<<ริว>>
ยามนี้แสงดวงตะวันเริ่มอ่อนแรงลงมาบ้างแล้ว สายลมยามบ่ายพัดมาเป็่ๆ ข้านั่งอยู่หลังบ้านหลังจากที่ทั้งวันนามิหาเื่แกล้งข้า แต่ไม่ว่าเธอจะทำอะไรข้ารู้ทันหมดนั่นละ แต่ไม่คิดเลยว่าการที่ข้าไม่เล่นตามเกมของเธอมันกลับทำให้นามิเองต้องรับผลของมัน
ข้าทั้งสงสารและอยากจะขำในเวลาเดียวกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่ายิ่งข้าอยู่ใกล้เธอมากเท่าไร มันทำให้ข้าสนใจในตัวเธอมากเท่านั้น แต่เสียอย่างเดียวที่ข้าต้องปิดบังตัวตนของข้า นั่นทำให้ข้าไม่ชอบใจเท่าไร
“ท่านริว”
เสียงของอลันดังผ่านทางกระแสจิตเข้ามาทางความคิดของข้า ไม่รู้หรอกว่าอลันมีเื่อะไรมารายงานทันทีตัวข้าจากเผ่ามาได้ไม่ถึงวันดี แต่อลันกลับติดต่อมาแล้ว ข้าไม่มั่นใจเลยว่าการที่อลันติดต่อมานั้นจะเป็ข่าวดีหรือร้ายกันแน่
“มีอะไร”
ข้าใช้พลังเปิดภาพให้เป็ตัวของอลันเพื่อจะได้เห็นหน้าและบางที่เขาอาจจะมีบางอย่างให้ข้าดู
“ทางเผ่าไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ว่า…”
อลันทำสีหน้าลังเลว่าจะพูดออกมาดีหรือไม่ ข้าที่อยู่กับเขามานานและเห็นเขาเป็มากกว่าแค่ลูกน้องคนสนิท จึงพยักหน้าอนุญาตให้เขาพูดออกมาได้
“ปีศาจและอสูรมีการเคลื่อนไหว พวกมันเริ่มออกตามหาดอกไม้รัตติกาลกันอีกแล้ว”
“เ้ารู้สาเหตุหรือไม่? ว่าทำไม?”
“ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่เหมือนว่าจะเป็ฝีมือเผ่าเงามายา”
ดอกไม้รัตติกาลหรือ? ข้าไม่ได้ยืนใครพูดถึงมันมานานมากแล้ว แต่ทำไมถึงมาพูดถึงมันเอาป่านนี้ พวกเผ่าเงามายา้าใช้มันทำอะไรกันแน่
“ท่านริวข้ามีอีกเื่จะรายงาน”
ข้าพยักหน้าให้อลันรายงานต่อ แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ดอกไม้รัตติกาล แต่มันอยู่ที่เผ่าเงามายา ข้าคิดไม่ออกเลยว่าผู้นำเผ่าเงามายาคนปัจจุบันคิดจะทำอะไรกันแน่ ตัวตนเขาก็ยังไม่มีใครเคยเห็นหน้าแต่มีข่าวลือว่าเป็คนที่โเี้มาก
“ปีศาจและอสูรบางพวกรู้แล้วว่าท่านสนใจในตัวนามิ ท่านควรระวังตัวด้วย”
“ไม่ต้องห่วง แค่ปีศาจชั้นต่ำข้ารับมือได้”
“ข้าว่าถ้านามิเป็พรหมลิขิตของท่านจริง ท่านควรจะสร้างพันธะกับเธอไว้ เพื่อปกป้องเธอ ถ้ามีพันธะปีศาจและอสูรจะได้เกรงใจท่านไม่กล้าทำร้ายเธอ”
แม้นว่าสิ่งที่อลันพูดมาจะจริงแต่ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเธอจะใช่พรหมลิขิตของข้าหรือไม่ ข้าแค่สนใจในตัวเธอไม่สิกลิ่นกายของเธอมากกว่า แต่การสร้างพันธะมัน คือ การผูกมัดให้เธอต้องเป็ของข้าแต่เพียงผู้เดียว ข้าคิดว่ามันไม่ยุติธรรมกับเธอ
“เ้าไปสืบมาว่าเผ่ามายาจะเอาดอกไม้รัตติกาลไปทำอะไร”
ยังไม่ทันที่อลันจะได้ตอบอะไร เสียงของตกลงกระทบพื้นก็เรียกความสนใจของข้าให้หันไม่ตามต้นเสียง เห็นนามิยืนนิ่งแล้วภาพของอลันที่ข้าสร้างขึ้นก็หายไป นามิเดินถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนสะดุดล้มแต่เมื่อข้าจะเดินไปช่วย
“หยุด อย่าเข้ามานะ”
นามิลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีข้าไปไม่รู้ว่าเธอกลัวข้าหรือรู้แล้วว่าข้าไม่ใช่มนุษย์ หรือใกับร่างของอลันอันนี้ข้าก็ไม่รู้ได้
“เดี๋ยวก่อน”
<<นามิ>>
สิ่งที่เห็นเมื่อครู่ มันทำให้ฉันกลัวเขาขึ้นมา ฉันไม่รู้ว่าทำไมเข้าถึงสามารถทำให้ตัวที่เหมือนปีศาจคุกเข่าต่อหน้าเขาได้ แต่ที่แน่ใจในตอนนี้ คือ เขาไม่ธรรมดาแน่นอน จะให้ฉันอยู่กับเขาในบ้านมีแค่ฉันกับิญญาที่ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรฉันได้ ถ้าริวคิดจะทำร้ายฉันขึ้นมาฉันได้ตายจริงแน่
ฉันจัดการเก็บเสื้อผ้าสองสามชุดยัดใส่กระเป๋าแล้ววิ่งออกจากบ้านทันทีทั้งที่ข้อเท้ายังเจ็บอยู่นั้นละ เมื่อออกจากบ้านมาไกลพอสมควร ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปอยู่ที่ไหนดี แต่ถ้าจะให้ฉันกลับไปอยู่ที่บ้านก็ไม่เอาเหมือนกัน ฉันเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไรจุดหมายปลายทาง จนเมื่อเสียงของโทรศัพท์ดังขึ้นสติของฉันถึงได้กลับมาอีกครั้ง
“แกวันนี้หมูทะกัน”
เสียงของเพื่อนรักดังขึ้นนั้นทำให้ฉันดีใจเป็ที่สุด จนฉันอยากจะวิ่งไปกอดคอเธอ ถ้าหากว่ายูอิอยู่ต่อหน้าฉันจริง ๆ
“ยูอิ แกมารับฉันหน่อย”
“นามิ…แกเป็อะไรไป”
“ฉันขอไปอยู่กับแกสองสามวันนะ”
“ได้สิ แกจะมีอยู่กับฉันทั้งปิดเทอมเลยก็ได้ ว่าแต่ตอนนี้แกอยู่ไหน?”
คำตอบของยูอิ มันเหมือนเป็แสงสว่างให้ฉันในเวลานี้ หลังบอกไปว่าฉันอยู่ไหนไม่นานยูอิก็มารับฉันด้วยรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจของเธอ
เมื่อถึงบ้าของยูอิมันกับทำให้ฉันต้องแปลกใจ บ้านของเธอมันไม่ใช่บ้านแต่มันเป็คฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งมันหรูหรามากจนฉันไม่แน่ใจว่าทำไมยูอิถึงได้ไม่ทำตัวเป็คุณหนูเลย แต่กลับทำตัวธรรมดามากจนไม่มีใครรู้เลย
“บ้านแก แน่นะ”
ฉันหันไปถามเพื่อนรักเพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้แกล้งอำกันเล่น ยูอิยิ้มแทนคำตอบ เมื่อเดินเข้ามายังตัวคฤหาสน์ ยูอิก็พาฉันไปยังห้องรับแขกเพื่อให้นั่งพักก่อน ฉันนั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ ยูอิ
“เกิดอะไรขึ้นนะ นามิ”
ฉันไม่รู้ว่าจะต้องเล่าให้เธอฟังดีหรือไม่ ฉันไม่อยากจะดึงให้ยูอิต้องมาเจอเื่ที่มันเหนือธรรมชาติเท่าไร
“ฉันขอไม่เล่านะ”
“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่แกอย่างลืมละ ว่าฉันเป็เพื่อนแกอยากจะให้ช่วยอะไรก็บอก”
“ขอบใจนะ ยูอิ”
ฉันดึงยูอิในไปกอด ยังไม่ทันไรก็มีสาวใช้เข้ามารายงาน ั้แ่มาถึงบ้าน ไม่สิเรียกว่าคฤหาสน์ถึงจะถูก แต่ก็ไม่เห็นใครจนนึกว่าในที่แห่งนี้จะไม่มีใครอื่นแล้วเสียอีกเพราะที่แห่งนี้มันเงียบมากจริง ๆ
“มีแขกมาหา คุณนามิค่ะ”
ฉันมาถึงที่นี่ยังไม่ถึงสิบนาที แล้วใครกันที่รู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ได้ ฉันหันไปมองหน้ายูอิเป็เชิงถามว่าได้บอกใครไปไหม ไม่ต้องรอให้ยูอิตอบ แขกที่สาวใช้บอกก็มาปรากฏตัวตรงหน้า
“ฉันมารับกลับบ้าน”
ยูอิที่เห็นหน้าริวถึงกลับต้องกลืนน้ำลายลงคอ คงเป็เพราะความหล่อราวกับเทพบุตรของริว แต่ผิดกับฉันที่กลัวเขามาก ไม่รู้ว่าทำไมชายหนุ่มถึงหาตัวของฉันเจอเร็วแบบนี้
“นั่นใครนะ นามิ”
ไม่รู้ว่ายูอิอยากจะรู้จักเขาทำไมตอนนี้ ฉันยังไม่ทันจะพูดอะไรอีตาบ้าริวก็ตอบแทนเสร็จสรรพ
“ผมเป็คู่หมั้นของนามิ”
คำตอบของเขาทำเอาฉันอื้งไป ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงบอกกับยูอิไปแบบนั้น มันทำให้เพื่อนรักของฉันแปลพรรคไปง่าย ๆ
“นามิ แฟนแกมารับแล้ว แกกลับไปกับเขาเถอะนะ”
ไม่รู้ว่าทำไมยูอิถึงมาทิ้งฉันไปง่าย ๆ แบบนี้ทั้งที่ถ้าเป็ปกติยัยยูอิจะติดเื่ของฉันยิ่งกว่าเรียลลิตีโชว์เสียอีก
“ฉันขอตัวนะ”
“ยูอิ อย่าทิ้งฉันสิ”
สิ้นคำยูอิก็ลุกเดินออกไปพร้อมสาวใช้ที่มารายงาน ฉันหันซ้ายหันขวาหาสิ่งที่พอจะใช้เป็อาวุธแต่กับไม่มี ริวเดินเข้ามาใกล้ตัวฉันมาขึ้นเรื่อย ๆ ฉันที่ไม่มีที่จะให้ถอยหนีไปไหนได้อีก
“กลับบ้าน”
“ฉันไม่กลับ”
“ถ้าเธอไม่อยากเห็นเพื่อนเธอเจ็บตัว ไม่สิ ตาย ก็กลับบ้าน”
อย่าบอกนะว่าเขาจะฆ่ายูอิ ฉันไม่ยอมให้เขาทำอะไรเพื่อนรักเพียงตัวเดียวเด็ดขาด ไม่รู้ว่าความกลัวของฉันที่มีต่อเขามันหายไปไหน ฉันถึงได้มายืนประเชิญหน้ากับเขา
“นายอย่าทำอะไรยูอินะ”
“ถ้าเธออยากให้เพื่อนปลอดภัยก็กลับบ้าน กับฉันเดี๋ยวนี้”
“ก็ได้”
ฉันยอมกลับกับริวอย่างว่าง่ายและไม่อยากจะทำให้ยูอิต้องเดือดร้อน หรือ เจ็บตัว ที่หนักสุดไม่กว่านั้นคือตาย อีตาริวไม่รู้ว่าไม่เข้าใจอะไรผิดมาถึงคิดว่าฉันไปรู้ตัวตนของเขาจึงไปคิดจะปิดบังฉันอีก ขนาดพาฉันกลับบ้านเขายังใช้พลังหายตัวมาเลย ไม่รู้ว่าทำไมฉันกับไม่รู้สึกกลัวพลังของเขาเลย แต่กลับรับรู้ว่ามันเป็พลังที่ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยมากกว่า
“นายเป็ตัวอะไรกันแน่”
ริวยังไม่ทันที่จะตอบคำถามของฉัน เสียงกดออดหน้าบ้านก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน ฉันเดินไปทางประตูทั้งที่ข้อเท้ายังเจ็บแต่เมื่อเปิดประตูออกดู
“พี่รุกิ”