรากฐานและโซนลับที่ผู้มีอำนาจปกปิดเอาไว้
    ติ้ง
    หลังลงมาถึงพื้น เบื้องหน้าของเขากลับพบโถงทางเดินสีขาวสว่างตา ทอดยาวออกไป สุดปลายทางจะมองเห็นประตูเหล็กบานใหญ่หนาตั้งตระหง่านอยู่
    "ไม่คิดว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ด้วย"
    "คะ ครับ"
    ไกรตอบรับคำพูดของเขาด้วยท่าทีนอบน้อม ทว่าภายในใจของมันกับก่นด่าสาปแช่งเขาด้วยความดูถูก "หากโลกไม่เปลี่ยนแปลงไป น้ำหน้าอย่างแกคงไม่มีโชควาสนาได้เข้ามายังที่แห่งนี้หรอกไอ้ห่า"
    "กำลังชมผมอยู่ในใจหรือป่าวครับ ลุงไกร"
    เขาที่เห็นท่าทีของไกร ซึ่งมันช่างขัดกับสายตาที่มองมายังเขานั้น ทำให้มันเป็นเรื่องง่ายๆที่เขาพอจะคาดเดาความคิดของอีกฝ่ายได้ เลยอดที่จะแซวออกมาไม่ได้จริงๆ
    อึก
    "ปะ เปล่า"
    ทว่าคำพูดเชิงหยอกล้อของเขา กับทำให้ไกรที่ได้ยินพลันสำลักและกระวนกระวายใจออกมา ด้วยท่าทีของมันไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดออกไปนั้นคือความจริง
    หิ
    หลังจากนั้นพวกเขาก็มาถึงหน้าประตูเหล็ก ไกรที่พอจะตั้งสติได้แล้ว จึงเดินนำหน้าไปหยุดที่ด้านข้างของประตูแล้วยกมือทาบบนแผงจอขนาดเล็ก ซึ่งดูก็รู้ว่าเป็นการสแกนลายนิ้วมือเพื่อใช้เป็นคีย์ในการเปิดประตูบานนี้
    "เชิญคะ"
    เสียงไร้ชีวิตชีวา แต่กลับฟังแล้วนุ่มนวล ดังขึ้นในโถงทางเดิน ซึ่งเสียงนี้เขาพอจะบอกได้เลยว่ามันคือเสียงที่เกิดขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ หรือที่เราเรียกกันว่า AI
    แอดดดดด
    แม้โลกก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ เทคโนโลยีต่างๆจะถูกพัฒนาขึ้นมากมายก็ตาม แต่ในเรื่องของ AI หรือปัญญาประดิษฐ์นั้นก็ยังอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ค้นคว้าวิจัยอยู่ ทว่าสถานที่แห่งนี้กลับมีปัญญาประดิษฐ์เกิดขึ้นมา

    นั่นแสดงให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว รัฐบาลต่างปกปิดความลับนี้เอาไว้ และแอบวิจัยพัฒนามันขึ้นมาเอง แม้ว่า AI ตัวนี้จะยังไม่ถือว่าสมบูรณ์แบบก็ตาม แต่มันก็จัดว่าน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยทีเดียว
    เพราะว่ามันสามารถโต้ตอบคำถามและมีอารมณ์ร่วมได้ ถึงจะไม่ทุกครั้งแต่โดยรวมแล้วการแสดงออกของ AI ตนนี้ก็ถือว่าเขยิบเข้าใกล้มนุษย์ไม่น้อย
    น่าสนใจ!!
    จากการสอบถามทำให้เขาพอจะรู้ว่า AI ตนนี้ก็มีชื่อเหมือนกัน และชื่อของเธอคือ "เซร่า" ทว่ายังไม่ทันให้เขาได้สักถามอะไรเพิ่มเติม ประตูเหล็กหนาที่ผ่านการอนุมัติและถูกเปิดโดยลายนิ้วมือของไกรก็ขยับอ้าออกแล้ว
    จากนั้นไกรจึงเดินนำหน้าเขาเข้าไปยังเป้าหมายของการมาครั้งนี้อย่างไม่รั้งรอ

    ถัดจากประตูเหล็กหนา เขาพบเข้ากับประตูอีกชั้น ซึ่งทางเดินครั้งนี้เต็มไปด้วยพวกวิวัฒนาการหลาย 10 คน ส่วนใหญ่มีระดับอยู่ที่ 40 กันหมด ไม่น่าเชื่อว่าศูนย์แห่งนี้จะรวบรวมพวกวิวัฒนาการที่มากด้วยความสามารถขนาดนี้เอาไว้

    ผิดจากฐานของเขาลิบลับ แม้ทุกคนจะยกระดับแต่โดยรวมระดับของพวกเขากลับอ่อนด้อยกว่าที่นี้เกือบๆ 2-3 เท่าเห็นจะได้ ทำให้เขาต้องลอบประเมินสถานการณ์ใหม่อีกครั้งหากจำต้องปะทะแตกหักกันจริงๆ

    กระนั้นแววตาของเขากลับไร้ซึ่งความหวาดกลัวเพราะต่อให้มีคนระดับนี้เป็นร้อยๆคน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาพวกมันก็ยากจะฝืนความตายได้ นอกจากพวกมันจะยกระดับขึ้นมาได้เทียบเท่ากับเขาแล้วเท่านั้น จึงจะพอควรค่าแก่การยอมรับ
    แอดดด
    ประตูเบื้องหน้าของเขาถูกเปิดออกโดยหนึ่งในสองคนที่ยืนคุ้มเชิงอยู่ สายตาของมันที่มองมาทางเขาแสดงออกถึงความไม่เป็นมิตร แถมยังปล่อยกลิ่นอายสังหารออกมาทางเขาอย่างเปิดเผย

    ทว่าเขากลับไร้ความสนใจและทำเพียงปล่อยแรงกดดันปกคลุมสาวๆเพื่อต้านทานแรงกดดันที่อีกฝ่ายปล่อยออกมาอีกทีเท่านั้น จากนั้นเขาจึงเดินผ่านพวกมันเข้าไปในห้อง
    ภายในห้องที่เขาเข้ามามีขนาดความกว้างพอๆกับห้องประชุมขนาดกลางแห่งหนึ่ง พื้นที่ตรงกลางถูกจัดวางไว้ด้วยโต๊ะประชุมขนาดใหญ่
    รอบๆโต๊ะเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก มีทั้งชายหญิงปะปนกันไป โดยคนที่นั่งลงในตำแหน่งเก้าอี้นั้นมีด้วยกันทั้งสิ้น 10 คน ที่ด้านหลังของแต่ละคนยืนคุ้มเชิงด้วยเหล่าวิวัฒนาการระดับต่างๆ จำนวน 4-5 คนแสดงให้เห็นถึงความคลุมเคลือและบรรยากาศไม่ชอบมาพากลในห้องแห่งนี้
    ผู้ที่นั่งตำแหน่งหัวโต๊ะเป็นชายสูงอายุ ซึ่งเท่าที่สังเกตจากรูปลักษณ์ เขาพอจะบอกอายุของชายคนนั้นได้คร่าวๆ ประมาณ 60 กว่าๆ ส่วนพวกที่ยืนคุ้มเชิงอยู่ด้านหลังนั้นแต่ละคนมีระดับ 50 กว่าๆ ทั้งนั้นโดยหนึ่งในนั้นมีระดับสูงถึง 60
    สำหรับคนคุ้มเชิงคนอื่นๆที่ยืนอยู่เบื้องหลังระดับของพวกมันส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 50 ต้นๆ มีเพียง 2-3 คนที่เข้าสู่ช่วงปลาย เช่น 57-59 เท่านั้น
    "โอ๋ มาถึงแล้วสินะ"
    ชายชราคนนั้นเอ่ยปากขึ้นมาเมื่อเห็นแขกที่ตัวมันเองรับเชิญมาได้มาถึงแล้ว ฉับพลันที่คำพูดถูกเอ่ยออกมา ผู้คนในห้องต่างพากันหันสายตามามองยังแขกผู้มาใหม่ โดยผู้คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาร่วมประชุมในครั้งนี้ต่างก็ถูกเชื้อเชิญจากชายชราคนนั้นเช่นเดียวกัน
    กึกฮูมมม
    นานะและเกรทที่ถูกจับจ้องโดยทุกคน พวกเธอทั้งสองต่างแสดงสีหน้าหวั่นวิตกออกมา เพราะไม่เพียงแค่สายตาเท่านั้น กระทั่งแรงกดดันที่แฝงจิตสังหารออกมาด้วยยังกดทับพวกเธอทั้งสองอย่างหนักหน่วงจนแทบหายใจไม่ออก
    แต่มันก็เพียงแค่พริบตาเท่านั้น เพราะแรงกดดันเหล่านั้นต่างพากันมลายหายไปจนหมดและถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นใจแทน
    เมื่อเบื้องหน้าของพวกเธอทั้งสองเวลานี้ปรากฏชายหนุ่มที่พวกเธอต่างเคารพนับถือและหลงไหลยืนบดบังทิศทางของแรงกดดันเหล่านั้นอยู่
    "วะ วิน"
    แม้จะเพียงพริบตาเดียว แต่แรงกดดันเหล่านั้นก็ยังส่งผลต่อพวกเธอ ทำให้ร่างกายรับภาระหนักจนเกิดความเหนื่อยล้าขึ้นมา จนนานะและเกรทฝืนตัวเองไม่ไหวและล้มหมดสติลงในอ้อมแขนที่เขายื่นออกไปรองรับไว้ก่อนแล้ว
    "ฮึมม"
    เขาก้มลงมองใบหน้าของนานะและเกรทที่สลบไสลภายในอ้อมแขนของเขา พร้อมกับค่อยๆประคองร่างทั้งสองขึ้นมาและพาไปนอนพิงบนเก้าอี้ที่ถูกจัดไว้แถวมุมห้องเพื่อรองรับเหล่าคนคุ้มกันทั้งหลายของพวกผู้นำที่มาเข้าร่วมประชุมกันในครั้งนี้
    ทุกๆการกระทำของเขาอยู่ภายใต้สายตาของผู้คนภายในห้อง ที่กำลังมองดูด้วยความระแวดระวัง เพราะข่าวคราวที่ได้รับจากหน่วยข่าวกรองภายในกลุ่มของตนเอง
    ทำให้พวกผู้นำทุกคนต่างรู้ถึงการกระทำของเขาทุกฝีก้าวกระทั่งการปล้นซึ่งๆหน้าของเขาก็เช่นเดียวกัน
    โดยเฉพาะหัวหน้ากลุ่มเขี้ยวพยัคฆ์ที่มองมาทางเขาด้วยสายตาอาฆาตแค้น หลังจากที่มันได้รับข่าวว่าลูกชายคนเดียวของมันถูกเขาเล่นงานอย่างหนัก

    "เก่ง....กับผู้หญิงกันจริงๆเลยนะ"
    หลังจากพาทั้งสองไปวางที่เก้าอี้และจัดท่าทางให้สบายตัวแล้ว เขาจึงหันหน้ามาเผชิญกับพวกผู้นำกลุ่มอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยประโยคหนึ่งออกมาด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์
    ฮูมมมมมม
    อะไรกัน!!!
    ครึกๆๆๆ
    เปรี๊ยะๆๆๆๆๆๆ
    วินาทีที่เขาเอ่ยจบประโยค ภายในห้องประชุมพลันถูกกดทับด้วยแรงกดดันที่หนักหน่วงและแฝงเร้นไปด้วยจิตสังหารที่เขาปลดปล่อยออกมาเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
    ทำให้ไม่ว่าจะโต๊ะ เก้าอี้ หรือกระทั่งพื้นและกำแพงห้องต่างเกิดรอยร้าวและเริ่มส่งเสียงแตกหักดังลั่นห้องติดๆกันขึ้นมา
    ผู้คนที่อยู่ในห้องต่างตื่นตะหนก กระวนกระวายกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้พวกมันจะรู้ต้นสายปลายเหตุ ทว่ากลับไม่อาจโต้ตอบคืนกลับไปได้ดังที่ต้องการ
    เพราะเวลานี้แต่ละคนต่างถูกกดทับด้วยแรงกดดันอันมหาศาล ทำให้ร่างกายของพวกมันบ้างคุกเข่า บ้างนอนราบกับพื้นอย่างไม่อาจฝืนทนได้
    "คิดจะลองดีกันใช่มั้ย!!!!!"
    เขาตะโกนใส่พวกมันทุกคนที่มองมา ไม่เว้นกระทั่งชายชราที่เชิญเขามายังแสดงออกถึงความเหลือเชื่อ ด้วยกำลังคนเพียงคนเดียวกลับมีอำนาจมากมายขนาดที่สะกดข่มพวกตนเองได้อย่างไม่น่าเชื่อ
    "หนอย ไอ้สัส!!"
    ฟ้าววววว
    หนึ่งในผู้นำกลุ่ม นามว่า อาร์ค เป็นชายหนุ่มอายุประมาณ 25-26 มีระดับอยู่ที่ 63 ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีศักยภาพมากพอที่จะปกครองคนได้
    ด้วยระดับความแข็งแกร่งขนาดนี้เกรงว่ามันคงเป็นหนึ่งในคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของศูนย์บัญชาการแห่งนี้แน่นอน
    ด้วยร่างกายที่เพียวบางแต่มองปราดเดียวก็รู้ได้ว่า ภายใต้ร่างกายนี้กลับแฝงเร้นไปด้วยมวลกล้ามเนื้อที่อัดแน่นเป็นสัดส่วน แถมค่าสถานะที่โดดเด่น ยังส่งผลให้ปฏิกิริยาตอบสนองรวมทั้งพละกำลังของมันนั้นมากพอตัว ทำให้มันพอจะที่ฝืนต้านทานแรงกดดันของเขาได้
    และนั่นเองจึงทำให้มันตัดสินใจพุ่งเข้าหาเขาโดยไร้ซึ่งความลังเล ทว่าเขาที่เห็นแบบนั้นกลับยืนนิ่งอยู่กับที่ และมองมันด้วยสายตาไร้อารมณ์
    ขณะเดียวกันที่อาร์คเคลื่อนไหว อีกด้านหนึ่งก็ปรากฏร่างกำยำของชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำกลุ่มเช่นเดียวกัน ชื่อว่า กลาย ฉายา เหล็กไหล ได้พุ่งตัวเข้าหาเขาจากอีกด้าน หวังร่วมแรงร่วมใจกับอาร์คจัดการเขาลง

    กลายนั้นมุ่งเน้นไปที่พละกำลังเป็นหลักมีระดับอยู่ที่ 64 ทว่ามันถือเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ยังทนรับแรงกดดันของเขาได้อย่างไม่สะทกสะท้าน เนื่องด้วยร่างกายของมันที่ปกคลุมไปด้วยสีดำสนิทของเหล็กกล้า
    ใช่แล้วความสามารถของกลายคือ มันสามารถควบคุมธาตุเหล็กได้นั่นเอง ทำให้มันใช้ทักษะนี้ปกป้องแรงกดดันที่เขาปล่อยออกมาได้อย่างสบายกว่าอาร์คและคนอื่นๆ
    ด้วยการเคลื่อนไหวของทั้งสอง ทำให้พวกผู้นำคนอื่นๆต่างเฝ้าจับตามองและพยายามปลดปล่อยแรงกดดันออกมาต้านทานแรงกดทับของเขา ถึงมันจะลำบากอยู่บ้างแต่สำหรับเหล่าผู้นำที่มีระดับมากกว่า 60 นั้น จึงถือว่ายังพอฝืนทนได้สักพักหนึ่ง
    "หมัดเหล็กไหล"
    "คมมีดวายุ"
    ท่าโจมตีของทักษะถูกงัดออกมาใช้กันอย่างพร้อมเพียงในจังหวะที่พวกมันเข้าถึงระยะโจมตี ด้วยระดับความสามารถของผู้้นำทั้งสอง หากเป็นคนอื่นเกรงว่าคงจะฝืนทนปะทะแตกหักได้ไม่ไหวแน่นอน

    ทว่าเขาที่แข็งแกร่งกว่า ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะยอมถอยหนี เพราะมันไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องพ่ายแพ้ยังไงละ!!!
    แรงโน้มถ่วง 100 เท่า
    ครึกๆ
    ตูมม
    โครมม
    แม้ระยะที่ใช้จะเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น แต่มันกลับเป็นระยะที่พอดิบพอดีกับจังหวะที่อาร์คและกลายเข้าถึงการโจมตี ทำให้พวกมันทั้งสองที่หวังจะเล่นงานเขากลับรับแรงกดทับที่หนักหน่วงกว่าเดิมนับร้อยเท่าไปแทน
    และด้วยแรงโน้มถ่วงที่มากถึง 100 เท่า ทำให้ร่างกายของพวกมันพุ่งลงกระแทกพื้นและนอนแผ่ราบไม่อาจกระดิกกระเดี้ยไปไหนได้แม้แต่น้อย
    อั๊กก
    ขนาดเหล็กกล้าที่ปกคลุมร่างของกลายยังยุบบุบลงอย่างน่าใจหาย ร่างกายของพวกมันเสมือนถูกฆ้อนหนักหลายตันทุบเข้าใส่ ทำให้ทั้งอาร์คและกลายต่างกระอักเลือดออกมา และทำได้เพียงมองเขาด้วยสายตาหวาดกลัว
    "มีอะไรแสดงกันอีกมั้ย"
    เฮือก

    End

    คล้ายกับเรื่องThe World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก ที่คุณอ่าน