บทที่ 20
รับหลานสองคนกลับบ้าน ก่อนจะให้ทั้งคู่เล่นตุ๊กตาผ้าอันเล็กกันไป นางซื้อจากห้างมา 2 ตัว ราคาตัวละ 2 เหรียญทองเท่านั้น เพราะทำจากผ้าฝ้าย แบ่งให้โจวชิงชิงหนึ่งตัวและโจวต้าหนี่อีกหนึ่ง รอบนี้เสี่ยงหงใช้เวลาไม่นานก็ทำอาหารเสร็จก่อน 4 โมงครึ่ง จึงออกไปเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้มานั่งพับเข้าตู้
แวะออกมาดูข้างนอกก็ยังเล่นตุ๊กตากันอยู่ เด็กทั้งสองคนเห่อมากของเล่นยุคนี้มีน้อย ผ้าเป็นสิ่งสำคัญไม่มีใครเอามาทำเป็นของเล่นกัน ปีนึงจะได้รับตั๋วผ้าแค่ไม่กี่ชั่งเท่านั้น เพราะงั้นการตัดเสื้อผ้าใหม่จึงเป็นเรื่องยาก ส่วนมากชุดของทุกคนจะมีรอยปะผ้า ถ้าไม่เก่าจนขาดมากๆ พวกเขาจะซ่อมมันเรื่อยไป
หลี่เสี่ยวหงที่ใส่เสื้อผ้าใหม่แถมไม่มีรอยซ่อมแซม จึงเป็นที่อิจฉาเวลาเดินผ่านคนอื่นทุกครั้ง นางนั่งเล่นกับหลานจนใกล้ถึงเวลาเลิกงาน เลยรีบลุกขึ้นไปเตรียมโต๊ะสำหรับกินมื้อเย็น ยังจัดไม่ทันเสร็จโจวเสี่ยวหมี่ที่เพิ่งกลับจากโรงเรียน เห็นพี่สะใภ้ยุ่งอยู่ที่ห้องครัว จึงเอากระเป๋าไปเก็บในห้องให้เรียบร้อย ก่อนจะออกมาช่วยนางจัดโต๊ะ
"ขอบใจนะเสี่ยวหมี่ เลิกเรียนมาเหนื่อยๆ ไม่ต้องช่วยพี่ก็ได้จ๊ะ"
"เรื่องแค่นี้เอง ฉันช่วยได้ค่ะ"
"แล้วเรียนหนังสือวันนี้เป็นยังไงบ้าง ยากไหม ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนถามพี่หรือพี่ใหญ่เราได้"
"ไม่ยากเท่าไหร่คะ แต่ถ้าฉันไม่เข้าใจตรงไหนจริงๆ ค่อยรบกวนพวกพี่ทีหลังนะ"
"ได้สิจ๊ะ"
ทั้งสองคนคุยเล่นกันจนทำเสร็จทุกอย่าง ระหว่างนั่นครอบครัวโจวกลับมาถึงบ้านพอดี จึงกินข้าวเย็นกันตามปกติ แม้ทุกคนจะสงสัยที่เห็นของเล่นต้าหนี่กับชิงชิง คงจะไม่พ้นหลี่เสี่ยวหงที่ซื้อให้หลานนั้นแหละ น้องชายของสามีนางทั้งสองคนและสะใภ้สอง รู้สึกซาบซึ้งและเกรงใจเช่นกัน ที่พี่สะใภ้ใหญ่ซื้อของเล่นแพงๆแบบนี้ให้ลูกตัวเอง
ตอนแรกเซียนหยุนเกือบจะออกปาก ว่าเสี่ยวหงทำไมซื้อของไรสาระให้ลูกนาง แทนที่จะให้อาหารหรือเงินมากกว่า แต่ไม่ทันได้เปิดปากพูดเจอสายตาโจวต้าเหลียนซะก่อน จึงได้แต่บ่นในใจคนเดียวเท่านั้น นางกลัวสามีตัวเองจะโกรธเลยต้องนั่งกินข้าวเงียบๆ ในขณะที่ทุกคนในครอบครัวคุยกันสนุกสนาน
ภายในห้องนอนของเสี่ยวหงกับต้าหลง หลังจากกินข้าวเย็นและแยกย้ายกันอาบน้ำ ก่อนจะถึงเวลาเข้านอน ระหว่างที่สามีไปเอาน้ำดื่มมาไว้ในห้อง นางเตรียมเอาเห็ดหลินจือที่เจอวันนี้ ใส่ไว้ในตระกร้าที่อยู่มุนห้อง เสี่ยวหงไม่ได้นำออกมาทั้งหมดทีเดียว มีแค่ 20 ดอกเท่านั้น มากไปก็ไม่ดีแต่นางก็ไม่อยากให้มันน้อยไป จึงนำออกมาเท่านี้ก่อน
"เท่านี้ก็เรียบร้อย รอแค่สามีกลับมาจะได้เอาไปขาย"
อยากให้ต้าหลงเป็นคนนำไปขาย เพราะเขาเคยขายของที่ตลาดมืดมาก่อน คงจะมีเส้นสายบ้างแหละ ถ้าให้นางไปขายเองอาจจะโดนกดราคาได้ ตอนที่หลี่เสี่ยวหงเข้าเมืองไปซื้อของ มักจะซื้อจากในสหกรณ์ของรัฐเท่านั้น ไม่เคยไปตลาดมืดเลยสักนิด ด้วยความที่มีพ่อแม่เป็นทหาร ตั้งแต่เด็กเสี่ยวหงมักจะอยู่ในกรอบเสมอ ไม่เคยทำสิ่งที่ไม่ดีและทำให้พ่อแม่ผิดหวังเลย จริงๆญาติพี่น้องของนางอยากจะรับไปอยู่ด้วย
แต่หลี่เสี่ยวหงรู้สึกว่าตัวเองโตแล้ว ไม่อยากเป็นภาระของคนอื่นอีก สามารถดูแลตัวเองได้ถึงได้สมัครมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ จนตอนนี้แต่งงานมีครอบครัวและกำลังมีลูกน้อยอีก ตอนแรกญาติของพ่อกับแม่คัดค้านที่ทั้งคู่จะแต่งงานกัน เพราะหลานสาวของพวกเขาเป็นคนเมือง ทำไมถึงอยากได้สามีเป็นคนชนบทกัน น่าจะมองหาผู้ชายในเมืองดีกว่า
แต่โจวต้าหลงก็ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆจนได้แต่งงานกับหลี่เสี่ยวหง ดีที่เขาได้เรียนจบสูงมีบุคลิกดีและหน้าตาเหมาะสมกับภรรยา ถึงแม้ฐานะของทั้งคู่จะแตกต่างกันไปสักหน่อย ต้าหลงแสดงให้พวกเขาเห็นว่าดูแลนางได้ ทุกคนจึงยอมรับหลานเขยคนนี้
จริงๆปู่ย่าตายายของเสี่ยวหง เตรียมสินเดิมของเจ้าสาวให้ด้วย ไม่เยอะนักเพราะหลานสาวขอเอาไว้ ได้เงินชดเชยจากรัฐเยอะแล้ว ไม่อยากเบียดเบียนผู้เฒ่าอีก แต่นางไม่ได้นำทั้งหมดมาด้วยและเก็บไว้ที่บ้านตัวเองแทน ทุกครั้งที่ไปในเมืองจะแวะทำความสะอาดบ้านเสมอ ทำอาทิตย์ละครั้งยังดีกว่าไม่ทำเลย
"เสี่ยวหง ทำอะไรอยู่ตรงนั้นหรอ"
"พี่ค่ะ มาตรงนี้สิ อย่าเสียงดังด้วยนะ"
"หืม ทำตัวลึกลับจังครับ"
"มาเถอะค่ะ วันนี้น้องเจอของดีด้วยแหละ"
"ครับๆ กำลังไป"
โจวต้าหลงเดินไปจนถึงภรรยาที่นั่งอยู่ข้างตระกร้า พอมองไปข้างล่างเขาก็ตกใจ ก่อนจะหันหน้าไปมองเสี่ยวหงและถามด้วยความตื่นเต้น