ขณะเดียวกัน บริเวณท่าน้ำของเรือนคุณหลวงภัสดาเกตุแก้วที่หิ้วอาหารคาวหวานนำไปใส่ในเรือเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็ก้าวลงไปนั่งในเรือด้วยความกระฉับกระเฉงสีหน้าเ้าตัวแช่มชื่นกว่าทุกวันเพราะวันนี้เกตุแก้วตั้งใจจะไปทำบุญให้พ่อกับแม่ผู้ล่วงลับของเธอและที่สำคัญวันนี้ปลอดคนคอยจ้องจับผิดที่ชอบส่งสายตาดุๆ มาให้เธอเสมอ ขณะที่กำลังยันเรือออกจากฝั่ง พลันมือใหญ่ของใครคนหนึ่งก็เอื้อมมาดึงลำเรือเอาไว้เกตุแก้วใมองหน้าเ้าของมือทันที แต่แล้วก็ต้องชะงักไปเพราะเขาคือคนที่เพิ่งนึกถึงอยู่หยกๆคุณหลวงภัสดาอีกแล้ว
“ใครอนุญาตให้หล่อนไป!” เสียงห้วนดุถามขึ้นเมื่อยึดเรือไว้ได้แล้ว
“คุณลำเภาเ้าค่ะ” เกตุแก้วตอบพลางจะยันเรือออกแต่มือของคุณหลวงก็ดึงเรือไว้แล้วก็ก้าวลงเรือนั่งหันหน้ามาทางหญิงสาวตรงๆเกตุแก้วเห็นดังนั้นก็เตรียมจะลุกขึ้นฝั่งแต่คุณหลวงใช้มือยันเรือให้ห่างจากฝั่งแล้วแย่งไม้พายมาพายเสียเองเกตุแก้วมองอย่างไม่สบอารมณ์
“หล่อนเป็คนของฉันจะไปไหนมาไหนก็ต้องรายงานฉันไม่ใช่รายงานแม่ลำเภา”คุณหลวงพูดเน้นเสียงหนักอย่างชัดเจน
“อิฉันจะไปทำบุญให้คุณพ่อกับคุณแม่หาใช่ธุระของคุณหลวงไม่ ขึ้นฝั่งไปเสียเถิดเ้าค่ะแค่ดวงิญญานักโทษไม่ถึงกับต้องไปด้วยตนเองหรอกกระมัง” เกตุแก้วพูดประชดยืดยาวทำให้คุณหลวงรู้ว่าหล่อนคงไม่มีวันลืมเื่นี้แน่ๆซึ่งน่าขัดใจยิ่งนักที่รู้ว่าหล่อนยังชังน้ำหน้าเขาไม่เสื่อมคลาย คุณหลวงภัสดารู้เช่นนี้ก็นึกอยากแกล้งหญิงสาวขึ้นมาจับใจจึงพูดช้าๆ น้ำเสียงขรึมเข้ม
“ก็ได้ฉันขึ้นฝั่งก็ได้แต่คืนนี้หล่อนต้องไปรับใช้ฉันที่ห้อง แต่ถ้าฉันไปกับหล่อนก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น”ว่าแล้วคุณหลวงภัสดาก็ทำท่าจะพายเรือเข้าฝั่ง เกตุแก้วฟังคำขู่ก็รีบส่งเสียงร้องห้ามทันที
“เอ่อ...ประเดี๋ยวก่อน ...ไปด้วยกันก็ได้...เ้าค่ะ” เสียงของเกตุแก้วพูดขึ้นอย่างขัดใจแต่คุณหลวงภัสดากลับยิ้มอย่างพึงพอใจที่เอาชนะหล่อนได้
“กางร่มเสียแดดมันแรง” เขาสั่งหล่อนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้นแววตาฉายแววเอ็นดูหากแต่เกตุแก้วไม่เห็น หญิงสาวทำตามอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก หากใครมองทั้งสองไกลๆจะรู้สึกว่าทั้งคู่เหมือนคู่รักที่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก
แต่กระนั้น..เหตุการณ์นี้ก็ไม่พ้นสายตาของคุณหญิงเนื่องทองกับบัวทอง โดยเฉพาะบัวทองที่มองตามเรือลำนั้นไปด้วยใจอาฆาตอย่างยิ่งหล่อนโยนขนมที่ทำมาให้คุณหลวงภัสดาโดยเฉพาะทิ้งข้างทางอย่างไม่ใยดีสองมือกำแน่นสายตาแข็งกร้าว
“อีเกตุแก้ว!!”
ขณะที่ฟังอยู่เพลินๆ เมขลาก็ผล็อยหลับไปบนเตียงคุณหลวงหันมาเห็นก็ส่ายหน้าเอ็นดูเขาเดินไปหยิบผ้าห่มมาคลุมให้หญิงสาวเบามือพลางกระซิบข้างหูอย่างอ่อนโยน
“นอนหลับฝันดีนะแม่เกตุแก้วของฉัน”เมขลาหลับตาพริ้มรู้สึกอบอุ่นส่วนคุณหลวงก็เคลื่อนตัวไปนั่งบนเก้าอี้โยกด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจเช่นกัน
เมขลาหลับฝันต่อจากที่คุณหลวงเล่าให้เธอฟังในฝันเธอพบว่า หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันคุณหญิงเนื่องทองกับบัวทองบุตรสาว ก็มาหาคุณหลวงภัสดาใน่ใกล้เที่ยงอีกครั้งเพื่อนำอาหารคาวหวานมาให้เ้าของบ้านและตั้งใจจะร่วมกินข้าวเที่ยงกันที่เรือนของคุณหลวงภัสดาอีกด้วยบัวทองพยายามปรนนิบัติพัดวีเอาอกเอาใจคุณหลวงสารพัดหากแต่คุณหลวงกลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อยคุณหลวงเมียงมองหาใครบางคนอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งลำเภาและเกตุแก้วเดินเข้ามาคุณหลวงภัสดาจึงอยู่นิ่งเสียได้ลำเภาชายหางตามองบัวทองนิดๆ ก่อนจะนำเกตุแก้วและบ่าวไพร่ยกสำรับเข้าไปตั้งบนโต๊ะ
“คุณพี่คะวันนี้พี่เกตุแก้วแสดงฝีมือเองค่ะ เห็นบอกว่าทำครัวไม่ค่อยเก่งแต่เท่าที่น้องชิมดูรสมือดีทีเดียวค่ะ” ลำเภาชมเกตุแก้วต่อหน้าทุกคนบัวทองสีหน้าไม่พอใจทันที
ที่หอนั่งมีเพียงคุณหลวงภัสดา คุณหญิงเนื่องทองลำเภา และบัวทองเท่านั้นที่นั่งกินข้าวร่วมสำรับกัน ส่วนเกตุแก้วนั้นนั่งห่างออกไปในมุมหนึ่งเหมือนบ่าวคนอื่นๆคุณหลวงกินข้าวและกับข้าวที่เกตุแก้วทำเท่านั้น โดยแตะต้องกับข้าวที่บัวทองปรุงมาเพียงไม่กี่คำบัวทองเห็นดังนั้นก็ตักกับข้าวที่ตัวเองใช้ให้บ่าวปรุง แต่แอบอ้างว่าเป็คนทำเองให้คุณหลวงภัสดา
คุณหลวงภัสดาเพียงแต่ยิ้มให้ตามสมควร แล้วลงมือกินข้าวกับกับข้าวของบัวทองตามมารยาท แต่หลังจากนั้นก็ตักแต่กับข้าวของเกตุแก้วเพียงคนเดียวลำเภาผู้เป็น้องสาวของคุณหลวงภัสดารู้สึกสาใจเล็กๆเพราะเธอเองก็ไม่ค่อยชอบสองแม่ลูกนี้เท่าไหร่นักแต่ด้วยเพราะรู้จักและมารยาทที่ดีเธอจำต้องต้อนรับขับสู้ทั้งสองอย่างเสียมิได้ทว่าทางด้านคุณหญิงเนื่องทองกลับรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง ขณะที่เดินทางกลับเรือนคุณหญิงเนื่องทองก็พูดกับบุตรสาว
“นังเกตุแก้วแม่ชักชังน้ำหน้ามันขึ้นทุกวัน” คุณหญิงพูดแฝงด้วยความดุดันในน้ำเสียงด้านบัวทองบุตรสาวรีบเสริมทันทีด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างจากมารดามากนัก
“ลูกก็เช่นกันเ้าค่ะคุณแม่ชังน้ำหน้ามันนัก” บัวทองรู้สึกเช่นดังคำพูดจริงๆเธอชังเกตุแก้วั้แ่แรกเห็นหน้าด้วยซ้ำ ด้วยเหตุผลอันดับแรกเลยคือกลัวว่านังผู้หญิงบ้านนอกคอกนาคนนั้นจะมาแย่งคุณหลวงไปจากเธอเพราะเกตุแก้วหาใช่หญิงบ้านนอกเหมือนหญิงทั่วๆ ไป แต่หล่อนสง่างามราวกับลูกหลานผู้ดีก็ไม่ปานใบหน้าสวยหวานหาที่ติแทบมิได้ ความงามนั้นบัวทองก็รู้แก่ใจ ว่าตัวเธอเองสู้มิได้สักนิดให้น่าเจ็บใจเสียนี่กระไร หญิงสาวกำมือแน่น เมื่อนึกมาถึงตรงนี้
“คอยดูต่อไปเถอะค่ะคุณแม่ลูกจะกำจัดมันให้พ้นทางลูกให้จงได้!” บัวทองแค่นเสียงออกมาอย่างคับแค้นที่สุดถึงแม้จะเพิ่งเคยพบเคยเจอกัน แต่ในเมื่อเกลียด ก็จะจงเกลียดจงชังให้ถึงที่สุด ประหนึ่งน้ำผึ้งหยดเดียวแต่ลุกลามเป็ากลางเมืองก็มิปาน!!
เมื่อเสร็จงานบนเรือนเกตุแก้วก็มานั่งเล่นอยู่ริมน้ำอันเป็ที่ที่หญิงสาวจับจองเป็ที่ประจำไปเสียแล้วเพราะเกตุแก้วรู้สึกได้ว่าแม่น้ำเบื้องหน้าทำให้เธอเย็นจิตเย็นใจ สบายใจทุกครั้งเมื่อได้ทอดสายตามองเกตุแก้วนั่งมองสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ หญิงสาวคิดถึงพ่อกับแม่และบ้านเกิดจับใจ แม่เธอชอบแกงสายบัวให้เธอกิน
ในอดีตนั้นเมื่อพวกบ่าวไพร่กำลังไปเก็บสายบัวเกตุแก้วจะต้องขอไปด้วยแทบทุกครั้งเธอรู้สึกสนุกที่ได้ทำอย่างนั้นและเธอชอบมองเวลาบัวบานสะพรั่งเต็มบึงภาพนั้นช่างสวยงามในความรู้สึกยิ่งนัก ขณะที่เกตุแก้วกำลังคิดถึงเื่เก่าๆเพลินๆ อยู่นั้นหญิงสาวเห็นดอกบัวขนาดใหญ่สวยกว่าดอกบัวอื่นๆ อยู่ดอกหนึ่งเกตุแก้วตั้งใจจะเอาไปอวดคุณลำเภาจึงเอื้อมมือจะไปเก็บดอกบัวที่กำลังบานเต็มที่ดอกนั้นแต่มันอยู่ไกลพอสมควรทำให้เอื้อมไม่ถึงสักทีเกตุแก้วจึงต้องเอื้อมมือยื้ออยู่อย่างนั้น
กระทั่งมีมือใหญ่สะอาดสะอ้านของใครคนหนึ่งเอื้อมขึ้นมาแทรกระหว่างมือเกตุแก้วกับดอกบัวดอกนั้นแล้วเด็ดดอกบัวยื่นให้กับเธอเกตุแก้วทั้งดีใจ ทั้งขอบคุณเ้าของมือ ว่าใครกันมาช่วยเธอ จึงหันไปมองตามมือนั้นพบว่าเป็ชายหนุ่มคนหนึ่งมีลักษณะภูมิฐานใส่เสื้อคอกลมสีเขียวอ่อนกางเกงแพรจีนสีดำสนิทชายคนนั้นนั่งอยู่บนเรือที่ตอนนี้จอดนิ่งั้แ่เมื่อไหร่หญิงสาวก็หารู้ได้เพราะเขามาเงียบเชียบเหลือเกิน เกตุแก้วรีบเอ่ยเสียงเบา
“ขอบพระคุณเ้าค่ะ” เสียงหล่อนหวานรับกับใบหน้าของหล่อนยิ่งนักชายหนุ่มผู้มาใหม่มองหน้าหญิงสาวด้วยอาการราวกับตกอยู่ในภวังค์หล่อนงดงามยิ่งกว่าหญิงใดที่เขาเคยได้พบมา ผิวพรรณขาวละมุนผุดผ่องผมยาวรับกับใบหน้าราวภาพวาดของนางอับสร ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อรับกับจมูกโด่งได้รูป ดวงตากลมโตของหล่อนรับกับคิ้วเรียวสวยสีน้ำตาลเข้มประหนึ่งธรรมชาติแต่งแต้มได้อย่างเหมาะเจาะเหลือเกิน
“ไม่เป็ไร” ชายหนุ่มบนเรือกล่าวอย่างสุภาพ
“ฉันไม่เคยเห็นหน้าหล่อนตอนเห็นครั้งแรก ฉันนึกว่า... “ ชายหนุ่มชะงักคำพูดไว้เพียงแค่นั้นครั้งแรกที่เขาเห็นหล่อน เขายังคิดว่า เป็เทพธิดาหรือว่านางไม้เสียอีก เพราะเรือนของหลวงภัสดาไม่เคยมีหญิงสาวสวยลักษณะนี้อยู่ในเรือนเลยแม้แต่คนเดียวนอกจากลำเภาที่ความสวยงามก็หาสู้ได้ไม่ ขณะที่คิดอยู่เพลินๆ เกตุแก้วก็พูดขัดขึ้น
“อิฉันชื่อเกตุแก้วเพิ่งมาเป็บ่าวของเรือนนี้เ้าค่ะ”เกตุแก้วแนะนำตัว
“เกตุแก้ว” ชายหนุ่มเรียกชื่อหล่อนเบาๆ ก่อนพึมพำคนเดียว
“บ่าวงั้นรึ...” เขาออกประหลาดใจเล็กน้อย บ่าวของเรือนนี้สวยถึงเพียงนี้เทียวหรือ
“ชื่อหล่อนไพเราะสมกับหน้าตา”เขาชมจากใจ หญิงสาวยิ้มบางๆ
“ฉัน หลวงธรรมธรรัชชาภักดิ์ สนิทสนมกับหลวงภัสดาเป็อย่างดีเราเป็มิตรสหายั้แ่ยังเด็กบ้านฉันอยู่ริมฝั่งตรงข้ามเรือนของหลวงภัสดานี่แหละ” คุณหลวงธรรมธรแนะนำตัวอย่างเป็ทางการหากเกตุแก้วก็มิได้ประหลาดใจ เนื่องว่าหล่อนก็คิดอยู่ก่อนแล้วบุรุษผู้นี้ต้องมิธรรมดา ด้วยท่วงท่าหน้าตาที่บ่งลักษณะถึงผู้ดีแลคำพูดจาก็ดูสุภาพ เมื่อแนะนำตัวกันเสร็จแล้ว คุณหลวงหนุ่มก็ชวนคุยต่อเขาอยากคุยกับหล่อนนานๆ มิอยากกลับเรือน
“บัวแค่ดอกเดียว จะเอาไปทำกระไรรึ?”เกตุแก้วมองดอกบัวในมือตัวเอง แล้วยิ้มแห้งๆ
“อิฉันคิดถึงแม่เ้าค่ะตอนอยู่กับแม่ ท่านชอบพาอิฉันไปเก็บสายบัวมาแกงบ่อยๆบัวดอกไหนสวยก็จะเก็บไปถวายพระค่ะแต่บัวดอกนี้อิฉันว่าจะเก็บไปอวดคุณลำเภานายของอิฉันแล้วก็จะเก็บไว้ดูเล่นเพราะมันสวยดีเ้าค่ะ” เกตุแก้วอธิบายน้ำเสียงแฝงความโหยเศร้าเนื่องจากคิดถึงบ้านและมารดาผู้ล่วงลับ
คุณหลวงธรรมธรรู้สึกได้ถึงความรู้สึกของหญิงสาวตรงหน้าเขาอยากถามอะไรมากมายแต่ก็เก็บงำเอาไว้ก่อนเพราะคิดว่าคงจะได้คุยกับแม่เกตุแก้วอีกหลายครา เขาจะไม่ทำความรู้จักหล่อนเพียงแค่นี้หรอก
“เก็บเอาไปดูเล่นไม่มีประโยชน์หรอกต้องเอาสายบัวไปแกงกินด้วยถึงจะอิ่มท้อง ฉันว่าแบบนั้นน่าจะมีประโยชน์กว่ากันนะ”คุณหลวงผู้มาใหม่พูดแล้วยิ้มให้เกตุแก้วอย่างเปิดเผยหญิงสาวพยักหน้าเห็นด้วยทั้งสองยิ้มให้แก่กันเกตุแก้วรู้สึกถึงความสบายใจและเป็ตัวของตัวเองยิ่งนักเพียงแค่ได้พูดคุยกับคุณหลวงหนุ่มผู้นี้แค่ไม่นาน...