บนโต๊ะอาหาร ประกอบด้วยเนื้อสัตว์และผัก มีครบทั้งกลิ่นหอมและสีสันของอาหาร ทว่าห้าคนที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะกลับไม่มีใครยกตะเกียบขึ้นมาเลยสักคน
“ยังจะรออะไรอีก? กินเลยสิ”
อันเยว่คีบหมูสามชั้นน้ำแดงใส่ลงในชามของซูจือฉือด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม อีกทั้งยังเอ่ยอย่างจริงจัง “ดูสิ เ้าผอมขนาดนี้ อ่อนแอจนจะปลิวลมอยู่แล้ว เ้าจำเป็ต้องเติมสารอาหารให้มากขึ้นถึงจะแข็งแรง”
การกระทำที่เอาใจใส่และคำพูดอ่อนโยนทำให้ทุกคนไม่รู้ว่าควรออกความเห็นอย่างไร เซียวสิงเยี่ยนและคนอื่น ๆ ตัวสั่นเมื่อได้ยิน
รู้อยู่ว่า่นี้อันเยว่มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างจริง แต่ก็ยังไม่สามารถยอมรับในการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินของนางได้ในเวลาอันสั้น
“ในอาหารคงไม่มีพิษใช่ไหม?”
“นางเป็คนทำอาหาร ก็ควรระวังไว้หน่อย”
หยูยวนและเซียวสิงเยี่ยนเอ่ยคนละหนึ่งประโยค ซึ่งเป็การขยี้ความหวังดีของอันเยว่ให้แตกละเอียดกับพื้น น้ำเสียงถากถางกับสายตาดูถูกนี้เป็ใครก็ล้วนทนไม่ไหว!
อันเยว่หยิบเนื้อขึ้นมาวางตรงหน้าซูจือฉือ เหมือนกับว่าไม่เห็นอีกสามคนเสียอย่างนั้น นางเอ่ยกับซูจือฉือทีละคำ “จือฉือ ทั้งหมดนี้ข้าทำเพื่อเ้า ข้ารู้ว่าเ้ากินเผ็ดไม่ได้และชอบอาหารรสอ่อน เ้าไม่ต้องกังวล เนื้อนี่ มีไขมันแต่ไม่เยิ้ม ละลายในปากเลยทีเดียว”
น้ำเสียงราวกับกล่อมเด็กน้อยอย่างไรอย่างนั้น จากนั้นนางคีบเนื้อชิ้นหนึ่งส่งไปที่ปากของซูจือฉือ
หากเป็ครอบครัวอื่น การถูกภรรยาให้ความสำคัญเช่นนี้ถือเป็วาสนาที่สะสมมาในชาติปางก่อนอย่างแน่นอน
แต่เมื่อเป็ตระกูลอัน ก็จะถูกมองว่าเป็การทำดีเพื่อหวังผล!
ซูจือฉือไม่กล้าบุ่มบ่าม เนื้อชิ้นนี้มาจ่อที่ปากแล้ว จะกินก็ไม่ได้ จะไม่กินก็ไม่ได้
“ข้าจะกินให้เ้าดู เ้าไม่ต้องห่วง มันไม่มีพิษ”
อันเยว่นำเนื้อเข้าปาก หอม จะหอมเกินไปแล้ว
่สองสามวันนี้ที่นางอยู่ร่วมกับพวกเขา นางไม่กล้ากินกับข้าวรวม เพราะกลัวถูกหยูยวนวางยาพิษอีกครั้ง
ในที่สุดวันนี้นางก็สามารถกินอาหารอย่างสบายใจ เพราะนางเป็คนทำทุกอย่างเอง ปลอดภัยแน่นอน!
“เด็กดี เชื่อฟังนะ”
อันเยว่แทบจะทาบไปบนตัวซูจือฉือ เมื่อเห็นนางแน่วแน่เช่นนี้ ซูจือฉือจึงทำได้เพียงอ้าปากอย่างให้ความร่วมมือ ทันทีที่เนื้อเข้าปาก กลิ่นหอมก็อบอวลในปากของเขา
เป็รสชาติที่เขาไม่เคยกินมาก่อน แม้แต่อาหารที่หอจู้เหอก็ยังเทียบไม่ติดเมื่อนำมาวางตรงหน้ากับอาหารเหล่านี้ของอันเยว่
“รู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม?”
หยูยวนรีบจับชีพจรของซูจือฉือ เมื่อแน่ใจว่าซูจือฉือไม่เป็อะไรจึงมองไปยังอันเยว่ สตรีผู้นี้เสียสติไปแล้วหรือ?
“กินข้าว”
อันเยว่ยิ้มอย่างพึงพอใจ นี่เป็ครั้งแรกที่นางรับประทานอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อยเช่นนี้ั้แ่มาที่ฮวาตู
หลังอาหารเย็นอันเยว่ก็ไม่ได้อยู่ว่าง นางมาที่ลานกว้างหน้าเรือน เมื่อเห็นน้ำมันกลีเซอรีนสองถังใหญ่ก็เกิดเสียงดังหึ่ง ๆ ในหัวของนาง
หากอาศัยแรงของนางเพียงคนเดียวในการใช้น้ำมันกลีเซอรีนเหล่านี้ เกรงว่านางต้องเหนื่อยสายตัวแทบขาด
ดูเหมือนต้องจ้างคนเพิ่มอีกสักหน่อย นางเป็คนใส่ส่วนผสม ก่อนจะให้พวกเขาแยกบรรจุ
ตอนนี้ทำได้เพียงพึ่งพาตัวเอง จัดการงานตรงหน้าก่อนค่อยว่ากันใหม่
อันเยว่เกาะติดอยู่กับถังน้ำมันกลีเซอรีนและปรับอัตราส่วนของเครื่องหอมกับสมุนไพรต่าง ๆ ในส่วนประกอบอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเห็นน้ำมันกลีเซอรีนหรือสารประกอบถูกทิ้งไว้ในอ่างไม้ด้านข้างเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หยูยวนยืนกอดอกอยู่ระยะไกล แต่มุมปากของเขากลับโค้งเป็รัศมีงดงาม
“พี่รองมองอะไรอยู่หรือ?”
“ข้ากำลังมองว่าเงินเหล่านี้จะเข้ามาอยู่ในกระเป๋าของข้าได้อย่างไร”
ซูจือฉือคิดว่าหยูยวนสนใจใคร่รู้กับการกระทำของอันเยว่ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายกำลังคิดคำนวณตลอดเวลาว่าอันเยว่ใช้เครื่องหอมและสมุนไพรของเขาไปเท่าไรแล้ว
ทุกครั้งที่ล้มเหลว อันเยว่จะจดลงกระดาษ เพื่อความสะดวกในวันหน้า แค่ส่งข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์มันก็จะถูกบันทึกไว้ในรูปแบบดิจิทัล โดยสามารถเรียกใช้ในครั้งต่อไป
หลังจากครุ่นคิดอย่างรอบคอบ อันเยว่ก็นำเนื้อครีมที่ได้สัดส่วนดีแล้วมาถูบนหลังมือ เนื้อเนียนลื่นและมีกลิ่นหอมสดชื่น อีกอย่าง ปริมาณน้ำมันกลีเซอรีนในนั้นไม่สูง จึงไม่ก่อค่าใช้จ่ายมากนัก
เมื่อนางจดบันทึกในกระดาษเสร็จ ซูจือฉือก็เดินมาที่ข้างกายนาง
อาจเป็เพราะอาหารมื้อเย็น ซูจือฉือจึงรู้สึกว่านางก็มี่เวลาที่เอาใจใส่เช่นกัน และมีการเปลี่ยนแปลงเหมือนที่นางเคยบอกจริง เพียงแต่ภาพลักษณ์เมื่อก่อนของนางฝังรากลึกไปสักหน่อย จึงไม่สามารถยอมรับนางได้ในเวลาอันสั้น
ยามนี้กลับทำให้ซูจือฉือรู้สึกว่าเข้ากันได้อย่างสบายใจ อีกอย่าง เมื่อเห็นนางตั้งใจทำงานเช่นนี้ กลับทำให้ในใจเขาเกิดความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก
“ดึกแล้ว ฮูหยิน เข้าไปพักผ่อนเถอะ”
“จือฉือ ครีมหอมที่ข้าถูมือให้เ้าเมื่อวานยังมีข้อบกพร่องเล็กน้อย ของวันนี้ดีกว่า เ้ามาลองใช้ดูสิ”
พูดจบนางจับมือซูจือฉือแล้วถูครีมหอมลงบนมือของเขาอย่างระมัดระวัง ส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้บางอย่างในนั้นถูกอันเยว่นำออกไปแล้ว
ในยุคสมัยนี้ เกรงว่าการแพ้อย่างรุนแรงสามารถคร่าชีวิตคนคนหนึ่งได้เลย
ซูจือฉือมองสตรีตรงหน้าที่จับมือเขา นิ้วเรียวนุ่มค่อย ๆ ถูบนหลังมือของเขาอย่างแ่เบา หัวใจของเขาเต้นผิดไปสองจังหวะ เขารีบดึงมือกลับมา
“หนนี้ทำได้ไม่เลวจริง ๆ ต้องเตรียมกล่องเครื่องเคลือบใบเล็กไว้สักหน่อย เอาอย่างนี้ พรุ่งนี้เ้าช่วยไปซื้อมาให้ที เอาแค่ขนาดเท่านี้ที่สามารถใส่ลงไปได้”
อันเยว่ถือพลั่วไม้อยู่ในมือ ปริมาณของบนพลั่วค่อนข้างมาก คล้ายกับครีมหอมบางชนิดที่จำหน่ายกันข้างนอก เพียงแต่กลิ่นนี้ทำให้คนรู้สึกสบายใจเมื่อได้สูดดม และไม่ใช่แค่กลิ่นหอมของเครื่องหอม
“ได้”
“ซื้อมาห้าสิบใบก่อนก็ได้ นี่เงิน เ้าเก็บไว้ให้ดี อย่าให้หยูยวนเห็นเป็อันขาด”
เครื่องหอมของหยูยวนที่ใช้ใน่สองวันนี้ถูกลงบัญชีไว้ทั้งหมด แน่นอนว่านางต้องซ่อนเงินไว้อย่างมิดชิด มิเช่นนั้น หากเขารู้ว่านางมีเงินแต่ไม่ให้เขา จะแย่งชิงอย่างเปิดเผยก็สู้เขาไม่ได้ และนางก็กลัวว่าเขาจะเรียกราคาสูงมาก
เคยมีประสบการณ์เปลี่ยนเงินสองร้อยตำลึงเป็สี่ร้อยตำลึงมาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้นางไม่อยากผิดพลาดซ้ำอีก
“ให้ข้าพาเ้ากลับไปพักผ่อนที่บ้านเถอะ”
ซูจือฉือก้มหน้าขณะที่เอ่ย ใบหน้าเล็กขาวซีดยังคงมีความเหนื่อยล้าอยู่บ้าง หากมิใช่เพราะมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยของเขา อันเยว่คงเกือบคิดไปแล้วว่าเขาเหมือนต้องโทษมากกว่าสุขสบายกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่
“ขอโทษ ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ข้าเคยทำกับเ้า ในเวลานี้เ้าก็เห็นการเปลี่ยนแปลงของข้าแล้วว่าข้าไม่ได้สักแต่พูด ข้ากำลังพยายาม อีกอย่าง เราจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ขอแค่เป็สิ่งที่เ้า้า ต่อให้ข้าต้องพยายามอย่างหนักก็ต้องทำให้ได้”
คำสารภาพอย่างกะทันหันของอันเยว่กลับทำให้ซูจือฉือตกตะลึงไปชั่วขณะ เขามองผมสั้นที่ซุกอยู่ด้านหลังศีรษะของนางแล้วคิดว่านี่ไม่ใช่นางอย่างแน่นอน!
“ข้ารู้แล้ว”
ซูจือฉือขานรับเล็กน้อยแล้วเข็นอันเยว่เข้าไปในห้องอย่างนุ่มนวล นี่เป็ครั้งแรกที่เขาไม่ได้รีบร้อนจากไป เขาอยากรู้ว่านางขึ้นเตียงนอนอย่างไรในเมื่อนางต้องออกแรงอย่างมากทุกครั้งที่ลุกขึ้น
เมื่อเห็นอันเยว่ยันกายอยู่หลายครั้งก็ยังลุกไม่ขึ้น แต่กลับล้มลงบนรถเข็นตามเดิม จู่ ๆ หัวใจของซูจือฉือก็เหมือนถูกคว้าเอาไว้แน่น
“ในเมื่อทำไม่ได้ เหตุใดจำต้องฝืน?”
ซูจือฉือก้าวไปข้างหน้าสองก้าวแล้วอุ้มอันเยว่ขึ้นมา เขาค่อย ๆ วางนางลงบนเตียง เนื่องจากอันเยว่กดแขนของเขาไว้ ทำให้เขาต้องก้มตัวลงต่ำ ซึ่งเป็ท่าที่คลุมเครือพอสมควร
มันทำให้อันเยว่ใมาก นางกระชากผ้าห่มขึ้นมาปิดบริเวณริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว ดวงตาโตของนางกลอกไปมา และเต็มไปด้วยคำว่าหวาดกลัว