แฟรงเกนส์กรุ๊ป
ภากรไล่สายตามองตัวหนังสือภาษาอังกฤษขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังของตึกสูงระฟ้า ซึ่งบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของธุรกิจในเครือแฟรงเกนส์กรุ๊ปได้เป็อย่างดี จากที่เขาหาข้อมูลก่อนจะมาที่นี่ สิ่งที่ได้รู้เพิ่มเติมก็คือ ธุรกิจของผู้ชายคนนั้นไม่ได้มีเพียงอสังหาริมทรัพย์มูลค่านับหมื่นล้าน ทว่ายังมีธุรกิจนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ ให้เช่าและขายเรือยอช์ต รวมทั้งสินค้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศหลากหลายก็ล้วนแต่มีแฟรงเกนส์กรุ๊ปเป็หุ้นส่วนแทบทั้งสิ้น และธุรกิจต่อไปที่แฟรงเกนส์กรุ๊ปสนใจและกำลังเจรจาอยู่ก็เป็ ห้างสรรพสินค้าครบวงจรขนาดใหญ่ที่จะผุดขึ้นตามจังหวัดใหญ่ในแต่ละภาค
แต่เื่ความร่ำรวยของผู้ชายคนนั้นไม่ใช่สิ่งที่ภากร้าจะรู้มากไปกว่าเขาคนนั้นกักขังหน่วงเหนี่ยวพรบุหลันไว้หรือเปล่า ทั้งๆ ที่หัวใจที่เจ็บลึกของภากรนั้นร้องบอกว่าสิ่งที่คิดอาจจะไม่ใช่ก็ได้ อาจเป็พรบุหลันเองที่ยอมให้เขากักขัง หรือจริงๆ แล้วทั้งหมดนั่นไม่มีอะไรเลย พรบุหลันมาทำงานที่นี่จริง และเป็เพียงพนักงานคนหนึ่งของแฟรงเกนส์กรุ๊ปเท่านั้น ซึ่งเขาก็หวังให้เป็อย่างนั้น
“ติดต่อเื่อะไรคะ”
พนักงานสาวสวยตำแหน่งประชาสัมพันธ์ทักทายชายหนุ่มที่เดินตรงมาที่เธออย่างเป็มิตร ด้วยผู้ชายไทยหน้าตาดี รูปร่างสูงใหญ่บึกบึนไม่ค่อยจะมีมาให้เห็นสักเท่าไร เพราะที่เฮดออฟฟิศแห่งนี้ ผู้ชายที่เดินผ่านมาผ่านไปถ้าไม่มีเมียไปแล้ว ก็มักจะแข่งสวยกับเธอทั้งนั้น ประเภทเดินตามก็ได้กลิ่นน้ำหอมกุหลาบโชยมาน่ะสาวทุกราย
“มีอะไรให้ช่วยเหลือมั้ยคะ” เธอถามย้ำอีกครั้งเพื่อแสดงความเป็มิตรให้มากขึ้น เพราะหากเขามาสมัครงานหรือมาติดต่อเื่งาน เธอกับเขาคงได้เจอกันอีกแน่ ทว่ารูปภาพในโทรศัพท์มือถือที่เขายื่นมาให้กลับทำให้ประชาสัมพันธ์หน้าสวยหุบยิ้ม
“ผู้หญิงคนนี้ทำงานอยู่ที่นี่หรือเปล่าครับ”
ภากรถามตรงประเด็นเพราะไม่มีอะไรจะกระตุ้นความอยากรู้ของเขาได้มากกว่าเื่ของพรบุหลันอีกแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ลางานมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ และก็ได้คำตอบว่าไม่มีพนักงานหน้าตาเหมือนพรบุหลันเลย เพราะประชาสัมพันธ์คนนี้ก็เพิ่งย้ายมาทำงานในหน้าที่นี้แทนคนเก่าที่ลาออกไปได้แค่สามวันเท่านั้น แต่เมื่อเขาขอร้องให้เธอช่วยตรวจสอบชื่อพนักงาน เธอกลับบอกว่าทำแบบนั้นไม่ได้เพราะอาจผิดกฎ
“กฎอะไรครับ ยกเว้นให้ผมไม่ได้เหรอ ผมเป็ห่วงน้องสาวจริงๆ นะครับ”
“น้อง... น้องสาวเหรอคะ”
“ครับ เธอเป็น้องสาวคนเดียวของผม”
คำถามพร้อมสีหน้าที่ดูเปลี่ยนไปของเ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ทำให้ภากรสบช่องทาง
“ช่วยผมหน่อยนะครับ น้องผมเข้ามากรุงเทพฯ หลายวันแล้ว เธอบอกว่าจะมาสมัครงานที่นี่แล้วก็หายไปเลยครับ โทร. ไปก็ไม่รับสาย เมื่อวานทำบุญให้แม่ครบเจ็ดวัน เธอก็ไม่ไปครับ ผมแค่อยากรู้ว่าเธอได้งานทำที่นี่จริงหรือเปล่า จะได้สบายใจไม่ต้องห่วงน่ะครับ ช่วยเช็กให้ผมหน่อยนะครับ”
“น้องสาวชื่ออะไรนะคะ บอกอีกทีสิ”
“พรบุหลัน กัษษากร ครับ”
ภากรตีหน้าเศร้ายามมองเ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์โทรศัพท์ขึ้นไปสอบถามกับเ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล เพื่อตรวจสอบว่ามีพนักงานใหม่ชื่อพรบุหลันหรือเปล่า และเมื่อทางนั้นตอบกลับมาว่าไม่มี เธอก็ถามต่อให้ว่าแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นพรบุหลันได้มาสมัครงานหรือไม่ และคำตอบที่ได้รับก็คือไม่มีอีกตามเคย
“เสียใจด้วยนะคะที่ฉันช่วยอะไรคุณไม่ได้เลย”
“ไม่เป็ไรครับ แค่นี้ก็เป็พระคุณมากแล้วครับ”
ภากรเอ่ยขอบคุณ สีหน้าเศร้าจริงอย่างไม่ต้องเสแสร้งเพราะเขามืดแปดด้านไปหมด หากพรบุหลันไม่ได้มาที่นี่ เขาก็ไม่รู้แล้วว่าจะไปหาเธอได้จากที่ไหน แต่แล้วหนึ่งความคิดที่ผุดขึ้นมาก็ทำให้ความหวังน้อยนิดของเขาเรืองแสงขึ้น
“คุณอารัญ เอ่อ...บอสของแฟรงเกนส์จะเข้าออฟฟิศมั้ยครับวันนี้”
สีหน้าของเ้าหน้าที่สาวสวยดูตื่นใที่เขาถามถึงผู้บริหารสูงสุดของที่นี่ สายตาหวานฉ่ำที่เธอมองเขาจึงเปลี่ยนไปแบบเป็ทางการมากขึ้น และตอบคำถามอย่างสุภาพมากขึ้นด้วย
“ดิฉันไม่ทราบค่ะว่าบอสจะเข้าออฟฟิศวันนี้หรือเปล่า คงต้องถามคุณกายน่ะค่ะ”
“แล้วคุณกายอยู่มั้ยครับ”
“เช้านี้ยังไม่เข้ามาเลยนะคะ และก็ไม่แน่ใจว่าจะเข้ามาหรือเปล่าด้วยค่ะ ขอโทษนะคะที่ช่วยอะไรคุณไม่ได้”
“ไม่เป็ไรครับ ผมเข้าใจ ขอบคุณมากนะครับ”
ความหวังริบหรี่ของภากรหมดลงแล้ว แต่แล้วเสียงหวานๆ ของเ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ก็ทำให้ความหวังของเขาเรืองรองขึ้นมาอีกได้
“โน่นแน่ะค่ะคุณกายมาแล้ว”
หัวใจของภากรลิงโลด เอ่ยขอบคุณเ้าหน้าที่โดยเร็วก่อนจะเดินรี่เข้าไปหากายที่กำลังเดินพ้นประตูอัตโนมัติของสำนักงานเข้ามา กายทำสีหน้าใเมื่อเห็นเขาก่อนจะปรับเป็ปกติ และทำทีเหมือนจะเดินผ่านไป ภากรจึงรีบก้าวเข้าประชิดตัวอีกฝ่าย
“คุณกาย คุณกาย...”
เสียงเข้มของภากรทำให้กายต้องชะงักเท้าแล้วหันเดินกลับมา เพราะพนักงานหลายคนเริ่มมองมาที่เขาอย่างสนใจ
“เอ่อ...ครับ คุณเรียกผม”
ถามทั้งที่เหงื่อเริ่มซึมออกมาตามฝ่ามือ เพราะคาดไม่ถึงว่าภากรจะตามมาถึงที่นี่ ในเมื่อเขาก็สวมรอยเป็พรบุหลันส่งข้อความไปบอกทั้งภากรและเกศราแล้วว่าพรบุหลันได้งานทำแล้ว
“ครับผมเรียกคุณ ถ้าคุณชื่อกาย ก็คุณแหละครับ”
คำพูดห้วนๆ ปนรู้ทันของคุณครูบ้านนอกทำให้กายเหงื่อแตกพลั่ก ตาคำนวณระยะทางหมัด เพราะหากภากรจะยื่นหมัดมา เขาจะหนีทันไหมล่ะ
“เอ่อ...คุณมีธุระอะไรกับผมครับ ผมว่า...เราไม่รู้จักกันนะครับ”
“ถ้าคุณกายจะนับการพบกันไม่กี่ครั้งว่าไม่รู้จักก็ได้ครับ เอาเป็ว่าผมรู้จักคุณก็แล้วกัน”
“อ้อ...จำได้แล้ว คุณภากรนี่เอง โธ่! ผมก็คิดว่าใคร ขอโทษทีนะครับ วันนึงผมเจอคนเยอะมาก จำไม่หมดจริงๆ ว่าแต่คุณภากรมาทำอะไรที่นี่เหรอครับ อย่าบอกนะครับว่ามาสมัครงานน่ะ แฟรงเกนส์ยังไม่มีโครงการทำโรงเรียนนะครับ”
กายพูดติดตลก แต่เมื่อเห็นสีหน้าของภากรไม่ได้ตลกด้วยเลยก็ได้แต่ยิ้มแหย มองซ้ายมองขวาหาทางหนีทีไล่ เขาต้องหลุดไปจากสถานการณ์นี้ เพื่อไม่ให้ภากรมองเขาแบบจับผิด ซึ่งความหลุกหลิกนี้จะทำให้มีพิรุธ
“ผมจะมาถามเื่จันทร์”
“คุณพรบุหลันเหรอครับ”
“ครับ ผมมาเยี่ยมจันทร์ พอดีโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณเลยติดต่อกันไม่ได้น่ะครับ ผมก็เลยต้องมาหาจันทร์ที่นี่”
เขาจะไม่ถามว่าพรบุหลันมาที่นี่หรือเปล่า เพราะถ้ากายมีเจตนาปิดบังก็คงจะตอบว่าไม่ จึงต้องถามเหมือนว่ารู้อยู่แล้วว่าพรบุหลันทำงานที่นี่แน่
“หาที่นี่หรือครับ แต่คุณพรบุหลันไม่ได้มาสัมภาษณ์งานตามที่ผมนัดนะครับ ผมโทร. ไปจะสอบถามว่าติดปัญหาอะไร เธอก็ไม่รับสายผมเหมือนกัน”
นั่นคือคำตอบของกายก่อนที่จะขอตัวเข้าไปทำงาน แต่หลายอย่างที่มีพิรุธทั้งเื่ที่กายน่าจะจำเขาได้ เพราะตอนที่เจอกันครั้งแรก กายทักทายเขาก่อนด้วยซ้ำ เหมือนเลขาฯ ของอารัญจะรู้เื่ของเขากับพรบุหลันมาพอสมควร แต่แค่ไม่ถึงสัปดาห์กายกลับบอกว่าจำเขาไม่ได้ ทั้งที่รูปร่างหน้าตาไทยแท้อย่างเขาไม่ได้มีให้เห็นดาษดื่น ที่สำคัญพรบุหลันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องโกหกเขากับเกศรา หากจะมีก็มีเพียงเื่เดียว ซึ่งทำให้หัวใจเขาเจ็บนัก ถ้าเธอจะโกหกก็คงเพื่อให้ได้อยู่กับผู้ชายคนนั้น ‘อารัญ แอนโทนี แฟรงเกนส์’ กรรมการผู้จัดการ หรือบิ๊กบอสแห่งแฟรงเกนส์กรุ๊ป
“คุณคะ คุณคะ”
เสียงเรียกจากเ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ทำให้ภากรที่กำลังจะออกไปตั้งหลัก เพื่อคิดหาทางตามหาพรบุหลันด้วยวิธีอื่นต้องหันกลับมา และสิ่งที่ประชาสัมพันธ์สาวสวยบอกนั้นก็ทำให้ภากรตัดสินใจโทรศัพท์ไปลางานเพิ่มอีกวัน เพราะภารกิจของเขาคงต้องใช้เวลาข้ามคืน
สิ่งที่ได้รู้เพิ่มเติมก็คือ พรบุหลันมาหาอารัญที่นี่จริง และมีเื่กับประชาสัมพันธ์คนก่อน ทำให้เ้าหน้าที่คนนั้นถูกเลิกจ้าง อีกทั้งพนักงานผู้ชายหลายคนที่แซ็วพรบุหลันรวมทั้งพนักงานผู้หญิงที่พูดจาไม่ดีกับเธอก็โดนคาดโทษกันไปทุกคน ด้วยข้อหาปฏิบัติกับแขกของอารัญไม่สุภาพ ซึ่งคนบอกเล่าก็เป็หนึ่งในนั้น ก่อนที่กายจะพาพรบุหลันออกไป แล้วก็ไม่มีใครเห็นเธออีกเลย
ภากรปักหลักอยู่ในช็อปกาแฟด้านหน้าออฟฟิศแฟรงเกนส์ แก้วกาแฟ แก้วน้ำผลไม้ จนถึงขวดน้ำเปล่าวางอยู่หลายขวดบนโต๊ะของเขา เพราะการรอคอยยังไม่สิ้นสุด สายตาพุ่งตรงไปยังประตูอัตโนมัติเท่านั้น และเมื่อเห็นอารัญเดินเข้ามาใน่บ่ายก็ทำให้เขามีความหวัง ใจจดจ่อแต่เพียงสถานที่ที่อารัญจะกลับไปเท่านั้น เพราะลางสังหรณ์ของเขาบอกว่าอารัญต้องเกี่ยวข้องกับเื่นี้อย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นกายจะมีเหตุผลอะไรที่ปิดบังเขา ถ้าไม่ใช่เพราะบอสสั่ง
การรอคอยหลายชั่วโมงไม่เสียเปล่าเลย เพราะเมื่อยามเย็นมาเยือน บิ๊กบอสแห่งแฟรงเกนส์กรุ๊ปที่ก้าวออกมาพร้อมกับกายที่เดินขนาบข้างก็ทำให้ภากรผุดลุกขึ้นจากที่นั่งทันที
และเมื่อรถยุโรปคันหรูขับเคลื่อนออกจากอาณาจักรแฟรงเกนส์กรุ๊ป รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ได้รับใช้ภากรในทันทีเหมือนกัน เพราะจะมียานพาหนะแบบไหนล่ะที่จะซอกแซกไปทุกซอกทุกมุมได้เท่าพี่วินฯ
มอเตอร์ไซค์รับจ้างพาภากรลัดเลาะตามรถยุโรปคันหรูไปอย่างราบรื่นทางสะดวก เพราะปริมาณรถยนต์บนถนนมากมายจนนับไม่ถ้วนนั้น เขามั่นใจว่าอารัญไม่มีทางรู้แน่ว่าเขาตามมา และสุดปลายทางของรถคันโก้นั้นก็คือ คอนโดมิเนียมสุดหรูริมแม่น้ำเ้าพระยา อีกอาณาจักรของแฟรงเกนส์กรุ๊ป
ภากรมองความยิ่งใหญ่ตรงหน้าพลางครุ่นคิด เพราะสถานที่ส่วนตัวแบบนี้ไม่มีทางที่เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะให้เขาเข้าไปแน่ และหากเข้าไปได้ เขาก็ไม่มีทางรู้อีกนั่นละว่าอารัญพักอยู่ห้องไหน แต่เขาจะหาทางไปพบกับพรบุหลันให้ได้ หรืออย่างน้อยก็ให้เขามั่นใจว่าเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่ถอดใจ
+++++++++++++++
เอาล่ะ พี่กร จะช่วย หนูจันทร์ ได้หรือเปล่า
แล้วถ้าช่วยได้ หนูจันทร์ จะยอมกลับมั้ยนะ