ผมนั่งอยู่ในร้านติ่มซำเ้าดังของย่านเยาวราชเพราะต้องมาส่งคุณแม่มาพบกับเพื่อนของท่านตามนัดความจริงหน้าที่นี้ต้องเป็ของเตี่ยผมต่างหากแต่ท่านติดธุระคุยงานกับพนักงานกะทันหัน ผมเลยต้องตื่นแต่เช้าเพราะทนการรบเร้าของแม่ไม่ไหวเมื่อคืนไม่น่ากลับไปนอนที่บ้านเลยจริงๆถ้าเมื่อคืนผมไม่อารมณ์ดีจากการบอกหลับฝันดีของน้อง ผมก็คงไม่ขับรถกลับบ้านแล้วก็คงไม่ต้องถูกแม่ลากมาที่นี่ตอนนี้
“ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยตาแดนแม่แค่ให้มาส่งไม่ได้จะพาแกไปเชือดนะ” แม่เอ็ดผมที่นั่งทำหน้าบึ้งเพราะนอนไม่อิ่ม
“ก็ผมง่วงนี่ แล้วเพื่อนแม่เมื่อไหร่จะมาครับ”ผมอยากกลับไปนอนต่อแล้วเพราะเตี่ยบอกว่าจะมารับแม่เองให้ผมกลับได้เลยถ้าส่งท่านเรียบร้อยแล้วแต่ผมอยากนั่งรอเป็เพื่อนท่านก่อนไม่อยากให้แม่ผมต้องนั่งรอเพื่อนอยู่คนเดียว
“มาแล้ว เดี๋ยวทักทายแม่ดาก่อนค่อยไป”ท่านยกชาจีนขึ้นดื่มอย่างใจเย็น
“ครับ” ผมฟุบหน้าลงบนโต๊ะเพราะง่วงจริงๆแอร์ในห้องเย็นสบายกำลังดีทำเอาตาของผมจะปิดให้ได้
“มานานแล้วหรอประภา”เสียงของผู้หญิงวัยกลางคนท่านหนึ่งปลุกผมให้ตื่นจากอาการเคลิ้มหลับ ผมขยี้ตามองผู้หญิงวัยเดียวกับแม่ของผมอย่างคุ้นตาท่านดูภูมิฐานคล้ายแม่ของผมมากคงเพราะเป็เพื่อนกันสไตล์การแต่งตัวเลยคล้ายๆ กัน
“ไม่นาน ถึงก่อนแค่สิบนาที นี่ตาแดนทักทายแม่ดาสิลูก”แม่ตีแขนกระตุ้นผมเมื่อเห็นว่าผมยังแสดงอาการงัวเงียอยู่
“สวัสดีครับแม่ดา” ผมยกมือไหว้ท่าน ท่านยิ้มกว้างให้ผมลักยิ้มใต้ตาของท่านดูคุ้นตาผมมากๆ เหมือนรอยยิ้มของน้องไม่มีผิดนี่ผมคิดถึงเธออีกแล้วหรอเนี่ย
“เรียกหม่าม้าก็ได้ลูกลูกชายเพื่อนรักก็เหมือนลูกตัวเองโตขึ้นผิดตาจากที่เห็นเมื่อคราวก่อนมากเลยนะประภาโตเป็หนุ่มแล้วหล่อเหมือนคุณกรณ์สมัยหนุ่มๆ เลยนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”เพื่อนแม่ชมผมอย่างอารมณ์ดี
“เหมือนที่ไหนกันหล่อกว่าคุณกรณ์เยอะเพราะได้ความสวยจากแม่น่ะสิ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”แม่ของผมก็ยังคงหลงตัวเองแบบนี้ตลอดและคงเพราะเป็เพื่อนสนิทถึงได้คุยกันถูกคอขนาดนี้
“นอนไม่อิ่มหรอลูก ลูกสาวหม่าม้าก็บ่นนอนไม่อิ่มเหมือนกันงานเลี้ยงเมื่อคืนจัดดึกขนาดนั้นเลยหรอ” ลูกสาวท่านอย่างนั้นหรอ งานเลี้ยงเมื่อคืนอย่าบอกนะว่าลูกสาวท่านก็อยู่ปีหนึ่งมหาวิทยาลัยเดียวกันน่ะ
“ครับ” ผมตอบความจริงครึ่งเดียวเท่านั้นเฟรชชี่ไนท์น่ะเลิกห้าทุ่ม แต่ผมไปต่อกับเพื่อนถึงตีหนึ่งกว่าไง กว่าจะถึงบ้านก็ตีสองบวกกับเมื่อคืนดื่มไปด้วยอาการก็เลยเป็แบบนี้
“มาๆ นั่งกันก่อน เพื่อนๆคนอื่นยังไม่มาเราก็นั่งกันสองคนรอเพื่อนไปก่อนแล้วกันนะแล้วคุณนัยล่ะวันนี้ไม่ได้มาด้วยหรอกหรือ ทุกทีเห็นมาด้วยตลอดนี่”แม่ผมดึงเพื่อนให้มานั่งลงข้างท่าน
“มาสิ วันนี้พาน้องมาด้วยนะต้องกลับไปทำบุญให้คุณพ่อคุณแม่พรุ่งนี้น่ะ เลยแวะไปรับมา เห็นประภาบ่นๆ อยากเจอ”
“ดีจริง วันนี้ตาแดนก็อยู่ จะได้ทำความรู้จักกันไว้ยังไงก็เรียนที่เดียวกัน”
“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” ผมต้องรีบกลับแล้วแม่วางแผนแนะนำลูกสาวเพื่อนให้ผมรู้จักแน่นอน ไม่น่าล่ะทำไมเมื่อเช้าถึงดึงดันจะให้ผมมาส่งให้ได้คงเพราะอยากให้รู้จักกับลูกเพื่อนนี่เอง
“อย่าเพิ่งไปตาแดน อยู่ทักทายลุงนัยสามีแม่ดาก่อนอ้าวนั่นไง มาพอดีเลย” แม่เหมือนจะรู้ทันความคิดผมอ้างเื่มารยาทให้ผมอยู่ทักทายผู้ใหญ่ซะอย่างนั้น
“ครับ” ผมตอบท่านได้แค่นั้นถึงยังไงก็เถียงไม่ชนะท่านอยู่แล้ว
“สวัสดีค่ะคุณนัย ไม่เจอกันนานเลยนะคะ สบายดีหรือเปล่า”คุณแม่ทักทายสามีของเพื่อนท่านอย่างอารมณ์ดี ท่านคงคุ้นเคยกันมานาน
“สบายดีครับ ประภายังสวยเหมือนเดิมเลยนะแล้วนี่คุณกรณ์ไม่ได้มาด้วยกันหรอ” ท่านพูดคุยกับแม่ผมอย่างคนคุ้นเคยเช่นกันก่อนจะมองมาทางผมอย่างยิ้มแย้มผมจึงยิ้มตอบกลับให้ท่านแล้วก็ใเล็กน้อยที่เห็นผู้หญิงที่เดินตามหลังท่านมาคือน้องผู้หญิงที่ผมเพิ่งจะคิดถึง เธอเองก็ดูใที่เห็นผมเหมือนกัน
“ติดธุระค่ะ เสร็จธุระแล้วจะตามมาตาแดนทักทายลุงนัยสิลูก นั่นหนูน้องใช่หรือเปล่า โตขึ้นมากเลยนะดา สวยน่ารักจริงมาๆ ให้แม่กอดสักที ตอนเล็กๆ ว่าน่ารักเหมือนตุ๊กตาโตขึ้นมากลายเป็สาวสวยน่ารักขนาดนี้เลยนะคะเนี่ย” แม่ผมพูดไม่ผิดเธอน่ารักเหมือนตุ๊กตาจริงๆ โดยเฉพาะลักยิ้มใต้ตาคู่นั้นที่ผมคุ้นเคยเพราะได้เจอแม่ของเธอบ่อยๆ และเธอก็ยิ้มสวยเหมือนแม่ของเธอนั่นเองและตอนนี้เธอก็ยิ้มให้แม่ของผมแบบนั้น
“สวัสดีครับ”ผมไหว้ทักทายลุงนัยสามีเพื่อนแม่หรือก็คือพ่อของน้องนั่นเอง โลกมันจะกลมเกินไปแล้วบัดดี้ผมกลายเป็ลูกสาวเพื่อนสนิทของแม่ซะอย่างนั้น
“สวัสดีค่ะแม่ภา” เธอไหว้ทักทายแม่ของผม แถมยังเรียกท่านว่าแม่อีกต่างหากได้ยินแบบนี้แล้วรู้สึกดีแปลกๆ แม่ผมคงจะชอบเธอมากท่านกอดเธอใหญ่เลยคงเพราะแม่อยากมีลูกสาวมานาน ท่านก็เลยเอ็นดูน้องเป็พิเศษ
“ทำความรู้จักกันไว้สิลูกยังไงก็เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน” แม่คงเริ่มดำเนินการจับคู่ให้เราแล้ว
รู้จักกันแล้วครับ” ผมตอบท่าน
“รู้จักกันหรอ” แม่ๆ ของเราพูดขึ้นพร้อมกันอย่างสงสัยพ่อของน้องก็แสดงสีหน้าไม่ต่างกัน
“เราเป็บัดดี้กันค่ะ”น้องไขข้อสงสัยในใจของผู้ใหญ่ทั้งสามคน
“บัดดี้ ยังไงกันลูก” แม่ผมถามอย่างสงสัย
“ป๊าว่านั่งกันก่อนดีกว่านะ ค่อยคุยกัน” พ่อของน้องพูดกับพวกเราบอกให้นั่งลงแล้วค่อยอธิบายให้พวกท่านทราบ
“บัดดี้ คือ น้องจะอธิบายยังไงดีนะ เป็การจับคู่หูค่ะแบบว่าจับคู่ทำกิจกรรมของทางมหาวิทยาลัยร่วมกันค่ะ เป็กิจกรรมหนึ่งของการรับน้องบางคนก็ได้บัดดี้เป็เพื่อนผู้หญิง หรือเพื่อนผู้ชายเหมือนกัน แต่พอดีน้องกับแดนได้เป็บัดดี้คู่ชายหญิงค่ะเพื่อนๆ น้องหลายคนก็คู่ชายหญิงนะคะ เพราะแบบนี้เราก็เลยรู้จักกันน่ะค่ะ”เธอรีบอธิบายยาวเหยียดไม่ให้โอกาสผู้ใหญ่ได้ถามเลยสักนิด
“ครับ ก็เป็แบบที่น้องว่า เราก็เลยรู้จักกันครับ”ผมพูดเสริมนิดหน่อยเมื่อแม่ผมมองมาอย่างจับผิด
“ก็ดีแล้ว ลูกๆ จะได้เป็เพื่อนกันรู้จักกันเอาไว้ยังไงป๊าก็ฝากแดนดูน้องหน่อยนะมีปัญหาเื่เรียนเื่การใช้ชีวิตที่มหาลัยก็บอกป๊าได้”ท่านฝากฝังลูกสาวท่านไว้กับผมอย่างอารมณ์ดี
“ครับ” ผมไม่แปลกใจที่เธอจะอารมณ์ดีตลอดเวลาที่ผมพบเธอเพราะพ่อแม่เธออารมณ์ดีและมองโลกในแง่ดีแบบนี้นี่เองและอีกอย่างท่านคงวางใจผมเพราะคิดว่าเป็ลูกเพื่อนสนิทด้วย
“ป่าป๊า ไปเที่ยวกันค่ะให้หม่าม้าคุยกับแม่ภาตามประสาสาวๆ นะคะ เราไปกันดีกว่าน้องขอตัวป่าป๊าไปกับน้องก่อนนะคะ พวกคุณแม่คุยกันให้สนุกเสร็จแล้วค่อยโทรบอกน้องนะคะ” เธอจะไปแล้วอย่างนั้นหรอ
“ให้ป่าป๊าของหนูอยู่คุยกับแม่ๆ ดีกว่าลูกหนูกับตาแดนไปเที่ยวแถวนี้กันก่อน เสร็จแล้วเดี๋ยวแม่โทรบอกนะ อีกเดี๋ยวเพื่อนๆคนอื่นก็มา เดี๋ยวคุณกรณ์ก็มาแล้วค่ะ คุณนัยมีเพื่อนคุยแน่นอนไม่ต้องห่วง”ตอนแรกท่านก็คุยกับพวกเราอยู่หรอก แต่ท้ายประโยคกลับรั้งพ่อของน้องไว้ให้คอยเจอกับเตี่ยผมซะอย่างนั้นแม่มีแผนแน่ๆ มีหรือที่ลูกชายอย่างผมจะไม่ทันเกมท่าน
“แต่ว่าป่าป๊าสัญญากับน้องแล้วนี่คะว่าจะไปเที่ยวกันสองคนน้องว่าจะพาป่าป๊าไปดูหนังเข้าใหม่รอหม่าม้าด้วย” เธออ้อนพ่อได้น่ารักมากๆ ผมดูๆท่านก็คงจะใจอ่อนกับลูกสาวน่าดูแม่ของผมยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เอ็นดูเธอจนออกนอกหน้าเลยทีเดียว
“ให้ป่าป๊าอยู่คุยกับแม่ๆ ที่นี่แหละเดี๋ยวจะมีเพื่อนๆตามมาอีกหลายคน น้องก็ไปเที่ยวกับแดนแทนป่าป๊าแล้วกันวัยรุ่นเที่ยวด้วยกันคงสนุกกว่าไปกับผู้ใหญ่” แม่ของน้องช่วยพูดเสริมแม่ของผมหรือว่าท่านทั้งคู่คิดจะจับคู่ให้เราจริงๆ พ่อเธอรู้เื่นี้ด้วยหรือเปล่านะผมมองหน้าท่านแต่ท่านไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรให้ผมรู้ได้เลยว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่