ตอนที่ 22 : พันธะ(ของเด็กสาว) และ สัญญา(ของเด็กหนุ่ม)
〝ทาส... งั้นเหรอ?〞
เดี๋ยวก่อนสิเฮ้ย!!
ถ้าฉันเข้าใจไม่ผิดหล่ะก็....
ความเข้าใจของฉันตามที่เรียนมาในวิชาประวัติศาสตร์... ความหมายของคำๆนี้ก็คงประมาณว่า เป็พวกคนที่ถูกผู้เป็นายกดขี่ ข่มเหงอย่างไร้ความเป็ธรรม....
ถูกใช้งานอย่างหนักโดยไม่ให้พักผ่อน แบบเดียวกับสัตว์แรงงาน ทั้งยังไม่ได้รับผลตอบแทน แล้วยังถูกเลือกปฏิบัติราวกับไม่ใช่มนุษย์ เป็เพียงแค่สิ่งของเพื่อใช้งานจนตายเท่านั้น....
ที่โลกนี้ ก็มีของแบบนี้ด้วยงั้นเหรอ?
...แต่จะว่าไปแล้ว ั้แ่มาที่โลกนี้ เราก็อยู่แต่ในที่ปลอดภัยกับในปราสาทมาตลอดเลยนี่นา ยกเว้นในดันเจี้ยนบ้าๆนี่หล่ะนะ...
แถวเขตชายแดนหรือห่างจากตัวเมืองหลวงก็คงจะมีสินะ ไอ้พวกประมาณว่า พวกเขตสลัม... การค้ามนุษย์หรือการค้าของเถื่อน...
แต่เอาเถอะ... ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนหรือที่โลกไหน ก็ต้องมีเื่แบบนั้นอยู่แล้ว...
ก็ความ้าของมนุษย์มันไม่มีที่สิ้นสุดนี่นา ความสงบสุขไม่มีทางอยู่คู่กับกิเลสของมนุษย์... ไม่สิ...กับสิ่งมีชีวิตที่มีจิตใจอยู่แล้ว...
〝ฮึก...〞
〝........〞
หลังจากที่กรรู้ความจริงของ『ตราทาส』จากปากของเคลเบรอส ทำให้เขาครุ่นคิดเล็กน้อย แต่เพราะเสียงสะอื้นของมีอาที่ยังคงร้องไห้มาตลอดยังไม่จบลง เลยทำให้กรดึงสติกลับมายังความเป็จริงอีกครั้ง
แต่จะว่าไปแล้ว... ตัวเราที่เกิดมาในยุคสมัยที่สงบสุขเนี่ยโชคดีจริงๆแฮะ อย่างน้อยก็มากกว่าสมัยก่อนหล่ะนะ....
แตกต่างจากมีอา.... ทั้งที่เธอก็อายุเท่ากับเราแท้ๆ แต่ประสบการณ์และความหนักหน่วงของชีวิตคงแตกต่างกันอย่างลิบลับแบบเทียบไม่ติดแน่นอน...
...เพราะงั้นตัวเราคงไม่เข้าใจความรู้สึกขมขื่นแบบนั้นของมีอาหรอก....
แต่ถึงจะไม่เข้าใจ ก็มีเื่ที่ฉันควรทำอยู่แล้วนี่น๊ะ....
〝เธอ.... นั่งพักไปก่อนก็แล้วกัน... เดี๋ยวฉันจะไปเก็บไอเทม....〞
〝ฮึก... อื้ม….〞
และพอมีอาตอบกรด้วยเสียงสั่นๆ เพราะยังคงสะอื้นอยู่ไม่หาย กรก็ประคองมีอาที่ยังนั่งพับเพียบร้องไห้อยู่แบบนั้นซักครู่เพื่อให้เธอนั่งด้วยตัวเองได้ ก่อนที่จะผละตัวออกมา แล้วเดินออกไปจากตัวมีอาเพื่อให้เธอครุ่นคิดและปรับอารมณ์อยู่คนเดียวเพียงลำพัง....
❖❖❖❖❖
〝ดีขึ้นรึยัง?〞
〝อา.... ขอโทษด้วยนะ ฉันไม่เป็ไรแล้ว〞
แล้วหลังจากที่กรใช้เวลามากกว่า 10 นาทีในการตรวจสอบดรอปไอเทม แน่นอนว่านั่นเป็เพียงข้ออ้างของกรเพื่อให้มีอาปรับอารมณ์ตัวเองเท่านั้น และดูเหมือนสิ่งที่กรทำนั้นจะเป็คำตอบที่ถูกแล้ว นั่นเพราะพอกรเดินเข้าไปถามอาการมีอาหลังจากนั้น เธอก็ตอบกลับกรด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเช่นเคย แต่ถึงแบบนั้นใบหน้าของเธอก็ยังคงดูอมทุกข์ไม่เปลี่ยนแปลง
〝อืม..... ถ้างั้น——〞
〝ขะ...ขอร้องหล่ะ! ได้โปรดเถอะ….อย่าทิ้งฉันเลยนะ!!!〞
〝!?〞
และถึงแม้เธอจะเลิกร้องไห้และกลับมาพูดกับกรด้วยน้ำเสียงปกติแล้ว แต่พอกรเริ่มที่จะพูดอะไรบางอย่าง มีอาก็ดันะโขัดจังหวะกรขึ้นทั้งที่ยังนั่งพับเพียบอยู่ เหมือนกับ่แรกๆที่เธอยังไล่ตามกรไม่มีผิด นั่นเลยทำให้กรตกตะลึงปนมึนงงเล็กน้อย เพราะไม่เข้าใจการกระทำของมีอา
〝หมายความ... ว่ายังไง?〞
〖เ้าหนู.... สำหรับเ้าแล้ว คำว่า『ทาส』คือตัวตนแบบไหนงั้นเหรอ?〗
〝เอ๋? เอ่อ ก็.... ต้องทำตามคำสั่งเ้านาย… ถูกใช้แรงงานโดยที่บ่นไม่ได้.... ถูกแบ่งชนชั้นและกีดกันอย่างไม่เป็ธรรม... ประมาณนี้ละมั้ง〞
แต่กรที่ถามมีอาเพื่อหวังคำตอบจากเธอ เคลเบรอสก็กลับเป็ฝ่ายถามกรกลับแทนเหมือนกับครั้งที่แล้วซะอย่างงั้น กรเองก็ไม่ได้ใจแคบ รวมทั้งอยากจะรู้ว่าโลกแห่งนี้จัดลำดับชนชั้นยังไงก็เลยตอบเคลเบรอสไปแบบนั้น แต่กรกลับได้คำตอบที่น่าใกลับมาแทน...
〖อืม... คร่าวๆก็คงแบบนั้น เพียงแต่ที่เ้าเข้าใจมันดูน้อยไปหน่อย.... ความหมายของทาสที่คนทั่วไปนิยามกันหน่ะ คือ .....พวกที่ชั้นต่ำยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน ต่างหาก!〗
〝!!!?〞
แล้วกรที่ได้ยินคำตอบก็ตะลึงไปชั่วขณะ แต่มีอาที่นั่งอยู่ข้างหน้าของกรที่ได้ยินเหมือนกันก็ถึงกับไหล่กระตุกอย่างแรงเพราะถูกเคลเบรอสตอกย้ำสถานะอันแสนต่ำต้อยของตัวเองยังไงอย่างงั้น
ต่ำกว่าสัตว์อีกงั้นเหรอ?
นี่พูดเกินจริงไปรึเปล่า... ไม่สิ...นี่ไม่ใช่เวลามาพูดเปรียบเทียบไร้สาระซักหน่อย...
แต่ว่า.... ที่โลกเดิม... ถึงทาสที่ว่า จะถูกใช้แรงงานเหมือนสัตว์จริงๆก็เถอะ….
แล้วถึงจะลงโทษหรือเฆี่ยนตีทาสได้ตามใจชอบ... แต่ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะมีกฎ ห้ามกระทำการใดกับทาสจนถึงแก่ความตายหรืออะไรเทือกๆนั้นอยู่นี่นา
แต่ถ้าต่ำกว่านั้นหล่ะก็...
งั้นก็หมายความว่า.... สามารถฆ่าแกงกันได้ตามใจเลยนะสิ... นั่นมันพอๆกับผักปลาเลยนี่หว่า!
〖แล้วก็นะคุณหนู... ข้าขอโทษไว้ล่วงหน้าเลยก็แล้วกัน! เ้าหนู...ฟังแล้วอย่าใเชียวหล่ะ!〗
〝ยังมีที่น่าใกว่านี้อีกเหรอ?〞
〖อา... นั่นเพราะ ตราทาส ของคุณหนูคนนี้หน่ะ มันไม่ใช่ของธรรมดาเลยหน่ะสิ....〗
〝หืม... แล้วมันคือ ?〞
แล้วกรที่ยังตกตะลึงกับการถูกแบ่งชนชั้นของทาสในโลกนี้ยังไม่หาย ก็ต้องตกตะลึงมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อเคลเบรอสคิดจะบอกความจริงอีกข้อแก่กร และเพราะมีอาอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถตอบคำถามหรือพูดคุยกับกรได้ ทั้งยังนั่งตัวสั่นเพราะถูกความหวาดกลัวเข้าครอบงำจนพูดห้ามเคลเบรอสไม่ออกแม้จะพยายามอ้าปากและเค้นเสียงออกมาแล้วก็ตาม เคลเบรอสจึงขอโทษมีอาครั้งนึง ก่อนที่จะบอกความจริงที่น่าใยิ่งกว่ากับกรอีกครั้ง เห็นได้ชัดเลยว่าเคลเบรอสให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์แบบนายบ่าวมากกว่ากับมีอา มันจึงเลือกที่จะเตือนกรแทนที่จะรักษาน้ำใจกับมีอา แต่ที่จริง... นั่นเป็เพราะเคลเบรอสเชื่อใจกรที่จะไม่เปลี่ยนท่าทีเมื่อรู้ความจริงต่างหาก
〖มันเป็ตราเวทย์แบบพิเศษที่ตราไว้สำหรับฏของศาสนจักร.... 『ตราทาสพันธะนอกรีต』 นั่นแหล่ะ... คือชื่อของมัน〗
〝!!!?〞
แล้วกรที่ได้ยินคำตอบของเคลเบรอส ก็ใมากยิ่งขึ้นไปอีกตามระเบียบ เพียงแต่กรไม่ได้แสดงความกังวลนั้นออกมาทางสีหน้าเลยซักนิดเดียว แต่ภายในใจของเขาตอนนี้กลับมีแต่เื่ที่มีอาเป็ทาสหมุนวนอยู่เต็มไปหมด
ฏ..... งั้นเหรอ?
ไม่สิ... เมื่อกี้เ้าหมามันพูดถึงเื่ของศาสนจักรด้วย คงเป็ประเภทว่า... เป็พวกกลุ่มสาวกที่ต้องเชื่อฟังคำสั่งของศาสดา.... ประมาณพวกทูต์หรืออะไรทำนองนั้นในโลกที่แสนแฟนตาซีนี้ละมั้งนะ...
แล้วรับคำสอนหรือคำสั่งมา เพื่อใช้ลงโทษคนที่ทำผิดบทบัญญัติอีกต่อนึง คร่าวๆก็คงประมาณนี้... ส่วนถ้าถามว่าฉันมโนเป็ฉากๆแบบนี้ได้ยังไงนะเหรอ.... ก็ตอบได้เลยว่า...
.
.
.....ก็เื่แบบนี้มันมีออกบ่อยไปนี่นา... ในอนิเมะกับเกมหน่ะ...
ที่โลกนี้เองก็มีหล่ะสินะ
แต่ก็อย่างว่าแหล่ะนะ... ไม่ว่าโลกไหน ก็ต้องมีอยู่แล้ว...
เพราะมนุษย์เป็สิ่งมีชีวิตที่แสนอ่อนแอนี่นา... มันก็ต้องมีกันบ้างหล่ะนะ... ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจหน่ะ...
〝คะ คุณหมา... ทำไม...〞
〝.........〞
ขณะที่กรกำลังคิดถึงเหตุผลต่างๆนานาอยู่ในหัว มีอาที่ตกตะลึงยิ่งกว่ากร ก็เพิ่งเปล่งเสียงออกมาได้ แต่ก็ทำได้แค่พูดออกมาเบาๆด้วยเสียงสั่นๆอีกครั้งเท่านั้น เป็เชิงถามกับเคลเบรอสว่า ทำไมถึงบอกเื่นี้กับกรด้วย ยังไงอย่างงั้น
แต่กรที่ได้ยินแบบนั้น แม้จะเริ่มมีความคิดสงสารมีอาขึ้นมาเล็กน้อย แต่ความคิดของเขาก็ยังคงเยือกเย็นอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง เลยทำให้เสียงของมีอาที่พูดเบาๆออกมาแบบนั้น ส่งผ่านสติของกรออกไปภายนอกเพราะมัวแต่ใช้สมาธิในการหาเหตุผลของคำตอบที่เคลเบรอสบอกเขามา เป็ดั่งสำนวนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวายังไงอย่างงั้นเลย
อืม.... จากที่เ้าหมาบอกมาก็พอจะเข้าใจแล้วหล่ะ... ว่าโลกนี้ คำว่า『ทาส』มันหนักหนาสาหัสขนาดไหน... แค่เป็ทาสธรรมดาก็คิดว่าน่าสงสารแย่แล้วแท้ๆ
...แต่ถ้าถึงกับถูกตีตราว่าเป็ฏของศาสนาด้วยเนี่ย คงหนักหนากว่ากันเป็สิบ ไม่สิ...ร้อยเท่าเลยหล่ะมั้งนะ
พอนึกภาพที่มีอา ถูกประชาชนที่เป็สาวกโห่ไล่ออกเลยหล่ะ...
เพราะงั้นในสังคมปกติของโลกนี้ สถานภาพของมีอาคงจะ... อยู่ในชนชั้นที่ต่ำต้อยจนน่าใจหายเลยหล่ะ...
พอเข้าใจเลย... ว่าทำไมเธอถึงต้องขอร้องเราขนาดนั้นพอถูกเปิดเผยความจริง...
อืม... ก็ถ้าเป็ตัวเราคนก่อน ที่เติบโตขึ้นมาตามค่านิยมของสังคมที่ยึดถือความยุติธรรม และความเท่าเทียมในการดำเนินชีวิตฟังแบบนี้เข้าไป คงรู้สึกเศร้าสลดจับจิตเพราะสงสารมีอาแหงๆ...
เพียงแต่... ตัวเราในตอนนี้ ไม่ใช่แบบนั้น....
ตัวฉันในตอนนี้รู้ซึ้งถึงแก่นแล้วว่า ความยุติธรรมจะสถิตอยู่กับผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น ไม่ใช่เพราะกฎหรือข้อบังคับใดๆ....
....เพราะไม่ว่าจะเป็ตัวบทกฎหมาย หรือบรรทัดฐานของแต่ละสังคม มันก็เป็แค่ข้อกำหนดไร้สาระของพวกคนที่เกิดมาก่อนใช้เป็เป็ข้ออ้างในการสร้างผลประโยชน์และความปลอดภัยให้กับตัวเองเท่านั้นแหล่ะ.…
เพราะงั้น... เื่ความเท่าเทียมสำหรับฉัน มันก็เป็แค่เื่ไร้สาระเท่านั้นเอง
ส่วนไอ้เื่รู้สึกสงสาร มันก็สงสารอยู่หรอก...
แต่ถ้ามัวเงียบกันอยู่แบบนี้ ก็คงไม่มีอะไรคืบหน้า.... เพราะงั้นคงต้องทำใจั์กันซักหน่อยแล้วหล่ะนะ...
ไม่สิ... หรือว่าฉัน จะลองใช้ไม้อ่อนดูก่อนดีไหมนะ....
.
.
〝หืม... เป็งั้นเองหรอกเหรอ? ถ้างั้น... ปกติแล้ว ก็คงไม่มีใครคิดที่จะปฏิบัติกับทาสเหมือนเป็คนหล่ะสินะ... แถมยังเป็ฏอีก...เลวร้ายสุดๆไปเลยนะเนี่ย! เพราะงั้น... ถ้าเกิดฉันคิดจะ『ฆ่า』เธอขึ้นมาเนี่ย ไม่ว่าใครก็คงไม่คิดว่าเป็เื่แปลกเลยสินะ…〞
〝!!!!!!!!!〞
ต่อหน้าคำพูดอันโหดร้ายและน้ำเสียงที่เ็าของกร เพราะคิดว่าถ้าเกิดกรคิดจะฆ่าเธอขึ้นมาจริงๆคงทำได้สบายๆแน่นอนจากความแข็งแกร่งที่เธอเห็นนั่น ประกอบกับกรที่ยื่นมือขวาเข้ามาใกล้ตัวเธออย่างช้าๆราวกับจะทำอย่างที่พูด มีอาที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่จึงทำได้เพียงแค่ตกตะลึงกับสถานการณ์ที่ว่าและหลับตาปี๋ลง เพราะความหวาดกลัวต่อความตายที่อาจจะเกิดขึ้นเท่านั้น เพียงแต่ว่า...
หมับ!
〝!!!!!!!!!〞
มือของกรที่ยื่นเข้าไปทางมีอาก็ไม่ได้ทำอันตรายใดๆต่อเธอทั้งสิ้น เพราะเขาเพียงแค่วางมันลงบนศีรษะของเธอ แล้วก็ลูบไปทางซ้ายทีขวาทีอยู่ซักพักอย่างอ่อนโยนเท่านั้นเอง
〝คิดว่าฉันจะพูดแบบนั้นหล่ะสินะ.... น่าเสียดายละกันที่ไม่ใช่〞
〝ทำไม?〞
〝เฮ้อ! ฉันมันเป็พวกเกลียดเื่ยุ่งยากน่ารำคาญซะด้วย... ฉันเอง... ถึงจะไม่หนักเท่าเธอ แต่ก็พอเข้าใจความรู้สึกของการถูกเลือกปฏิบัติอยู่ ...แล้วฉันมันก็แค่พวกบ้านนอกเข้ากรุงหน่ะนะ เลยไม่มีใครสอนซะด้วยสิ ว่าต้องทำตัวยังไงกับทาสหน่ะ... 〞
〝กร..... ตะ แต่ว่า!〞
〝ไม่-มี-แต่!!! …..แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง ฉันก็เคยพูดไปแล้วนะ ว่าขอแค่เธอไม่มาขัดแข้งขัดขา.... จะยังไงฉันก็ไม่ทิ้งเธอ บอกแล้วนี่ว่าฉันจะไม่ผิดสัญญา เพราะงั้น... ก็หยุดกังวลกับเื่ไม่เป็เื่ซะที แล้วก็เลิกร้องไห้ได้แล้ว!!! 〞
แล้วพอกรพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปเรียบร้อยแล้ว เขาก็ค่อยๆชักมือของตัวเองกลับออกมา แล้วก็นั่งขัดสมาธิลงตรงหน้ามีอาทั้งอย่างงั้นด้วยระยะห่างเพียงหนึ่ง่แขน ส่วนมีอาที่ได้ยินกรพูดแบบนั้นออกมาก็แทบจะทำให้เธอร้องไห้ออกมาอีกรอบเพราะความรู้สึกหลายๆอย่างพรั่งพรูออกมาพร้อมกันเลยทีเดียว แต่เพราะถูกกรย้ำเตือนเสียก่อน เลยทำให้น้ำตาของเธอปริ่มอยู่บนขอบตาเพียงเท่านั้น
〝ดีมาก! แล้วก็... ยังมีอีกเื่นึง มีอา... ถือซะว่าเป็การแลกเปลี่ยน เธอต้องบอกเื่ของเธอมาให้ฉันรู้ด้วย〞
〝!!!〞
〝ฉันเองก็อยากจะบอกเธอว่า 〝ถ้าไม่อยากเล่า ก็ไม่ต้องเล่าก็ได้ 〞อยู่หรอกนะ... แต่ฉันไม่รู้เื่ของเธอเลยซักนิดเดียว ถ้านั่นเป็ส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้การเดินทางติดขัดในอนาคตขึ้นมาฉันคงลำบากแย่ เพราะงั้น ถึงจะฝืนใจ... แต่คงต้องเล่าให้ฉันฟังแล้วหล่ะ〞
แล้วพอกรจัดท่านั่งของตัวเองจนเรียบร้อยดีแล้ว กรก็เลือกคำพูดอ้อมๆที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้มีอาบอกเหตุผลที่ตัวเองกลายเป็ทาสให้ตัวเองฟัง พลางมองเข้าไปในดวงตาของเธอพร้อมๆกันเพื่อให้เห็นถึงความจริงจังของคำพูดนั่นเอง มีอาที่เห็นแบบนั้นก็ไม่พ้นที่จะใเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมองตากรกลับโดยไม่มีอาการลอกแลกแม้แต่นิดเดียว เห็นได้ชัดเลยว่าเธอใส่ใจกับคำพูดของกรมากแค่ไหน
〝อืม!... เข้าใจแล้ว... ถ้าเป็...กรหล่ะก็...〞
หลังจากที่กรพูดเป็เชิงออกคำสั่งเล็กน้อยกับมีอา เธอก็ตอบกลับกรในทันทีพลางใช้มือซ้ายปัดน้ำตาที่อยู่บนขอบตาออกอย่างรวดเร็วเพื่อปรับอารมณ์ให้พร้อมอีกครั้ง ก่อนที่จะบอกความจริงอันน่าตกตะลึงเป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบกับกรอีกครั้ง
〝งั้นก็… 【จงออกมา ! สเตตัสวินโดว์ !!!】〞
〝เดี๋ยวก่อนสิ.... เธอกำลังจะทำอะไร?〞
แล้วหลังจากที่มีอาจัดท่านั่งของตัวเองให้อยู่ในท่านั่งเทพธิดาเสร็จเรียบร้อย เธอก็ใช้คำร่ายของสกิล『เรียกหน้าต่างสเตตัส』ออกมาต่อหน้ากร เลยทำให้เขาใขึ้นมาเล็กน้อยเพราะไม่เข้าใจเหตุผลที่มีอาทำแบบนี้
〝นาย... ได้ใช้สกิลตรวจสอบกับฉันไปรึเปล่า?〞
〝หืม! อา… ใช่แล้ว โทษทีล่ะ… แล้วเื่นั้นมันเกี่ยวอะไรกันงั้นเหรอ?〞
แล้วมีอาก็กลับเป็ฝ่ายถามกรก่อนซะอย่างงั้น แต่กรก็ตอบเธอไปตรงๆว่าทำเื่เสียมารยาทแบบนั้นไปแล้ว แต่มีอาก็กลับส่ายหน้าให้กรเป็เชิงบอกกับกรว่า ไม่เป็ไร กลับมา จากนั้นก็เริ่มการอธิบายต่อในทันที
〝ในนั้น.... มันไม่มีนามสกุล... กับเผ่าพันธุ์ของฉันใช่รึเปล่า?〞
〝เห๋〜! ใช่แล้วหล่ะ ถูกต้องตามนั้นเลย... แล้วมัน.... เป็เพราะอะไรหล่ะ?〞
〝.......เพราะตราทาส จะทำให้นามสกุลของฉันไม่แสดงกับคนทั่วไป.... แล้วส่วนหนึ่งก็เป็เพราะตราทาสพันธะนอกรีต เป็เวทย์มนต์ระดับสูงเกินกว่าที่มนุษย์จะสามารถตรวจสอบได้〞
〝สูงกว่าฉัน... งั้นเหรอ?〞
โอ้ว... โลกนี้ช่างกว้างใหญ่จริงๆ
มีคน? ที่มีระดับพลังเวทย์สูงกว่ายอดมนุษย์อย่างฉันด้วย... ไม่สิตอนนี้ตูไม่ใช่มนุษย์แล้วนี่หว่า ....ว่าแต่ แล้วทำไมเราต้องดีใจด้วยฟ่ะ!!!
แต่แหม.... ก็มันให้อารมณ์แบบว่า... มีคนลืมเอาสมุดการบ้านมาโรงเรียน แล้วพอถึงเวลาที่ครูเก็บรวบรวม ก็กลับมีคนลืมเอามาแบบเดียวกันอยู่ด้วย ตอนนั้นเนี่ยรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของคำว่าเพื่อนเลยเชียวนะ... ใช่ๆแบบนั้นเลย อารมณ์แบบนี้แหล่ะที่ฉันเป็อยู่ตอนนี้....
〝ดูเอาเอง... จะเข้าใจง่ายกว่านะ〞
ฟุบ!
〝!!!〞
พอกรที่ได้ยินแบบนั้นเข้าไป เลยดีใจขึ้นมาเล็กน้อย เราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็ตัวประหลาดอยู่คนเดียว แต่มีอาที่พูดขัดจังหวะความคิดของกรอีกครั้งก็ดึงสติของกรกลับมา แล้วมีอาก็ส่งหน้าต่างของตัวเองให้กรดูทันทีที่พูดจบ แล้วพอกรรับหน้าต่างของมีอามาดูในระดับสายตา ผลลัพธ์ก็เป็เช่นนี้...
ข้อมูลสเตตัส
『มีอาน่า กาบริเอล』เพศ หญิง อายุ 17 เผ่าพันธุ์ ครึ่งเทพ
อาชีพ นักดาบ เลเวล 16
ฉายา 〘พลังแฝงเทพเ้า〙, 〘พร์เทพเ้าแห่งดาบ〙
《พลังโจมตี》 1,500 《พลังป้องกัน》 1,000
《พลังเวทย์》 2,000 《ความต้านทานเวทย์》 2,500
《ความว่องไว》 2,500 《พละกำลัง》 1,000
〝ครึ่งเทพ!? เดี๋ยวดิเฮ้ย… นี่มันหมายความว่ายังไงกัน!!!!〞
แล้วกรที่เห็นแบบนั้นเข้าไปก็ไม่พ้นต้องใกับเผ่าพันธุ์อันลึกลับของเธอ เพียงแต่ที่ใยิ่งกว่า คือคน? ที่อยู่ข้างหลังกรต่างหาก เพียงแต่เป็คนละเหตุผลกับกรเท่านั้นเอง
〖กะ โกหกน่า!!! คุณหนู... นี่มันอะไรกัน!!! ตระกูลของคุณหนู อย่าบอกนะว่า!!!〗
〝อ้าว! ไม่ได้ใเื่เผ่าของเธอหรอกเหรอเ้าหมา ....ว่าแต่ ตระกูลที่ว่าเนี่ย มันหมายความยังไงอีกล่ะฟ่ะ!〞
〖จะไม่ให้ใได้ยังไงกันหล่ะเ้าหนู!!! ก็ตระกูล『กาบริเอล』หน่ะ... เป็หนึ่งใน 7 ตระกูลหลักของทูต์ แล้วยังเป็หนึ่งในตระกูลที่ปกครองสรวง์เลยเชียวนะ!!!〗
.
.
.
.
.
〝เอ๋!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!〞
แล้วกรที่ได้ยินคำอธิบายของเคลเบรอสไปแบบนั้น ก็ไม่พ้นที่จะตกตะลึงถึงขีดสุด จนพูดไม่ออกไปราวๆ 5 วินาที ก่อนที่จะะโออกมาแบบนั้นอย่างสุดเสียงเสียจนดังลั่นไปทั่วทั้งบริเวณนั้นเลยทีเดียว....
❖❖❖❖❖
หลังจากที่มีอานำหน้าต่างสเตตัสของตัวเองให้กรดูเรียบร้อยแล้ว เธอก็เริ่มเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้ตัวเธอต้องประสบกับความเป็จริงและความโหดร้ายของโลกเอาเน่าเฟะใบนี้
ย้อนกลับไปเมื่อ 18 ปีก่อน แม่ของเธอ หรือ 『ไดอาน่า กาบริเอล』 เป็บุตรีคนที่สองของหัวหน้าตระกูลกาบริเอลในขณะนั้น ได้ถูกส่งลงมาตามคำสั่งของ『สภา์ 7 ปีก』ซึ่งสภาที่ว่า มันมีลักษณะคล้ายๆกับองค์การการปกครอง โดยมีอำนาจในการควบคุมและกำหนดความเป็ไปของดินแดนบนท้องนภาหรือสรวง์ รวมถึงดินแดนบางส่วนบนพื้นโลกแฟนตาซีแห่งนี้ ซึ่งแน่นอนว่ามีอิทธิพลยิ่งกว่าาาหรือจักรพรรดิที่เป็คนปกครองพื้นที่นั้นเองเสียอีก
ส่วนคำสั่งของสภาที่ว่า ก็มีเนื้อความประมาณว่า ให้ลงมาตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลของหนึ่งในตระกูลของสภา์ 7 ปีก ที่ลงมาเพื่อเผยแผ่คำสอนและปกครองพื้นที่บางส่วนของดินแดนมนุษย์
เพียงแต่ขณะที่เธอตรวจสอบ เธอดันถูกลอบทำร้ายจากหนึ่งในพวกสภาที่เป็คนละตระกูลจนาเ็สาหัส นั่นเพราะทั้งหมดเป็เพียงแผนการเพื่อหลอกล่อให้เธอลงมายังดินแดนของมนุษย์ เพื่อที่จะทำลายและหลบซ่อนหลักฐานต่างๆได้อย่างแเี แต่แม่ของเธอก็ไม่ได้เสียชีวิตทันที ทั้งยังสามารถพาตัวเองหนีเข้าไปในป่าเขาของเมืองข้างๆได้ หนึ่งในพวกสภาก็ประมาทเพราะเห็นว่าาแของเธอสาหัสมากเกินกว่าจะเอาตัวรอดด้วยตัวเองได้ พวกมันจึงชะล่าใจ และไม่ได้ไล่ตามเธอต่อ
แต่แม่ของเธอที่ได้รับาเ็สาหัสก็ทนความเ็ปไม่ไหวเช่นกัน เธอจึงหมดสติอยู่กลางป่าทั้งอย่างงั้น จนกระทั่งมีชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่บนยอดเขานั้นตามลำพังมาพบเข้า เขาจึงรีบนำตัวเธอกลับมาดูแลที่กระท่อมของเขา จนกระทั่งเธอหายดี และแม้แม่ของมีอาจะหายดีแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้กลับสรวง์ในทันที สาเหตุหนึ่ง นั่นก็เป็เพราะพลังส่วนใหญ่ของเธอสูญเสียไปเพราะอาการาเ็ บวกกับหากกลับไปตอนนี้ก็มีแต่จะเป็เป้า เธอจึงอยู่ที่กระท่อมของชายหนุ่มตามคำแนะนำของเขา และเพราะว่าเวลาได้ผ่านไปนานพอสมควร เลยทำให้ระยะห่าง ความใกล้ชิดและความสัมพันธ์ของทั้งสองคืบหน้าไปอย่างรวดเร็วจนกลายเป็ความรักไปในที่สุด
แล้วหลังจากนั้น 1 ปี แม่ของมีอา ก็ให้กำเนิดมีอาออกมา เพราะมีพ่อเป็มนุษย์กับเพราะมีแม่เป็เผ่าเทพ เลยทำให้ตัวมีอามีสายเืของเทพอยู่เพียงครึ่งเดียวนั่นเอง
แต่หลังจากที่คลอดมีอาออกมา แม่ของเธอก็ไม่ได้กลับสรวง์แต่อย่างใด นั่นเพราะเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันกับมีอาและชายหนุ่มมันนานเสียจนทำให้เธอเลือกที่จะทิ้งหน้าที่ในฐานะเทพไป และอยากใช้ชีวิตในฐานะผู้หญิง... ในฐานะแม่คนนึงมากกว่า เธอจึงตัดสินใจที่จะอยู่กับมีอาและชายหนุ่มบนกระท่อมหลังเขา 3 คนอย่างสงบตลอดไป....
หลังจากนั้น 15 ปี เป็่ที่มีอาอายุ 14 ปีพอดี ในวันที่สั่นคลอนชะตากรรมของมีอาไปตลอดก าลนั้น ก็เป็เพียงวันธรรมดาที่แสนสงบสุขอีกวัน... ทั้งที่มันควรจะเป็แบบนั้นไปตลอดแท้ๆ เพียงแต่...
โดยที่ไม่มีสัญญาณเตือนหรือลางบอกเหตุใดๆทั้งสิ้น จู่ๆกระท่อมของทั้ง 3 คน ก็ถูกสมาชิกจำนวนหนึ่งของสภา 7 ปีกเข้าจับกุม และแน่นอนว่าชายหนุ่มเ้าบ้านทำการขัดขืนอย่างที่สุด... นั่นเลยทำให้ชายหนุ่มคนนั้น... หรือก็คือพ่อของมีอา ที่เอาตัวเข้าปกป้องทั้ง 2 คน ทั้งที่ไม่มีพลังอะไร ถูกเหล่าสมาชิกทำการสังหารอย่างไร้ความปราณี โดนการบั่นคอเขาลงอย่างโหดร้ายต่อหน้าต่อตาของมีอา....
แม่ของมีอาเอง พอเห็นแบบนั้นเข้าไปต่อหน่าต่อตาเช่นเดียวกัน ก็ไม่พ้นที่จะโกรธแค้นพวกสภาเสียจนแทบคลั่งก็ไม่ปาน แต่เธอก็ดันโดนเวทย์ผนึกพลังเข้าเสียก่อน นั่นเลยทำให้ทั้งเธอและมีอาถูกจับกุมไปคุมขังที่『ศาสนจักรแอสทอเรีย』ซึ่งเป็ศาสนจักรที่มีระดับความศรัทธาในตัวทูต์มากที่สุดในดินแดนของมนุษย์ เป็การชั่วคราวเพื่อรอรับการลงทัณฑ์อย่างที่ไม่อาจขัดขืนได้เลยแม้แต่น้อย
แล้วหลังจากนั้นซักพักก็ได้มีคำตัดสินลงมาจาก『สภา์ 7 ปีก』 และในคำตัดสินนั่นก็คือ การสั่งปะาชีวิตแม่ของมีอา ต่อหน้าสาวกทั้งหลาย โทษฐานทำผิดข้อบังคับของสรวง์ นั่นก็คือ การห้ามมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ แล้วสุดท้ายก็ถูกทางศาสนจักรตีตราให้เป็คนนอกรีต และถูกจารึกลงในประวัติศาสตร์ว่าเป็หนึ่งในอาชญากรที่เลวร้ายที่สุด
ส่วนมีอาที่เป็ลูก ก็ถูกเปลี่ยนสถานะจากประชาชนอิสระให้กลายเป็ทาส แต่เพราะเป็ลูกของอาชญากรด้วย จึงต้องเพิ่มการลงโทษขึ้นมาอีก เป็การลงตราเวทย์นอกรีต เพื่อไม่ให้เธอขัดขืน รวมถึงเพื่อผนึกพลัง และเพื่อให้เธอถูกจองจำอยู่กับความมืดมิดในห้องขังใต้ดินไปตลอดกาล...
แล้วหลังจากนั้นก็อย่างที่ทุกคนพอจะคาดเดาได้... มีอาถูกใช้งานจากทางศาสนจักรเยี่ยงสัตว์สี่ขาไร้ซึ่งมนุษยธรรม หากขัดขืนตราทาสก็จะสร้างความเ็ปให้แก่ร่างกายของเธอราวกับถูกไฟนรกโลกันต์แผดเผาทั้งเป็ ทั้งยังเ็ปเหมือนกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงไหลผ่านไปทั่วร่างั้แ่หัวจรดเท้าจนแทบจะหมดสติในทันที แถมยิ่งอยู่ห่างจากตัวศาสนจักรเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้ร่างกายของเธอเ็ปยิ่งขึ้นไปอีก และแน่นอนว่าขณะที่กำลังเล่าอยู่นี้ เธอเองก็ยังคงเ็ปร่างกายอยู่เช่นกัน...
ถึงแม้จะถูกเฆี่ยนตีหรือถีบเตะร่างกายจนฟกช้ำไปทั่วร่างอย่างไร้เหตุผล เธอก็ทำได้แค่ก้มหน้าลงอย่างหมองๆเท่านั้น ขนาดจะกัดฟันทนยังทำไม่ได้เพราะเป็การิ่ผู้เป็นายอีกต่างหาก เวลานอนเองก็มีไม่ถึง 1 ชั่วโมงต่อวันด้วยซ้ำ ขนาดอาหาร เธอยังได้กินเพียงแค่ 3 วันครั้งเท่านั้นเอง แน่นอนว่าปริมาณมันไม่เพียงพอที่จะให้มีแรงทำงานซักนิด แต่เธอเองก็มีพลังของเทพอยู่ เลยทำให้แม้จะไม่ได้กินข้าวหลายวันก็ยังพอทนได้บ้าง แต่นั่นก็ทำให้เวลาทำงาน เธอจำต้องหมดแรงระหว่างทาง และถูกเฆี่ยนตีทุกครั้งไป แต่ถึงอย่างงั้นก็ไม่ใช่ว่าเธอจะทนรับภาระทางจิตใจที่ถูกทับถมมาตลอดั้แ่ที่สูญเสียครอบครัวที่มีอยู่ไปจนสิ้นได้
วงจรอันแสนโหดร้ายและขมขื่นของมีอา ที่ก่อนหน้านี้ก็เป็แค่เด็กสาวธรรมดาเท่านั้น กลับต้องถูกพายุจากความโลภและเห็นแก่ประโยชน์ตัวเองของพวกผู้ใหญ่จนหัวหมุนตาลาย ก็ดำเนินไปแบบที่ว่า เกือบๆ 3 ปีเลยทีเดียว
และแล้ววันที่ว่าก็มาถึง.... วันที่มีอาต้องทำการเพิ่มเลเวลของตัวเอง เพื่อที่จะสร้างให้เธอเป็ทาสผู้ซื่อสัตว์ทำงานเบ็ดเตล็ดได้ดั่งใจ ซึ่งแน่นอนว่านั่นก็เพื่อที่ศาสนจักรจะใช้ประโยชน์จากพลังเทพของเธอได้อย่างอิสระนั่นเอง
และไม่รอช้า.... พอมีอาอายุครบ 17 ปี ซึ่งเป็วัยหนุ่มสาวที่ไม่มากหรือน้อยเกินไป ทั้งยังเป็่ที่สเตตัสจะเติบโตได้ดีที่สุดอีกด้วย ทางศาสนจักรจึงทำการจัดเตรียมปาร์ตี้เพื่อปั่นเลเวลให้เธออย่างไว แล้วผลการลงดันเจี้ยนในครั้งแรกก็น่าพึงพอใจมาก แม้ที่มีอาไปลงจะเป็เพียงดันเจี้ยนระดับ B ก็ตาม
แล้วพอผลลัพธ์เป็แบบนั้น ทางศาสนจักรก็ยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่ พวกมันจึงได้ใช้『ศิลาเวทย์เคลื่อนย้าย』ในการวาร์ปเข้ายังชั้นที่ 32 ของดันเจี้ยนที่กรอยูในทันที ซึ่งก็เป็เวลาเดียวกับที่กรจบศึกกับเคลเบรอส และกำลังสร้างปืนเวทย์มนต์อยู่พอดิบพอดีเลย
แล้วหลังจากนั้นก็เป็แบบที่มีอาเล่าในตอนแรก หัวหน้าปาร์ตี้ของเธอเจอเข้ากับกล่องสมบัติ และถูกความโลภเข้าครอบงำ จนปาร์ตี้โดนกับดักและแตกเป็เสี่ยงๆ.... ทั้งปาร์ตี้ถูกมอนสเตอร์ฆ่าตายหมด ส่วนเธอก็สามารถหลบเลี่ยงออกมาได้ด้วยทักษะและพลังของเธอเอง ส่วนเื่ต่อจากนี้ก็เป็แบบที่เธอเล่าในครั้งก่อน จนกระทั่งมาเจอกับกรที่หัวมุมของสี่แยก และถูกกรช่วยไว้จากคองโซลเยอร์ แล้วเื่ราวต่อจากนี้ก็เป็อย่างที่รู้กัน....
.
.
.
.
〝เป็งั้น... เองเหรอ โทษที... ดันทำให้นึกถึงเื่แบบนั้นเข้าซะได้〞
〝อื้ม! …. อย่าใส่ใจเลยกร ฉัน....ไม่ได้คิดมาก แล้วหล่ะ...〞
〝...............〞
หลังจากที่มีอาเล่าเื่ของตัวเองอย่าเศร้าๆมาตลอด กรก็เลยถามเธอเล็กน้อยเพราะคิดว่าตัวเองได้ทำผิดมหันต์ที่ไปถามอดีตของเธอเข้าโดยไม่ตั้งใจ ที่ตอกย้ำความคิดของกรแบบนั้นก็เป็เพราะน้ำเสียงของมีอาที่ตอบกรมันกลับสั่นอย่างรุนแรงจนคล้ายจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่ออีกครั้งทั้งที่บอกว่าไม่เป็ไรนั่นแหล่ะ
ให้ตายสิ... ดันไปถามเื่ที่ไม่ควรถามเข้าซะได้
แต่อย่างน้อยก็รู้แล้วหล่ะนะ.. ว่ามีอาไม้ได้กลายเป็ทาสเพราะไปทำอะไรไม่ได้ กลับกัน... อีแบบนี้มันถูกใส่ร้ายชัดๆเลยนี่หว่า...
แต่ว่า... รู้สึกว่ามีอา... จะคล้ายๆกับเรานิดหน่อยนะ...
ใช่... แค่นิดหน่อยเท่านั้น!
เราสองคนสูญเสียพ่อแม่ไปตอนอายุ 14 ปีเหมือนๆกัน เลยคิดว่านะจะเข้าใจหัวอกกันดี แต่หลังจากนั้น...
ให้ตายสิ! เื่ที่มีอาเล่าออกมาเนี่ย ทำให้เื่ที่ไอ้เสือมันแกล้งตอนอยู่ที่โลกเดิมเป็เื่ขี้ประติ๋วไปเลย... ก็ถ้าไม่นับเื่ที่เสือมันใช้ฉันเป็เหยื่อล่อ แล้วทำให้ฉันตายหล่ะก็นะ....
ไม่น่าเลย.... รู้งี้น่าจะตัดความรู้สึกออกก่อนที่จะฟังเื่ของมีอา
ก็เพราะ... พอฟังเื่ของเธอไปแบบนี้แล้ว...
มันโคตรเศร้าเลยว้อยยยย!!!!!!!!! อยากร้องไห้ชะมัด!!!
น่าสงสาร... น่าสงสารเกินไปแล้ววววววววววววววววว!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ถ้าเป็แค่ทาสจะไม่ว่าอะไรเลยแท้ๆ ...ชีวิตจริงมันเศร้ายิ่งกว่าในนิยายซะอีก...
พอเธอเล่าออกมาแบบนี้ มันทำให้ฉันคนนี้อยากช่วยนะเฟ้ย!!!!
เวลาแบบนี้สินะ... ที่ต้องแสดงความเป็ลูกผู้ชายออกมา
เอาหล่ะสิ! ดูเหมือนเวลาที่จะใช้พลังมหาศาลให้เป็ประโยชน์จะมาถึงแล้วแฮะ
ถึงจะไม่มีเหตุผลให้ต้องช่วยก็เถอะ แต่ก็ไม่มีเหตุผลให้ไม่ช่วยนี่หว่า
ฉันไม่อยากทำตัวไม่สนโลก หรืองอมืองอเท้าอีกต่อไปแล้ว!!!
ตัดสินใจไปแล้วนี่... ว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง และจะเผชิญหน้ากับทุกอย่างที่ขวางทาง
ตอนนี้... มีเื่ที่ฉันทำได้ ไม่สิ...ไม่ใช่ ไม่เกี่ยวกับว่าต้องทำหรือเปล่า แต่มันเป็เื่ที่ฉันอยากจะทำต่างหาก!!!!
.
.
ฉันจะ..... ช่วยเธอให้ได้!!!!
〝มีอา... 『ตราทาสพันธะนอกรีต』นั่น... มีทางเอาออกรึเปล่า?〞
〝เอ๋? หมายความว่ายังไงหน่ะกร〞
แล้วหลังจากที่กรตัดสินใจที่จะช่วยมีอา กรก็ถามหาข้อมูลของตราทาสที่ว่ากับมีอาในทันที ส่วนมีอาที่ได้ยินกรถามขึ้นมาแบบนั้นอย่างกะทันหัน ก็ไม่พ้นที่จะตกตะลึงปนความสงสัยในคำพูดของกรขึ้นมา จนถึงกับถามกรกลับไปอย่างติดๆขัดๆเลยทีเดียว
〝เอาน่า! ตอบคำถามของฉันมาก็พอแล้ว!!!〞
〝มะ ไม่มีหรอก ตรานี่หน่ะจะถูกสลักบนร่างไปตลอดชีวิต นอกจากความตายแล้ว ก็ไม่มีทางเอามันออกได้เลย!〞
〝แล้วถ้าเกิดฉันเอามันออกได้ จะมีผลข้างเคียงอะไรรึเปล่า?〞
〝คิดว่าไม่น่าจะมีหรอก เพราะมันเอาออกได้แค่ทางเดียวอย่างที่บอก เลยไม่มีความจำเป็ต้องทำแบบนั้น... เดี๋ยวนะ!! เอาออกงั้นเหรอ? กร... นี่คงไม่ได้คิดจะ...〞
หลังจากที่กรถามข้อมูลจากมีอาออกมาเรื่อยๆ นั่นเลยทำให้เธอสงสัยกรขึ้นมา ว่าจะทำอะไร แต่ประโยคสุดท้ายของกร ก็แทบจะทำให้เธอเข้าใจในทันทีว่ากร้าอะไร บวกกับที่มีอามองดวงตาของกรอีกครั้ง ที่ดวงตาของกรก็มองมีอากลับอย่างแน่วแน่ นั่นทำให้มีอาเบิกตาโพลงเพราะคิดว่าเื่ที่กรทำทันเป็ไปไม่ได้นั่นเอง
〝ถูกต้อง! ฉันจะเอา... ตราทาสนี่ออกให้ แต่อย่าคาดหวังมากเกินไปก็แล้วกัน〞
〝มะ มันจะเป็ไปได้—— 〞
〝เป็ไปได้สิ! ฉันจะทำมันให้ดู…. ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็ไม่มีทางรู้ผลลัพธ์ของมันหรอกนะ! โอกาสสำเร็จหน่ะ มันมีอยู่เสมอนั่นแหล่ะ.... มันจะไม่มีทางเป็ไปได้ก็ต่อเมื่อเรายอมแพ้แล้วเท่านั้น!
เพราะงั้น..... ให้ฉัน... ช่วยเธอซะสิ!!! 〞
แล้วกรก็ย้ำสิ่งที่ตัวเองจะทำให้มีอาเข้าใจตรงกัน และแม้มีอากำลังจะบอกปฏิเสธอย่างเกรงใจ แต่ก็ไม่ปล่อยให้เธอปฏิเสธแม้แต่น้อยเพราะได้ตัดสินใจไปแล้วว่าจะช่วยให้ได้นั่นเอง แล้วพอกรบอกเจตนาของตัวเองกับมีอาไปตรงๆ ด้วยท่าทีเก้อเขินเล็กน้อยในตอนที่บอกว่า〝 ให้ฉันช่วยเธอซะสิ〞นั่น เลยทำให้มีอาดีใจจนถึงกับเอามือขึ้นมาปิดปากพร้อมกับมีน้ำตาปริ่มออกมาที่ขอบตาเลยทีเดียว
แล้วก็ไม่รอช้า พอกรคิดได้แบบนั้น เขาก็เขยิบเข้าไปใกล้มีอาที่นั่งท่าเทพธิดาอยู่อย่างว่องไว ก่อนที่จะขออนุญาตเธอ เพื่อเปิดชุดคลุมบริเวณต้นขาขวาของเธอออกอย่างนุ่มนวล แล้วก็เริ่มใช้ปฏิบัติการณ์ที่ 1 ในการล้างตราทาสนอกรีตของมีอาออกไป
〝ฟู่! งั้น.… ก่อนอื่นก็!!! 〞
วิ้ง!!!!!
แล้วในทันทีที่กรใช้ความนึกคิดเป็ตัวเร่งให้สกิลทำงาน อัญมณีบนหลังมือซ้ายของกรก็เปล่งแสงสีเขียวชอุ่มออกมาทั่วบริเวณอย่างงดงาม แล้วจากนั้นกรก็เอามือซ้ายที่กำลังส่องแสงสว่างนั่นไปวางไว้บนตราทาสนอกรีตที่อยู่บนต้นขาของมีอา แล้วก็เร่งความนึกคิดเพื่อเป็ตัวแปรในการใช้สกิล『ดูดซับทุกสิ่ง』ไปพร้อมกัน แล้วเสียงประกาศที่คุ้นเคยก็ดังเข้ามาในหัวอีกครั้ง
【คำเตือน! สกิลไม่สามารถส่งผลได้.... ไม่สามารถใช้สกิลดูดซับได้เนื่องจากสิ่งที่ท่านกำลังดูดซับมีระดับสูงเกินไป!】
ไม่ไหวงั้นเหรอเนี่ย!!!
งั้นหน้าต่างตั้งค่า... ไม่ได้...มันปรับค่าได้เฉพาะกับตัวฉันเท่านั้นนี่หว่า
วูม!!!!!
แล้วกรก็คลายสกิลดูดซับในทันทีที่รู้ว่ามันไม่ได้ผล ดูเหมือนว่าที่มีอาบอกว่า ตราทาสนี้มีระดับสูงจะเป็เื่จริง นั่นเลยทำให้กรต้องคิดแผนต่อๆไปอีก...
〝เ้าหมา! ตราทาสมันเป็สกิลหรือว่าเวทย์มนต์กันแน่... แล้วจัดอยู่ในประเภทไหน!?〞
〖หืม! ก็... ถูกจัดอยู่ใน『เวทมนต์พันธะ』ยังไงหล่ะ!〗
〝ใช่เลย! อันนี้แหล่ะที่ฉัน้า!!!〞
เสร็จโจรหล่ะ นั่นมันเวทย์ประเภทใหม่ที่เราพึ่งได้มาตอนจุติครั้งก่อนเลยนี่หว่า... โชคดีจริงๆ แถมดูเหมือนจะมีเวทย์ปลดผนึกอยู่จริงๆซะด้วยแฮะ..
ถึงจะอยู่แค่ระดับกลางก็เถอะ แต่คงต้องลองลุยดูซักตั้งแล้วหล่ะนะ!!
〝งั้นก็ จะเอาแล้วนะ!!! ข้าแต่เทพผู้ครองโลกา ข้าขออำนาจแห่งท่านช่วยปลดเปลื้องความทุกข์ของผู้คนจากโซ่ตรวนทั้งหลายด้วยเถิด
【มิดเดิ้ล ลิเบอร์เลท!!!】〞
ซู่ม!!!!!
แล้วพอกรเอ่ยคำร่าย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพของเวทย์สูงสุด แสงสีเหลืองอ่อนก็เข้าคลุมมือทั้งสองข้างของกรในทันที แล้วกรก็นำมือที่มีออร่าห่อหุ้มอยู่นั่นวางลงบนตราทาสของมีอาในทันที แต่ทว่าหลังจากเขาวางมันลงไปไม่นา เสียงที่ตามมากลับเป็เสียงประกาศอีกครั้งหนึ่ง
【คำเตือน! เวทย์มนต์ไม่สามารถส่งผลได้.... ้าระดับของเวทย์ที่สูงกว่านี้! หรือต้องใช้พลังเวทย์ในปริมาณที่เท่ากันทดแทน!】
แล้วพอกรได้ยินแบบนั้นเข้าก็เริ่มคิดหาวิธีเพิ่มพลังเวทย์ทันที แล้วก็นึกขึ้นมาได้อย่างนึง ถึงพลังใหม่ที่กรเพิ่งได้มาไม่นาน
〝【สัญลักษณ์แห่งความยิ่งยโสที่สลักอยู่บนร่างของข้าเอ๋ย จงกลืนกินเืเนื้อของข้า แล้วจงมอบพลังที่จักทำลายล้างศัตรูของข้าให้สิ้นเสีย】!!!!!!〞
วูม !!!!!!
แล้วพอกรใช้คำร่ายของสกิล『Ogre Arm』เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว แสงสีแดงโลหิตก็เปล่งออกมาจากแขนขวาของเขาเป็ตราเวทย์ทอดยาวตลอดแนวแขนั้แ่หลังฝ่ามือไปจนถึงหัวไหล่ส่องสว่างทะลุแขนเสื้อโค้ทของเขาออกมา แล้วจากนั้นกรก็ส่งพลังเวทย์ที่เพิ่มขึ้นจากสเตตัสที่เพิ่มขึ้นไปยังมือทั้งสองข้าง ที่เวทย์ปลดผนึกยังคงอยู่
ซู่ม!!!!!
และดูเหมือนว่าแผนนี้จะได้ผล นั่นเพราะทันทีที่กรถ่ายพลังเวทย์ลงไป ออร่าสีเหลืองอ่อนที่คลุมมือของเขาซึ่งตอนนี้วางอยู่บนต้นขาของมีอา มีขนาดขยายใหญ่ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เพียงแต่....
【คำเตือน! เวทย์มนต์ไม่สามารถส่งผลได้.... ้าระดับของเวทย์ที่สูงกว่านี้! หรือต้องใช้พลังเวทย์ในปริมาณ——】
〝บ้าเอ้ย!!! ยังไม่พออีกงั้นเหรอ!!!!〞
〝กร… ขอบคุณนะ แต่ไม่เป็หรอก... ฉันหน่ะ... มีสายเืของเทพอยู่ครึ่งหนึ่ง... เลยมีความต้านทานพลังเวทย์สูงกว่าคนทั่วไป เพราะงั้น... ความเ็ปพวกนั้น... ฉัน....ทนได้… 〞
〝!!!!!! 〞
เพราะถูกความหวังของกรถูกขัดจังหวะด้วยเสียงประกาศในเชิงตัดพ้อ เลยทำให้กรโมโหและหงุดหงิดกับมันมาก แต่มีอาที่เห็นกรทำสีหน้าเคร่งเครียดจนเหงื่อตกเพราะพยายามจะช่วยตนอย่างสุดกำลัง แม้นั่นจะทำให้มีอาดีใจและปลาบปลื้มอย่างที่สุด แต่นั่นก็ทำให้เธอรู้สึกผิดด้วยเช่นกัน จึงได้บอกกรไปแบบนั้นทั้งที่จนถึงตอนนี้เธอก็ยังคงเ็ปอยู่แน่ๆ
〝ไม่เอา!!!〞
〝กร! แต่ว่า...ฉันจะให้นายลำบากไปกว่านี้——〞
〝เงียบซะ!!! นี่เป็คำสั่ง.... บอกไปแล้วนี่ ว่าฉันจะช่วยเธอให้ได้ เธอหน่ะมีหน้าที่แค่ดีใจและก็บอกขอบคุณตอนฉันเอามันออกไปได้เท่านั้น เพราะงั้นก็.....
.....นั่งอยู่เงียบๆ แล้วก็เชื่อใจฉันซะ!!!!!!!!!〞
วูม !!!!!!
กึก!!! กึก!!! กึก!!! กึก!!! กึก!!! กึก!!!
〝!!!!!!! 〞
และแน่นอนว่ากรปฏิเสธเสียงแข็ง นั่นทำให้มีอาใเพราะถูกตะคอกใส่อย่างกะทันหัน แต่นั่นเป็เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น นั่นเพราะที่เธอใยิ่งกว่า คือแสงสว่างสีแดงสดที่อยู่บนแขนขวาของกร มันส่องสว่างยิ่งขึ้นกว่าครั้งก่อน ทั้งยังทำให้บรรยากาศโดยรอบสั่นไหวจนคล้ายกับว่าดันเจี้ยนกำลังจะถล่มยังไงอย่างงั้น…
.
.
.
.
แกร็ก!
〝!!!!!!! 〞
〝!!!!!!! 〞
แล้วในที่สุดมันก็ได้ผล พลังเวทย์ของกรที่ใช้เวลากว่า 10 นาทีในการเพิ่มเป็หลายเท่าพันทวีจากสกิลแขนยักษา มันแสดงผลออกมาในที่สุด และผลลัพธ์ของมันก็คือ ตราเวทย์ที่ถูกสลักอยู่บนต้นขาของมีอา มันเริ่มปริแตกขึ้นมาราวกับแก้วยังไงอย่างงั้น
〝โกหก... น่า〞
〝ยังหรอก!!! 〞
และต่อหน้าความจริงที่เป็ไปได้ยากตรงหน้า มีอาก็ไม่พ้นต้องสะบดออกมาด้วยความใแบบนั้นเบาๆ
ขนาดผ่านไปตั้ง 10 นาที พลังของมันต้องเพิ่มเป็หลายร้อยเท่าแล้วแท้ๆ
แต่นี่ก็ยังทำได้แค่ทำให้เกิดรอยร้าวเท่านั้น เพราะอย่างงั้น.....
〝ยังไม่พอ! มากกว่านี้!!!! มากกว่านี้อีก!!!! มากกว่านี้!!!! มากกว่านี้!!!! มากกว่านี้!!!! มากกว่านี้!!!! ……..
มากกว่านี้เซ่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! 〞
แล้วกรก็เพิ่มพลังเวทญ์ให้สูงมากยิ่งขึ้นไปอีก ทะลุปรอท ทะลุขีดจำกัด ทะลุถึงขีดสุดของความเป็ไปได้ของตัวเอง แล้วจากนั้น....
แกร็ก! แกร็ก!
เพล้ง!!!!
แล้วในที่สุด... ความพยายามของกรก็สัมฤทธิ์ผลจนได้ นั่นเพราะพลังเวทย์ที่กรสั่งสมนาตลอดได้ทำให้ตราทาส ปริแตกเป็กว้าง รอยแตกขยายออกอย่างต่อเนื่องจากศูนย์กลางไปทั่ว แล้วปริแตกออกมาพร้อมกันจนแหลกสลายหายไปจนหมาดสิ้น เสมือนมันไม่ได้มีอยู่บนต้นขาของมีอามาั้แ่แรก
〝สำเร็จ... งั้นเหรอ?〞
〝หึ! เป็ไงหล่ะ!!〞
〝กร.....〞
〝หืม... ไม่ดีใจงั้นเหรอ?〞
〝ฮึก!.. ดี...ใจสิ ที่สุดเลย.... แต่ว่า... ฉัน…〞
แล้วพอกรเอาตราทาสออกได้สำเร็จ มีอาก็มีน้ำตาปริ่มออกมามากยิ่งกว่าเดิมจนแทบจะไหลออกมาแล้ว เพียงแต่เธอยังคงอดกลั้นไว้เพื่อไม่ให้กรลำบากใจนั่นเอง และแน่นอนว่ากรก็เดาใจมีอาผู้แสนใสซื่อได้เช่นกัน นั่นเลยทำให้กรลำบากใจยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
〖คุณหนู! ไม่ต้องอดทนอีกต่อไปแล้วหล่ะ... คุณหนูอดทนมามากเกินพอแล้ว〗
〝ฮึก!... แต่ว่า... ฉันหน่ะ...〞
〝............〞
แต่ถึงแม้เคลเบรอสจะบอกกับมีอาให้เลิกอดทน แต่เธอก็ยังรั้นเช่นเคย อาจจะเป็เพราะเธอคิดว่าถ้าปล่อยตัวปล่อยใจ ก็จะทำให้กรลำบาก หรือเพราะ้าจะรักษาสภาพจิตใจของตัวเองโดยทำตัวให้แข็งแกร่งอยู่เสมอ ก็ตามที กรเองก็ฟังเื่ราวอันโหดร้ายและขมขื่นของเธอมามากพอสมควร จะรู้สึกสงสารก็ไม่แปลก ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจโดยที่ไม่จำเป็ต้องคิด และทำในสิ่งที่ลูกผู้ชายสมควรทำเมื่อผู้หญิงร้องไห้ออกมาในทันที
ชึบ!
〝!!!!!!!!!〞
แล้วจากนั้น กรที่นั่งอยู่ข้างๆมีอาจนถึงเมื่อครู่ ก็ขยับมือไปข้างหลังเธอ เข้าสวมกอดจากด้านหน้า แล้วก็ดึงตัวเธอเข้ามาในอ้อมอกอย่างรวดเร็วเสียจนเธอตั้งตัวไม่ทัน
〝มีอา... ฉันจะยอมให้แค่ครั้งนี้เท่านั้นนะ ไม่ต้องทนอีกแล้ว... 〞
〝ฮึก!... กร.... ฮึก!... ไม่ได้หรอก... ก็ฉัน... หน่ะ...〞
แต่ถึงแม้ฝ่ายที่พูดครั้งนี้จะเป้นกรก็ตาม มีอาก็ยังรั้นอยู่ดี แต่ถึงแบบนั้น ก็ยังทำให้มีอาเกิดอาการเกร็งไปทั่วทั้งตัว ทั้งยังบีบชายเสื้อโค้ทของกรไว้แน่นทั้งที่อยู่ในอ้อมอกของกรได้เลยทีเดียว กรที่เห็นแบบนั้นเข้าก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป ทั้งยังใช้คำพูดของตัวเองเพื่อลดระยะห่างของเธอให้มากยิ่งขึ้นไปอีก
〝 เธอทนเื่บ้าๆพวกนั้นมาเกินพอแล้วหล่ะ... ฉันบอกไปหลายครั้งแล้วนะ... ว่าจะไม่ทิ้งเธอแน่นอน เพราะงั้น... ปลดปล่อยมันออกมาให้หมดซะ... ทั้งความเ็ปของเธอ ความเศร้าของเธอ ความทุกข์ของเธอ ทั้งหมดนั่น... ฉันคนนี้จะเป็คนรับมันไว้เอง〞
〝ฮึก!... กร.. ฉัน... ฮึก!... ฉัน...〞
〝ฮือออออออออออออ!!!!!!!!!!!!!!!!!!〞
แล้วกำแพงการอดกลั้นต่อความขมขื่นอันแสนแ่าของเธอก็พังทลายลงในที่สุด ด้วยคำพูดไม่กี่ปรโยคของกร จนถึงกับร้องไห้โฮออกมาชุดใหญ่เสียจนดังไปทั่ว พลางนำใบหน้าทีเปียกชื้นเพราะน้ำตาที่ไหลเป็แม่น้ำสายใหญ่นั่น ซุกลงไปที่อกของกร แล้วก็เลื่อนมือทั้งสองข้างลงมากอดกรในระดับเอวเสียจนแน่นในท่านั่งเลยทีเดียว
〝ตลอดมา... อยากได้ยินมาตลอด อยากให้มีคนพูดแบบนั้นมาตลอด!!! 〞
〝อืม... 〞
〝มันทรมาน เ็ป... จนแน่นหน้าอกไปหมด ทำไมเื่แบบนี้ถึงต้องมาเกิดกับฉันกัน!!! ทำไม... ถึงต้องเกิดเื่แบบนี้กับฉันด้วย!!! ฉันหน่ะ... ก็แค่อยากจะอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ ...อยากจะอยู่ด้วยกันตลอดไปเท่านั้นเอง แล้วทำไม!!!! 〞
〝อา..... 〞
〝ฉันกลัว... คนพวกนั้น ....เ้าพวกนั้น ฉัน... ทำอะไรไม่ได้เลย ถึงจะมีชีวิตรอดออกไปได้ ก็คงถูกพวกนั้นจับไปอีกแน่ๆ〞
〝.........〞
มีอา... กำลังกลัว
ยัยนี่... ถูกโลกภายนอกกำหนดให้เป็ชนชั้นที่ต่ำที่สุดไปแล้ว
แต่ที่เธอพูดมานี่ก็ไม่ผิดไปเลย... เพราะ ถ้าออกไปสู่โลกภายนอก ก็จะต้องถูกตามล่าจากทั้งศาสนจักรและสภา 7 ปีก แน่นอน...
แต่ว่านั่น... มันมีเื่ที่เธอพูดผิดอยู่อย่าง นึงนั่นก็คือ.....
เธอไม่ได่อยู่ตัวคนเดียวยังไงหล่ะ!
〝มีอา... ฉันจะปกป้องเธอเอง〞
〝ฮึก... กร... แต่ว่า... ฉันหน่ะ... ทั้งถูกหาว่าเป็ฏ แล้วยังเป็ลูกของอาชญากร... ต้องถูกไล่ล่า... จากทุกที่แน่... 〞
〝แล้วคิดว่าฉันเป็ใครกันหล่ะ... เธอก็รู้นี่... ว่าฉันแข็งแกร่งขนาดไหน〞
〝กร... แต่ฉันไม่อยากลากนายมาลำบากด้วย!〞
〝ฉันไม่สน! ไม่ว่าจะไอ้หน้าไหนก็ตาม ถ้ามันเป็ศัตรูหรือมายืนขวางทางฉัน ฉันจะจัดการมันให้หมด... ดังนั้นเธอ ไม่จำเป็ต้องกลัวซักนิด〞
〝กร... ฮึก...〞
〝มีอา... ฉัน『สัญญา』 ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ฉันก็จะปกป้องเธอให้ได้ เพราะงั้นเธอไม่ต้องกลัวอีกต่อไปแล้ว... ตอนนี้เธอ หน่ะ... ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว!!!〞
〝 กร…. ฉัน... ฉัน... ฮึก! 〞
.
.
.
.
〝ฮือออออออออออออ!!!!!!!!!!!!!!!!!!〞
หลังจากนั้นมีอาก็ร้องไห้ออกมาแบบนั้นอีกพักใหญ่ ส่วนกรที่มอบอกของตัวเองให้มีอาใช้เป็ที่ซุกก็ทำการปลอบใจมีอาแบบนั้นอยู่ตลอดเช่นกัน รวมถึงการที่เขาสัญญากับมีอาไปแบบนั้นก็ด้วย โดยที่ไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่า สัญญาในครั้งนี้แม้จะเป็เพียงคำพูดก็ตาม แต่นั่นจะเป็สิ่งสำคัญที่จะผูกมัดตัวเขากับมีอาโดยที่ไม่มีอะไรจะสามารถตัดขาดหรือแยกออกจากกันได้ไปตลอดกาล...
❖❖❖❖❖
