ตอนที่ 21 แอบเข้าศูนย์บัญชาการและเื่ราวของไทเลอร์
อาศัยขนาดตัวที่เล็กหลบเลี่ยงสายตาวิ่งไปตามทางก่อนจะหลบที่ใต้ท้องของรถคันหนึ่งที่วิ่งเข้าไปในศูนย์บัญชาการ
รถที่มีใช้กันอยู่ทุกวันนี้มาจากรถของทหารเท่านั้นและเป็ทหารในระดับหัวหน้าหน่วยขึ้นไปที่ใช้ได้ เพราะทรัพยากรเชื้อเพลิงถูกคุมเข้มงวดไม่ต่างจากอาหารในบางกรณีมันคุมเข้มยิ่งกว่า
แมวน้อยวิ่งให้ทันจังหวะความเร็วของรถโชคดีที่รถไม่ได้ใช้ความเร็วมากนัก จึงเป็เกราะกำบังสายตาให้กับแมวน้อยได้เป็อย่างดี
แต่แล้วรถก็หยุดอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าศูนย์บัญชาการก่อนจะมีไม้ติดกระจกส่องใต้ท้องรถยื่นเข้ามาพร้อมกับสุนัขด่มกลิ่น ไม้ติดกระจกส่องใต้ท้องรถแมวน้อยไม่กลัวแต่สุนัขนั้นเป็ปัญหาจริง ๆ พวกนี้เป็สุนัขที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี
ตอนนี้แมวน้อยจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมสุนัขสามตัวนั้นถึงขี้ขลาดไม่กล้าแอบเข้าไปเพราะมีเ้าถิ่นอยู่นี่เอง
“โฮ่ง ๆ ๆ” สุนัขทหารตัวนั้นเห่าไปที่ใต้ท้องรถดึงดูดความสนใจทหารยามที่กำลังตรวจสอบแต่พอก้มไปมองใต้ท้องรถกลับพบว่าไม่มีอะไร สุนัขทหารตัวนั้นพยายามวิ่งเข้าไปด้านในแต่ก็โดนปลอกคอรั้งไว้
“มีอะไรหรือเปล่าทหาร”
“เปล่าครับท่าน เชิญเข้าด้านในได้เลยครับ”ทหารที่ตรวจสอบกล่าวก่อนจะส่งสัญญาณให้คนเปิดประตูเข้าไปด้านใน
แมวน้อยตอนนี้วิ่งไปทางหน้ารถและแอบมุดใต้ประตูรั้วเหล็กเข้าไปก่อนแล้ว
เขาวิ่งเข้าไปหลบที่พุ่มไม้มองไปรอบตัวก็ใไม่น้อยปรากฏว่าศูนย์บัญชาการของพวกเฟอร์แมนค่อนข้างใหญ่โตและประกอบไปด้วยอาคารถึง 4หลังด้วยกันและแมวน้อยเห็นไกล ๆ ว่าด้านหลังสุดยังมีโกดังอีกหลายสิบแห่ง พร้อมด้วยลานจอดเฮลิคอปเตอร์แม้แต่รถถังและรถหุ้มเกาะก็มี
ถ้าให้แมวน้อยนิยามที่นี่ คงเป็ค่ายทหารเต็มรูปแบบ
แต่เขาก็ไม่ได้จะเข้าไปโกดังด้านหลังนั้นอยู่แล้ว เป็อาคารด้านหน้าต่างหาก แมวน้อยรู้สึกได้ว่าคาร่าน่าจะอยู่ไม่ไกลพอเข้าใกล้ก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ
แมวน้อยใช้วิธีเดิมแอบเข้าไปที่อาคารแต่ตรงนี้เริ่มยากขึ้นมาแล้ว ดังนั้นเขาจึงลัดเลาะไปเข้าทางด้านหลัง ที่นี่เป็สำนักงานทุกห้องมีคนใช้งานและก็เป็ไปไม่ได้ที่จะป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
กระทั้งแมวน้อยไปเจอกับห้องจัดเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดที่เปิดประตูทิ้งไว้ภารโรงแก่ ๆ คนหนึ่งที่พึ่งทำความสะอาดเสร็จกำลังเอาผ้าถูพื้นและถังน้ำมาล้าง แมวน้อยจึงแอบเข้าไปในจังหวะที่เขาหันหลังพอดี
เข้าไปแล้วก็กำลังจะแง้มประตูออกไปแต่กลับเห็นว่ามีทหารสองนายเปิดประตูเข้ามาก่อน ทำให้แมวน้อยต้องรีบหลบใต้ชั้นวางของทันที
“เฮ้ ได้ยินหรือเปล่าว่าผู้บัญชาการเจอหลานชายแล้ว”
“ได้ยินแต่ผู้บัญชาการมีหลานชายตอนไหน ไม่ใช่ว่าเื่ในตอนนั้นที่ลูกชายผู้บัญชาการกับดอกเตอร์สติเพี้ยนคนหนึ่งรวมมือกัน...”
“ไอ้บ้าจะพูดทำไม เื่นี้มีคำสั่งห้ามพูดถึงมานานแล้วแต่ก็เื่นั้นแหละน่าจะเกี่ยวกัน เห็นว่าวันนี้ถูกพามาตรวจสอบร่างกายอีกแล้วน่าจะเข้ามาเมื่อกี้นี้เอง”
“ไม่มีอารมณ์ดูดบุหรี่แล้วว่ะ ไปประจำตำแหน่งเถอะถ้าผู้บัญชาการเห็นเข้าจะแย่เอา”
“ใครจะมาเห็นมีเวลาดูดก่อนสักสองสามนาที เอ้า ลุงเอาสักตัวไหม”
ทหารสองคนพูดคุยกันอย่างสนุกก่อนจะยื่นบุหรี่ให้กับภารโรงซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ปฏิเสธ เพราะว่าบุหรี่เป็ของหายาก
ทั้งสามไม่ทันสังเกตุเห็นเลยว่าประตูถูกแง้มเปิดเล็กน้อยก่อนจะปิดลง
แมวน้อยที่แอบเข้ามาก็ไม่คิดว่าจะได้เจอกับเบาะแสพอดี
“ไทเลอร์เป็หลานของผู้บัญชาการเฟอร์แมนของเมืองแคปปิตอลลูกชายทดลองกับนักวิทยาศาสตร์ แล้วอดาลินอย่าบอกนะว่าเป็ภรรยาของลูกผู้บัญาการ เมื่อหลายปีก่อนเกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่”
แมวน้อยมึนงงไปหมด แต่จากที่ฟังแล้วไทเลอร์ก็ยังมีชีวิตอยู่เพียงแต่ว่าเขาอาจจะต้องไปเห็นด้วยตาตัวเอง เพราะระบบยังไม่ขึ้นยืนยันภารกิจว่าสำเร็จแล้ว
แมวน้อยวิ่งไปตามทางเดินแต่ก็ค่อนข้างที่จะโดดเด่นจนเขาเกือบจะถูกจับได้ โชคดีที่เขาแอบะโลงไปในรถเข็นเอกสารของคนส่งเอกสารคนหนึ่ง
โลกที่ขาดอินเตอร์เน็ตค่อนข้างวุ่นวายในกองทัพเองก็ด้วยทำให้การส่งเอกสารกลับมาใช้งานกันมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีระบบเครือข่ายภายในแมวน้อยเห็นหลายคนยังมีคอมพิวเตอร์ใช้งานอยู่
รถส่งเอกสารไปทุกชั้นจริง ๆ ทำให้แมวน้อยได้เห็นหลายๆ ห้อง กองทัพพวกนี้ก็ยังนับว่าเป็กองทัพอยู่ มีทั้งการบันทึกข้อมูลของสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งขึ้นการสำรวจตรวจสอบและจัดทำแผนที่ใหม่ สิ่งที่สำคัญสุด ๆ เลย นั่นคือตำแหน่งของฝูงซอมบี้ต่างๆ
แมวน้อยมุดตัวลงไปในห้องเอกสารในรถเข็นก่อนจะเห็นหนึ่งในเอกสารรายงานของหมู่บ้านโมเจนกับฝูงซอมบี้ประมาณสามถึงสี่ร้อยตัวที่หลุดออกมาแถวนั้น
แมวน้อยเห็นชื่อนี้ก็จดจำได้ เพราะถูกบันทึกไว้ในไดอารี่ของแมรี่หมู่บ้านโมเจนคือที่ที่เขาและไทเลอร์เคยอยู่กัน ซอมบี้หลายร้อยตัวนั้นก็น่าจะมาจากหลุมยุบ
แมวน้อยไม่รู้ว่าพวกมันออกมาได้ยังไงแต่ถ้าอย่างนั้นแมรี่หนีออกมาพ้นหรือเปล่า
แมวน้อยถอนหายใจเบา ๆเพราะดูแล้วน่าจะโชคร้ายมากกว่าโชคดี
ในที่สุดรถเข็นเอกสารก็มาถึงชั้นที่ไทเลอร์เข้าไปตรวจร่างกายแมวน้อยแอบะโลงมาและวิ่งไปตามทางเดิน
“เอ๊ะ มีแมวที่นี่ด้วยเหรอ” ตอนนั้นเองก็มีเ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินออกจากห้องมาเจอกับแมวน้อยพอดี
“แย่ล่ะสิ” แมวน้อยเองก็ใเช่นกันเพราะไม่คิดว่าจะถูกเจอเข้า ทางเดินมันแทบไม่มีที่ให้หลบ ต่อให้ใช้ทักษะปกปิดตัวตนแต่ก็เป็การปกปิดตัวตนไม่ให้ถูกััถึงได้ง่าย ๆ ไม่ใช่กับการมองเห็นตรง ๆแบบนี้
แมวน้อยมองซ้ายขวาก็ตัดสินใจวิ่งไปที่ช่องระบายอากาศใช้เล็บดึงตะแกรงออกมาและมุดเข้าไปในทันที
“เฮ้ย!” เ้าหน้าที่คนนั้นใรีบวิ่งเข้าไปหมายจะดึงแมวน้อยออกมา แต่แมวน้อยก็วิ่งไปไกลแล้วแถมช่องก็เล็กเกินไป ทำให้อีกฝ่ายมุดตามเข้ามาไม่ได้
เ้าหน้าที่รีบไปแจ้งทหารที่เดินอยู่ว่ามีแมวหลุดเข้ามาจึงเกิดความวุ่นวายเล็กน้อยขึ้นมา
แมวน้อยไม่ได้สนใจความวุ่นวายนั้นและคลานต่อไปกระทั่งเขาขึ้นไปอยู่ที่ช่องระบายอากาศ้าเพดาน
“รู้แบบนี้เข้ามาทางนี้ดีกว่าเหมี้ยว”ช่องระบายอากาศนี้เหมาะกับแมวน้อยมาก แมวน้อยสามารถไปไหนมาไหนโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกพบ
เขาลองเดินไปดูก็เห็นว่าช่องระบายอากาศมันเชื่อมต่อกับทุกๆ ห้อง
แมวน้อยจึงใช้โอกาสนี้ตามหาไปทีละห้องและในที่สุดเขาก็เห็นไทเลอร์ที่กำลังถูกตรวจร่างกายโดยหมอวัยกลางคนและมีผู้ช่วยอีกคน
[ติ้ง!โฮสต์ทำภารกิจระบบ : ตามหาว่าไทเลอร์ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ได้สำเร็จ! โฮสต์ได้รับรางวัลภารกิจ แต้มพลังงานแมว 10 ค่าประสบการณ์ 500]
ในที่สุดการแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น
“มาสักทีเหมี้ยว”แมวน้อยยิ้มอย่างพอใจ
เขารอสักพักจนไทเลอร์อยู่ตามลำพังจึงแอบออกไปทางช่องลมเพื่อลงไปหาไทเลอร์
“เหมี้ยว ๆ”แมวน้อยร้องเรียกไทเลอร์ที่กำลังทำหน้าเศร้าอยู่
“ซีซ่าร์”ไทเลอร์เห็นแมวน้อยก็ดีใจสุด ๆ รีบเข้าไปกอดในทันที
“หึ เด็กนี่ยังรู้จักคิดถึงฉันไม่เสียแรงที่ช่วยวันนั้น” แมวน้อยยิ้มอย่างภูมิใจ
ถึงไทเลอร์จะเป็ไลแคน แต่ไม่ว่ายังไงก็ยังเป็เพื่อนคนแรกของเขาจะปล่อยให้เศร้าแบบนี้ก็คงไม่ได้
ไทเลอร์ปล่อยแมวน้อยลงก่อนจะรีบสอบถาม“นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง หรือว่าย่าแมรี่ยังไม่ตาย พวกนั้นบอกว่าย่าแมรี่ตายแล้วฉันไม่รู้ว่าจริงไหม...”
ไทเลอร์เหมือนจะมีเื่ให้พูดเยอะแยะเลยแมวน้อยก็ฟังอย่างตั้งใจ ซึ่งช่วยให้เขาเข้าใจมากขึ้นว่าตกลงแล้วเื่มันเป็มายังไงกันแน่
เื่ที่ไทเลอร์มีปู่นั่นคือเื่จริงและเป็ปู่ไทเลอร์นี่เองที่ส่งทหารหน่วยหนึ่งไปช่วยไทเลอร์ เพราะได้รับเบาะแสจากสายลับมา
ซึ่งใน่แรกของการแพร่ระบาด่ที่เฟอร์แมนยังเป็กองทัพขึ้นตรงต่อรัฐบาลนั้น เฟอร์แมนมีอยู่หลายฝ่าย การทดลองไลแคนก็เป็หนึ่งในงานที่ถูกสั่งปิดไปแล้วตอนนั้นฝ่ายที่สั่งปิด้าลบทุกอย่างในการทดลองออกไป จึงเกิดการไล่ล่าขึ้นมาปู่ของไทเลอร์ตอนนั้นยังไม่ได้ขึ้นมาครองอำนาจในเมือง สุดท้ายก็ปกป้องแม่ของไทเลอร์ไม่ได้
ซ้ำยังสูญเสียลูกชายเพียงคนเดียวไปต่อมาพอได้รู้ว่ามีเด็กที่เกิดจากลูกชาย จึงได้พยายามตามหา แต่ไม่พบจนกระทั้งได้รับเบาะแสเมื่อเร็วๆ นี้
ตอนนี้ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปแล้ว แม้ในแคปปิตอลจะมีฝ่ายต่างๆ อยู่ แต่ปู่ของไทเลอร์ก็ขึ้นเป็ผู้บัญชาการแล้ว ย่อมมากพอจะปกป้องไทเลอร์และกดดันฝ่ายที่เหลือได้
คำบอกเล่าที่ไทเลอร์เล่าออกมานั้นเป็คำพูดที่ปู่ของไทเลอร์บอก แมวน้อยเอามาประติดประต่อกับข้อมูลอื่น ๆ ซึ่งเขาได้มาระหว่างแอบอยู่ในรถเข็นเอกสาร
แต่มากกว่านี้ก็ไม่รู้แล้ว
“ไทเลอร์ เดี๋ยวหมอขอเก็บตัวอย่างเล็กน้อยก็จะเสร็จแล้ว”ตอนนั้นเองหมอก็เข้ามาด้านใน ไทเลอร์เงยหน้ามอง ก่อนจะก้มไปมองแมวน้อยแต่พบว่าอีกฝ่ายหายไปแล้ว
ตอนนั้นหางตาของไทเลอร์ก็เห็นแมวน้อยแอบไปที่มุมของประตูโบกมือและก็รีบวิ่งออกไป
“แมวน้อย”ไทเลอร์อยากจะรั้งอีกฝ่ายไว้ แต่ก็หยุดลง เพราะกลัวว่าถ้ามีคนเห็นจะทำร้ายแมวน้อย
ไทเลอร์ไม่ใช่ไร้เดียงสาเหมือนก่อนอีกแล้วตอนนี้เขาผ่านสถานการณ์เป็ตายมาแล้ว ถ้าในยึดตามคำบอกเล่าของพวกหมอ ไทเลอร์นั้นมีร่างกายที่โตอย่างรวดเร็วน่าจะเป็เพราะการกลายร่างเป็ไลแคนหมายถึงการเปลี่ยนผ่านจากเด็กเป็ผู้ใหญ่ความคิดของไทเลอร์จึงเติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน