……
หลังจากที่ฟินลิปและทิวลี่ได้วิ่งลงบันไดไปที่ห้องโถงในชั้นล่างนั้น.. วิศณีตุลย์ก็ต้องนั่งอยู่ในห้องแบบเงียบๆอยู่คนเดียว จึงทำให้เธอมีเวลานั่งทบทวนในเื่ของตัวเธอเองว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป..
‘ ในตอนนี้.. ฉันก็ไม่รู้ว่าอาเทนจะตามหาตัวของฉันบ้างหรือเปล่านะ ? และถ้าเขากำลังตามหาอยู่เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าฉันมาอยู่ที่นี่!? แต่ถ้า.. เขาไม่ได้สนใจ!? และไม่คิดที่จะตามหาฉันเลยอย่างนั้นล่ะ!?.. ฉันจะทำอย่างไรกันดี ถ้าพวกเด็กๆและคนที่นี่พาฉันไปส่งให้กับอาเทน.. แล้วเขาไม่ยอมจ่ายเงินค่าตอบแทนให้กับคนพวกนี้.. แล้วยังไล่ฉันไปอีก!! ถ้าเป็แบบนั้นฉันจะทำยังไงดีล่ะ!? คนพวกนี้คงได้เอาฉันตายแน่ๆ เงินติดตัวก็ไม่มีสักบาท มาอยู่ที่นี่ยังไม่เคยหาเงินใช้เองเลย.. ฉันคงต้องไปตกระกำลำบาก และคงอดตายเป็แน่!!.. ถ้าอาเทนไม่ยอมรับฉันในฐานะผู้ปกครอง โอ้ย..!! ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว!!!!! จะทำยังไงกันดีเนี่ย!!!! ’
“ ก๊อกๆๆ ” เสียงเคาะประตู
จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ใครกันนะที่มาเคาะประตูที่หน้าห้องของวิศณีตุลย์ในตอนนี้ เธอนิ่งเงียบและไม่กล้าส่งเสียงใดๆทั้งสิ้น จนกระทั่งวิศณีตุลย์กลับได้ยินเสียงอีกฝ่ายดังขึ้น
“ นำอาหารมาส่งครับ ” เสียงทุ้มๆแต่ดูหนักแน่น
วิศณีตุลย์ก็ยังไม่กล้าที่จะเปิดประตูออกมาอยู่ดี เพราะว่ากัสต้าและมาร์ดีโล่บอกว่าจะไม่ให้คนงานขึ้นมาไม่ใช่เหรอ ? หรือว่าพวกเขาลืมสั่งการและลืมกำชับลูกน้องไปกันนะ
“ เอ่อ.. ท่านกัสต้าให้ข้านำอาหารมาให้แก่ท่านน่ะขอรับ เพราะวันนี้มีงานเลี้ยง และท่านไม่สามารถลงไปที่ด้านล่างได้จึงสั่งให้ข้านำเอาอาหารมาให้ เผื่อว่าท่านจะหิวน่ะขอรับ หรือว่าท่านจะให้ข้าเอาวางไว้ที่หน้าห้องหรือขอรับ ? ”
วิศณีตุลย์สองจิตสองใจแต่เธอก็พยายามคิดในแง่ดี ว่าท่านกัสต้าคงจะเป็ห่วงเป็ไยในตัวของเธอจึงสั่งให้คนงานเอาอาหารมาส่ง เธอค่อยๆแง้มประตูออกไป.. ก็พบว่าเป็ผู้ชายแต่งตัวเหมือนกับพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารแห่งนี้ วิศณีตุลย์เลยเปิดประตูให้เขาเข้ามาเสิร์ฟอาหารในห้องของเธอได้
พนักงานคนนั้นเข็นรถอาหารและขนมของหวานเข้ามาเสิร์ฟและวางบนโต๊ะ พร้อมด้วยน้ำผลไม้ และตัวของเค้าก็ได้ออกไปจากห้อง..
วิศณีตุลย์มองอาหารที่ถูกจัดวางไว้ที่โต๊ะนั้นดูน่ารับประทานยิ่งนัก เธอเลยกินอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมกับรินน้ำผลไม้ใส่แก้วและยกขึ้นดื่มอย่างชื่นใจ.. ( ก็มันอร่อยนี่นา.. ) และก็คิดว่าทำไมกัสต้าถึงไม่เคร่งครัดในกฎที่บอกเอาไว้อย่างดีว่าจะไม่ให้ใครขึ้นมาที่ข้างบนนี้นอกจากฟินลิปกับทิวลี่..
……
…และ.. วิศณีตุลย์ก็เริ่มมีอาการง่วงนอน ง่วงมาก จนถึงง่วงที่สุด..!! ก่อนที่เธอจะหลับไป.. เธอก็ได้รู้ตัวแล้วล่ะว่า เธอนั้นเข้าใจผิดจริงๆ..
……
หลังจากที่ฟินลิปและทิวลี่ได้ลงไปเที่ยวเล่นกันในงานเลี้ยงอย่างสนุกสนานแล้วนั้น นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับเสียงเพลงและดนตรีที่เร้าใจไปแล้วนั้น ก็ยังมีอาหารที่อร่อยล้ำและน่ารับประทานยิ่ง เด็กๆทั้งสองกินอาหารและขนมกันอย่างอิ่มหนำสำราญ และพวกเขาก็เลยได้นึกขึ้นมาได้ว่าจะเอาขนมขึ้นไปฝากให้แก่วิศณีตุลย์ไว้กินด้วย ฟินลิปจึงไปที่ห้องครัวเพื่อที่จะไปขออาหารและขนมไปฝากวิศณีตุลย์ แต่ทางพ่อครัวนั้นบอกว่าเมื่อสักครู่ได้มีคนเอาขึ้นไปให้แล้ว
พวกเด็กๆทั้งสองคนต่างก็งุนงงและสงสัย ว่าทำไมถึงให้คนอื่นเอาอาหารขึ้นไปข้างบน แต่พ่อครัวบอกว่า พนักงานคนนั้นบอกว่าท่านกัสต้าเป็คนสั่ง จึงทำให้ฟินลิปและทิวลี่ต่างก็วิ่งกรูกันไปที่ห้องที่วิศณีตุลย์ได้อยู่ในนั้น
พวกเขาทั้งสอง เห็นประตูห้องเปิดอ้าเอาไว้อยู่ แต่ภายในห้องนั้นกลับไม่มีแม้แต่เงาของวิศณีตุลย์เลย เด็กๆทั้งสองคนใมากที่วิศณีตุลย์นั้นได้หายไป โดยที่พวกเขาเห็นแต่อาหารและเครื่องดื่มที่อยู่บนโต๊ะแต่เพียงอย่างเดียว
ฟินลิปและทิวลี่ไปหามาร์ดีโล่เพื่อบอกว่าวิศณีตุลย์ได้หายตัวไป.. พวกเขาเจอมาร์ดีโล่กำลังเพลิดเพลินกับเสียงเพลงอยู่พอดี
“ มาร์ดีโล่!! มาร์ดีโล่!! ” ฟินลิปะโเรียก
มาร์ดีโล่เห็นฟินลิปะโเรียกเขาอยู่ เขาจึงลุกออกมาจากโต๊ะที่กำลังนั่งสังสรรค์อยู่ เพื่อมาหาฟินลิปที่กำลังเรียกเขา
“ พวกเ้าเรียกข้า.. มีอะไรอย่างนั้นรึ ? ” มาร์ดีโล่ถามอย่างสงสัย
“ เ้าคนต่างชาติหายตัวไปแล้วล่ะมาร์ดีโล่!! ” ฟินลิปรีบบอกเหตุผล
“ หะ!! หายไป!!.. หายไปไหนกัน.. พวกเ้าไม่ได้อยู่กับนางหรอกรึ ? ”
“ พวกข้า.. แค่ลงมาข้างล่างแปบเดียวเอง พอข้าจะไปเอาอาหารมาให้นางที่ครัว พ่อครัวก็บอกว่ามีคนเอาอาหารขึ้นไปให้นางแล้ว พอข้าขึ้นไป ดูก็ไม่พบนางเลยครับ นางได้หายตัวไปแล้ว ” ฟินลิปก้มหน้าก้มตาพูดเขาคงรู้สึกว่าตัวเองนั้นผิดที่ไม่สามารถเฝ้าคนที่เ้านายสั่งให้เฝ้าได้ และทำให้นางนั้นได้หายไป
มาร์ดีโล่ขึ้นไป ดูที่ห้อง้ากับพวกเด็กๆอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจ และมาร์ดีโล่ก็เริ่มสงสัยในอาหารที่มีคนยกมาให้แก่วิศณีตุลย์ เขาจึงสั่งให้คนงานไปตามหมอยามาพิสูจน์อาหารและเครื่องดื่มที่อยู่ในห้องนั้นเลยในทันที และมาร์ดีโล่ก็เดินทางไปพบกับกัสต้าเ้านายของเขา เพื่อจะไปบอกข่าวว่าวิศณีตุลย์ได้หายตัวไปแล้ว
“ ท่านกัสต้า!! ท่านกัสต้า!! ” มาร์ดีโล่ะโเรียกกัสต้าด้วยอาการตื่นใ
กัสต้าเดินออกมาจากห้องทำงานของเขา
“ มีอะไรกับข้าอย่างนั้นรึ ? ถึงได้รีบร้อนมาอย่างนี้ เกิดเหตุอันใดขึ้นที่งานเลี้ยงรับรอง!! ” กัสต้าห่วงที่ร้านอาหารคิดว่าต้องมีเื่ให้เขาต้องปวดหัวอีกเป็แน่
“ เลดี้ชาวต่างชาติคนนั้น ได้หายตัวไปครับท่านหัวหน้า!!.. ” มาร์ดีโล่รีบแจ้งข่าวร้าย
“ หา!!.. เ้าว่ายังไงนะ!!.. หาดีแล้วหรือยัง!? แล้วเ้าเด็กสองคนนั่นหายไปไหน ? ” กัสต้ายังคงไม่อยากจะเชื่อว่าเป็ความจริง
“ พ่อครัวบอกว่าท่านส่งคนให้นำอาหารไปให้แก่นาง ? ข้ากำลังให้หมอยาตรวจสอบอาหารอยู่ครับ ” มาร์ดีโล่มองจากสีหน้าและอาการของกัสต้าก็รู้ว่าเ้านายของเขาไม่ได้ส่งใครไปแน่ๆ
“ ข้าไม่ได้ส่งใครไปทั้งนั้น!! ก็พวกเรารู้กันแค่ 4 คนข้าจะไปทำ.. ให้เื่มันยุ่งไปทำไมกัน ? ” กัสต้าโมโหที่เงินก้อนโตของเขากำลังจะหลุดลอยไป
พวกเขาทั้งสองคนรีบตรงไปยังที่ร้านอาหารของกัสต้าในตอนนี้..
หลังจากที่หมอยาได้พิสูจน์ตัวอย่างในอาหารและน้ำดื่มก็พบว่า มีสารของยานอนหลับอย่างแรงอยู่ในน้ำผลไม้นั้น กัสต้าคิดว่าคนที่จับตัวนางไปอาจจะยังแอบหลบซ่อนตัวอยู่ในภัตตาคารนี้อยู่เป็แน่!!.. เขาจึงสั่งให้ลูกน้องและคนงานของเขาตรวจค้นในแต่ละห้องให้หมดทุกห้อง
ฟินลิปและทิวลี่ยืนตัวสั่นด้วยความกลัวในความผิดโทษฐานที่ไม่อยู่ดูแล เ้าคนต่างชาติให้ดีและปล่อยให้นางหายไป กัสต้าโมโหหนักมาก และคาดโทษแก่เด็กๆทั้งสองคน
“ ถ้าข้าหาเ้าคนต่างชาติไม่เจอแล้วล่ะก็นะ!!.. พวกเ้าทั้งสองคนเตรียมไสหัวออกจากที่นี่ไปได้เลย!! ” กัสต้าโมโหและโกรธพวกเด็กๆมาก และในตอนนี้อะไรก็ไม่สามารถทำให้กัสต้าคลายอารมณ์โกรธของเขาได้
“ หรือว่าจะเป็เ้าพวกพ่อค้าตัวปลอมที่จับเลดี้ต่างชาติมาในตอนแรก ? ” มาร์ดีโล่ออกความคิดเห็น
“ เ้าจำพวกมันได้หรือไม่ ? หรือพวกมันจะปลอมตัวมาปะปนอยู่ในกลุ่มลูกค้าหมู่มากที่มาในงานเลี้ยง ” กัสต้ากำลังคาดเดา
“ ข้าจำพวกมันได้ครับ แต่ไม่มีใครที่หน้าตาคล้ายกับพวกมันมาในงานเลยนะครับท่านหัวหน้า ” มาร์ดีโล่บอกกับกัสต้าเ้านายของเขา
“ ถ้าอย่างนั้น เ้าลองกลับไป ดูที่แถวๆท่าเรือของเ้าดูสิว่าพวกมันยังคงเฝ้าอยู่แถวนั้นหรือไม่ ” กัสต้าสั่งงานให้มาร์ดีโล่ไปจัดการ
“ ครับ แล้วข้าจะรีบมารายงานนะครับท่านกัสต้า ” มาร์ดีโล่ตอบเสร็จแล้วเขาก็รีบไป..
กัสต้ายังคงมีอารมณ์ที่ขุ่นมัว.. เสียงเพลงของงานเลี้ยงยังคงดังแว่วมาโดยตลอด แต่ภายในใจของกัสต้าไม่มีแม้แต่อารมณ์สุนทรีย์ในการที่จะมานั่งฟังเพลง เขายังคงเดินไปและก็เดินมาอย่างหน้าเวียนหัวยิ่งนัก..
……
มาร์ดีโล่มาถึงที่บริเวณแถวๆท่าเรือ เขายังคงเห็นเ้าพวกโจรสามคนนั้นอยู่ ซึ่งเ้าพวกโจรทั้งสามคนนั้นก็เห็นมาร์ดีโล่ด้วยเช่นกัน
“ พี่ๆๆๆ... นั่นๆ ดูสิ!! นั่นมันไอ้เ้าของเรือไม่ใช่เหรอ ? ” เ้าคนเสียงแหลมบอกกับหัวหน้าของมัน
“ เออ.. จริงด้วย.. ถ้างั้นเราแอบตามมันไปดีกว่าไหม ? ว่ามันจะไปทางไหนกัน!? ” เ้าหัวหน้าโจรรีบบอกกับพวกลูกน้องของมัน
มาร์ดีโล่รู้แล้วล่ะว่าเ้าพวกโจรทั้งสามคนที่แอบมาเฝ้าอยู่ท่าเรือนั้นได้พบและเห็นเขาเข้าแล้ว และในเวลานี้พวกมันก็กำลังตามตัวของเขาอยู่ เขาจึงแกล้งทำเป็ไม่รู้ตัว และเดินเรื่อย ๆไปจนถึงร้านอาหารของท่านหัวหน้าของเขา และแกล้งทำเป็สั่งอาหารกิน และคอยชำเลืองมองพวกโจรทั้งสามคน
พวกเ้ากลุ่มโจรทั้งสามนั้น เขาตามมาร์ดีโล่และเข้ามายังที่ร้านอาหารของกัสต้า และด้วยความที่เป็ร้านอาหารภัตตาคาร พนักงานจึงออกมาต้อนรับพวกเขาทั้งสามคน
“ เชิญครับท่าน.. พวกท่านมากันสามคนใช่ไหมขอรับ ? ” พนักงานต้อนรับเชื้อเชิญพวกโจรทั้งสามคนเป็อย่างดี เนื่องด้วยที่ว่าเ้าโจรทั้งสามคนแต่งกายดูดีถึงจะมองออกว่าเป็พวกพ่อค้าทั่วๆไปก็เถอะ
“ ใช่แล้ว!! ” เ้าหัวหน้าตอบพนักงานไปทั้งๆที่สายตาของมันก็ยังคอยสอดส่องและมองหามาร์ดีโล่อยู่
“ ขอรับท่าน.. งั้นเชิญทางนี้ขอรับ ” พนักงานต้อนรับพูดจาอย่างสุภาพแก่พวกโจรทั้งสาม
แล้วพนักงานก็พาตัวพวกโจรทั้งสามไปยังที่โต๊ะรับประทานอาหารด้านในสุดของมุมห้อง พวกโจรทั้งสามคนต่างก็เข้ามานั่งที่เก้าอี้ และยังคงมองหาชายผู้เป็เ้าของเรือคนนั้นนั่นเอง..
มาร์ดีโล่หลังจากสั่งอาหารแล้วเขาก็ได้ลุกทำทีไปเข้าห้องน้ำ แต่เขาก็ได้แอบออกไปทางด้านหลังทางครัวเพื่อแอบไปบอกพนักงานเสิร์ฟให้นำจดหมายลับไปส่งให้แก่ท่านกัสต้าที่อยู่ข้างบนห้องที่พักของวิศณีตุลย์ที่หายตัวไป
หลังจากแอบเอาจดหมายลับฝากให้กับพนักงานเสิร์ฟไปส่งกับท่านหัวหน้าของเขาแล้ว มาร์ดีโล่ก็ออกมานั่งรออาหารอยู่ที่โต๊ะตามเดิม..
เ้าพวกโจรเห็นมาร์ดีโล่นั่งและกินอาหารอย่างเช่นแขกทั่วไป พวกมันก็เลยคอยจับตาดูว่ามาร์ดีโล่หรือเ้าของเรือจะไปพบหรือพูดคุยกับใครต่อไป..
ในระหว่างที่พวกโจรกำลังจับตาดูมาร์ดีโล่อยู่นั้น พนักงานเสิร์ฟก็ได้นำจดหมายลับไปส่งให้แก่กัสต้าเ้านายของเขาเรียบร้อยแล้ว กัสต้าเปิดอ่านก็เข้าใจแล้วว่า.. พวกโจรกำลังจับตาดูมาร์ดีโล่อยู่ และพวกโจรทั้งสามคนนี้ ไม่ได้เป็คนที่จับตัววิศณีตุลย์ไปอย่างแน่นอน
“ เ้าพวกโง่เง่า!! ปล่อยให้คนร้ายเข้ามาเอาตัวผู้หญิงไปได้ยังไง ? ข้าล่ะผิดหวังในตัวของพวกเ้าเสียจริงๆ!!.. ” กัสต้ากำลังดุบริภาษแก่พวกเด็กๆทั้งสองคน และรู้สึกเสียดายที่เงินรางวัลก้อนโตของเขาได้หลุดลอยไป
‘ แล้วถ้าไอ้พวกโจรกระจอกทั้งสามตัวนั่น!! ไม่ได้เป็คนเอาตัวผู้หญิงไป.. แล้วใครกันล่ะ…? ที่เป็คนเอาตัวนางไปกันนะ!? ’
กัสต้ากำลังคิดและทบทวนอะไรบางอย่าง ถึงความน่าจะเป็ไปของในเื่นี้..
‘ เื่ผู้หญิงต่างชาติคนนี้.. มีแค่เรา มาร์ดีโล่ ฟินลิป ทิวลี่ และเ้าพวกโจรกระจอก 3 ตัวนี้เท่านั้นที่รู้เื่นี้นี่นา แล้วจะเป็ใครไปอีกได้ล่ะ ? ……. ’
“ หรือว่า…..!!!!!!! ”
เหมือนกับว่ากัสต้าจะนึกเอะใจอะไรได้บางอย่าง ? เขาจึงรีบเร่งออกไปจากห้องชั้นบนที่เขาอยู่ในตอนนี้.. กัสต้าลงมาถึงชั้นล่างที่มีมาร์ดีโล่ซึ่งกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่
“ เ้า!! เดี๋ยวเ้าอยู่เฝ้าร้านอาหารให้ข้าหน่อยนะ.. ข้าจะออกไปข้างนอกเพื่อทำธุระหน่อย ไปบอกให้คนนำรถม้ามาให้ข้าที!! ” กัสต้าสั่งงานให้แก่มาร์ดีโล่เพื่อให้เขาจัดการ
“ ครับ!! ” มาร์ดีโล่รับคำแล้วก็วิ่งออกไปตามรถม้ามาให้แก่เ้านายของเขา
ส่วนเ้าพวกโจรสามคนเห็นมาร์ดีโล่วิ่งออกไปข้างนอกก็รีบผุดลุกขึ้นที่จะวิ่งตาม.. แต่มีพนักงานในร้านจับตัวของพวกเขาเอาไว้
“ เดี๋ยวก่อนขอรับ.. ท่านลูกค้ายังไม่ได้จ่ายเงินเลยขอรับ ” พนักงานเสิร์ฟบอกกับพวกโจรสามคน
“ ปั๊ดโธ่!!! เอาไปเลย..!! ไม่ต้องทอน!! พอดีข้ารีบ.. ” เ้าหัวหน้าโจรโยนถุงเงินให้แก่พนักงานอย่างโมโหเพราะเขากลัวว่าจะตามมาร์ดีโล่ไปไม่ทัน
พนักงานรับถุงเงินมาแล้วรีบโค้งคำนับขอบคุณเ้าพวกโจรทั้งสามคน
“ ขอบคุณท่านลูกค้ามากๆนะขอรับ แล้วมาอุดหนุนใหม่อีกนะขอรับ.. ”
พวกโจรทั้งสามคนวิ่งตามมาร์ดีโล่ออกมาที่หน้าร้านอาหาร แล้วพวกเขาก็ต้องงุนงงและรู้สึกเสียดายเงินค่าอาหารที่จ่ายไปในทันที!! เพราะมาร์ดีโล่แค่ออกมาตามรถม้าให้กับกัสต้าและเขาก็เดินอาดๆกลับมาเพื่อมาเข้าที่ร้านอาหารอย่างเช่นเดิม..
พวกโจรทั้งสามคนมองมาร์ดีโล่ที่เดินผ่านพวกเขาเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผย และกลับเข้าไปยังที่ในร้านอาหารตามเดิม เ้าหัวหน้ากลุ่มโจรบอกให้เ้าคนเสียงห้าวตามเข้าไปเอาเงินทอนคืนจากพนักงานแทนเขาด้วย
“ เฮ้ย.. นี่เ้า ? เข้าไปขอเงินทอนให้แก่ข้าหน่อยสิ.. เมื่อกี๊ข้าลืม!!.. เพราะรีบตามไอ้เ้าของเรือไปน่ะ แต่ไม่คิดว่ามันจะกลับมาที่เดิมอีก ” หัวหน้ากลุ่มโจรอายที่จะไปขอเงินทอนคืนจากพนักงานเสิร์ฟเอง
“ อ่าวพี่.. ข้าก็นึกว่าท่านจะให้ทิป แก่พนักงานเสียอีก ก็ว่าอยู่ว่าทำไมท่านถึงใจดีจังเลย ที่แท้.. ” เ้าคนเสียงห้าวที่ตัวใหญ่กว่าเพื่อนแกล้งหยอกหัวหน้าของมัน
“ ทิปบ้าทิปบออะไรล่ะ!? นั่นมันคือค่าเดินทางของพวกเรานะ ถ้าเ้าไม่เอาคืนกลับมาเดี๋ยวก็ได้ว่ายน้ำกันกลับเกาะเองแน่ๆ ไป!! รีบไปเอามา ” เ้าหัวหน้าโจรโมโหที่เ้าพวกลูกน้องมันทำเป็รู้ดี
เ้าคนเสียงห้าวเดินเข้าไปในร้านอาหารและทำตามที่หัวหน้าของมันสั่ง พนักงานเสิร์ฟคนนั้นก็ทำหน้ากระอักกระอ่วนใจ แต่เขาก็นำเงินทอนมาทอนให้..
ด้วยว่าเ้าของเรือที่พวกโจรทั้งสามคนคิดว่าอาจจะมีส่วนรู้เห็นกับการหายตัวไปของวิศณีตุลย์ที่พวกเขาจับมา เ้าโจรทั้งสามจึงได้อยู่คอยสอดแนมและเฝ้ามาร์ดีโล่เอาไว้ โดยที่ไม่รู้เื่ราวอะไรเลยว่า พวกของมาร์ดีโล่นั้นก็วุ่นวายและตามหาตัวของวิศณีตุลย์ด้วยเหมือนกัน..