'หอประมูลั์'
สาวงามซูหลินผู้ดำเนินการประมูล ยิ้มหวานแจกจ่ายทุกคนแล้วกล่าวต่อ
“ เอาละเ้าค่ะ.. มาถึงสินค้าชิ้นต่อไป นี่คือกระบี่พิรุณโลหิต เป็อาวุธระดับนภาขั้นสูง เป็กระบี่โบราณที่ได้มาจากสุสานโบราณทางทิศเหนือเ้าค่ะ ราคาเริ่มต้นที่ 3,000 เหรียญทอง..."
ซูหลินกล่าวลื่นไหลอย่างมืออาชีพ พร้อมกับแจกยิ้มหวานไปทั่วห้อง
“ เริ่มประมูลได้เ้าค่ะ”
‘4,000 เหรียญทอง’
‘4,500 เหรียญทอง’
‘5,000 เหรียญทอง’
" ข้าสำนักัฟ้าให้ 7,000 เหรียญทอง ขอท่านทั้งหลายให้เกียรติด้วย" เมื่อตัวแทนสำนักัฟ้ากล่าวเช่นนั้น ก็ไม่มีผู้ใดสู้ราคาอีก เพราะไม่อยากมีปัญหากับสำนักใหญ่
“ ถ้าเช่นนั้นจะเริ่มนับแล้วนะเ้าคะ 7 พันเหรียญทอง ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่... 3”
‘ ปึ้งๆๆ..’
“ สำนักัฟ้าเป็ผู้ประมูลได้เ้าค่ะ..”
“ มาถึงสินค้าชิ้นต่อไปกันเลย "
หลังจากนั้นซูหลินก็ดำเนินการประมูลสินค้าต่างๆอีกหลายรายการ แต่ซิ่วอิงกับจ้าวเว่ยก็มิได้สนใจอันใดมากนัก จนมาถึง่เวลาที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือสินค้าที่ซิ่วอิงนำเข้าประมูล
‘ปึ้ง.!! ปึ้ง.!! ปึ้ง..’
“ เหลือสินค้าอีกสองรายการ ซึ่งซูหลินคิดว่าคงเป็สินค้าที่ทุกท่านรอคอย.. ถูกหรือไม่เ้าคะ ”
สาวสวยผู้ดำเนินการประมูลกล่าวจบก็หยุดไปชั่วครู่ เพื่อสร้างอารมณ์ร่วมของทุกคน ซึ่งก็เรียกเสียงฮือฮาไปทั้งหอประมูล ก่อนนางจะกล่าวขึ้นอีกครั้ง
“ เรามาต่อกันเลยเ้าค่ะ.. สินค้าชิ้นนี้มีประโยชน์มากมายเหลือคณาและหายากยิ่ง ซูหลินคิดว่าทุกคนคงรู้ดีอยู่แล้วเ้าค่ะ.. นั่นก็คือออออ.. น้ำทิพย์ดาราเ้าค่าๆๆ..”
เมื่อซูหลินกล่าวจบ เสียงอื้ออึงจากผู้คนในโถงประมูลดังขึ้นมาทันที
‘ โอ้ววว.. น้ำทิพย์ดารา ข้าต้องเอามันมาให้ได้..’
‘ ข้าเคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่มีโอกาสได้เห็นกับตาตัวเอง นี่เป็วาสนาของข้าจริงๆ’
‘ ใครมันบ้า เอาของดีหายากแบบนี้มาประมูลว่ะเนี่ย..’
ซิ่วอิงแย้มยิ้มอย่างพอใจ เมื่อได้ยินคำพูดอันอื้ออึงจากโถงประมูล ในเมื่อเป็ของหายากถึงขนาดนี้ คงทำเงินให้เธอไม่น้อย จ้าวเว่ยมองหน้าบุตรสาวที่ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ พลางส่ายหน้าเบาๆอย่างอ่อนใจ กลับมาคราวนี้ลูกสาวของเขาเต็มได้วยเล่ห์เหลี่ยม บางครั้งถึงกับทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก
บนเวทีประมูล ซูหลินปล่อยให้ผู้คนใกันอยู่ชั่วครู่ก็กล่าวต่อ
“ ทุกท่าน.. น้ำทิพย์ดาราเกิดจากการควบแน่นของแสงดาว เป็เวลานับล้านปีจนกลายเป็หยดน้ำ และจะเกิดในสถานที่ๆมีพลังปราณหนาแน่นอย่างเช่น ถ้ำเซียนเท่านั้น ทำให้น้ำทิพย์ดารามีราคาสูงและหายากเป็อย่างมาก ส่วนสรรพคุณของมันนั้นคงมิต้องบรรยายให้มากความ ทุกท่านน่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว.. ทางหอประมูลของเราได้รับมาเข้าประมูลจำนวน 10 ขวด แต่ละขวดจะมีน้ำทิพย์ดาราอยู่ 10 หยด.. ราคาเริ่มต้นที่ขวดละ 1 หมื่นเหรียญทอง.."
‘ป๊งง.. ป๊งง.. ป๊งงงง’
" เริ่มประมูลได้.."
ยามที่น้ำเสียงอันใสกระจ่างของซูหลินสิ้นสุดลง ผู้คนในหอประชุมแย่งชิงกันเสนอราคาอย่างบ้าคลั่งในทันที
‘2 หมื่นเหรียญทอง’
‘3 หมื่นเหรียญทอง’
‘5 หมื่นเหรียญทอง’
‘1 แสนเหรียญทอง’
" 1 ล้านเหรียญทอง.. ตระกูลหยางให้ 1 ล้านเหรียญทอง.."
ทันใดที่เสียงสุดท้ายดังขึ้น ทุกคนในโถงประมูลก็ส่งเสียงอื้ออึงทันที ซิ่วอิงที่นั่งลุ้นราคาอยู่ในห้องพิเศษถึงกับยิ้มหวาน นึกถึงเงินที่เธอจะได้รับด้วยความสุข
ซูหลินที่ดำเนินการประมูลอยู่บนเวทีก็เช่นกัน นางนึงถึงส่วนแบ่งจากการประมูลด้วยหัวใจพองโต นางมองซ้ายขวา แล้วประกาศต่อทันที
“ ตระกูลหยางให้ 1 ล้านเหรียญทอง .. มีท่านใดจะเพิ่มหรือไม่ ข้าจะนับแล้วน่ะเ้าคะ..
‘1 ล้านเหรียญทอง ครั้งที่ 1’
‘1 ล้านเหรียญทอง ครั้งที่ 2’
‘1 ล้านเหรียญทอง ครั้งที่ 3’
‘ปึ๊งงงงง’
ซูหลินนับถึงครั้งที่ 3 แล้วทุบโต๊ะด้วยเสียงดังก้อง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นออกมาว่า
" น้ำทิพย์ดาราขวดแรก.. ตระกูลหยางเป็ผู้ประมูลได้เ้าค๊าๆ..”
‘ ภายในห้องพิเศษ 1’
‘โอ้ว.. แม่เ้า.. 1 ล้านเหรียญทอง.. ์ข้าไม่คิดว่าจะขายได้ในราคาขนาดนี้.. ฮ่าๆ รวยแล้ววว’
ซิ่วอิงคิดในใจอย่างลิงโลด พลางยิ้มร่าออกมาออกมาด้วยความดีใจ จ้าวเว่ยเองก็นั่งถือจอกชาตาค้าง มองหน้าบุตรสาวอย่างตกตะลึง
หลังจากนั้นน้ำทิพย์ดาราของซิ่วอิง ก็ถูกประมูลออกไปหมดทั้ง 10 ขวด โดยที่ราคาแต่ละขวดนั้นไม่ต่ำกว่า 1 ล้านเหรียญทอง โดยเฉพาะ 5 ขวดสุดท้ายนั้น ถูกประมูลโดยตึกโอสถของสำนักัฟ้า ในราคาขวดล่ะ 2 ล้านเหรียญทอง สรุปแล้วน้ำทิพย์ดารา 10 ขวด ประมูลได้ราคาสูงกว่าที่คิดไว้มากทีเดียว
‘ ปึ้งๆๆๆ’
สาวงามซูหลินทุบโต๊ะ เรียกสติของผู้เข้าร่วมประมูลอีกครั้งนึง แล้วเอ่ยขึ้น
" รายการต่อไป.. จะเป็สินค้าชิ้นสุดท้ายของวันนี้ ซึ่งทุกท่านคงพอจะทราบกันมาบ้างแล้ว ..นั่นก็คือออ.. โอสถทะลวงปราณระดับปฐี และ โอสถทะลวงปราณระดับนภาา.. เ้าค่าๆ ”
หลังจากที่ซูหลินประกาศจบ เกิดเสียงฮือฮาทั่วโถงประมูลทันที ตระกูลใหญ่ๆและสำนักทั้งหลาย ที่ทราบข่าวเมื่อ 2 ชั่วยามก่อน และได้ระดมเงินเพื่อการประมูลโอสถทั้ง 2 ชนิดนี้โดยเฉพาะ เพราะโอสถทั้ง 2 ชนิดนั้น จำเป็สำหรับผู้ฝึกยุทธระดับยอดยุทธเพื่อทะลวงไประดับปฐี และระดับปฐีทะลวงไประดับนภา ซึ่งมันทั้งปรุงยากและหาสมุนไพรได้ยากเป็อย่างยิ่ง
ซิ่วอิงที่อยู่ในห้องพิเศษตอนนี้เธอยิ่งยิ้มกว้างแทบหุบไม่ลง เมื่อนึกถึงเม็ดเงินที่จะได้รับจากการประมูล
‘ ปึ้งๆๆ’
" เอาละเ้าค่ะ.. ซูหลินจะไม่อธิบายอะไรมากทุกท่านคงจะทราบกันดีอยู่แล้ว.. ทางโรงประมูลได้รับโอสถทั้ง 2 ชนิดนี้มาประมูลอย่างละ 5 เม็ด โดยทางเราจะประมูลครั้งละ 1 เม็ด.. ซูหลินขอเริ่มต้นการประมูล ด้วยโอสถทะลวงปราณระดับปฐี ราคาเริ่มต้นประมูลอยู่ที่ 1 แสนเหรียญทองเ้าค่ะ.."
ทันทีที่ซูหลินประกาศจบ การต่อสู้กันด้วยเงินตราก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
‘2 แสนเหรียญทอง’
‘4 แสนเหรียญทอง’
‘6 แสนเหรียญทอง’
การประมูลโอสถทั้ง 2 ชนิดได้ดำเนินไปอย่างดุเดือด จนบางครั้งแทบจะวางมวยกันเลยทีเดียว ยิ่งโอสถระดับนภาด้วยแล้ว ผู้าุโทั้งหลายต่างแย่งชิงกันจนลืมคิดถึงอายุพวกเขา เพราะว่าพวกเขานั้นติดอยู่ในระดับปฐีขั้นสูงมานาน ไม่สามารถก้าวผ่านไปยังระดับนภาได้
จนในที่สุดโอสถทั้ง 2 ชนิด โอสถระดับปฐีได้ราคารวมกันแล้วมากกว่า 5 ล้านเหรียญทอง โอสถระดับนภาได้ราคาราว 15 ล้านเหรียญทองเลยทีเดียว
‘ ปึ้งๆๆ’
" การประมูลจบลงเพียงเท่านี้.. วันนี้ทางหอประมูลั์ขอขอบคุณทุกท่าน ที่เข้าร่วมงานประมูลกับเรา สำหรับท่านที่ประมูลได้ สามารถไปรับของและจ่ายเงินที่ห้องรับสินค้าเ้าค่ะ "
หลังจากที่ซูหลินประกาศจบ ผู้คนมากมายก็ทยอยออกจากโถงประมูลสินค้า ส่วนผู้ที่ประมูลได้ก็เข้าไปติดต่อรับสินค้า และจ่ายเงินภายในห้องรับรองของหอประมูล
ซิ่วอิงนั้นไม่ได้รีบร้อนอันใด เธอนั่งจิบชากับบิดาอยู่ในห้องอีกครู่ใหญ่ จากนั้นซูหลันจึงเข้ามาแจ้งว่า ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ผู้าุโซูไห่กำลังรออยู่ที่ห้องรับรอง ซิ่วอิงจึงลุกขึ้นตามซูหลันไป โดยที่จ้าวเว่ยผู้เป็บิดาที่เกือบตายจากการใ ก็เดินตามบุตรสาวไปด้วยความตื่นเต้น ในชีวิตไม่เคยคิดว่าตนเองจะมีความสุขได้ขนาดนี้
‘ก๊อกๆๆ’
" เรียนผู้าุโ.. ข้าพาคุณหนูจ้าวกับนายท่านแล้วเ้าค่ะ"
ซูหลันเคาะประตู พร้อมกับเอ่ยคำ
" เชิญพวกเขาเข้ามาเลย "
เสียงผู้าุโซูดังขึ้นจากในห้อง
" ท่านาุโซู.. ทุกอย่างเรียบร้อยหรือไม่เ้าคะ "
ซิ่วอิงเอ่ยถามทันทีเมื่อพบหน้า ส่วนจ้าวเว่ยผู้เป็บิดานั้นยืนรับฟังเงียบๆเช่นเคย
" เรียบร้อยดี.. เงินทั้งหมดหลังจากหักส่วนของหอประมูล ข้านั้นใส่ทุกอย่างไว้ในแหวนวงนี้แล้ว ส่วนแหวนมิตินั้นข้ายกให้เ้าเป็ของแถม "
กล่าวจบผู้าุโซูก็ยื่นแหวนมิติให้ซิ่วอิง
ซิ่วอิงรับแหวนมิติมาก็ตรวจสอบจำนวนเงินทั้งหมด แล้วเธอก็อดที่จะแย้มยิ้มออกมาด้วยความดีใจไม่ได้ เพราะเมื่อใช้จิตััตรวจดู จึงรู้ว่าทั้งหมดเป็เงินกว่า 40 ล้านเหรียญทอง ซึ่งอยู่ในรูปแบบตั๋วแลกเงินและเหรียญทองอีกหลายหีบ
" ขอบคุณเ้าค่ะ.. เอ่อ.. ข้าขอรบกวนผู้าุโอีกสักหน่อยได้มั้ยเ้าคะ..”
“ ได้สินังหนู เ้าจะรบกวนอะไรข้าล่ะ.. ถ้าทำได้ข้าจะทำให้..”
ผู้าุโซูเอ่ยอย่างใจดี เพราะซิ่วอิงสร้างรายได้ให้แก่หอประมูลอย่างมหาศาลในวันนี้
“ ก็ไม่มีอะไรมากหรอกเ้าค่ะ.. เพียงแต่ข้ากับท่านพ่อ้าจะหาซื้อบ้านกับที่ดินในเมืองัฟ้า จึงอยากถามว่าท่านผู้าุโมีข้อแนะนำบ้างหรีอไม่เ้าคะ ”
ซิ่วอิงเอ่ยถามออกมา เพราะเธอคิดว่าผู้าุโซูผู้ดูแลหอประมูลแห่งนี้ น่าจะมีเส้นสายในเมืองพอสมควร
“ โอ้.. แม่หนูน้อย เ้าจะหาซื้อบ้านกับที่ดินงั้นเรอะ หากเ้า้าที่ดิน ต้องดูก่อนว่าที่ดินตรงไหน เขตใหน เป็ที่ดินของใคร.. หากเป็ที่หลวงก็ไปติดต่อที่จวนเ้าเมือง หากเป็ที่ที่มีเ้าของก็สามารถไปติดต่อกับเ้าของที่โดยตรงได้เลย เมื่อตกลงกันได้ก็ไปโอนกันที่จวนเ้าเมือง ซึ่งต้องเสียภาษีอีกนิดหน่อย.. ”
ผู้าุโซูอธิบายกฏระเบียบของเมืองัฟ้า ซิ่วอิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วกล่าวต่อ
“ ท่านาุโ.. ข้ากับท่านพ่อนั้นอาศัยอยู่ชายป่าเขาหมื่นอสูร ครอบครัวข้า้าเข้ามาอยู่ในเมือง จึงอยากหาซื้อบ้านสักหลัง.. ท่านพอจะแนะนำข้าได้หรือไม่เ้าคะ”
ซิ่วอิงเอ่ยขึ้นมาตรงๆ เพราะดูๆแล้วผู้าุโซูคนนี้เอ็นดูเธอไม่น้อย อาจจะช่วยเธอได้มาก
“ อืมม.. ครอบครัวเ้าจะย้ายมาอยู่ในเมือง.. งั้นซื้อจวนข้าไหมเล่า จวนข้าใหญ่โตเ้ากับครอบครัวอยู่ได้สบายมาก ข้าจะขายให้เ้าในราคากันเอง ถ้าเ้าไม่ชอบใจก็ไปดูจวนหลังอื่นที่อยู่ในของโรงประมูลได้ ”
ผู้าุโซูกล่าวอย่างใจดี
“ ก็ดีสิเ้าคะ..ว่าแต่ทำไมท่านจะขายเสียล่ะ ”
“ เฮ้อ.. ข้าตัวคนเดียว อีกทั้งยังต้องเดินทางไปโน่นมานี่อยู่เกือบตลอดเวลา จวนนั้นข้าแทบไม่เคยได้ไปนอนเสียด้วยซ้ำ..”
“ เ้าค่ะ.. ท่านาุโข้ายังอยากได้ที่ดินนอกเมืองด้วย หากได้ที่ใหญ่ๆหน่อยก็ยิ่งดี ข้ากับครอบครัวจะได้ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ”
ซิ่วอิงเอ่ยถึงความ้าของตัวเอง
“ ถ้าอยากซื้อที่ดินนอกเมืองก็พอมีอยู่.. เป็ที่ดินที่หอประมูลซื้อต่อมาอีกทีนึง แต่ค่อนข้างข้างแพงไปบ้าง เพราะมีเนื้อที่กว่า 800 หมู่ ไกลสุดลูกหูลูกตา มีูเาและลำน้ำไหลผ่านนับว่าดีมากเลยทีเดียว”
ผู้าุโซูกล่าวขึ้น
ซิ่วอิงหยุดคิดเล็กน้อย ก่อนหันไปถามบิดา
“ ท่านพ่อ.. ข้าจะซื้อจวนของผู้าุโซู แล้วทำเป็จวนสกุลจ้าวของเราดีมั้ยเ้าคะ”
“ ดะ ได้ๆ พ่อตามใจเ้า” จ้าวเว่ยตอบบุตรสาว ส่วนภายในใจก็คิดว่านางจะจัดการเองทุกอย่าง โดยที่ไม่ถามเขาเสียแล้ว
“ ท่านผู้าุโข้าจะซื้อเ้าค่ะ.. อืม ข้าขอดูจวนของท่าน แล้วก็ที่ดินของโรงประมูลที่อยู่นอกเมืองด้วย”
ซิ่วอิงกล่าว ทำให้ผู้าุโซูยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เพราะถ้าหากขายที่นอกดินเมืองได้ เขาคงได้ส่วนแบ่งเยอะพอดูเชียวหล่ะ
“ ฮ่ะๆๆ.. ได้สิ เ้ามีเงินมากขนาดนี้ย่อมซื้อได้ทุกอย่างอยู่แล้ว”
ผู้าุโซูเอ่ยพร้อมกับหัวเราะร่า
“ ผู้าุโซู.. ท่านมีจวนหรือที่ดินสวยๆจะขายอีกหรือไม่เ้าคะ"
ซิ่วอิงเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง
“ มีสิ ข้าจะให้เ้าเลือกดู ”
ผู้าุโซูกล่าวจบก็นำเอกสารในโต๊ะออกมา เป็เอกสารการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ พร้อมด้วยรายละเอียดอีกมากมาย
ซิ่วอิงดูจวนและที่ดินที่อยู่ในของหอประมูลอย่างละเอียด ( เธอเคยเป็เ้าแม่อสังหาริมทรัพย์ในโลกก่อน ดังนั้นการตรวจสอบเื่เหล่านี้มันเป็สิ่งที่เธอชำนาญอยู่แล้ว ) จวนในเมืองนั้นมีที่ซิ่วอิงมากชอบอยู่ 2 จวน รวมถึงจวนหลังใหญ่ของผู้าุโซูที่มีพื้นที่มากพอสมควร
“ ผู้าุโซู ข้าขอไปดูสถานที่จริงได้หรือไม่เ้าคะ ”
ซิ่วอิงขอดูจวนทั้ง 3 หลัง เพราะเธอวางแผนว่าในอนาคตจะเปิดเหลาอาหาร โรงเตี๊ยม ร้านขายโอสถ รวมถึงเธอจะทำเป็ร้านค้าเป็จุดศูนย์รวมตลาดการเกษตร
“ ฮ่าๆ ได้แน่นอนอยู่แล้ว ข้าจะพาพวกเ้าไปดูด้วยตนเอง ”
“ เ้าค่ะ”
‘ใจกลางเมืองัฟ้า’
ยามเซิน (15.00-16.59 น.) ผู้าุโซูพาซิ่วอิงและบิดาไปดูจวนในเมืองด้วยรถม้า โดยที่ทั้งสามคนนั่งอยู่ในตัวรถ มีคนขับบังคับม้าอยู่ด้านหน้า ซึ่งถูกใจซิ่วอิงยิ่งนักเพราะมันสบายกว่าการเดินหรือใช้วิชาตัวเบาเป็ไหนๆ
เมื่อทั้ง 3 มาถึงจวนหลังแรก ที่ตั้งอยู่ค่อนข้างใจกลางเมือง มีที่ดินราวๆ 5 หมู่ ด้านซ้ายติดกับโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ อีกด้านติดกับแหล่งชุมชนที่มีร้านค้ามากมาย
“ นังหนูน้อย"" จวนหลังนี้ราคาห้าพันเหรียญทอง มีเครื่องเรือนพร้อมเข้ามาอยู่ได้ทันที เ้าของเดิมย้ายไปอยู่เมืองอื่นเลยขายให้กับโรงประมูลเมื่อกลางเดือนนี่เอง ”
าุโซูกล่าวขึ้น
“ ข้าซื้อเ้าค่ะ..”
ซิ่วอิงเห็นทำเลแล้วจึงตัดสินใจซื้อในทันที เพราะเธอจะเอาไว้เปิดร้านขายโอสถ
จากนั้นาุโซูพาไปดูอีก 2 จวนที่เหลือ คราวนี้เป็จวนหลังใหญ่พอประมาณมีเนื้อที่ 3 หมู่ ในจวนเต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิดสีสันสดใส เรียกได้ว่าเป็จวนแห่งดอกไม้เลยทีเดียว อีกทั้งเรือนบริวารทุกหลัง ทั้งด้านหน้าด้านข้างล้วนเต็มไปด้วยดอกไม้ บางส่วนยังเลื้อยขึ้นไปบนหลังคา กลายเป็บ้านดอกไม้ส่งกลิ่นหอมขจรขจายไปทั่วบริเวณ
ซิ่วอิงเห็นแล้วก็ชอบใจยิ่งนัก หันไปกล่าวกับบิดาด้วยรอยยี้มแห่งความสุข
“ ท่านพ่อ.. จวนนี้ข้าจะซื้อไว้ทำเป็ร้านน้ำชา.. ดูสิท่านพ่อ ดอกไม้พวกนี้ช่างสวยจริงๆ ”
“ อืม.. สวยอย่างที่เ้าว่าจริงๆ..”
จ้าวเว่ยกล่าวพลางพยักหน้าเบาๆ อย่างเห็นดีเห็นงามกับความคิดของบุตรสาว
“ ฮ่าๆๆ นังหนูน้อย เ้านี่ช่างมีความคิดสร้างสรรค์ดีแท้ หากใครได้มาที่นี่คงไม่อยากกลับบ้านเชียวละ.. อืม.. จวนนี้ราคาสามพันเหรียญทอง แต่ว่าทุกเรือนว่างเปล่าไม่มีเครื่องเรือน เ้าต้องหาซื้อมาเอง ”
าุโซูกล่าวกับซิ่วอิงด้วยสีหน้าอึ้งๆ ด้วยรู้สึกทึ่งกับความคิดของเด็กสาว
“ ข้าซื้อเ้าค่ะ.. เวลามีไม่มากเรารีบไปดูจวนของท่านเลยดีกว่า เสร็จแล้วจะได้ไปดูที่ดินนอกเมืองกัน ”
“ ได้ไปสิ..”
าุโซูเอ่ยออกมา ก่อนที่ทั้งสามจะขึ้นรถม้าออกเดินทางในทันที
เมื่อการเดินทางเร่งรีบขึ้น ไม่นานก็มาถึงจวนของผู้าุโซู ซึ่งเป็จวนที่ใหญ่มากแม้จะอยูเลยเขตใจกลางเมืองไปเล็กน้อย เพราะความกว้างของจวนหลังนี้น่าจะเกิน 10 กว่าหมู่เลยทีเดียว ซิ่วอิงเห็นแล้วก็เอ่ยปากซื้อทันที
“ ผู้าุโจวนนี้ของท่านข้าก็จะซื้อเ้าค่ะ.. ข้าจะเอาจวนนี้ไว้เป็จวนหลักของสกุลจ้าว ”
“ จวนของข้านี้พื้นที่ขนาด 15 หมู่ มีเครื่องเรือนพร้อมทุกหลังอีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากกลางเมือง.. ข้าขายให้เ้าในราคา 2 หมื่นเหรียญทอง เ้าพอใจหรือไม่นังหนู ”
าุโซูกล่าวออกมา
“ พอใจเ้าค่ะ.. ข้าซื้อ.. แล้วท่านพ่อพอใจหรือไม่เ้าคะ ”
ซิ่วอิงหันไปถามผู้เป็บิดา ที่ยืนฟังอยู่เงียบๆจนเธอเกือบลืมไปแล้วว่าบิดามาด้วย
“ พ่อพอใจมาก.. ท่านาุโซูถ้าเช่นนั้นเรามาทำสัญญากันเลยไหมขอรับ ”
จ้าวเว่ยตอบบุตรสาวก่อนจะหันไปกล่าวกับผู้าุโซู เนื่องจากการทำสัญญาซื้อขาย เขาคงต้องทำด้วยตนเอง เพราะซิ่วอิงนั้นยังเด็กนักไม่เลยวัยปักปิ่นด้วยซ้ำ
“ ท่านพ่อเดี๋ยวก่อนเ้าค่ะ.. เราไปดูที่ดินนอกเมืองกันก่อน ถ้าถูกใจจะได้ทำสัญญาพร้อมกันในคราเดียว ”
ซิ่วอิงเอ่ยขึ้นมา เพราะเธอยังอยากจะไปดูที่ดินนอกเมืองก่อน
“ เอาสินังหนู.. ไปดูให้เสร็จสิ้นในคราเดียวกันก็ดี ต้องออกนอกเมืองไปราวๆ 10 ลี้ ”
าุโซูเอ่ย พร้อมกับบอกให้คนขับรถม้ามุ่งหน้าไปยังจุดหมายทันที
‘นอกเมืองัฟ้า’
ที่ดินของหอประมูลที่ซิ่วอิง้าซื้อนั้น อยู่นอกเมืองัฟ้าไปทางทิศตะวันออก ห่างจากตัวเมืองราว 10 ลี้ ซึ่งถือว่าไม่ไกลเท่าใดนัก ใน 2-3 ลี้แรกสองข้างทางล้วนเต็มไปด้วยบ้านเรือนผู้คน ผ่านไปราว6-7ลี้ เป็ป่าไม่ค่อยมีบ้านเรือนผู้คนอาศัยอยู่มากนัก
ไม่นานก็มาถึงที่ดินที่ซิ่วอิง้าซื้อ ด้านหน้าเป็ทุ่งหญ้าเขียวขจี มีถนนขนาดเล็กทอดยาวไปยังชายเขา ที่ชายเขาล้อมรอบด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีเนินเขาขนาดไม่ใหญ่นักตั้งเรียงรายกันไป ระหว่างหุบเขามีลำธารไหลทอดยาวออกไป ดูแล้วสวยงามอย่างยิ่ง
ซิ่วอิงทะยานขึ้นไปบนเนินเขา เป็เนินเขาที่มีที่ราบพอสมควร มีต้นไม้ต้นนึงขนาดใหญ่กว่า 10 คนโอบสูงตระหง่าน ใบสีเขียวยามต้องลมสะท้อนกับแสงอาทิตย์คล้ายดั่งมรกต มีกลิ่นไอปราณในอากาศหนาแน่นจนซิ่วอิงรู้สึกได้ เธอกางมือเหยียดแขนออกเงยหน้าสูดอากาศเข้าเต็มปอด อ่าๆ เธอถูกใจกับสถานที่แห่งนี้ยิ่งนัก
“ นี่คือที่ดินขนาด 800 หมู่ที่อยู่ในของโรงประมูล ราคาอยู่ที่ 5 แสนเหรียญทอง เ้าพอใจหรือไม่นังหนู ”
ผู้าุโซูเอ่ยถามขึ้น ซึ่งความจริงแล้วแค่มองอาการของนาง เขาก็รู้ว่าขายได้แน่นอนแล้ว
“ พอใจมากเ้าค่ะ.. ข้าจะตั้งชื่อว่า ‘เขามรกต’ "
“ อืม.. พ่อเห็นด้วยกับเ้าเช่นกัน”
จ้าวเว่ยเอ่ยขึ้น เขาเองก็ชอบที่แห่งนี้มาก
" ถ้าเช่นนั้น.. เราไปทำเื่ซื้อขายกันให้เรียบร้อยเลยดีกว่าเ้าค่ะ ”
ซิ่วอิงรีบเอ่ยออกมาเหมือนกลัวใครจะมาแย่งซื้อ
“ ได้.. เช่นนั้นเรากลับไปทำสัญญาที่จวนเ้าเมืองให้เรียบร้อย ”
ผู้าุโซูกล่าวขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะขึ้นรถม้ามุ่งหน้าไปยังจวนเ้าเมือง
กลางยามเซิน (15.00-16.59 น.) เมื่อผู้าุโซูนำซิ่วอิงและบิดาไปถึงจวนเ้าเมือง ทหารยามก็พาทุกคนไปหาเ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เ้าหน้าที่เห็นผู้าุโซูก็ต้อนรับเป็อย่างดี ก่อนที่จะทำเื่เปลี่ยนชื่อโฉนดจวน 3 ทั้งหลัง และที่ดินนอกเมืองเป็ชื่อจ้าวเว่ย
ซิ่วอิงจ่ายเงินค่าซื้อจวนและที่ดิน อีกทั้งให้สินน้ำใจกับเ้าหน้าที่ไปอีกเล็กน้อย
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อย ผู้าุโซูกลับไปยังหอประมูล ซิ่วอิงกับบิดาจึงเข้าไปหาอะไรกินในเมือง เพราะถึงเวลานี้นอกจากโจ๊กที่บ้าน และของว่างที่หอประมูล ทั้งสองพ่อลูกยังไม่ได้กินอะไรกันเลย
………………………………………………………….
+ ค่าเงินสมมติในโลกแฟนตาซี ไม่เกี่ยวกับค่าเงินในชีวิตจริงค่ะ.. เพราะฉะนั้นอย่านำไปเทียบกัน +