1
“ไม่แต่ง ยังไงลูกก็ไม่แต่งลูกไม่มีวันแต่งกับองค์รัชทายาทจอมเย่อหยิ่งนั้นเด็ดขาดท่านพ่อโปรดช่วยลูกคุยกับฮ่องเต้ได้หรือไม่เ้าคะ”
เข่อซิงบุตรสาวแม่ทัพซีซวนผู้ทรงอิทธิพลแห่งเมืองอันฉีกล่าวด้วยความไม่พอใจ เมื่อรู้ว่าฮ่องเต้จะพระราชทานงานอภิเษกสมรสให้ตนกับองค์รัชทายาทถ้าไม่ใช่องค์รัชทายาทเกรงว่าเธอคงจะไม่ปฏิเสธหัวชนฝาเช่นนี้แต่เป็เขานี้ซึ่งเป็คนที่เธอเกลียดชังกันมาั้แ่เด็กๆเธอรับไม่ได้ที่จะต้องไปใช้ชีวิตร่วมกับคนที่เกลียด มันไม่มีทางอยู่กันได้อย่างสงบสุขอย่างแน่นอนเธอคิดเช่นนั้น
“เข่อซิงเ้าก็อย่าทำให้พ่อของเ้าลำบากใจเลย นี่ฮ่องเต้ยังไม่ได้ออกราชโองการแค่เรียกเข้าเฝ้าแล้วแจ้งมาก่อน เพราะเห็นแกหน้าพ่อเ้า เ้ายังจะปฏิเสธอีกรึ”
หนิงเฉิงฮูหยินของแม่ทัพซีซวนกล่าวเตือนลูกสาวของตนที่กำลังจะสติแตกเมื่อได้ยินเื่ที่จะต้องแต่งงานกับองค์รัชทายาทคนที่นางเกลียดซึ่งเธอเองก็รู้อยู่แก่ใจแต่เป็ราชประสงค์ของฝ่าาคงมิอาจปฏิเสธได้
“ท่านแม่ท่านก็รู้ว่าข้ากับเ้าคนนั้นไม่มีวันที่จะอยู่ถ้ำเดียวกันได้”
เข่อซิงยังคงยืนยันหนักแน่น เธอจะไม่ยอมให้งานแต่งงานนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด
“เอาละๆ พ่อจะลองหาทางดู”
เขาพูดเพื่อตัดรำคาญของลูกสาวเพราะตอนนี้ถึงพูดอะไร นางคงไม่รับฟังถึงรู้อยู่แล้วว่าเมื่อฮ่องเต้ตรัสมาแล้วคงไม่อาจที่จะขัดได้แต่อย่างไรเขาคงต้องลองเข้าไปทูลขอให้พิจารณาใหม่อีกครั้งเพราะถึงยังไงเขาก็ถือว่าเป็คนใกล้ชิดกับฮ่องเต้มาั้แ่ยังเด็กคงจะเห็นแกหน้าเขาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
“ขอบคุณท่านพ่อที่เข้าใจข้า”
เข่อซิงรีบเข้าไปโอบกอดพ่อของเธออย่างสุขใจเมื่อรู้ว่าพ่อจะหาทางช่วยเธอ
วันต่อมา ณในวังหลวงเมืองอันฉี
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”
ชุดสีน้ำเงินปักด้วยด้ายสีดำลายัขับออร่าของคนที่สวมใส่ให้ดูสง่างามยิ่งนักใบหน้าคมได้รูปกับรูปร่างสูงโปร่งสมส่วน ทำให้ใครเห็นต่างก็ยำเกรงกับบุคลิกของเขาองค์รัชทายาทแห่งเมืองอันฉี ชายรูปงามเก่งกาจมีความสามารถมากล้น
“ไม่ต้องมากพิธี จางิ่พ่อมีเื่จะแจ้งให้เ้าทราบเ้าเป็รัชทายาท ณ เวลานี้ พ่อคิดว่าถึงเวลาที่เ้าจะต้องอภิเษกมีคู่ครองเพื่อสร้างความมั่นใจ มั่นคงให้กับเหล่าเสนาบดี และประชาชนทั้งหลาย ว่าเ้าโตพอที่เข้ามาดูแลบ้านเมืองนี้”
ฮ่องเต้ตรัสร่ายยาวยกหาเหตุผลเพื่อจะไม่ให้ลูกชายของตนปฏิเสธได้
“ลูกแล้วแต่ท่านพ่อจะเห็นสมควรพ่ะย่ะค่ะ”
เขาตอบอย่างว่าง่ายทำให้ฮ่องเต้พอพระทัยยิ่งนักเขาก็ไม่สนใจใครอยู่แล้ว แต่งกับใครก็ได้ทั้งนั้น ในใจเขาตอนนี้คือรักษาชาติบ้านเมืองให้สงบสุข ส่วนเื่ความรักเขาไม่คิดสนใจแม้แต่น้อย
“ดี เ้าไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ ข้ากับแม่ของเ้าก็ได้ปรึกษาแล้วเห็นชอบตรงกันว่าเข่อซิง ลูกสาวท่านแม่ทัพซีซวน คุณสมบัติครบถ้วน เก่งทั้งงานเรือน ตำรับตำราวรยุทธก็ไม่แพ้ชาย เหมาะกับเ้ายิ่งนัก”
ฮ่องเต้ออกปากชมอย่างออกหน้าออกตา เขาชื่นชมเข่อซิงมาั้แ่เด็กๆซึ่งก็รู้อยู่แล้วว่าทั้งสองไม่ค่อยจะถูกกันเท่าไรนัก เจอกันทีไร ก็ทะเลาะทุกทีเกรงว่าจะยิ่งเลวร้าย เพราะถ้ารัชทายาทของตนพลาดพลั้งทำให้เข่อซิงได้รับอันตรายก็เกรงว่าจะทำให้แม่ทัพซีซวนไม่พอใจก็เป็ได้ เลยคิดว่าถ้าให้ทั้งสองคนแต่งงานกันก็อาจจะทำให้ทั้งสองพอเกิดความรัก ก็น่าจะเป็ประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย
“ไม่แต่ง ยังไงลูกก็ไม่แต่งพ่ะย่ะค่ะจะให้ลูกแต่งงานลูกก็ไม่ขัดพระทัยแต่เหตุใดต้องให้ลูกแต่งกับหญิงบ้านางนั้น”
จางิ่กล่าวด้วยว่าจาที่หนักแน่นผสมกับความไม่พอใจจนเก็บอาการไม่อยู่เข้าโกรธมาก ทั้งที่ใครๆ ต่างก็รู้ว่าทั้งสองไม่ถูกกัน ก็ยังจะให้แต่งงานกันอีกนี้มันบ้าชัดๆ
“จางิ่ เ้า!....ฟังกันสักเื่ได้หรือไม่ไม่มีใครเหมาะสมกับองค์รัชทายาทแห่งเมืองอันฉีเท่าเข่อซิงแล้ว”
ฮองเฮากล่าวเตือนสติบุตรชาย เมื่อเห็นว่าที่ขมับเริ่มมีเส้นเืปูดขึ้นเนื่องจากความโกรธที่ต้องกดเอาไว้
“ทูลฝ่าา แม่ทัพซีซวนขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
ขันทีกล่าวขึ้นเมื่อทหารนำสารเข้ามามอบให้ฮ่องเต้พยักหน้าเป็เชิงให้เข้ามาได้แม่ทัพซีซวนเดินเข้ามาก็เห็นองค์รัชทายาทอยู่ก่อนแล้ว
“ถวายบังคมฮ่องเต้ ฮองเฮาองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ต้องมากพิธีแม่ทัพซีซวนมีเื่อันใดถึงขอพบข้าเร่งด่วนเช่นนี้”
แม่ทัพซีซวนเดินทางเข้าวังแต่เช้าตรู่เพื่อทูลขอเื่การอภิเษกของลูกสาวตน
“หม่อนฉัน มาขอความกรุณาลูกสาวของกระหม่อมยังไม่พร้อมที่จะออกเรือนพ่ะย่ะค่ะ”
แม่ทัพซีซวนพูดจบก็รีบก้มหน้าแล้วคุกเข่าลงเพราะเื่ที่ทูลขอไปนั้นอยากที่ได้รับการอนุญาต
จางิ่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นแม่ทัพซีซวนทูลขอเื่เดียวกันกับตนจึงหันไปมองหน้าพ่อของตนว่าจะตอบกลับแม่ทัพซีซวนว่าอย่างไรกันในเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่ได้อยากจะแต่งงานกันแบบนี้
“ท่านลุกขึ้นก่อน”
เมื่อเห็นว่าแม่ทัพซีซวนคุกเข่าแบบนั้นก็อดที่จะใไม่ได้การแต่งงานเป็เื่ดีไม่ใช่หรือทำไมต้องมาทำเช่นนี้
“ท่านพ่อๆฝ่าาโปรดอย่าลงโทษพ่อของหม่อมฉันเลยเพคะ”
เสียงเข่อซิงร้องะโอยู่ด้านหน้าของตำหนักเมื่อรู้จากท่านแม่ว่าท่านพ่อมาเข้าเฝ้าก็รีบตามเข้าวังมาทันทีแต่พอมาถึงตำหนักนายทหารทั้งสองคนก็ไม่อาจให้เข้าเฝ้าได้นางจึงทำได้เพียงะโอยู่ด้านนอกเท่านั้น
“ให้นางเข้ามา”
เมื่อฮ่องเต้ได้ยินเสียงก็รู้ได้ทันทีว่าเป็เข่อซิงลูกสาวสุดที่รักของสหายคนสนิทเขา เข่อซิงเมื่อทหารปล่อยนางก็รีบวิ่งเข้ามาคุกเข่าข้างกายของพ่อตนทันที
“ทูลฝ่าาถ้าจะลงโทษโปรดลงที่หม่อมฉันเถอะเพคะ”
เข่อซิงเอ่ยขึ้น พร้อมกลับก้มหน้า
“ข้ายังไม่ได้จะให้โทษพ่อของเ้าเลยแต่ข้าจะขอถามเ้าตอนนี้ ว่าเ้ายินยอมที่จะอภิเษกกับองค์รัชทายาทของข้าหรือไม่”
สิ้นสุดคำถาม เข่อซิงก็ต้องคิดหนัก นางค่อยๆ หันมองไปที่องค์รัชทายาทซึ่งตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงหน้าตาที่ไร้ความรู้สึก สายตาที่แข็งกระด้างยิ่งกว่าหินเธอละสายตามามองที่พ่อของตนอย่างรู้สึกผิด ถ้าเธอยังดึงดันไม่ยอมแต่งพ่อของเธอต้องเดือดร้อนเป็แน่
“ทูลฝ่าาหม่อนฉันมีทางเลือกอื่นอีกหรือไม่เพคะ”
เข่อซิงเอ่ยถามฮ่องเต้อย่างตรงไปตรงมา
“มี”
คำพูดสั้นๆ ของฮ่องเต้ทำให้ใบหน้าเข่อซิงเผยรอยยิ้มออกมาแต่ทว่ารอยยิ้มนั้นก็ได้หายลงไปทันที
“เ้ากับพ่อแม่พี่น้องต้องย้ายไปอยู่ชายแดนเมืองวั่งซู”
“ชายแดนเมืองวั่งซู”นางทวนคำของฮ่องเต้
ชายแดนเมืองวั่งซูอยู่แสนไกลและได้ชื่อว่าแห้งแล้งมากเข่อซิงตกอยู่ในการตัดสินใจที่ยากลำบากอีกครั้งจางิ่เมื่อเห็นว่านางลังเลก็รู้สึกไม่พอใจยิ่งเกลียดนางมากขึ้นในใจเขาคิดว่าก็ดีย้ายไปที่ไกลๆ จะได้ไม่ต้องมาเห็นหน้ากันอีก
“หม่อนฉันขอเวลาคิดได้หรือไม่เพคะ”
เข่อซิง ตอนนี้ในใจคิดไม่ตกจริงๆ ใจนางก็อยากไปในที่ๆ ไกลๆจะได้ไม่ต้องมาเจอหน้าคนที่เกลียด ถ้าเธอไปคนเดียวเธอไม่ต้องคิดมากให้เสียเวลาแต่นี้ท่านแม่ ท่านพี่ จะเป็ไปได้อย่างไรท่านแม่สุขภาพก็ไม่ค่อยดีจะไปอยู่เมืองที่ร้อนแห้งแล้งได้อย่างไรกัน
“ได้ข้าให้เวลาเ้าสามวัน”
“ขอบพระทัยฝ่าา”
เข่อซิงพยุงแม่ทัพซีซวนลุกขึ้นเมื่อทูลลาแล้วหันหลังจะเดินออกจากตำหนักก็ได้ยินเสียงที่นางไม่อยากได้ยินผ่านเข้ามาในหู
“ข้าไม่มีวันที่จะแต่งงานกับเ้า”
เขาเอ่ยแค่เสียงบางเบา แต่ก็ทำให้เข่อซิงได้ยิน นางหยุดนิ่ง ไม่ได้หันหน้าไปเพียงแค่มองด้วยหางตาก็เท่านั้น ใครอยากแต่งกับเ้ากัน ถ้าข้าอยากแต่งกับเ้าข้ากับพ่อจะเอาหัวมาล้อเล่นถึงที่นี้รึอย่างไร เ้าคนไร้หัวคิดนางทำได้เพียงพร่ำบ่นในใจแล้วก้าวเดินออกจากตำหนักไป เดินทางกลับที่จวนของตน