ปัง!!
"อ๊าคคค!"
พงษ์ลงนอนดิ้นพราดอยู่บนเตียง เอามือข้างหนึ่งกุมต้นแขนอีกข้างของตัวเองไว้..
"คุณข้าว!"
ทิวไทก้าวทีเดียวถึงตัวข้าวขวัญ เขารีบดึงปืนออกจากมือของเธอแล้วเก็บไว้เอง แต่เขายังไม่ลืมที่จะเข้าไปซัดพงษ์ด้วยด้ามปืนนั้นจนมันสลบ
พลั่กๆๆๆ! 'สำหรับมึงที่ทำคุณข้าวของกู ไอ้พงษ์'
หญิงสาวสั่นไปทั้งตัว เธอน่าจะสติแตกไปเรียบร้อยแล้ว ทิวไทรีบดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด ชายหนุ่มน่าจะลืมตัว เขาจูบเบาๆ ไปที่ขมับของเธอเร็วๆ อย่างปลอบใจ
"คุณทำดีมาก ไม่เป็ไรนะ ไม่เป็ไร ผมอยู่นี่แล้ว!"
ทิวไทบอกร่างที่สั่นอยู่ในอ้อมกอด เขารีบพาหญิงสาวออกมาจากห้อง โดยป๋องและชาญที่มีอาวุธในมือครบ รีบวิ่งขึ้นมาข้างบนเพราะได้ยินเสียงปืนตามที่ได้ซักซ้อมกันไว้ เพียงแต่เสียงปืนนั้นไม่ได้มาจากทิวไทแค่นั้นเอง
"ตำรวจกำลังมาพี่ พี่ทิวรีบไปเลย ไม่ต้องห่วงทางนี้ ลุงนพอยู่รอตำรวจอยู่ข้างล่างแล้ว"
"ได้ ขอบใจมาก ป๋อง ชาญ ทำตามที่พี่บอกนะ"
ทิวไททิ้งความวุ่นวายไว้เื้ั จะว่าทิ้งไว้ก็ไม่ถูกนัก เพราะเขาได้เตรียมการทุกอย่างไว้หมดแล้ว ตำรวจกำลังเดินทางมาในขณะที่ป๋องกับชาญคุมพวกลูกสมุนเสี่ยวิรุณไว้อยู่ ถ้ามันไม่หนีไปไหน ก็ถือว่ารวบได้ทั้งหมด
"คุณข้าวเป็ยังไงบ้าง?"
ทิวไทขับรถมาสักพักแล้วจึงหันไปดูคนข้างๆ เพราะว่าั้แ่ที่เขาโยนเธอใส่รถมา เขายังไม่ได้ยินข้าวขวัญพูดอะไรสักคำ หันไปดูแล้วเขาก็ต้องรีบจอดรถตรงข้างทาง เขาลืมความรู้สึกของข้าวขวัญไปเสียสนิทเพราะมัวแต่นึกถึงว่าต้องรีบเอาเธอออกมาให้พ้นจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด
หญิงสาวตัวสั่น นั่งชันเข่าคุดคู้อยู่บนเบาะนั่งแล้วพยายามกลั้นสะอื้น หากน้ำตาไหลพรั่งพรูราวกับทำนบแตก แต่ไม่มีเสียงสักนิด
"คุณ คุณ คุณข้าว!"
ทิวไทเขย่าร่างของข้าวขวัญเพื่อเรียกสติ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็ผล
"ข้าวขวัญ มองหน้าผม มองผม มองผมเดี๋ยวนี้!"
ประโยคสุดท้ายของเขาเกือบเป็ะโ ข้าวขวัญสบตาเขาอย่างหวาดๆ ก่อนที่จะโผเข้ากอดเขาแล้วร้องไห้โฮ
"ฉันฆ่าคน ฉันเห็นเขาตาย นายทิว ฉันกลัว ฮืออ! ฉันเห็นเืด้วย!"
ทิวไทกอดข้าวขวัญไว้แน่น เธอน่าจะสติแตกจริงๆนั่นแหล่ะข้าวขวัญ เพราะเธอคงไม่ได้ยินไอ้พงษ์มันร้องลั่นบ้าน มันร้องจนเขาต้องซัดมันอีกรอบให้สลบ ไอ้พงษ์มันไม่ตายห่าก็บุญหัวมันเท่าไหร่แล้ว เพราะผู้หญิงที่ยิงปืนไม่เป็แล้วลั่นไกออกไปแบบสะเปะสะปะนั้น มันน่ากลัวที่สุดในสามโลกแล้ว
"ไอ้พงษ์มันไม่ตายหรอก คุณยิงโดนที่แขนมันเท่านั้นเอง แต่คุณเก่งมากนะ ข้าวขวัญ เห็นมั้ยว่าที่ผมสอนคุณไปนั้นมันไม่เสียหลายเลย ได้ใช้ทันที แล้วฝีมือคุณก็ใช่ย่อยนะ คุณเก่งที่สุดเลยนะ"
ทิวไทกระชับอ้อมกอด เขาโคตรดีใจที่ข้าวขวัญตัดสินใจยิงสะเปะสะปะออกไปอย่างนั้น เมื่อไหร่นะที่เขาจะได้มีเวลาปลอบใจข้าวขวัญนาน ๆ กว่านี้ คนตัวโตผละออกมาจากร่างบางด้วยความเสียดายกับัันุ่มนิ่มที่เขาได้รับ เพราะในอกของเขามันกำลังเต้นรัวอย่างไม่รู้สาเหตุ
"เรารีบไปต่อกันดีกว่า"
"คุณจะพาฉันไปไหน?"
"ไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย"
ทิวไทตอบแล้วมองไปทั่วร่างของข้าวขวัญ ชายหนุ่มเพิ่งได้สังเกตเห็นว่า ข้าวขวัญสวมเสื้อยืดสีขาวบาง กางเกงขาสั้นสีขาวใส่สบายเพราะเป็ชุดนอน เธอจึงโนบราเพื่อให้นอนสบาย แต่ว่า...ในตอนนี้มันเปียกปอนเพราะฝน สองจุกสีเข้มคงจะหนาวเย็นเพราะถูกน้ำฝน จึงได้ชูชันล่อตาเขานัก ส่วนด้านล่าง เธอสวมกางเกงชั้นในสีเข้มไว้จนเห็นได้ชัดผ่านกางเกงขาสั้นสีขาวบางที่เปียกจนลู่แนบไปกับเนื้อเนียน แล้วเ้าตัวนั้นก็สติแตกจนลืมไปเลยว่าตัวเองอยู่ในสภาพที่น่าดูนัก เอ้ยย..อยู่ในสภาพที่ไม่น่าดูนัก
ทิวไทรีบถอดแจ็กเก็ตของตัวเองออกแล้วคลุมให้ข้าวขวัญทันที
"คุณนอนพักนะ คุณข้าว ถึงที่หมายแล้วผมจะปลุก"
"แต่ฉันจะไม่จับปืนแล้วนะนายทิว ฉันขออยู่ใกล้ๆ นายแทนได้มั้ย นะ นะ ฉันสัญญาว่าจะเชื่อฟังนาย ฉันขอร้องนะ นะ นายทิว อือ..อื้ออ!"
ทิวไทไม่ทนอีกต่อไป ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาประกบปากของเขาลงไปบนกลีบปากบางที่ซีดจนเขียวคล้ำเพื่อให้ความอบอุ่นและให้กำลังใจ ข้าวขวัญน่าสงสารเกินกว่าที่เขาจะทนดูดายได้ เขาคงต้องปกป้องเธอไปจนกว่าเธอจะไม่้าเขาแล้วจริงๆ นั่นแหละ เขาสัญญากับตัวเองอย่างนั้น!
เธอไม่คิดว่าเขาจะจูบเธอ!
ที่ข้าวขวัญขอเขาเื่ไม่จับปืน เพราะเธอคงไม่เอาอีกแล้วที่ต้องอยู่ห่างจากเขาแล้วต้องถือปืน เมื่ออยู่ห่างนายทิว ประสาททุกส่วนจะต้องตื่นรู้แม้ในขณะหลับพักผ่อน ถ้าเธอจะต้องตายไปจริงๆ ก็ขอให้ตายอย่างที่ได้รับรู้ว่า นายทิวปกป้องเธอไม่ได้แล้วจริงๆนั่นแหล่ะ ในตอนนี้ ข้าวขวัญไม่มีความรู้สึกใดๆ นอกจากความกลัวและความสิ้นหวัง
แต่เธอก็ไม่คิดว่าเขาจะจูบเธอ ความอบอุ่นจากริมฝีปากของนายทิว มันทำให้ร่างกายของข้าวขวัญอุ่นขึ้นและสั่นน้อยลง จูบนั้นเหมือนจะสัญญาว่าเขาจะให้เธออยู่ใกล้ ๆ เขาและปกป้องเธอ ร่างกายของเธอกลับรู้สึกผ่อนคลาย อบอุ่นและปลอดภัย เมื่อนายทิวถอนจูบ ข้าวขวัญก็ได้เห็นแววตาที่จริงจังของนายทิว
"ผมจะดูแลคุณเอง" นิ้วโป้งของเขาค่อยๆ ไล้ปาดริมฝีปากบางของเธอช้าๆ แล้วจับเธอเอนไปกับเบาะนั่ง
"นอนนะ ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น"
"นายทิว นายว่าเขาจะตายไหม?" เธอยังถามเขาเสียงสั่นด้วยความกลัวว่าตัวเองจะต้องกลายเป็ฆาตกร
"ไกลหัวใจไอ้พงษ์มันตั้งเยอะ มันไม่ตายหรอก แต่มันคงต้องไปนอนในคุกอีกนาน"
ทิวไทขับรถฝ่าฝนฟ้าที่ตกลงมาราวกับฟ้าถล่ม เขามุ่งลงใต้และหวังว่าอาจจะทันเรือข้ามฟากรอบแรกเพื่อไปยังที่ซ่อนที่ใหม่ ที่ที่ข้าวขวัญจะปลอดภัยที่สุด!!
บนเรือข้ามฟากไปเกาะพะงัน...
ทิวไทนั่งอยู่ในรถซึ่งจอดอยู่ใต้ท้องเรือ ในขณะที่เรือกำลังข้ามฟากไปเกาะพะงัน หญิงสาวยังหลับด้วยความอ่อนเพลีย เมื่อเรือโคลงเคลงบ้างเพราะคลื่นลม ข้าวขวัญจึงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา
"คุณเป็ยังไงบ้าง ข้าวขวัญ?"
ทิวไทถามด้วยความเป็ห่วง
"ฉันหนาวจังเลย นายทิว นี่เราอยู่ที่ไหนกันแล้ว?"
"เราอยู่ในเรือ ไปอยู่ที่บ้านผมก่อน ที่นั่นปลอดภัย ผมรับรอง"
ทิวไทเอาหลังมือแตะหน้าผากของข้าวขวัญก็รู้สึกว่าเธอน่าจะมีไข้ต่ำๆ ใบหน้าที่ขาวซีดของข้าวขวัญที่เขาเห็นเมื่อคืนกลับกลายเป็แดงระเรื่อเพราะพิษไข้
"คุณน่าจะตากฝนมา ตัวรุมๆหน่ะ"
ทิวไทหันไปคว้าเป้ที่เบาะหลังซึ่งเขาเตรียมไว้แล้ว ภายในเป้คือเสื้อผ้าของเขาและของเธอที่เขายัดรวมๆกันมาสำหรับการหนี เขาลืมไปเสียสนิท จริงๆเขาควรจะให้เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนคงจะดีกว่านี้
"คุณต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่งั้นปอดบวมกินตายแน่ ๆ"
ทิวไทรื้อหาของสักพักแล้วจึงยื่นเสื้อกางเกงใหม่และ...ชุดชั้นใน ให้ข้าวขวัญ
"จะให้ฉันเปลี่ยนตรงนี้เหรอ?"
"แต่สภาพคุณไม่เรียบร้อย คุณโนบราและกางเกงสีขาวขาสั้นจู๋ ขืนเดินไปห้องน้ำบนเรือตอนนี้ไม่น่าจะดีแน่ เพราะคนบนเรือเยอะมาก เดี๋ยวผมจะหันหลังก็แล้วกัน กระจกติดฟิลม์ค่อนข้างมืด คนข้างนอกไม่เห็นแน่นอน"
หญิงสาวไม่มีทางเลือก จึงต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยความทุลักทุเลในรถโดยที่ทิวไทหันหลังให้เธอ
"ฉันเสร็จแล้ว"
ข้าวขวัญนอนพิงพนักเบาะนั่ง เธอปวดศีรษะจนแทบจะะเิ แถมเรือก็โคลงเคลงอีก ตอนนี้เธออยากจะอาเจียนเพราะรู้สึกมวนในท้องมากๆ
"ฉันปวดหัว แล้วก็อยากอ๊วกด้วย"
สิ่งนี้เขาไม่ได้เตรียมเสียด้วย ไอ้ลูกทะเลอย่างเขา ต่อให้เรือโคลงกว่านี้อีกสิบเท่าเขาก็ไม่เป็อะไร แต่นี่คุณหนูเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศแล้วก็เข้าสู่กระบวนการถูกไล่ล่าทันที ยังไงก็ไม่น่าจะทนถึกอย่างเขาไปได้ ทิวไทอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบเส้นผมที่ตกลงมาปรกที่หน้าผากให้ แล้วลูบแก้มของหญิงสาวอย่างเบามือ
"คุณอย่าอ๊วกนะ นอนนิ่งๆหลับตาไว้ก่อน เดี๋ยวผมจะไปหายาหาถุงพลาสติกมาให้ แต่ผมคิดว่าคุณไม่น่าจะอ๊วกนะ เพราะท้องว่าง"
เสียงของทิวไทลดดีกรีความโหดลงไปเยอะ อีกทั้งยังรู้สึกร้อนรนเมื่อเห็นข้าวขวัญตัวรุมๆ ั้แ่ที่เขาได้จูบเธอเมื่อคืน อะไรๆก็ดูเปลี่ยนไปอย่างที่เขาอธิบายตัวเองไม่ได้ ข้าวขวัญเองก็อ้อนเขาเป็ลูกแมวเหมือนกัน ั้แ่ตื่นมาก็เสียงสองเสียงสามใส่เขาตลอด ไม่รู้ว่าเพราะป่วยหรือเพราะรสจูบของเขากันแน่
"นายอย่าไปนานนะ ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว"
พอข้าวขวัญใช้เสียงสามพูดกับเขา ทิวไทก็ใจอ่อนยวบเป็เยลลี่ไปอีก
"เดี๋ยวผมมา ผมจะล๊อกรถไว้ คุณรอผมนะ แป๊ปเดียว ผมรับรอง"
ทิวไทเผลอจุ๊บหน้าผากเธออย่างรวดเร็วก่อนจะรีบผละออกไป
ทิวไทรีบขึ้นไป้าของเรือที่มีร้านขายของเล็กๆแล้วรีบกลับมาพร้อมกับยาลดไข้ ยาแก้เมาเรือและน้ำให้ข้าวขวัญ จึงทำให้เธอหลับได้ตลอดทางจนเรือเทียบท่าที่เกาะพะงัน