ทำงานผิดที่สิบปีก็ไม่รวย…
ประโยคเด็ดที่ใคร ๆก็พูดถึง เจียงเหยาอดคิดไม่ได้ว่าบางครั้งประโยคสั้น ๆนี้มันก็ตรงกับชีวิตที่แสนยุ่งเหยิงของหล่อนซะเหลือเกิน ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหล่อนโดยเฉพาะยังไงอย่างงั้น
ทำงานผิดที่สิบปีก็ไม่รวยมันเป็ผลพวงมาจากความโชคร้ายที่เจียงเหยาเลือกเข้าทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งทำงานที่นั่นในตำแหน่งพนักงานทั่วไปซึ่งภาระงานที่หล่อนต้องแบกรับในแต่เดือนกองสูงเหมือนูเา ั้แ่เรียนจบมหาวิทยาลัยก็ผ่านมาร่วมสิบกว่าปีแล้ว จนตอนนี้เธอก้าวเข้าสู่่อายุสามสิบห้าปีแต่ถึงจะเป็อย่างนั้นเจียงเหยาก็ยังเอาแต่ก้มหน้าทำงานงก ๆในตำแหน่งเดิมเหมือนตอนเริ่มต้น
‘เจียงเหยา’ ไม่ใช่คนที่เลือกงาน หรือเป็คนที่ี้เีในเวลางานของตัวเองแต่กลับเป็คนที่มีนิสัยตรงข้ามกับสิ่งที่ว่ามาทั้งหมด
เจียงเหยาเป็หญิงเก่งเรียกได้ว่าหล่อนเป็คนสู้งานคนหนึ่งก็ว่าได้ เพื่อนร่วมงานที่สนิทกันหรือแม้แต่คนในบริษัทเดียวกันที่อยู่แผนกอื่น ๆ ยังต้องเอ่ยปากชมหล่อนอยู่บ่อย ๆว่าเจียงเหยาเป็หญิงแกร่งประจำบริษัท สโลแกนประจำตัวของหล่อนคือ 'เจียงเหยาทนได้!'
หล่อนเป็คนบ้างานชนิดที่พอถึงวันหยุดของตัวเองก็ยังมิวายเจียดเวลาเข้าไปนั่งทำงานที่บริษัทต่ออีก หรือไม่ก็ออกไปหางานเล็ก ๆน้อย ๆ ทำ ราวกับว่าตัวของหล่อนไม่มีวันหยุดงานที่แท้จริงเป็ของตัวเองสักที
เหตุผลง่าย ๆ ที่ทำให้เจียงเหยาต้องโหมงานหนักขนาดนั้นก็เพราะหล่อนอยากเลื่อนตำแหน่งไปอยู่ในจุดที่สูงกว่าเดิม
“อ้าวเจียงเหยา…ทำไมยังไม่กลับบ้านล่ะนี่เลยเวลาทำโอทีแล้วนี่นา”
เสียงของเพื่อนร่วมแผนกคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาในขณะที่กำลังหอบหิ้วกระเป๋าพะรุงพะรังเตรียมจะกลับบ้านความจริงหล่อนไม่จำเป็ต้องเดินอ้อมมาทางนี้เพื่อที่จะออกทางประตูด้านหน้าของแผนกแต่เพราะเห็นว่ามีไฟเปิดอยู่ เลยต้องเดินมาดูด้วยความสงสัยพอเห็นว่าโต๊ะของเจียงเหยายังเปิดไฟอยู่ ก็เลยอดเดินเข้ามาทักทายไม่ได้
“อ้อ...ฉันเตรียมเอกสารสำหรับพรีเซนต์พรุ่งนี้อยู่น่ะ เมื่อเช้าฉันเอาไปให้หัวหน้าเช็กดูแล้วแต่เขาพึ่งส่งกลับมาให้ฉันแก้เมื่อสี่โมงเย็นนี้เอง ยังเหลืออีกเยอะเลยล่ะฉันเลยต้องรีบทำให้เสร็จก่อนพรุ่งนี้เช้าถ้าจะกลับบ้านใน่เวลาที่ท้องถนนมีแต่คนเลิกงานฉันกลัวว่ารถจะติดแล้วมันจะทำให้เสียเวลาทิ้งเปล่า ๆ ฉันเลยต้องนั่งทำงานก่อนอย่างที่เห็นเนี่ยแหละ”
เจียงเหยาตอบข้อสงสัยอย่างละเอียดพาให้คนถามพยักหน้าเข้าใจแม้ว่าความจริงแล้วจะไม่เข้าใจก็ตามแต่เื่ที่ไม่เข้าใจน่ะไม่ใช่เื่ของงานที่ต้องรีบทำให้เสร็จแต่หล่อนไม่เข้าใจความบ้างานของเจียงเหยามากกว่า ทำไมต้องตะบี้ตะบันขนาดนั้นมันก็แค่การพรีเซนต์งานทั่ว ๆ ไปไม่ใช่หรือไง
ั้แ่เข้ามาทำงานที่นี่หล่อนไม่เห็นแม้แต่วันเดียวที่เจียงเหยาจะลางานเพื่อไปทำธุระส่วนตัวหรือพักเพื่อรักษาตัวในตอนที่เจ็บป่วยจะมีแค่ตอนที่เจียงเหยาป่วยหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลเท่านั้น ถึงจะเห็นว่าหล่อนลางานเป็จริงเป็จัง
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เจียงเหยาต้องเข้าไปนอนที่โรงพยาบาลให้หมอสวนเข็มต่อท่อน้ำเกลือเล่นๆ ก็เป็ผลพลอยมาจากการทำงานหนักเกินไปของหล่อนอีกตามเคยเห้อ...จะว่าไปพนักงานทั่วไปอย่างเจียงเหยาก็น่าเห็นใจเหมือนกันนะเนี่ยจะผิดก็ที่เธอเป็เพียงเพื่อนร่วมแผนก ไม่ใช่เ้าของบริษัทเพราะไม่อย่างนั้นเธอคงเลื่อนตำแหน่งให้เจียงเหยาั้แ่ห้าปีแรกที่เจียงเหยาเพิ่งเข้ามาทำงานโน้น
“จะไหวแน่เหรอ…อยู่คนเดียวแบบนี้ขืนเป็ล้มเป็แล้งขึ้นมามันจะลำบากเอานะ”
หล่อนพูดเสริมขึ้นมาด้วยความเป็ห่วงแม้จะไม่ได้สนิทกันมากขนาดที่มานั่งคุยเื่ส่วนตัวกันได้แต่หล่อนกับเจียงเหยาก็ถือว่าเป็เพื่อนร่วมแผนกการฝากฝังคำพูดพวกนี้ไว้ก็ไม่นับว่าเป็เื่แปลกอะไร
“ฉันไหวอยู่แล้วแค่งานเอกสารไม่กี่สิบหน้าเอง อีกสักพักก็คงเสร็จแล้วล่ะ”
“ถ้ามันน้อยอย่างที่เธอว่าจริงๆ ก็ดีอยู่หรอกแต่เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องมาเข้าแผนกแต่เช้าเพื่อมาเตรียมเอกสารอีกไม่ใช่เหรอขืนยังนั่งทำงานอยู่ที่นี่กะเอาให้เสร็จหมด เธอคงไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันพอดี”
“ทำยังไงได้ล่ะก็บริษัทใกล้จะพิจารณาเลื่อนขั้นแล้ว่นี้ฉันเลยต้องแสดงศักยภาพให้เ้านายเห็นน่ะสิ”
เจียงเหยาตอบออกไปอย่างมีหวังถึงแม้ลึก ๆ จะรู้ตัวดี ว่าความหวังแบบนี้มันทับถมอยู่ในใจของเธอมาหลายปีแล้วและสุดท้ายหล่อนก็ไม่เคยได้เลื่อนตำแหน่งเลย ยังต้องนั่งทำงานอยู่ในแผนกเดิม ๆไม่มีทีท่าว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง
“แต่เธอน่ะทำงานหนักเกินไปจริงๆ นะ แถม่นี้ก็หน้ามืดบ่อย ๆ ด้วย ลองหาเวลาหยุดงานและให้เวลากับตัวเองดูบ้างสิ เผื่อจะได้ผ่อนคลายกับเขาบ้างฉันเชื่อว่าหัวหน้าต้องเซ็นอนุมัติให้อย่างไวแน่นอนก็เธอเล่นอุทิศตัวทำงานหนักเพื่อบริษัทฯ มาตั้งหลายปีเลยนี่”
“ขอบคุณที่แนะนำนะฉันเองก็ว่าจะลองหาเวลาให้ตัวเองดูบ้าง แต่คงต้องรอให้โปรเจกต์นี้ผ่านไปก่อน”
หลังจากนั้นไม่กี่วันโปรเจกต์ที่หนักอึ้งของบริษัทก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเมื่อลูกค้าตอบรับในการลงนามเซ็นสัญญาและทุกอย่างเป็ไปตามแบบแผนของบริษัท
พอเป็แบบนี้แล้วเจียงเหยาเลยมีโอกาสที่จะขอลาพักร้อนเป็ระยะเวลาสามวันซึ่งก็เป็ไปตามคาดว่าหัวหน้าของหล่อนเข้าใจดีและยังให้เวลาหล่อนเพิ่มเป็หนึ่งสัปดาห์นับจากวันแรกที่หล่อนพักงาน
วันแรกของการหยุดงานเหมือนว่าหล่อนจะยังไม่ชินนักที่ต้องนอนอยู่เฉย ๆ โดยไม่ลุกไปนั่งทำงานในแล็ปท็อปกัดฟันทนได้ไม่กี่ชั่วโมง สุดท้ายก็ต้องคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่องดูโลกโซเชียลซึ่งตัวหล่อนเองห่างหายจากโลกของโซเชียลไปนานเป็เดือน ๆไม่รู้ว่าในนั้นมีความเคลื่อนไหวของใครบ้าง
กระทั่งเลื่อนไปเจอเนื้อหาเกี่ยวกับการทำสปาร่างกายมันเป็การทำสปากดจุดช่วยให้ระบบเืไหลเวียนดีและทำให้นอนหลับสนิทเชื่อเลยว่าสิ่งนี้ให้เธอรู้สึกสนใจจนตาลุกวาวพอศึกษาจนเข้าใจวิธีการหล่อนจึงเร่งเดินทางไปยังร้านที่อยู่ตามรีวิวนั้นทันที
แค่เพียงเจียงเหยาได้มานอนอยู่เฉยๆ ระหว่างที่รอพนักงานเข้ามาให้บริการกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากพืชสมุนไพรก็ทำให้หล่อนเกือบผล็อยหลับไปหลายรอบเหมือนกัน
แต่รอเพียงไม่นานพนักงานก็เข้ามาอธิบายถึงขั้นตอนการให้บริการทั้งหมดและเริ่มต้นลงมือนวดน้ำมันก่อนเป็อย่างแรก ขณะนี้ฝ่ามือเปื้อนน้ำมันกลิ่นดอกมะลิบีบเคล้นหนักไปตามแนวกล้ามเนื้อไหล่ด้วยความชำนาญพาให้เจียงเหยาครางฮึมฮัมในลำคอด้วยความพึงพอใจจนมือของพนักงานเลื่อนสูงขึ้นมาถึงต้นคอด้านหลัง จากนั้นนิ้วมือแข็ง ๆของพนักงานสาวก็กดลงเต็มแรงทำเอาเจียงเหยาหลุดร้องขึ้นมาด้วยความใ
“อ๊ะ…”