ตอนที่ 3 — ข้อเสนอของหงส์ปีกหัก
ประตูลิฟต์ส่วนตัวเลื่อนเปิดออกช้า ๆ ท่ามกลางเสียงกระหน่ำของลมพายุฝนภายนอกระเบียงกระจกของคลับหรูริมแม่น้ำ ณิชารินทร์สืบเท้าพ้นประตูลิฟต์ขึ้นมายังห้องรับรอง VIP ชั้นสูงสุดของคลับหรูอย่างถูกต้องตามระบบนัดหมายพิเศษ ในมือเรียวบางกระชับกระเป๋าถือใบกะทัดรัดที่บรรจุแท็บเล็ตส่วนตัวของเธอไว้มั่นคง หลังจากเธอส่งไฟล์ตัวอย่างรหัสลับ 32 หลักที่รั่วไหลผ่านเลขาหน้าห้องเพื่อขอเข้าพบคิรินทร์เป็กรณีเร่งด่วน ละอองฝนลอยมากระทบใบหน้าเนียนสวย แสงไฟสีม่วงและน้ำเงินเข้มด้านนอกสะท้อนผิวน้ำเ้าพระยาที่กำลังปั่นป่วนสะบัดฟองคลื่น คล้ายสภาวะจิตใจของเธอในวินาทีนี้
เบื้องหน้าของเธอ ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว คือแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มร่างสูงกำยำในเสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมบน คิรินทร์ อัศวภาคิน ยืนถือแก้วคริสตัลที่มีสุราสีทองเข้มไหลวนช้า ๆ เขาไม่ได้หันกลับมามองในทันที แต่หญิงสาวรู้ดีว่าเขารู้ถึงการมาเยือนของเธอแล้ว จากท่าทางเกร็งแน่นของกล้ามเนื้อไหล่หนาและการเคลื่อนไหวที่เงียบเชียบดุจัเฝ้าระวังภัย คิรินทร์มีชื่อเสียงเื่ประสาทััที่เฉียบไวราวกับสัตว์ป่า การพยายามเข้าหาเขาในยามค่ำคืนเช่นนี้ประหนึ่งการเดินเข้าไปหาพยัคฆ์ร้ายในถ้ำมืด
“คุณรู้ตัวหนอนบ่อนไส้ที่แอบเจาะระบบข้อมูลของคุณแล้วสินะคะ... คุณคิรินทร์” หญิงสาวเอ่ยทักทายขึ้นก่อนเสียงเรียบหวาน แต่มีน้ำเสียงนิ่งลึกนั้นแฝงกระแสท้าทาย
มาเฟียหนุ่มหันกลับมามองช้า ๆ แก้วเหล้าในมือหยุดหมุน แววตาคมกริบสีดำสนิทดุจก้นบึ้งน่านน้ำมืดจ้องสบมองสำรวจสรีระโค้งเว้าของหญิงสาวในชุดเดรสไหมสีดำเข้ารูปยาวเรียบร้อยที่เปียกชื้นละอองฝนเล็กน้อยจนเนื้อผ้าไหมแนบชิดผิวเนียนขาว ชายหนุ่มแสยะยิ้มเย็นเฉียบตรงเข้ามาหาเธอช้า ๆ ระยะห่างลดลงจนเธอได้กลิ่นอายยาสูบผสมสุราเข้มข้นที่พวยพุ่งรอบตัวเขา กลิ่นนั้นหนักแน่นและดิบเถื่อนทลายบรรยากาศแสนหรูหราของระเบียงวีไอพีแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง
“เธอรู้วิธีเดินขึ้นลิฟต์ส่วนตัวนี้ แต่ลืมวิธีรักษาชีวิตตัวเองไปหรือเปล่า... คุณหนูณิชารินทร์ ศิริกุลวานิช” คิรินทร์เอ่ยปาก น้ำเสียงต่ำก้องกังวานดุร้ายสะกดขวัญคนฟัง
บอดี้การ์ดร่างั์สามคนในชุดสูทสีเข้มตรงเข้ามาล้อมโอบรอบระเบียงด้านหลังร่างบางทันที มือหนาของการ์ดขยับแตะขอบเอวเตรียมจับกุมตัวเธอโยนลงสู่แม่น้ำหากได้รับคำสั่งสั่งตายจากเ้านายใหญ่ หญิงสาวััถึงความเย็นเยียบของภัยอันตรายที่จ่อคอหอย แต่เธอยังคงยืนนิ่ง แผ่นหลังเหยียดตรง สบสายตากับัตรงหน้าโดยไม่หลบเลี่ยงหรือแสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ความนิ่งเฉยของเธอกลับสร้างแรงกดดันทางจิตวิทยาโต้ตอบกลับไปยังคิรินทร์และบอดี้การ์ดของเขา
“ถ้าฉันกลัวตาย... ฉันคงไม่นัดขอพบคุณถึงถิ่นคุณหรอกค่ะ” ร่างบางตอบรับ น้ำเสียงยังคงนิ่งลึกสุขุมสยบความตึงเครียดของสถานการณ์
ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งด้วยความสนใจปนแปลกใจ หงส์ปีกหักที่เพิ่งสูญเสียพ่อแม่และโดนยึดคฤหาสน์ กลับกล้ามายืนจ้องตาัป่าเถื่อนอย่างเขาในถิ่นส่วนตัวโดยไร้ความขลาดกลัว
“ข้อเสนอ? ลมปากของคุณหนูตกยากมีค่าอะไรให้ฉันต้องเสียเวลารับฟังงั้นเหรอ ตระกูลศิริกุลวานิชล้มละลายไปแล้ว อัครพลรวบเสียงผู้ถือหุ้นกับกรรมการไว้เกือบหมด ส่วนหุ้นกองมรดกของเธอยังติดขั้นตอนตั้งผู้จัดการมรดก ขยะชิ้นนั้นไม่มีค่าอะไรในสายตาฉันเลยสักนิด”
“เพราะคนที่แฮกระบบของคุณ คือลุงธวัชชัยค่ะ” หญิงสาวกระซิบประโยคนั้นเสียงเบาแต่หนักแน่นชัดเจนข้างใบหูของคิรินทร์ยามที่เขาขยับเข้ามาประชิดตัวข่มขู่
“พ่อของฉันรู้เื่นี้ และจดรหัส 32 หลักที่จะใช้ปิดล็อกช่องทางรั่วไหลเอาไว้ได้ทันก่อนจะเสียชีวิต... ลุงธวัชชัยพยายามจะบีบให้ฉันเซ็นมอบอำนาจจัดการมรดกเพื่อทำลายหลักฐานทั้งหมดของพ่อ ถ้าคุณตกลงร่วมมือกับฉัน ฉันจะช่วยอุดรอยรั่วนี้ให้ แลกกับการที่คุณต้องช่วยฉันจัดการพวกมัน”
มาเฟียหนุ่มชะงักฝีเท้าทันควัน แววตาสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็ดำมืดด้วยโทสะและความฉงนใจ มือหนาข้างหนึ่งขยับจับหมุนข้อมือขวาของหญิงสาวแน่น แข็งแกร่งดุจคีมเหล็กบีบกระชับผิวเนียนขาวบริเวณแผลเป็เก่าของเธอ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าต่ำลงมาจนััถึงลมหายใจร้อนผ่าวของกันและกัน “เธอรู้เื่นี้ได้ยังไง ณิชารินทร์! ใครเป็คนส่งเธอมา!”
มาเฟียหนุ่มจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างคาดคั้น ระบบความปลอดภัยของอัศวภาคินกรุ๊ปหนาแน่นประหนึ่งป้อมปราการเหล็ก หากคู่แข่งรู้รอยรั่วนี้ ดีลธุรกิจนับพันล้านย่อมพังพินาศ และที่น่าโกรธที่สุดคือมันหมายถึงมีเกลือเป็หนอนในองค์กรของเขาเอง ยิ่งไปกว่านั้น คุณหนูศิริกุลวานิชที่เพิ่งตก์เมื่อกลางวัน จะไปเอารหัสกู้ระบบขั้นสูงนี้มาจากไหนหากไม่มีอริคนใดหนุนหลังส่งเธอเข้ามาแฝงตัวล้วงความลับ
“ไม่มีค่ะ... ฉันตรวจสอบระบบธุรกรรมลับต่างประเทศด้วยฝีมือของฉันเอง” ร่างบางจ้องสบมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มอย่างท้าทาย “ถ้าคุณ้ารักษาความปลอดภัยของข้อมูลลับไม่ให้คู่แข่งเจาะหลังบ้าน... คุณก็้าพันธมิตรแบบฉัน และฉันก็้าใช้อำนาจของคุณ”
เ้าของั์ตาคมจดจ้องมองใบหน้าของณิชารินทร์ แววตาคู่นั้นดูลุ่มลึกและแฝงความระแวดระวังสูงตามนิสัยมาเฟียที่ผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วน เขาแสยะยิ้มเ็าปล่อยข้อมือของเธอออก ปฏิเสธที่จะตอบตกลงในทันที “ข้อเสนอของเธอฟังดูมีราคา... แต่ัไม่เคยร่วมสัญญากับคนแปลกหน้าโดยไม่ตรวจสอบ”
ชายหนุ่มหันหลังกลับไปส่งสัญญาณเสียงเรียบเด็ดขาดกับการ์ด “พาตัวเธอไปรอที่ห้องรับรองด้านหลังก่อน... ห้ามให้ออกไปไหนเด็ดขาดจนกว่าฉันจะสั่ง”
บอดี้การ์ดเดินเข้ามานำตัวร่างบางออกไปอย่างสุภาพแต่แ่า หญิงสาวไม่ได้ขัดขืน เธอยอมเดินตามการ์ดไปแต่โดยดี แววตายังคงนิ่งสงบดุจผิวน้ำแข็ง
ประตูห้องรับรองปิดลงเื้ัพร้อมเสียงกลอนแม่เหล็กดัง `คลิก—` ความเงียบภายในห้องตัดขาดจากเสียงฝนด้านนอก เหลือเพียงหยดน้ำจากชายกระโปรงของเธอกระทบพื้นหินสีเข้มเป็จังหวะ ณิชารินทร์วางกระเป๋าถือลงบนโต๊ะเตี้ย ไม่แตะต้องน้ำอุ่นที่การ์ดนำมาให้ และไม่ถามว่าต้องรอนานเพียงใด
เธอเป็ฝ่ายนำรหัสมาวางตรงหน้าคิรินทร์ การแสดงความร้อนรนในตอนนี้มีแต่จะลดราคาของสิ่งที่ถืออยู่ในมือ
กระจกฝ้าด้านหนึ่งสะท้อนเงาร่างบางในเดรสไหมสีดำชุ่มละอองฝน แผลเก่าบนข้อมือขวาซึ่งเพิ่งถูกเขาบีบยังส่งความปวดตึงขึ้นมาตามท่อนแขน เธอใช้นิ้วโป้งกดรอยแดงนั้นไว้ชั่วครู่ ภาพบิดาซึ่งนอนนิ่งอยู่ท่ามกลางเสียงเครื่องช่วยหายใจแล่นผ่านความทรงจำ ก่อนถูกเธอกดกลับลงไปในส่วนลึก ความเสียใจไม่ช่วยเก็บหลักฐาน และความแค้นที่ปล่อยให้สั่นอยู่บนปลายนิ้วก็ไม่มีวันเอาชนะคนซึ่งเตรียมทำลายเธอมานานหลายปี
นาฬิกาบนผนังเคลื่อนผ่านไปเกือบสามสิบนาที ประตูจึงเปิดออกอีกครั้ง
พายุเดินเข้ามาก่อน สีหน้าของคนสนิทฝ่ายเทคโนโลยีไม่เหลือความดูแคลนแบบตอนรับไฟล์ เขาหยุดห่างจากเธอสองก้าวแล้วผายมือกลับไปยังระเบียงโดยไม่กล่าวถึงผลตรวจสอบสักคำ ท่าทีที่ระมัดระวังขึ้นเพียงเล็กน้อยนั้นเพียงพอให้ณิชารินทร์รู้ว่ารหัสทำหน้าที่ของมันแล้ว เธอหยิบกระเป๋าถือกลับมากระชับไว้ใต้แขนก่อนลุกตามเขาออกไป
ลมเย็นพัดชายเดรสแนบเรียวขาเมื่อเธอกลับออกไปด้านนอก คิรินทร์ยังยืนอยู่ตำแหน่งเดิม แก้วคริสตัลถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะ กระดาษรายงานหนึ่งแผ่นอยู่ในมือเขา ภายใต้แสงสีน้ำเงินจากตึกฝั่งตรงข้าม ดวงตาสีดำของชายหนุ่มนิ่งกว่าเดิมจนอ่านไม่ออกว่าเขากำลังพอใจหรือกำลังตัดสินวิธีจัดการคนซึ่งรู้ความลับมากเกินไป
“รหัสปิดช่องทางที่ถูกเจาะได้จริง” เขาบอกสั้น ๆ “แต่เธอส่งมาแค่ส่วนเดียว”
“ส่วนที่เหลือมีค่ามากกว่าจะมอบให้คนที่ยังไม่ตกลงเป็พันธมิตรค่ะ”
สายตาของเขาเลื่อนไปยังข้อมือซึ่งมีรอยแดงจากฝ่ามือตนเอง ก่อนกลับขึ้นมาหยุดที่ใบหน้าของเธอ “เธอเอาความลับของฉันมาขู่ถึงที่ แล้วคาดหวังว่าจะเดินออกไปพร้อมคำรับรองอย่างนั้นหรือ”
“ฉันคาดหวังให้คุณคิดเป็ค่ะ” ณิชารินทร์ตอบเสียงนุ่ม “ถ้าฉัน้าขายข้อมูล ฉันคงส่งมันให้วัชรไพศาล ไม่ใช่ขอนัดพบเ้าของระบบด้วยชื่อตัวเอง”
เสียงฟ้าร้องต่ำกลิ้งผ่านแนวแม่น้ำ คิรินทร์ไม่ตอบทันที นิ้วของเขาพับรายงานครึ่งหนึ่งอย่างช้า ๆ สายตาคมจับทุกความเคลื่อนไหวของเธอ ั้แ่การวางเท้าบนพื้นเปียกไปจนถึงจังหวะหายใจซึ่งเธอบังคับให้สม่ำเสมอ
“เธอรู้อะไรเกี่ยวกับวัชรไพศาล”
คำถามนั้นยืนยันว่าคนของเขาพบร่องรอยซึ่งเธอตั้งใจให้เห็นแล้ว แต่ยังไม่มากพอให้เขาต่อภาพทั้งหมดได้
“มากพอจะรู้ว่าคนที่เจาะระบบคุณไม่ได้้าแค่ข้อมูลธุรกรรม และมากพอจะรู้ว่าผลประโยชน์ของเรากำลังชนศัตรูกลุ่มเดียวกัน” เธอหยุดให้เสียงฝนเติมช่องว่าง ก่อนกล่าวต่อ “รายละเอียดที่เหลือ ฉันจะเปิดเมื่อเราตกลงเงื่อนไขกันค่ะ”
คิรินทร์หัวเราะต่ำในลำคอ ไม่มีความขบขันอยู่ในเสียงนั้น เขายื่นมือมาคว้ากระเป๋าถือจากใต้แขนเธอ พลิกดูตัวล็อกซึ่งต้องใช้ลายนิ้วมือแล้วส่งคืนโดยไม่พยายามเปิด
“เตรียมทางหนีมาดี”
“เตรียมทางเลือกมาดีต่างหากค่ะ”
คำตอบทำให้มุมปากของเขาขยับเพียงนิดเดียว ชายหนุ่มยกมือส่งสัญญาณ บอดี้การ์ดทั้งสามถอยไปประจำด้านในจนพ้นระยะได้ยิน ระเบียงกว้างจึงเหลือเพียงเธอกับเ้าของอาณาเขต ท่ามกลางลมฝนและระยะห่างไม่ถึงหนึ่ง่แขน
คิรินทร์ขยับเข้ามาจนปลายรองเท้าหนังเกือบแตะปลายส้นสูง กลิ่นสุรา ยาสูบ และไม้ซีดาร์กดทับกลิ่นฝนรอบตัว มือหนาวางลงบนเอวเหนือผ้าไหมสีดำ ไม่ได้ดึงเธอเข้าหาในทันที แต่แรงกดจากปลายนิ้วทั้งห้าชัดพอให้รู้ว่าเขาสามารถทำได้เมื่อใดก็ได้
“เธอ้าอำนาจของฉัน ้าคนของฉัน และ้าให้ฉันเปิดากับคนที่ทำลายตระกูลเธอ” น้ำเสียงทุ้มต่ำลงทุกคำ “ข้อมูลหนึ่งชุดยังไม่พอซื้อทั้งหมดนั้น”
ณิชารินทร์รับรู้ความอุ่นจากฝ่ามือเขาผ่านเนื้อผ้าชื้น เธอไม่ถอย แม้ชีพจรใต้รอยแดงบนข้อมือจะเต้นหนักขึ้น
“ฉันไม่ได้มีแค่ข้อมูลค่ะ”
“ตอนนี้เธอไม่มีบริษัท ไม่มีหุ้น และไม่มีชื่อใครคอยคุ้มกะลาหัว” ปลายนิ้วของเขากระชับเอวบางอีกนิด “บอกฉันสิ คุณหนูณิชารินทร์ เธอกล้าแลกด้วยอะไร...นอกจากลมปากไร้ค่า”
คำดูแคลนควรทำให้เธอเจ็บ แต่สิ่งที่ณิชารินทร์ได้ยินกลับเป็ประตูบานหนึ่งซึ่งเปิดออกตรงตามที่คำนวณไว้ เธอมองมือบนเอวตนเองแล้วเลื่อนสายตากลับขึ้นสู่ใบหน้าคม ความระแวงยังอยู่ในดวงตาของเขา ขณะเดียวกันความสนใจบางอย่างได้แทรกผ่านรอยร้าวนั้นเข้ามาแล้ว
เธอยกมือแตะปกเสื้อเชิ้ตสีดำของเขา ปลายนิ้วลากผ่านรอยยับซึ่งเกิดจากลมฝนอย่างเชื่องช้า คิรินทร์ไม่ขยับหนี มีเพียงกรามที่เกร็งขึ้นเมื่อกลิ่นดอกซ่อนกลิ่นจากผิวเธอแทรกผ่านกลิ่นสุรา
“ถ้าคุณ้าหลักประกัน ฉันก็พร้อมวางสิ่งที่คุณเชื่อว่าควบคุมได้ลงบนโต๊ะ” เธอกล่าว “สถานะของฉัน ความภักดีของฉัน และตัวฉัน—ภายใต้เงื่อนไขที่เราจะเจรจาร่วมกัน”
“เธอกำลังเสนอชีวิตตัวเองให้มาเฟีย”
“ฉันกำลังเลือกพันธมิตรที่มีศัตรูร่วมกันค่ะ”
ความเงียบยาวเพียงไม่กี่วินาที แต่เสียงฝนกลับชัดขึ้นจนเหมือนเม็ดน้ำทุกหยดกำลังกระแทกลงระหว่างสองร่าง คิรินทร์เชิดคางเธอด้วยปลายนิ้วหัวแม่มือ บังคับให้ใบหน้าสวยรับแสงจากด้านในเต็มที่
“แล้วฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าเธอไม่ใช่เหยื่อที่ถูกส่งมาล่อ”
ณิชารินทร์มองริมฝีปากซึ่งมีกลิ่นสุราจาง ๆ ติดอยู่ ก่อนสบตาเขาอีกครั้ง “เพราะเหยื่อจะรอให้ผู้ล่าเป็ฝ่ายเข้าหาค่ะ”
มือบนปกเสื้อเลื่อนขึ้นคล้องต้นคอแข็งแรง อีกข้างวางบนบ่ากว้างเพื่อรักษาสมดุล เธอเขย่งปลายเท้าบนพื้นระเบียงที่ชุ่มน้ำ โน้มร่างเข้าไปจนผ้าไหมเย็นแนบกับความร้อนจากแผ่นอกของเขา
“ส่วนจูบนี้...” เสียงหวานลดลงเหลือเพียงลมหายใจระหว่างริมฝีปาก “คือมัดจำแรกของสัญญาค่ะ”
แล้วณิชารินทร์ก็เป็ฝ่ายปิดระยะห่าง ประทับริมฝีปากลงบนปากของคิรินทร์ก่อนที่เขาจะทันออกคำสั่งใด