ในคืนที่ท้องฟ้ามืดสนิทไร้หมู่ดาว ไม่มีดวงจันทร์ให้แหงนมอง มีเพียงการถ่ายโอนประจุไฟฟ้าข้ามไปมาระหว่างก้อนเมฆสองก้อน หรือที่มนุษย์เรียกว่า ฟ้าแลบ ที่ปรากฏเป็พัก ๆ ให้ได้เห็นบริเวณโดยรอบ
ภายใต้ศาลาของวัดชื่อดัง มีผู้คนมากมายสวมชุดสีดำ ไว้อาลัยให้กับบุคคลล้นบารมี คุณนาย พริ้งเพรา สืบวงศ์ษา ภริยาของจอมพล ปราชญ์ สืบวงศ์ษา
แม้จะกล่าวว่าเป็ งานศพ แต่ภายในงานกลับไม่ได้มีเสียงสะอื้นไห้ดังที่ควรจะเข้าใจ คุณหญิงคุณนายก็เอาแต่จะจับคู่ให้บุตรของตนไม่ดูสถานที่ ด้านนายทหารทั้งหลายก็เอาแต่พูดคุยเื่ตำแหน่งสนุกปาก ไม่มีใครสนใจความเศร้าเสียใจกับการสูญเสียในครั้งนี้สักคน
นี่แหละหนามนุษย์ ยามมีชีวิตก็หันหน้าส่งยิ้มให้กัน พอลับจาก หากไม่ติดเื่หน้าตาก็คงจะไม่มีใครอยากจะมานั่งฟังพระสวดที่นี่
“คุณรินทร์คะ อาหารค่ะ”
แก้ว สาวใช้คู่กายของวรินทร์สะกิดเ้านายของตน พร้อมกับส่งถาดอาหารให้ ถ้วยเล็ก ๆ ห้าใบถูกบรรจุอาหารที่ผู้เป็ย่าชอบ วรินทร์ทำเพียงมองดู ก่อนจะรับมาแล้วเดินไปข้างโลงเย็นที่คุณนายนอนหลับใหลอยู่
ก็อก ก็อก ก็อก
“ย่าครับ ผมเอาอาหารมาให้”เคาะโลงสามครั้ง แล้ววางถาดอาหารไว้ข้างโลง วรินทร์ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ ผู้เป็ย่าโดยไม่พูดสิ่งใดต่อ ในวันที่ควรเสียใจกับการจากไปของย่า แต่เขากลับไม่มีสักหยาดน้ำตาไหลออกมาให้ได้เห็น
ไม่ใช่เพราะไม่รัก ไม่เสียใจ แต่ความรู้สึกของวรินทร์มันตาย หายไปั้แ่มารดาเสีย เขากลายเป็คนไม่มีความรู้สึกอะไรนับั้แ่วันนั้น
หึ…
หลังจากภรรยาในสมรสเสียได้เพียงหนึ่งวัน นายรชต สืบวงศ์ษา หรือบิดาของวรินทร์ ก็เริ่มออกลาย บังคับให้เขาเรียกนังเพศยาว่า แม่ และยังข่มขู่ให้เขาเป็ขี้ข้ารองเท้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของมัน
ทำเฉกเช่นว่าเขาไม่ใช่ลูก
เวลาห้าปีที่อยู่ในคฤหาสน์สืบวงศ์ษา วรินทร์ถูกทุบตีจนเนื้อช้ำ ร้องขอให้ผู้เป็ย่าช่วย หล่อนก็เอาแต่บอกให้เขาอดทน เพื่อรอแก้แค้นภายหลัง วรินทร์เป็เด็กดีเชื่อฟังย่า ดังที่มารดาเคยสอน
จนกระทั่งถึงวัยเข้ามหาวิทยาลัย วรินทร์ได้ขอร้องกับคุณพริ้ง ช่วยไปคุยกับบิดาในการย้ายที่อยู่ไปอาศัยที่หอพักของมหาวิทยาลัย รชตยอมตกลงให้เขาออกไปได้ แต่แลกกับการหมั้นหมายที่ผู้เป็บิดาจัดหาให้ และต้องเข้าไปบริหารโรงแรมแทนเมียรักของรชต
วรินทร์ตกลง เพื่ออิสระเขายอมทุกอย่าง
“รินทร์ แขกจะกลับแล้วนะ”พิมพ์ พิมพ์ชนก แสงโยธา คู่หมั้นคนสวยของวรินทร์เดินมาสะกิดให้อีกคนไปยืนส่งแขกด้วยกัน
“อืม”
ตลอดการยืนส่งพวกคุณหญิงคุณชายกลับบ้าน วรินทร์ไม่พบเงาของบิดาสักนิด ไม่ใช่แค่ตอนนี้ แต่ั้แ่พระท่านเริ่มสวด เขาเห็นรชตควงแขนกับปาริฉัตร เมียรักออกไปแล้ว
“รินทร์ไปส่งเราที่คอนโดได้ไหม”
“พิมพ์ไม่กลับไปนอนบ้านเหรอ”ภายในศาลาเงียบสนิทไร้ผู้คน มีเพียงวรินทร์กับพิมพ์ชนก ที่ยังคงนั่งมองเม็ดฝนกระทบกับพื้นปูนข้างศาลา
“เราี้เีทะเลาะกับที่บ้าน”
“นี่ก็แอบหนีจากงานมานะ”อันที่จริงพิมพ์ชนกมีงานเปิดตัวโรงแรมใหม่ของคู่ค้าบิดา แต่หล่อนกลับหนีออกมาช่วยคู่หมั้นจัดการงานศพแทน เพราะเห็นแล้วว่าคนรักคงเหนื่อยหากต้องทำอะไรคนเดียว
“ขอบคุณนะ”
“ไม่เป็ไร”
เมื่อเห็นว่าฝนเริ่มซาแล้ว วรินทร์ก็ได้ไปส่งคู่หมั้นที่คอนโดของพิมพ์ชนก เมื่อมาถึงพิมพ์ชนกดูท่าจะงอแงเกินเหตุ หล่อนเอาแต่ขยั้นขยอให้เขาขึ้นห้องพร้อมกับเธอ แม้ชายหนุ่มจะปฏิเสธหลายครั้งแต่หล่อนก็ยังเซ้าซี้ จนวรินทร์รำคาญยอมไปตามที่เธอขอ
“ร้อนไหม ถอดเสื้อก็ได้นะ”
“ถ้าชวนมาเพราะแบบนี้ เรากลับนะ”เมื่อรู้จุดประสงค์ของคู่หมั้น วรินทร์ส่ายหัวเอือมระอา สวมรองเท้าพร้อมจะกลับ เห็นเช่นนั้นพิมพ์ชนกก็รีบวิ่งมาสวมกอดวรินทร์
“รินทร์เราขอโทษนะ เรานึกว่ารินทร์จะยอมเราแล้วเสียอีก”
ั้แ่ถูกจับหมั้น พิมพ์ชนกก็คอยรบเร้าให้เขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหล่อน แต่วรินทร์ก็ไม่เคยทำ เขาไม่มีความรู้สึกอยากจะทำเช่นนั้น ไม่ว่าจะอารมณ์ทางเพศหรืออารมณ์ทั่วไป
วรินทร์ไม่ได้บอกเื่นี้กับใคร ั้แ่เข้ามหาวิทยาลัย เขากลายเป็คนไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งใด ไม่ว่าจะสอบติดมอดัง กำไรสูงลิ่วในการทำงานปีแรกหรือแม้แต่คุณนายพริ้งเพราเสีย เขาก็ไม่เคยมีอารมณ์ร่วมเลยสักครั้ง
“คืนนี้นอนกับเราได้ไหม”
“แค่กอดกันก็ยังดี”
“พิมพ์ไปอาบน้ำก่อนเถอะ”วรินทร์แกะมือของพิมพ์ชนกออก ก่อนจะถอดรองเท้ากลับที่เดิม แล้วพาคู่หมั้นเดินเข้าห้องนอน
หลังจากทำธุระส่วนตัวกันเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองก็พร้อมกันขึ้นเตียงขนาดใหญ่ พิมพ์ชนกเขยิบตัวไปนอนหนุนแขนของวรินทร์ ส่วนชายหนุ่มทำเพียงยกแขนข้างซ้ายให้คู่หมั้น แล้วปิดเปลือกตาลง ไม่คิดจะมีบทสนทนาใด ๆ ก่อนนอนกับพิมพ์ชนก
“คืนนี้รินทร์จะมานอนกับเราอีกไหม”พิมพ์ชนกถาม ขณะกำลังนั่งกินอาหารเช้าที่วรินทร์ทำให้ ั้แ่เช้าหล่อนแทบจะไม่ได้คุยกับคู่หมั้นเลย วรินทร์เอาแต่คุยโทรศัพท์สั่งงานกับลูกน้องทั้งที่ยังไม่ทันเจ็ดโมงเลยด้วยซ้ำ
“ไม่ล่ะ วันนี้มีเซอร์ไพรส์วันเกิดคุณแดนนี่”วรินทร์ตอบแค่นั้น แล้วหยิบเสื้อสูทของตัวเองพาดแขนเดินออกจากห้องหญิงสาว
Rrrrr
‘ครับคุณนี’
‘คุณรินทร์จะรับน้ำเต้าหู้ไหมคะ’ เลขาสาวไฟแรงวัยสามสิบห้าปี เอ่ยถามผู้เป็เ้านาย
‘เอาครับ แล้วอย่าลืมซื้อเผื่อพนักงานก่อนออกกะด้วยนะครับ’
‘รับทราบค่ะคุณรินทร์’
นี่อาจจะเป็สิ่งที่ทำให้พนักงานทุกคนรักและเทิดทูนวรินทร์มากกว่าบิดา ความใส่ใจและความเข้าใจในพนักงานมาตลอดสี่ปี ทุกวันหลังเลิกงาน ไม่ว่าจะเป็กะเช้า กะบ่าย หรือกะดึก วรินทร์จะให้ปรานีเป็ธุระจัดการซื้อของกินมาให้เสมอ
นั่นทำให้ปีแรกของการทำงาน วรินทร์สามารถทำโรงแรมนารีรัตน์ เข้าสู่ระดับห้าดาวอย่างรวดเร็ว
โรงแรมนารีรัตน์ สไตล์ไทยร่วมสมัย สมบัติเดียวั้แ่คุณตาของวรินทร์ ที่นี่เป็ของมารดาเขา คุณรุ่งนภาเป็เ้าของอย่างถูกต้อง แต่กลับถูกรชตขโมยไปให้เมียรักบริหารจนเละ
กว่าจะมาถึงมือวรินทร์มันแทบจะถูกขายทอดตลาดเพราะติดหนี้หลายพันล้าน เพราะเหตุนี้ รชตจึงยอมให้เด็กอายุสิบแปดที่ทำอะไรไม่เป็มาบริหารแทน
วรินทร์ยืนมองโรงแรมแห่งนี้ด้วยสายตาไร้ความรู้สึก อุตส่าห์เอามันกลับมาได้แล้วแท้ ๆ แต่เขากลับไม่ยินดีกับมันสักนิด
วรินทร์ยังคงอยู่หน้าทางเข้า กระทั่งมีคนคนหนึ่งเดินมาชนกับเขา ทำให้ถุงน้ำเต้าหู้หลายสิบถุงหลุดจากมือ กระแทกปูนแตกกระจาย
“ขอโทษครับ ผมขอโทษจริง ๆ ”ชายผมทองคนหนึ่งสวมชุดสีฟ้า เครื่องแบบยามรักษาความปลอดภัย ลนลานรีบหาผ้ามาเช็ดคาบน้ำออกจากชุดให้วรินทร์
“ไม่เป็ไร พอเถอะ”วรินทร์จับมือชายคนนั้นออก ก่อนปรานีเลขาไฟแรงจะวิ่งมาดูเขา
“ว้าย คุณรินทร์เป็อะไรไหมคะ”
“ไม่เป็ไร เรียกแม่บ้านมาเช็ดหน่อยนะ ผมจะเข้าประชุมแล้ว”วรินทร์หยิบเงินให้ปรานี ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในโรงแรม เพื่อเตรียมเข้าประชุมตอนเช้า
“พี่วิทเอ้ย ดีนะเป็คุณรินทร์ไม่ใช่ลูกค้า”ปรานีหันมาคุยกับ วิทยา ชัยจินดา ยามรักษาความปลอดภัย ที่หล่อนวานให้เขามาช่วยขนถุงน้ำเต้าหู้
“เป็คุณรินทร์ก็ซวยไอ้นี”วิทยารีบก้มเก็บเศษซากน้ำเต้าหู้ที่หกให้ออกจากทาง ก่อนที่ลูกค้าจะมาเห็นแล้วคอมเพลนจนถูกเ้านายด่า
“พี่วิทเก็บรอป้าใจนะ หนูต้องรีบเข้าประชุม”
“เออ ๆ ไปเถอะ”เมื่ออีกคนตอบรับ ปรานีก็รีบวิ่งตามผู้เป็เ้านายเข้าห้องประชุม ดีไม่ถูกสายตาตำหนีจากวรินทร์ ที่หล่อนเข้าห้องช้ากว่าเ้านาย
“คุณนีครับ”หลังจากเดินออกจากห้องประชุม เ้านายที่รักก็ส่งเสียงเรียกหล่อนขึ้นมา น้ำเสียงราบเรียบทำปรานีสะดุ้งเกร็งตัว
“คะ…คะคุณรินทร์”หล่อนตอบรับอย่างสั่นไหว จนวรินทร์หันมามอง
“ยามคนนั้นทำกะเช้าใช่ไหม”
“ค่ะ”
“ย้ายไปทำกะดึก ซุมซ่ามแบบนั้นเดี๋ยวลูกค้าคอมเพลน”สั่งเสร็จ วรินทร์ก็ผลักประตูเข้าห้องทำงานของตน ทิ้งให้เลขาสาวคร่ำคราญไว้อาลัยให้กับพี่ชายสุดหล่อของตน
“โดนหมายหัวแล้วไหมละพี่วิทเอ้ย”
“คุณรินทร์คะ คุณแดนนี่เดินไปห้องอาหารแล้วค่ะ”่เย็นในวันเดียวกัน ขณะที่วรินทร์กำลังนั่งเซ็นอนุมัติของอยู่นั้น ปรานีก็เปิดประตูเข้ามาแจ้งกิจกรรมที่เขาต้องทำก่อนเลิกงาน
วันเกิดครบสี่สิบปีของแขกขาประจำของโรงแรมนารีรัตน์ ที่ทุกปีวรินทร์จะเป็คนเซอร์ไพรส์เค้กให้กับลูกค้าคนนั้น ปีนี้ก็เช่นกัน
“ขอบคุณครับ”
Happy birthday to you,
Happy birthday to you,
Happy birthday, happy birthday,
Happy birthday to Danny.
แปะ ๆ
เสียงปรบมือดังขึ้น เมื่อวรินทร์ร้องเพลงจบ เ้าของเค้กอย่างแดนนี่ลุกจากเก้าอี้มายืนเทียบกับวรินทร์ ส่งยิ้มให้คุณเ้าของโรงแรม ก่อนจะพ่นลมเพื่อดับเปลวไฟจากเทียนเล่มเล็กที่ปักไว้
“ของให้ปีนี้ คุณรินทร์รับรักผมทีเถอะ”แดนนี่เอ่ยหลังเที่ยนดับ คำขอที่ทำให้คนรอบ ๆ เกิดอาการขวยเขิน ผิดกับวรินทร์ที่เพียงยิ้มการค้า แล้วส่งเค้กให้ปรานีด้านหลัง
“ขอให้มีความสุขกับวัยสี่สิบนะครับ”
“เดี๋ยวสิครับ”แดนนี่รั้งแขนวรินทร์ไว้ เมื่อเห็นว่าอีกคนตั้งท่าจะกลับแล้ว
“ปล่อยแขนผมก่อนดีกว่าครับ”แม้จะบอกอย่างสุภาพ แต่วรินทร์ก็แอบบิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม เขาถอยห่างจากชายวัยกลางคนเล็กน้อยไม่ให้ดูน่าเกลียด
เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่แดนนี่ขอแบบนี้ มันคงจะเป็ครั้งที่สามได้แล้วมั้ง
“อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิครับ”
“เชิญคุณแดนกินให้อร่อยเถอะครับ ผมมีงานต่อขอตัวครับ”
ว่าจบวรินทร์ก็ชิ่งหมุนตัวแล้วเดินกลับห้องทำงานของตน แต่ไม่ลืมฝากให้หัวหน้าแผนกFood and Beverage ดูแลลูกค้าต่อ
“คุณรินทร์จะกลับเลยไหมคะ”
“คุณนีมีอะไรหรือเปล่าครับ”วรินทร์ถามพลางเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประจำตำแหน่ง รอคอยว่าคุณเลขามีอะไรจะรายงาน ถึงทำสีหน้าลำบากใจขนาดนั้น
“คุณรชตโทรมา ให้คุณรินทร์กลับบ้านโดยด่วนค่ะ”
คำตอบของปรานีไม่ได้ทำให้วรินทร์ลำบากใจอะไร ชายหนุ่มเพียงพยักหน้าส่งให้ แล้วเก็บของของตัวเองใส่กระเป๋า เตรียมไปคฤหาสน์หรูที่นาน ๆ วรินทร์จะเข้าไป
“คุณท่านรออยู่ด้านใน”
มาถึงวรินทร์ก็ถูกต้อนรับจากคนใช้ข้างกายปาริฉัตร หล่อนชักสีหน้ารังเกียจพลางเอ่ยด้วยการกระแทกเสียง วรินทร์ไม่ได้สนใจหล่อนนัก เพราะเขาโดนหล่อนกระทำแบบนี้ั้แ่มารดาเสียแล้ว คนที่นี่แทบไม่มีใครเคารพเขาสักคน เว้นก็แต่แก้วเท่านั้น
“มาแล้วเหรอ นิสัยเสียขึ้นนะสงสัยไม่มีใครสั่งใครสอน”
ยังไม่ทันได้ยกมือไหว้ตามมารยาท ก็ถูกเสียงแหลมพูดโผล่ขึ้นมา วรินทร์เปรยตามองปาริฉัตรเล็กน้อย ก่อนจะหันไปไหว้บิดา แล้วเดินไปนั่งที่หัวโต๊ะอีกฝั่ง
โต๊ะอาหารยาวรองรับคนได้สิบคน รชต ปาริฉัตร และลูกรักอย่างนราวิชญ์ นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของวรินทร์ ด้านหน้าของทุกคนมีอาหารมากมายวางจนเต็มพื้นที่ ส่วนด้านวรินทร์มีเพียงจานข้าวสวยกับยำปลากระป๋องเท่านั้น
ทั้งที่ก็เป็ลูกเหมือนกัน ทำไมการกระทำถึงต่างกันเพียงนี้
“มึงนี่สันดานแย่เหมือนที่แม่กูบอกจริง ๆ ”
“น่าให้คุณพ่อจับมึงตีแล้วขังห้องอีก”นราวิชญ์เอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าอีกคนเมินเฉยต่อมารดาของตน จึงกล่าวไปถึงสิ่งที่ทำให้วรินทร์กลัวจนต้องทำตามที่เขาและมารดา้า
แต่เหมือนวันนี้อีกคนจะมีกิริยาต่างออกไปจากทุกที
“พ่อเรียกผมมา มีอะไรหรือเปล่า”
“คอนโดแกน่ะ เอาให้เ้าวิชญ์อยู่”รชตเข้าประเด็น เขาพูดเหมือนการยกที่อยู่อาศัยเป็เื่ง่าย ๆ สบาย ๆ เพราะขณะพูด เขาก็หันไปตักอาหารให้ลูกกับเมียรัก ไม่ได้สนใจว่าวรินทร์จะปฏิเสธ
“แล้วผมจะไปอยู่ไหน นั่นคอนโดที่ผมซื้อด้วยเงินตัวเอง”
“งั้นแกก็ซื้อเอาใหม่”รชตวางช้อนลง นำมือสองข้างมาประกอบกันตรงหน้าของตน สายตามองกดดันวรินทร์ ให้ลูกชังยอมทำตามที่ตนเอง้า
“งั้นพ่อซื้อให้มัน ไม่ง่ายกว่าหรือ”
“อย่ามาเถียงฉัน”รชตตบมือลงโต๊ะเสียงดังด้วยความโมโห พลางนึกในใจว่ารุ่งนภาเลี้ยงลูกอย่างไร ถึงมาเถียงตนฉอด ๆ แบบนี้
แต่เหมือนว่ารชตจะลืมไป รุ่งนภาอยู่เลี้ยงวรินทร์ถึงแค่อายุสิบห้าปีเท่านั้น
“ผมไม่ได้เถียง ผมแค่ออกความเห็น”
“ถ้าพ่อซื้อให้ ต่อให้มันราคาหลายพันล้าน พ่อก็จะซื้อให้มันหนิครับ”
“อียิ้ม!”เสียงของปาริฉันตรแทรกขึ้นมา แล้วสาวใช้คนที่ออกไปรับวรินทร์ ก็เดินมาด้านหลังเขา แล้วกระชากศีรษะของวรินทร์ให้เดินไปหยุดหน้ารชต
“มึงนี่น่าตายตามแม่มึงจริง ๆ ”
เพียะ!
สิ้นคำพูด รชตก็ฟาดมือหนาลงแก้มของวรินทร์ ความแรงของมันทำเขาหูอื้อไปชั่วขณะ กว่าจะตั้งสติได้ ก็ถูกมือเล็กของนราวิชญ์ฟาดซ้ำอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเพราะแก้มมันชาจากฝีมือรชต หรือนราวิชญ์แรงน้อยเกินไป วรินทร์จึงไม่รู้สึกถึงการตบเลย
“คุณคะ ไม้ค่ะ”ปาริฉัตรแย้งไม้เรียวจากคนใช้ส่งให้สามี ก่อนหล่อนและลูกชายจะถอยห่างยืนมองวรินทร์ถูกบิดาลงโทษ ข้อหาขัดใจรชต
พลั่ก พลั่ก…
เสียงไม้เรียวกระทบกับหลังของวรินทร์ ทำคนที่ยืนฟังรอบ ๆ แอบแสบแทน แต่ดูเหมือนคนถูกกระทำ จะไม่แสดงอาการเ็ปใด ๆ ให้ปาริฉัตรและนราวิชญ์นึกพอใจสักนิด
วรินทร์มีสีหน้านิ่งตลอดการถูกลงโทษ คล้ายมันชินชาจนไม่รู้ว่าจะต้องเ็ปตรงไหน
“ไปเอาน้ำเกลือมา”ด้านนราวิชญ์ เขาเจ็บที่ใจ ที่ไม่อาจทำให้ลูก เมียน้อย เ็ปได้ จึงหันไปสั่งกับคนใช้ข้างกาย
ไม่นานชามน้ำเกลือก็มาอยู่ในมือนราวิชญ์ เขาเดินไปอยู่ด้านบิดา ก่อนจะเทราดน้ำเกลือนั้นลงบนหลังวรินทร์ ที่มีรอยเืเปื้อนเสื้อขาวเป็เส้นไม้เรียว
อึก…
แม้เป็การแสดงความเ็ปเพียงเล็กน้อย ก็ทำนราวิชญ์ยิ้มพอใจ รชตเห็นลูกรักมีสีหน้าพอใจ เขาก็หันไปกระชากศีรษะวรินทร์แล้วลากไปที่ห้องเก็บของใต้บันได
วรินทร์พยายามจะแกะมือบิดาออก แต่ยิ่งดึงรชตยิ่งกำแน่น จนเหมือนเส้นผมเล็กจะหลุดติดมือบิดา
“อยู่สำนึกผิดอยู่ในนี่แหละมึง ใครให้ข้าวมันกูไล่ออก”รชตโยนวรินทร์เข้าห้องเก็บของ หันไปสั่งลูกน้องในปกครอง ก่อนจะล็อกประตูห้องนั้นไว้แล้วส่งกุญแจให้กับปาริฉัตรเมียรัก
“ไปกินข้าวต่อเถอะค่ะ ตอนเย็นต้องไปฟังพระสวดต่อ”
เสียงหัวเราะต่อกระซิบเริ่มหายจากการได้ยินของวรินทร์ ปล่อยให้เขานั่งพิงประตูห้องมืด ๆ อยู่คนเดียว แผลด้านหลังก็ไม่คิดจะให้ความสำคัญ เดี๋ยวมันก็แห้งเหมือนทุกครั้ง
“ทุกครั้งย่าก็ไม่เคยช่วย ครั้งนี้ย่าก็ไม่ช่วยผม”วรินทร์พูดอย่างเหม่อลอย ใช้สายตามองไปที่งานศพของคุณนายพริ้งเพรา ทั้ง ๆ ที่จากบ้านถึงวัดไม่ได้ใกล้กันสักนิดเดียว
“แม่ครับ เมื่อไหร่ผมจะได้ไปอยู่กับแม่สักที”นึกไปถึงมารดา ที่จากกันไปแปดปีเห็นจะได้ หล่อนเสียทั้งที่ไม่คิดจะบอกลาหรือพาเขาไปด้วย ปล่อยให้เขาอยู่กับปีศาจทั้งหลาย จนเขาแทบจะกลายเป็แบบพวกนั้น
แบบที่เขาเกลียด
“ไว้เจอกันครับ คุณรุ่งนภา”
สิ้นเสียงวรินทร์ก็หลับไป หวังว่าการหลับครั้งนี้จะเป็การหลับใหลครั้งสุดท้าย แล้วไม่ต้องตื่นขึ้นมารับรู้สิ่งใดอีก ปล่อยให้ครอบครัวสุขสันต์ได้อยู่กันพร้อมหน้า ปล่อยให้สมบัติชิ้นสุดท้ายอย่างโรงแรมนารีรันต์ปิดกิจการเพราะขาดผู้คุมบังเหียน
แต่เหมือนนรกยังไม่้าวรินทร์ เขาตื่นจากนิทราด้วยการสาดน้ำจากฝีมือปาริฉัตร หล่อนยืนแสยะยิ้มกับนราวิชญ์ที่หน้าประตู ในมือของหล่อนถือไม้เรียวไว้ วรินทร์ทำเพียงหลับตารอรับการกระทำอันป่าเถื่อนจากสองแม่ลูก
หากคาดหวังให้บิดาสนใจ ตายไปยังง่ายกว่า
“ถ้าวันนี้เืมึงไม่หมดตัว อย่าเรียกกูว่านราวิชญ์เลย”
นราวิชญ์ฟาดไม้เรียวลงหลังที่แผลยังไม่แห้งดี เขาตีที่เดิมซ้ำ ๆ จนเป็แผลแหวกหนักกว่าเดิม แต่วรินทร์ก็ยังคงนิ่งเช่นเดิม
ไม่รู้ว่าเขาถูกทำร้ายนานแค่ไหน เสียงสุดท้ายที่วรินทร์ได้ยินคือเสียงของแก้วพี่เลี้ยงที่อยู่ข้างเขามานาน
“เรียกรถโรงบาลที! คุณรินทร์ไม่ไหวแล้ว! ช่วยด้วย…”