001 ได้แบบนั้นก็ดี!
ครั้งหนึ่ง ผมเป็เพียงแค่ชายอายุสามสิบห้า ที่ต้องดิ้นรนอยู่กับการเข้าเวรและรักษาคนไข้ แม้สิ่งเหล่านี้จะเป็ความฝันและความสำเร็จในชีวิต แต่กลับไม่มีโอกาสได้ใช้เงินที่หามาได้ เขาไม่มีแม้แต่่เวลาที่จะได้พูดคุยกับใครสักคน เพื่อสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ขึ้นมา
เห็นเพื่อนฝูงในวันเลี้ยงรุ่นที่ต่างพาครอบครัวและลูกๆ มาแนะนำให้ได้รู้จัก เด็กชาย เด็กหญิง ตัวเล็กน่ารักที่เขาเจอ มันทำเอาต่อมรักเด็กของชายหนุ่มกระตือรือร้นขึ้นมาทันตา
เขานึกอยากมีลูกชายลูกสาวน่ารักๆ แบบนั้นสักคน แต่ความเป็จริงที่ว่าเ้าตัวไม่ชื่นชอบผู้หญิง มันทำเอาเขาเป็โสดมาจนถึงทุกวันนี้
สังคมที่เพศที่สามไม่สามารถรักกันได้อย่างเปิดเผย มันทรมานแพทย์วัยกลางคนอย่างเขามากจริงๆ
แต่ว่า สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ก็เป็เพียงเื่ของเมื่อชาติที่แล้วละนะ
ใช่ครับ พวกคุณอ่านไม่ผิด แท้จริงแล้วเื่ที่กล่าวมาล้วนเป็เื่ของชาติที่แล้ว ส่วนในตอนนี้นั้น เขาดันมาอยู่ในร่างของเด็กชายวัยสามขวบปี ที่เพิ่งพูดชัดได้เมื่อไม่กี่วันก่อน ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าระลึกชาติได้รึเปล่ากันนะ เพราะทันทีที่เขาลืมตาตื่นในวันคล้ายวันเกิดครบรอบอายุสามหนาว เขากลับจำทุกอย่างได้ รวมถึงความทรงจำของร่างนี้ด้วย
อีกทั้ง... ดันมาเกิดเป็หลานชายของบ้านจางจากมารดาและบิดาที่หายสาบสูญ ในวันที่ออกไปค้าขายต่างแดน จนเจอเข้ากับพายุฝนและน้ำหลาก ทั้งสองไม่ได้กลับมา ไม่มีแม้แต่ร่างอันไร้ิญญา เหลือทิ้งเอาไว้เพียงลูกน้อยที่ถูกฝากเลี้ยงกับพี่สะใภ้ผู้เป็ภรรยาของพี่ชายคนโต
เพียงสามวันที่ว่าเอาไว้ กลับเปลี่ยนเป็ตลอดกาล จนตอนนี้ 'จางไป๋หลิน' ก็อายุครบสามหนาว เป็สามหนาวที่ใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อผ่านแต่ละวันอย่างยากลำบากมากจริงๆ
“ตัวเราก็เท่านี้แต่กลับใช้ทำนั่นทำนี่ ไม่ว่าจะป้าสะใภ้หรือท่านลุงก็นิสัยเหมือนๆ กันหมด ท่านพ่อท่านแม่ที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ลูกอยากจะบอกพวกท่านให้ตัดขาดกับคนชั่วพวกนี้จริงๆ พวกคนใจร้ายที่น่ารังเกียจ”
จางไป๋หลิน หรือไป๋หลินที่แปลว่าหยกขาว เป็แก้วตาดวงใจที่บิดามารดาเฝ้าทะนุถนอม หากไม่ใช่ว่าเพราะต้องออกเดินทางไปส่งสินค้าในถิ่นทุรกันดารตามคำสั่งของท่านลุงในตอนนั้น ทั้งสองก็คงไม่ต้องหายสาบสูญและทิ้งลูกน้อยตัวเท่าเกาลัดเม็ดหนึ่งเอาไว้เช่นนี้
“หึ ช่วยดูแลแต่ละครั้งก็เรียกเป็ของเป็เงิน พวกตัวน่ารังเกียจ”
แก้มยุ้ยของเ้าตัวเล็กที่นั่งหน้าบูดอยู่บนเตียงนอนคับแคบ เรือนที่เขาอยู่ไม่มีแม้แต่ข้าวของประดับตกแต่ง อย่างมากก็เป็เสื้อผ้าที่มีรอยปะเต็มไปหมด บ่งบอกถึงความขัดสนได้เป็อย่างดี
หากไม่ใช่ว่าเพราะมีบ่าวเกอคนสนิทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว จนป่านนี้คนบ้านนั้นคงปล่อยให้เขาอดตายไปตั้งนานแล้ว
ไม่สิ ตัวตนของเขามีราคาที่แพงมาก เพราะอย่างนั้นถึงยังตายไม่ได้ต่างหาก
“คุณชายตื่นแล้วหรือขอรับ”
พูดถึงบ่าวบ่าวก็มา ชายคนหนึ่งที่แต่งตัวด้วยเครื่องแต่งกายที่มีรอยปะไม่ต่างกัน เดินยกอ่างล้างหน้าขนาดพอดีกับเด็กสามหนาวเข้ามาในห้อง เพียงแต่ในระหว่างที่ยกอ่างเข้ามา ใบหน้าของเขากลับก้มต่ำอยู่ตลอดผิดจากปกติที่ต้องยิ้มแย้มให้กัน ั์ตาดอกท้อนั่นก็ควรมองเขาด้วยความเอ็นดูและเคารพเหมือนอย่างปกติไม่ใช่หรือ
เป็แบบนี้มันผิดปกติชัดๆ
“เงยหน้าขึ้นไป๋เหลียน” เสียงของเด็กชายในวัยสามหนาวเอ่ยสั่งเช่นนั้น
“คุณชาย..” ไป๋เหลียนที่ถูกสั่งให้เงยหน้า ไม่กล้าขัดใจเ้านายตัวน้อยของเขา เพียงแต่ก็ไม่อยากให้อีกคนนั้นเป็ห่วง จึงคิดที่จะเอ่ยต่อรอง แต่ว่า..
“ไป๋เหลียน” เสียงที่เอ่ยเรียกแม้จะนุ่มหวานตามลักษณะของเกอในวัยเด็ก แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ยามที่ได้ฟังในตอนนี้ มันกลับทำให้ไป๋เหลียนรู้สึกหวาดหวั่น เกรงกลัวกับคำเรียกขานของคุณชายน้อยเอามากๆ
“ขอรับ”
เมื่อขัดขืนไม่ได้ จึงทำได้เพียงแค่ทำตามคำสั่ง ใบหน้าที่น่ารักสมวัย 13 หนาวของไป๋เหลียน ที่แก้มซ้ายของบ่าวคนสนิทกลับปรากฏรอยแดงรูปฝ่ามือได้อย่างชัดเจน มันขัดกับผิวพรรณขาวสะอาดที่มีมาั้แ่กำเนิดของเด็กหนุ่ม เพราะอย่างนั้นมันถึงเห็นได้ชัดเจนมาก
มากจนทำเอาร่างเล็กๆ สั่นสะท้านไปด้วยความโกรธ
“ใคร เป็ คน ทำ” เสียงลอดไรฟันที่เอ่ยถามเน้นทีละคำ มาพร้อมกับความโกรธที่วาววับอยู่ในั์ตาคู่สวย ร่างเล็กของเด็กชายในวัยสามหนาว นึกอยากส่งาแที่เกิดขึ้นตรงหน้า กลับคืนให้กับคนที่ทำมันขึ้นมา ความเ็ปทุกหยาดหยดที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับคนที่ถูกกระทำ ควรจะไปอยู่กับคนที่สร้างมันขึ้นมาทั้งหมด
“คุณชายอย่าโกรธเลยขอรับ ร่างกายของท่านไม่แข็งแรง เื่ของข้าเป็เพียงแค่เื่เล็กน้อยท่านอย่าได้กังวล”
ไป๋เหลียนที่เห็นแล้วว่าเ้านายน้อยของเขาโกรธมากขนาดไหน รีบวางอ่างลงด้านข้างของเตียง ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าของเด็กหนุ่ม พยายามจับมือเล็กเอาไว้เบาๆ เพื่อหวังคลายความโกรธของนายตน
“ไม่แข็งแรง?” จางไป๋หลินที่พึ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงอย่างที่บ่าวคนสนิทว่าเอาไว้ มองมือของตนเองด้วยความไม่เข้าใจ
เดิมทีั้แ่จำความได้ ตลอดเวลาที่อยู่กับบิดามารดาที่แท้จริง ตัวของเขาไม่เคยป่วยเลยสักครั้ง แต่พอมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน ร่างกายที่เคยแข็งแรงกลับแสดงอาการป่วยออกมา พอหมอมาตรวจก็บอกว่าเป็โรคเรื้อรังที่รักษาไม่หาย
ฟังยังไงมันก็มีพิรุธแบบสุดๆ เลยไม่ใช่หรอ ตระกูลจางไม่มีดีเลยสักคน
“ใบหน้าของพี่ไป๋เหลียนไม่ควรมีตำหนิแท้ๆ” ไม่ว่าเปล่า มือเล็กยังจับที่ใบหน้าของไป๋เหลียนอย่างเบามือ ราวกับว่าเขากลัวบ่าวคนสนิทจะมีรอยช้ำเพิ่ม
“คุณชาย” ไป๋เหลียนที่ได้รับความอบอุ่นจากฝ่ามือคู่นี้ อดน้ำตารินไหลด้วยความตื้นตันขึ้นมาไม่ได้ ความสุขของชีวิตเขาหลังต้องฝังร่างของบิดามารดา ก็มีเพียงแค่คุณชายน้อยเพียงคนเดียว
เทวดาตัวน้อยที่เรียกเกอต่ำต้อยว่าพี่อย่างสนิทสนม แม้จะถูกทักท้วงก็ยังคงเรียกไม่หยุด บอกว่าเขาเป็ครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่
เพียงเพราะคำบอกเล่าไม่กี่คำนั้น มันจึงทำให้คนที่ไร้ครอบครัวอย่างเขาสามารถมีครอบครัวได้ คุณชายน้อยเป็แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวของไป๋เหลียนคนนี้จริงๆ
‘ข้าอยากให้ความเ็ปและรอยช้ำเหล่านี้ กลับไปหาคนที่ทำร้ายเ้าจริงๆ หากเป็ไปได้ข้าก็อยากให้เป็เช่นนั้นตอนนี้เลย’
ไป๋หลินที่โกรธคนที่กล้ารังแกพี่ไป๋เหลียนของเขามาก คิดเช่นนั้นในใจด้วยความโกรธ โดยไม่นึกว่าสิ่งอัศจรรย์จะเกิดขึ้น เพราะทันทีที่ความปรารถนาอันแรงกล้าของเขาสิ้นสุดลง แสงสว่างอันไร้ที่มากลับสว่างจ้าขึ้น แยงตาทั้งสองที่มึนงงกับปรากฏการณ์ที่เหนือธรรมชาติ เพียงแต่แสงนั้นกลับอยู่ได้ไม่นานมากนัก ก่อนที่จะมืดดับลง
เพียงแต่หลังแสงสว่างดังกล่าวหายไป สิ่งที่ควรยังอยู่กลับหายไปด้วย
“เอ๊ะ!” ไป๋หลินที่ละมือออกจากใบหน้าของบ่าวคนสนิทของตน จ้องมองใบหน้าที่ปราศจากรอยช้ำที่เกิดจากการถูกตบของไป๋เหลียนด้วยความใ เพราะมันไม่มีอยู่แล้วจริงๆ
“มีอะไรหรือขอรับคุณชาย อะ ทำไมใบหน้าของข้าถึงไม่เจ็บแล้วล่ะ”
ไป๋เหลียนที่ตื่นตระหนกกับแสงเมื่อครู่ไม่ต่างกัน ในตอนนี้กลับมาตื่นเต้นเพราะความเ็ปที่เคยรู้สึกได้ จู่ๆ มันกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับว่าไม่เคยมีอยู่ ทั้งที่เมื่อไม่กี่จิบชาที่แล้วเขายังเ็ปกับมันอยู่เลย
“ไม่รู้เหมือนกันพี่ไป๋เหลียน แต่เมื่อครู่ข้าแค่คิดว่าอยากให้แผลของพี่กลับไปหาคนที่สร้างมันขึ้น เอ๊ะ หรือว่า..”
ไป๋หลินน้อยในวัยสามหนาวที่เอ่ยบอกพี่ชายคนสนิทของเขาตามจริง พลันดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นเต้น เพราะถ้าสิ่งที่เขาคิดเป็จริงขึ้นมาได้แล้วละก็ ไม่แน่ว่าตอนนี้ แผลพวกนั้นคงกลับไปหาคนที่สร้างมันขึ้นมาแล้ว
ได้แบบนั้นก็ดี!