บทที่12 พยุหะหมื่นกระบี่ทลาย์
เสียงร้องโหยหวนดังกึกก้องสะท้อนสะท้านไปทั่วบริเวณบึงมรณะร้อยลี้รอบๆ บริเวณพลันก่อเกิดกลุ่มหมอกควันขาวขุ่นบดบังทัศนีภาพรอบข้างจนหมดสิ้น ฟานลี่หลินชักกระบี่ออกมาตั้งท่าเตรียมรับมือกับสถานการณ์เบื้องหน้าเฟยหลงเองเมื่อเห็นท่าทีของฟานลี่หลินคนต้องขมวดคิ้ว นี่เป็ครั้งแรกที่นางปลดปล่อยรังสีพลังออกมาอย่างรุนแรงฉะนั้นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต้องมิใช่เื่ธรรมดาๆ แล้ว ความคิดยังไม่สิ้นสุด ในกลุ่มหมอกควันกลับปรากฏร่างมนุษย์หลายสิบคนพุ่งจู่โจมเข้ามาในระยะกระชั้นชิดฟานลี่หลินขยับเข้าหาเฟยหลง จากนั้นนางยื่นมือออกแล้วกดร่างของเฟยหลงให้คุกเข่าลง คนก็ะโหมุนกายปากส่งเสียงเจื้อยแจ้ว
“พิรุณกระบี่โปรยปราย”
กระบี่ที่ครอบด้วยพลังญาณสีม่วงถูกฟาดฟันหมุนควงดั่งพายุฝนกระหน่ำร่างของฟานลี่หลินเคลื่อนที่เป็วงกลมล้อมรอบเฟยหลงไว้ ร่างอันพร่าเลือนประกอบกับกระบวนท่าจู่โจมอันรวดเร็วส่งผลให้ผู้มาทั้งสิบถูกฟันร่างเป็สองท่อนแต่แทนที่ร่างของผู้มาจะมีเืสาดกระเซ็น ทว่ากลับกลายเป็หมอกควันสลายไป เฟยหลงเห็นเช่นนั้นก็กล่าวถามขึ้น
“นั่นมันอะไร”
“ิญญามายา พวกมันเป็เหล่าิญญาที่ดำรงอยู่ในบึงมรณะร้อยลี้แห่งนี้เ้าระวังตัวให้ดี ิญญาพวกนี้จะดูดกลืนพลังชีวิตของมนุษย์”
“เข้าใจแล้ว”
“แต่ก็แปลก ิญญามายาปกติหากจะพบพวกมันได้ก็ต้องเข้าไปยังส่วนลึกของบึง แต่นี่เพียงรอบนอกกลับต้องพบพานพวกมันแล้ว”
“แปลกอย่างไร ก็เป็เพราะเราท่านมาขโมยวัตถุของพวกมันอยู่มิใช่หรือ”
ิญญามายาระลอกแรกที่เข้ามาต่างต้องสูญสลายด้วยน้ำมือของฟานลี่หลินแต่ทว่าิญญาระลอกต่อมาพวกมันกลับมีจำนวนมากขึ้นถึงสิบเท่า ทั้งยังมาด้วยรูปแบบที่เป็พลทหารชุดเกราะขี่ม้ามือถือทวนเล่มใหญ่ขบวนทหารม้าิญญามายาเคลื่อนที่ปิดล้อมทางออกจากบึงสู่ภายนอกจนหมดสิ้น พวกมันยิ่งมายิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นอีกหลายเท่าและแล้วขบวนทหารม้าิญญามายากลุ่มแรกจำนวนกว่าร้อยตนก็ถ่าโถมเข้าใส่เฟยหลงและฟานลี่หลินฟานลี่หลินเองก็รวมรั้งพลังญาณจากจิตถ่ายทอดผ่านร่างกายมายังกระบี่ในมือ ปรากฎพลังญาณสีม่วงเปร่งแสงออกจากตัวกระบี่คนก็พุ่งเข้าฟาดฟันต้านรับกองกำลังิญญามายาเ่าั้ เคร้ง คร้าง เปรี้ยงงงง!!เสียงดังสนั่นลั่นเมื่อกระบี่ของฟานลี่หลินเข้าปะทะกับทวนเล่มใหญ่ของเหล่าิญญามายาเมื่อกระบี่ปะทะเข้ากับทวนเล่มใด ทวนเล่มนั้นพร้อมด้วยิญญามายาตนนั้นต้องมลายหายสิ้นทางด้านของเฟยหลงมีเหล่าิญญาสิบตนพุ่งมาทางมัน ชายหนุ่มจึงชักกระบี่สีดำมะเมื่อมออกมาเมื่อกระบี่ของมันปรากฎเหล่าิญญามายากลับย่นระย่อถอยร่นกลับไปคุมเชิง แต่ชั่วครู่ิญญามายาเ่าั้ก็ได้พุ่งเข้าหาเฟยหลงอีกครั้งเฟยหลงยืนนิ่งทบทวนถึงเคล็ดวิชาที่สองที่อาจารย์ถ่ายทอดให้ แม้ตอนนี้มันยังมิอาจทำความเข้าใจในเคล็ดวิชาดังกล่าวได้อย่างถ่องแท้แต่มันก็ยังพอที่จะฝืนใช้ออกได้ในบางส่วนเช่นนี้มันจึงตั้งกระบี่ด้วยมือขวา ปลายกระบี่ชี้ขึ้นฟ้า มือซ้ายแตะลงระหว่างกลางกระบี่ในท่าตั้งฉากพลังจากแก่นญาณชีพจรฟ้าภายในร่างถูกเร่งเร้าถึงขีดสุดแล้วถ่ายทอดมายังตัวกระบี่ กระบี่จากที่เคยมีสีดำมะเมื่อมทั้งเล่มบัดนี้กลับเปล่งแสงสีทองเรืองรองเจิดจ้าราวแสงสุริยันจากฟากฟ้าเพียงแสงสีทองอร่ามนี้ก็กดดันจนเหล่าิญญามายาให้หยุดชะงักและถ่อยร่นกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความหวาดกลัวฟานลี่หลินชะงักท่าร่างหันกลับมามองเฟยหลงอย่างมิอาจเชื่อสายตา ชายหนุ่มผู้ที่ตนคิดว่ามีดีเพียงกระบวนท่าวิชายุทธ์เท่านั้นตอนนี้กลับเป็ถึงเป็ผู้ฝึกญาณผู้หนึ่ง ทั้งยังดูเหมือนจะมิใช่ผู้ฝึกญาณธรรมดาๆ เสียด้วย
เฟยหลงเอ่ยปากแ่เบา “พยุหะหมื่นกระบี่ทลาย์”
พลังญาณสีทองอร่ามที่ปลดปล่อยมาจากตัวกระบี่พลันมลายหายไปพร้อมๆกับตัวกระบี่ที่อยู่ในมือของเฟยหลงราวล่องหนได้ เมื่อกระบี่หายไป บริเวณกลางอากาศด้านหลังของชายหนุ่มพลันปรากฏรังสีพลังสีทองรูปกระบี่ปรากฏขึ้นจากหนึ่งเล่ม เพิ่มขึ้นเป็สองเล่ม แล้วเพิ่มขึ้นเป็สามเล่ม สี่เล่ม ห้าเล่มเรียงรายกันเฟยหลงครุ่นคิด เราใช้พลังทั้งหมดที่มียังเพียงเรียกออกมาได้ห้าเล่ม ช่างเป็เคล็ดวิชาที่กินแรงนักความคิดสิ้นสุดคนพลันวาดมือตวัดออกไปเบื้องหน้า เมื่อมือขวาตวัดวาดออกรังสีพลังสีทองรูปกระบี่เล่มที่หนึ่งก็พุ่งลอยฉวัดเฉวียนจู่โจมใส่เหล่าิญญามายาเบื้องหน้าจากนั้นมันก็วาดมือซ้ายอ้อมไปด้านหลัง รังสีกระบี่เล่มที่สองก็พุ่งโจมตีเหล่าิญญามายาที่อยู่ด้านหลังเฟยหลงวาดมือไปมาเป็พัลวัลรังสีพลังรูปกระบี่ทั้งห้าเล่มก็พุ่งวนไปมากลางอากาศโจมตีเหล่ากองทัพิญญามายาจนมลายหายสิ้นไปครึ่งหนึ่ง
ฟานลี่หลินที่นิ่งอึ้งอยู่ชั่วครู่พลันกล่าวขึ้น
“ที่แท้เ้ากลับเป็ยอดผู้ฝึกญาณแห่งลัทธิเต๋า”
เฟยหลงวาดมือไปมาอย่างรวดเร็วสภาวะการจู่โจมของรังสีกระบี่ทั้งห้าเล่มยิ่งหนักหน่วงรุนแรง เหล่าิญญามายาถูกจัดการมากขึ้นเรื่อยๆทว่าจู่ๆ รังสีรูปกระบี่ทั้งห้าเล่มที่เมื่อครู่ลอยฉวัดเฉวียนสังหารเหล่าิญญามายาอยู่ตอนนี้กลับแตกสลายเป็เสี่ยงๆ กลางอากาศ เมื่อรังสีพลังรูปกระบี่แตกสลายหายไป กระบี่สีดำมะเมื่อมก็ปรากฎขึ้นกลางอากาศด้านหน้าเฟยหลงก่อนจะตกลงมาปักอยู่บนพื้นดังฉึก!! เฟยหลงเองก็ทรุดเข่าลงกับพื้นหอบหายใจอย่างหนักหน่วงการที่มันฝืนใช้เคล็ดวิชาพยุหะหมื่นกระบี่ทลาย์กลับทำให้ต้องสิ้นเปลืองพลังญาณอย่างมหาศาลทั้งยังรักษาสภาวะอยู่ได้เพียงชั่วธูปไหม้เท่านั้น
ฟานลี่หลินเห็นเฟยหลงทรุดตัวลงก็พุ่งเข้าหาก่อนเอ่ยปากถามขึ้น
“เ้าเป็อะไรหรือไม่”
คำถามยังไม่สิ้นสุดเหล่าิญญามายาก็พุ่งเข้ามาจู่โจมบุรุษสตรีทั้งสองอีกระลอกใหญ่ฟานลี่หลินครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนว่าหากฝืนสู้ต่อไปคงต้องเสียเปรียบในไม่ช้า และหากจะฝ่าออกไปให้ได้สุดท้ายแล้วคงไม่วายที่จะทอดร่างไร้ชีวิตที่บริเวณขอบบึงนี้เช่นนั้นทางเลือกสุดท้ายคงต้องเสี่ยงหลบหนีเข้าไปยังส่วนลึกของบึงแล้ว ได้คิดเช่นนั้นฟานลี่หลินก็พยุงร่างของเฟยหลงขึ้นก่อนพุ่งทะยานหลบหนีเข้าสู่ส่วนลึกของบึงมรณะร้อยลี้ไปเหล่าิญญามายาได้แต่ไล่ตามหลังแต่ก็มิอาจตามบุคคลทั้งสองได้ทัน
ลมราตรีพัดโบก นำพาให้เหล่าแมกไม้ไหวเอนเสียงของเหล่าจั๊กจั่นร่ำร้องสอดประสานกับเสียงสายลมและใบไม้ คล้ายดั่งเสียงจาก์ที่บรรเลงลงมายังกลางหุบเขาเถาิซานท่ามกลางเหล่าธรรมชาติที่์สรรสร้างนี้ กลับมีหนึ่งบุรุษที่กำลังอยู่ในท่านั่งสมาธิหลับตาเพื่อรอเวลาที่จะก้าวข้ามขอบเขตที่มนุษย์ทั่วไปมิอาจใฝ่ฝันถึงบุรุษหนุ่มผู้นี้เป็ยอดยุทธ์อายุเยาว์แห่งยุค เป็ผู้ฝึกญาณวิธีเชนรุ่นใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐีหากมิใช่ หยางเค่อ แล้วจะเป็ใคร ท่ามกลางความมืดมิดจากเปลือกตาที่ปิดอยู่ กลับปรากฏเส้นทางทอดสู่หมู่มวลดาราในมโนจิตภายใต้ความนึกคิดชายหนุ่มกำลังก้าวขาทีละก้าว ทีละก้าว ไต่ขึ้นไปตามเส้นทางสายหนึ่งอย่างยากลำบากทุกย่างก้าวต่างหนักอึ้งยิ่งกว่าแบกขุนเขาเถาิซานไว้บนบ่า แต่ทว่าเพียงแค่ครึ่งก้าวเท่านั้นเพียงครึ่งก้าวมันก็จะสามารถเอื้อมมือไปไขว่คว้าหมู่มวลดาราที่เบื้องหน้าได้แล้ว
เมื่อยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ผู้หนึ่งกำลังจะไขว่คว้าวิถีแห่งฟ้าได้อีกผู้หนึ่งย่อมมิยอมน้อยหน้าเช่นเดียวกัน ที่ลำธารน้ำตกแห่งหนึ่งท้ายหุบเขาเถาิซานมีบุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา มือซ้ายถือขลุ่ยหยกขาวเลาหนึ่งกำลังยืนจดจ้องสายน้ำในลำธารที่ไหลผ่านมันผู้นี้ก็คือ ฮุ่ยหลง ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์แห่งยุค สุดยอดผู้ฝึกญาณวิถีเต๋ารุ่นใหม่นั่นเองแม้สายตาของมันจะตกอยู่ที่ลำธาร แต่แท้จริงสิ่งที่มันเห็นอยู่คือแก่นญาณชีพจรฟ้าภายในร่างที่กำลังผสมผสานหลอมรวมกับพลังแห่งฟ้าดินแก่นญาณชีพจรฟ้าบริเวณกรอบรอบนอกที่เป็รูปทรงกลมกำลังค่อยๆ ปริแตกออก หากกรอบรอบนอกของแก่นญาณชีพจรฟ้าแตกสลายไปและแก่นญาณชีพจรฟ้าสูญสลายไปสิ้น เมื่อนั้นมันจะกลับกลายไปเป็บุคคลธรรมดาผู้หนึ่งทันทีทว่ากรอบลักษญะทรงกลมรอบนอกที่ห่อหุ้มแก่นญาณชีพจรฟ้าของฮุ่ยหลง เหลือเพียงเศษเสี้ยวก็จะแตกสลายไปหมดสิ้นแต่แก่นญาณชีพจรฟ้าของมันกลับผสมผสานหลอมรวมกับพลังแห่งฟ้าดินหรือพลังธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนส่งผลให้แก่นญาณชีพจรฟ้าของชายหนุ่มอยู่ในรูปแบบไร้สภาพ เช่นนี้อีกเพียงเสี้ยวเดียวหากมันรักษาสภาวะแก่นญาณชีพจรฟ้านี้ไว้จนกรอบทรงกลมรอบนอกแตกสลายหมดสิ้นมันก็จะก้าวสู่ขั้นเหนือธรรมชาติแล้ว
ที่บึงมรณะร้อยลี้
ฟานลี่หลินพยุงร่างของเฟยหลงหลบหนี้เหล่าิญญามายาได้อย่างปลอดภัยเมื่อแน่ใจว่าไม่มีอันตรายใดแล้ว นางจึงวางร่างของเฟยหลงลง
“ขอบใจท่านที่ช่วยข้า”
“มิต้องเกรงใจ ถือเสียว่าเ้ากับข้าต่างมีผลประโยชน์ร่วมกัน… แล้วเ้าเป็อย่างไรบ้าง”
“ตอนนี้ข้าฟื้นฟูพลังได้แล้วสามส่วน”
“ดี เราจะได้หาทางออกจากบึงนี้กัน…ที่นี่ยิ่งอยู่นานยิ่งอันตราย”
“ลี่หลิน ท่านาเ็ตรงไหนหรือไม่”
ฟานลี่หลินมิตอบคำถาม นางเพียงจ้องมองมาที่เฟยหลงด้วยแววตาที่สงสัยใคร่รู้ก่อนเอ่ยปากถามขึ้น
“เ้าเป็อะไรกับเฒ่าพยากรณ์”
“ท่านรู้จักท่านผู้เฒ่าด้วยหรือ”
“เฒ่าพยากรณ์มีชื่อเสียงอย่างมากไม่ว่าจะในเหล่าผู้ฝึกญาณหรือปถุชนคนธรรมดาทั่วไปทั้งข้ายังพอมีโอกาศพบพานท่านมาบ้าง ได้คิดว่าวิชาที่เ้าใช้มีความคล้ายคลึงกับท่าน….เ้าถามเช่นนี่แสดงว่ารู้จักหรือ”
“ท่านเป็อาจารย์ของข้าเอง”
“อาจารย์”
“มิผิด”
ฟานลี่หลินกลับหน้าเขียวคล้ำ ก่อนสบัดหน้าหนีนางครุ่นคิดอย่างขุ่นเคือง ตาเฒ่าพยากรณ์ข้าด้อยกว่าบุรุษผู้นี้ตรงไหน ทำไมถึงมิยอมรับข้าเป็ศิษย์ข้ารึอุตส่าห์อ้อนวอน แต่ท่านกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย หึ คอยดูเถอะข้าจะเก่งกาจเหนือกว่าศิษย์ของท่านให้ดูเฟยหลงเห็นท่าทางที่โกรธขึงของนาง มันจึงเอ่ยปากถามขึ้น
“ท่านเป็อะไรหรือ”
ฟานลี่หลินพานตวาดกลับ
“มิใช่เื่ของเ้า รีบฟื้นฟูพลังเถอะไม่เช่นนั้นข้าจะไม่รอแล้ว”
เฟยหลงงุนงง เมื่อพบเจออารมณ์ที่แปรเปลี่ยนอย่างกระทันหันของฟานลี่หลินแต่อารมณ์ของสตรีมันก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวมากนัก เช่นนั้นมันจึงหลับตาทำสมาธิรวมรั้งพลังธรรมชาติเข้าสู่แก่นญาณชีพจรฟ้าภายในร่างทว่าด้วยประสาทการรับรู้พลังธรรมชาติระดับที่เหนือกว่าผู้ฝึกญาณทั่วไปของชายหนุ่มทำให้มันรู้สึกมีสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นเฟยหลงลืมตาขึ้นสายตาของมันเหลียวซ้ายแลขวาก่อนตกไปอยู่ที่ร่างของฟานลี่หลิน ฟานลี่หลินเห็นสายตาที่เฟยหลงจ้องมองตนเองนางจึงตวาดขึ้น
“เ้ามองอะไร”
เป็เฟยหลงที่ะโก้อง
“ระวัง”
สิ้นเสียงของเฟยหลง ทันใดนั้นน้ำในบึงพลันแตกะเิออก หยดน้ำกระเซ็นซ่านขึ้นสู่กลางอากาศก่อนตกลงยังฝั่งที่ฟานลี่หลินยืนอยู่เฟยหลงพุ่งเข้าหาฟานลี่หลินก่อนคว้าร่างของนางให้หลบจากตำแหน่งเดิม ปรากฏอสรพิษตัวใหญ่ั์พุ่งโฉบลงมาผ่านร่างกายของคนทั้งสองอย่างฉิวเฉียดตูมมมมมมม!!! เสียงดังสนั่นลั่นบึง แม้อสรพิษเมื่อครู่จู่โจมไม่ถูกร่างของผู้ใดแต่ด้วยพลังธรรมชาติที่ผลักดันออกมาจากการโจมตีเมื่อครู่ก็ทำให้คนทั้งสองต้องย่ำแย่เป็อย่างยิ่งเฟยหลงใช้ร่างกายบดบังให้แก่ฟานลี่หลิน ชายหนุ่มรับแรงกระแทกของพลังนั่นเกือบทั้งหมดฟานลี่หลินจึงตะคอกขึ้น
“เ้าเสียสติไปแล้วหรือ”
เฟยหลงกระอักโลหิตออกมาคำโต ก่อนล้มฟุบลงสู่อ้อมอกของฟานลี่หลินนางมือหนึ่งโอบร่างเฟยหลง อีกมือชักกระบี่ออกมาต้านรับการจู่โจมของอสรพิษเบื้องหน้าตูมมมม ร่างของเฟยหลงและฟานลี่หลินกระเด็นไปตามแรงกระแทกของอสรพิษที่โจมตีเมื่อครู่ฟานลี่หลินนั่งเข่ากระแทกพื้น มือที่ถือกระบี่สั่นระริกชาด้าน งูั์เบื้องหน้านี่กลับมีพลังที่แข็งแกร่งกว่านางถึง่หนึ่งเฟยหลงค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้น และขยับเข้าหาฟานลี่หลิน
“ลี่หลิน ท่านเป็ไรหรือไม่”
“มิต้องห่วงข้า เ้าระวังตัวให้ดีข้าเคยอ่านเจอจากตำราของพรรค ถ้าไม่ผิดพลาดนี่ต้องเป็ งูทมิฬหมื่นพิษ อสรพิษที่มีชีวิตมานับร้อยนับพันปีเป็งูที่สามารถใช้พลังธรรมชาติได้ ซึ่งดูเหมือนจะมีพลังเหนือกว่าข้า่หนึ่ง อีกทั้งมันยังเป็งูที่มีพิษร้ายแรงยิ่งร้ายแรงกว่างูทุกชนิดบนโลกนี้”
พอได้ฟังเฟยหลงต้องจ้องมองไปยังอสรพิษตัวใหญ่ั์ดังกล่าว มันพบว่านอกจากงูเบื้องหน้านี้จะมีลำตัวที่ใหญ่โตแล้วเกล็ดของมันยังมีสีดำนิลดูแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ั์ตาของมันแดงฉานแหลมคมรูปลักษณ์คล้ายจะงอยปากของนกอินทรีปากของมันกว้างใหญ่ทั้งยังมีเขี้ยวสองเล่มด้านหน้ายาวเฟื้อยเกือบครึ่งวา และมีเส้นสีแดงเข้มตรงส่วนปลายแบ่งเป็สองแฉกตวัดเข้าออกไปมาให้ความรู้สึกที่น่าเกลียดน่ากลัวยิ่ง มันกำลังจ้องมองบุคคลทั้งสองอย่างคุมเชิงอยู่
ฟานลี่หลินกำชับด้ามกระบี่ไว้แน่นก่อนค่อยๆ ลุกขึ้นมายืนเคียงข้างเฟยหลง จากนั้นนางชี้กระบี่ออกไปด้านหน้าเตรียมเข้าสัปยุทธ์กับงูทมิฬหมื่นพิษเฟยหลงเองก็กำลังเร่งรวมรั้งพลังธรรมชาติเข้าสู่แก่นญาณชีพจรฟ้าอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมพร้อมต่อการต่อสู้เสี่ยงตายในครั้งนี้
ทันใดนั้นงูทมิฬหมื่นพิษพลันพุ่งจู่โจมเข้าหาบุคคลทั้งสองอย่างรวดเร็วปรากฏคลื่นพลังรุนแรงสายหนึ่งที่เกิดจากการพุ่งของงูั์ตัวนี้ กระแทกเข้าใส่เฟยหลงและฟานลี่หลินบุรุษสตรีทั้งสองต่างต้องพุ่งหลบพลังดังกล่าวคนละทิศทาง จากนั้นเฟยหลงพลันตวัดนิ้วชี้จี้ไปยังส่วนหัวของงูทมิฬหมื่นพิษ
“เอกดรรชนีผลาญสุริยัน”
เปรี้ยงงงงง!! ลำแสงสีทองพุ่งเข้ายังตำแหน่งศีรษะของงู แต่ด้วยพลังญาณที่เหลืออยู่น้อยนิดจึงสร้างได้เพียงรอยไหม้เล็กๆ บนเกล็ดของงูทมิฬหมื่นพิษเท่านั้น ด้านฟานลี่หลินะโหมุนตัวกลางอากาศก่อนทะยานเข้าไปยังบริเวณกลางลำตัวของงูั์นั่นนางเค้นพลังญาณจากจิต ผ่านร่างกายมาสู่กระบี่ ตัวกระบี่ปรากฏแสงสีม่วงเรืองรอง
“ไตรกระบี่ตัดภูษา”
เปรี้ยงงงง หนึ่งกระบี่ที่ฟานลี่หลินตวัดฟาดฟันปรากฏรังสีกระบี่สีม่วงสามสายจู่โจมออก นางพุ่งซ้าย ขยับขวาเคลื่อนร่างไปมาอย่างรวดเร็วแต่ทุกกระบี่ที่จู่โจมออกไปกลับสร้างได้เพียงรอยขีดข่วนที่เกล็ดของงูั์เท่านั้น
เฟยหลงและฟานลี่หลินต่างพร้อมใจกันะโถอยห่างออกมาและยืนตั้งท่าเตรียมรับมือการจู่โจมของงูั์อีกครั้ง ไม่รอให้ทั้งสองหายใจหายคอ งูทมิฬหมื่นพิษพลันพ่นละอองของเหลวสีม่วงออกมากลิ่นเหม็นฉุนพร้อมกับพลังกดดันที่ปลดปล่อยออกมาจากละอองของเหลวนี้ทำให้คนต้องรู้สึกเย็นเยือกทั่วสรรพางค์กายงูทมิฬหมื่นพิษเป็ชื่อที่บ่งบอกอย่างเด่นชัดว่าพวกมันมีพิษร้ายกาจเพียงไหน ละอองของเหลวสีม่วงเป็พิษชนิดหนึ่งของงูั์นั่นเพียงพิษนี้ััไปยังที่ใด ที่นั่นย่อมราพณาสูรหมดสิ้น เฟยหลงะโเหินตัวหลบหลีกกลับหลังอย่างทุลักทุเลแต่ฟานลี่หลินกลับอาศัยการหลบหลีกพิษดังกล่าวเปลี่ยนเป็ฝ่ายรุกใส่งูั์เบื้องหน้านางเคลื่อนร่างซ้ายขวาก่อนหมุนตัวรอดผ่านละอองพิษ จากนั้นตวัดกระบี่ออกด้วยกระบวนท่าไตรกระบี่ตัดภูษา เปรี้ยงๆๆๆ เสียงกระบี่ฟาดฟันลงบนเกล็ดอันแข็งแกร่งของงูทมิฬหมื่นพิษเกล็ดอันแข็งแกร่งของมันเริ่มปรากฏาแเป็รอยตัดเฉือนขึ้นหลายตำแหน่ง ส่งผลให้โทสะของมันเพิ่มพูนยิ่งขึ้นสันชาตญาณอันดุร้ายของสัตว์เลื้อยคลานได้ถูกปลดปล่อยออก มันพ่นพิษลักษณะเป็ควันสีเขียวออกมาทั่วบริเวณปิดบังทัศนวิสัยรอบตัวจนหมดสิ้นฟานลี่หลินต้องะโถอยหลังเพื่อหลบจากกลุ่มควันพิษสีเขียวนี้ แต่ทันใดงูทมิฬหมื่นพิษพลันตวัดหางฟาดออกมาใส่ร่างฟานลี่หลินนางมิทันได้ตั้งตัวก็โดนหางที่แฝงด้วยพลังธรรมชาติของงูั์นั่นฟาดร่างกระเด็นปลิวไปไกลคนกระอักโลหิตออกมาคำโต ไม่รอให้ฟานลี่หลินตั้งตัว งูทมิฬหมื่นพิษได้พุ่งโฉบลงมายังร่างของฟานลี่หลินเฟยหลงเห็นเช่นนั้นได้แต่กัดฟันพุ่งทะยานเข้าไปขวางที่เบื้องหน้าฟานลี่หลินอย่างรวดเร็วจากนั้นชายหนุ่มได้ชักกระบี่สีดำมะเมื่อมออกมา แล้วใช้ออกด้วยเคล็ดวิชา พยุหะหมื่นกระบี่ทลาย์ทันทีที่ใช้ออกกระบี่ในมือพลันหายไป ปรากฏรังสีพลังรูปกระบี่สีทองขึ้นที่กลางอากาศด้านหลังของมันแต่ครั้งนี้รังสีพลังรูปกระบี่กลับปรากฏเพียงเล่มเดียว ทั้งพลังกดดันยังอ่อนโทรมกว่าครั้งแรกมากโขทว่าเฟยหลงยังมิทันได้ตวัดมือใช้รังสีพลังรูปกระบี่เล่มนั่น เบื้องหน้าพลันมีปากที่กว้างใหญ่และเคี้ยวอันแหลมคมโฉบลงมากลืนกินร่างของมันไปทั้งร่างทัศนียภาพรอบข้างของชายหนุ่มพลันมืดสนิทไม่มีแม้เพียงแสงสว่างอันน้อยนิดให้แลเห็น
“เฟยหลงงงงงงง!!!”