ตอน แฟนเก่า
อนาวินได้ห้องพักอยู่ชั้นสองของโฮมสเตย์ อากาศยามค่ำคืนของจังหวัดเชียงใหม่เย็นสบายโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องปรับอากาศเป็ตัวช่วยเหมือนตอนเขาอยู่เมืองหลวง หนุ่มชาวกรุงนั่งอยู่ริมหน้าต่างที่เปิดออกเพื่อรับลมชมแสงดาวนับล้านดวงที่พราวระยับขับแสงอยู่บนท้องนภา
หากยามนี้เขาอยู่คอนโดมิเนียมที่กรุงเทพฯ เวลามองออกมาจากผนังกระจกจากห้องพักในชั้นที่ยี่สิบคงได้เห็นเพียงไฟแสงสีจากตึกสูงระฟ้า หรือไม่ก็แสงไฟจากรถราคลาคล่ำบนท้องถนน ในเมืองที่เขาจากมาเสมือนมันไม่เคยได้หลับใหล คงเพราะว่ามีไฟแสงสว่างแทบทั้งเมืองกระมังจึงทำให้ไม่ค่อยเห็นแสงดาวบนฟ้าสักเท่าไหร่ หรือไม่ก็เพราะเขามัวแต่วุ่นวายอยู่กับงานเลยไม่ค่อยได้มีเวลาแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
‘พี่วินคะช่วยสนใจกันหน่อยได้ไหม งานเค้าเอาไว้ทำที่บริษัทไหมอ่ะนี่พี่วินหอบมาทำที่บ้านอีก คนเป็แฟนกันถ้าไม่มีเวลาให้กันบ้างแล้วจะคบกันไปทำไมคะ มันไม่ต่างอะไรกับอยู่คนเดียวเลย’
‘ขอโทษค่ะ งานนี้มันสำคัญจริงๆ พี่ต้องรีบทำให้เสร็จคืนนี้’
‘ค่ะ งานของพี่มันสำคัญ ถามหน่อยเหอะแล้วเ้าจอมไม่สำคัญเหรอไง’
‘ฟังพี่ก่อนสิคะ’
‘พี่วินนั่นแหละต้องฟัง เ้าจอมจะไม่ยอมแต่งงานกับผู้ชายที่วันๆ บ้างานโดยที่ไม่เคยสนใจความรู้สึกของเ้าจอมเลย พี่วินรู้ไหมว่าวันนี้วันเกิดของเ้าจอม แต่พี่วินก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำ เ้าจอมว่าเราเลิกกันเถอะค่ะพี่วินจะได้มีเวลาทำงานของพี่ได้เต็มที่’
ท้องฟ้าสีดำราวกับกำลังฉายภาพความหลังของเขาและเ้าจอมขึ้นมาอีกครั้ง แฟนสาวที่คบหาดูใจกันมายาวนานถึงเจ็ดปีกระทั่งเธอทนต่อความบ้างานของเขาไม่ไหว เ้าจอมบอกเลิกเขาทั้งน้ำตาในวันคล้ายวันเกิดของเธอ หลายคนอาจมีความเชื่อว่ามันคงเป็อาถรรพ์ของคู่รักที่เมื่อคบกันมาถึงเจ็ดปีเมื่อไหร่มักจะต้องมีเหตุให้ต้องเลิกรากันไป แต่ส่วนตัวแล้วอนาวินเฝ้าแต่โทษตัวเองว่ามันคงเป็ความผิดของเขาเอง
“ยังไม่นอนอีกเหรอลุง”
เสียงทักทายสดใสที่ดังขึ้นจากด้านล่างทำให้อนาวินหลุดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง
“ยังไม่ง่วง แล้วหมูวานทำไมยังไม่นอนอีกล่ะขาหายเจ็บแล้วเหรอคะ”
“แผลนิดเดียวเองไกลหัวใจ”
หมูหวานใช้ไม้เท้าช่วยพยุงตัวค่อยๆ ย่อตัวนั่งลงบนชิงช้าใกล้น้ำตกเล็กๆ ในสวนซึ่งเธอและแม่ช่วยกันจัดเอาไว้เพื่อให้ดูร่มรื่น เวลาแขกมาพักก็จะได้มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ลงโซเชียลเป็การประชาสัมพันธ์โฮมสเตย์ของเธอไปด้วยในตัว
“ลุง หมูหวานว่าจะถามว่าค่าซ่อมรถมันจะแพงมากไหมอ่า เพิ่งรู้ตอนนั่งรถกลับมาด้วยกันว่าลุงเอาบีเอ็มมาตำท้ายอีแก่ของหมูหวาน”
เด็กสาวแหงนหน้ายิ้มแห้งๆ ส่งให้อนาวิน
“เื่นั้นช่างมันเถอะค่ะพี่เคลียเอง เมื่อ่เย็นพี่คุยกับประกันเรียบร้อยแล้ว”
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะลุง ลุงวิน หล่อ สปอร์ต ใจดี กทม.”
หมูหวานยกนิ้วโป้งให้กับชายแปลกหน้าที่เพิ่งจะพบกันได้ไม่กี่ชั่วโมง ทว่าเธอมีความรู้สึกว่าเหมือนกับรู้จักกับอนาวินมาก่อน เขาดูเป็ผู้ชายอบอุ่นอ่อนโยนแถมยังใจดี ทำให้เธอนึกถึงคุณพ่อของเธอ
“ไม่ต้องมายอกันขนาดนี้หรอก แค่เปลี่ยนจากเรียกลุงเป็พี่ก็พอ”
“เรียกลุงนั่นแหละดีแล้วฟังดูอบอุ่นดี หมูหวานไปนอนละนะฝันดีนะลุง”
“ฝันดีค่ะ เอ้าๆ ค่อยๆ เดิน”
อนาวินอดอมยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นหมูหวานลุกขึ้นจากชิงช้าอย่างทุลักทุเล
“แค่นี้เองสบายมาก ว๊าย”
พูดยังไม่ทันขาดคำร่างของเด็กสาวก็เสียหลักล้มหน้าคะมำลงไปกับพื้นหญ้าส่งเสียงร้องโอดโอย อนาวินที่เห็นเหตุการณ์อยู่จึงรีบวิ่งลงไปทันทีด้วยความเป็ห่วง