อู๋ต้าเฉิงพยักหน้าเห็นด้วย “ก็ไม่เลวนะ เรื่องนี้รอหาโอกาสบอกคุณผู้หญิงของตระกูลอวี๋ไว้สักหน่อย”
อาหญิงใหญ่จิ่งหัวเราะแล้วพูดว่า “เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง ฉันจะจัดการให้เรียบร้อย”
เมื่อพูดถึงตรงนี้เธอก็เปลี่ยนเรื่อง “ฉันทำเพื่อคุณขนาดนี้ ถึงกับต้องส่งหลานสาวทางสายเลือดไปให้ ต่อไปคุณต้องดีกับฉันให้มากๆ หน่อยนะ”
อาหญิงใหญ่จิ่งเป็นคนที่เรียนหนังสือมากที่สุดในคนรุ่นเดียวกันของตระกูลจิ่งและเป็นคนที่มีความคิดมากที่สุดด้วย ไม่อย่างนั้นเมื่อก่อนคงไม่มีทางคว้าโอกาสแต่งเข้าตระกูลอู๋และยืนหยัดในตระกูลได้อย่างมั่นคง
อู๋ต้าเฉิงมองเธอแล้วพูดว่า “ช่วงหลายปีมานี้ผมดูแลคุณไม่ดีตรงไหนเหรอ?”
อาหญิงใหญ่จิ่งถอนหายใจ “เมื่อก่อนคุณพ่อคุณแม่ชอบพูดว่าการที่คุณแต่งงานกับฉัน ฉันกลับช่วยอะไรคุณไม่ได้เลย...”
“ผมรู้ว่าช่วงหลายปีมานี้คุณต้องกล้ำกลืนฝืนทน” อู๋ต้าเฉิงพูดเสียงอ่อนโยน “ถ้าครั้งนี้ผมได้เลื่อนขั้นอีก คุณคือผู้มีคุณูปการต่อครอบครัวเรา! ต่อไปจะไม่มีใครกล้ามาว่าคุณอีกแม้แต่ครึ่งคำ”
คำพูดเหล่านี้เป็นสิ่งที่อาหญิงใหญ่จิ่งอยากได้ยิน ในดวงตาของเธอจึงเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
ในขณะนี้จิ่งเยี่ยนกุยยังไม่รู้ตัวเลยว่าหลิวชุนฮวาและอาหญิงใหญ่จิ่งร่วมมือกันขายเธอ ตอนนี้เธอก็กำลังจัดการกับสมุนไพรอยู่ เมื่อวานหลังจากส่งยาไปที่ร้านชิ่งอันถังแล้ว ถึงแม้ท่านซูจะยังไม่ได้สั่งยาโดยตรง แต่ก็เตรียมงานในส่วนนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว
ขณะที่จัดการกับสมุนไพรอยู่นั้น เธอก็กำลังคิดถึงเงินในกระเป๋า เมื่อวานท่านซูจ่ายเงินให้เธอรวดเดียว เมื่อรวมกับเงินครั้งที่แล้ว ตอนนี้เธอมีเงินสดอยู่ในมือมากกว่าหนึ่งหมื่นหยวนแล้ว
ด้วยเงินจำนวนนี้ เมื่ออยู่ในชนบทยุคนี้ก็ถือว่าเป็นเงินก้อนใหญ่มาก เพราะจะหาคนที่มีเงินหมื่นหยวนในยุคนี้นั้นยากมากๆ
แต่จิ่งเยี่ยนกุยรู้ดีว่าเงินจำนวนนี้ไม่เพียงพอสำหรับการทำธุรกิจ
ก่อนหน้านี้เธอได้ปรึกษากับฟางเสียนจือไว้ว่าจะขายเสื้อผ้าเพื่อเก็บเงินทุน แล้วค่อยเปิดโรงงานผลิตยา ตอนนี้เงินที่เธอมีอยู่ยังห่างไกลจากเป้าหมายเปิดโรงงานยามาก แต่ถ้าเอาเงินไปซื้อเสื้อผ้ามาขายก่อน อาจจะเพิ่มพูนเงินทุนได้เร็วขึ้น
เธอมัวแต่คิดเรื่องอื่นๆ จนไม่ได้ระวัง ก็รู้สึกว่ามีคนดึงแขนของเธอเอาไว้ สติของเธอจึงกลับมา แล้วรู้ว่าเมื่อกี้เกือบจะยื่นมือเข้าไปในหม้อต้มยาที่ร้อนจัด...
อาหญิงเล็กจิ่งมองเธอด้วยความเป็นห่วง “คิดอะไรอยู่ถึงได้เหม่อขนาดนี้? ถ้าเมื่อกี้เอามือใส่ลงไปในนั้น เดี๋ยวได้ลอกหนังออกมาเป็นแผ่นๆ แน่!”
วันนี้อาการบาดเจ็บของอาหญิงเล็กจิ่งดีขึ้นมาก เมื่อวานยังรู้สึกมึนหัวอยู่บ้าง แต่วันนี้หายดีแล้ว สีหน้าเหลืองซีดที่เคยเห็นก็เริ่มกลับมามีชีวิตชีวามากขึ้น ถึงแม้จะยังหน้าซีดอยู่บ้าง แต่ก็ดีกว่าเมื่อก่อนมากโข
จิ่งเยี่ยนกุยรีบพูดว่า “ก็มีอาหญิงเล็กคอยดูอยู่ข้างๆ นี่นา!”
อาหญิงเล็กจิ่งมองเธออย่างตำหนิ “ฉันคอยดูอยู่ก็จริง แต่ห้ามเธอทำอะไรโง่ๆ ไม่ได้หรอกนะ!”
จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะแห้งอย่างรู้สึกผิด แล้วรีบพูดว่า “หนูสัญญาค่ะ ต่อไปจะตั้งใจทำงานให้มากกว่านี้ ไม่เหม่อลอยอีกเด็ดขาด และจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกแน่”
อาหญิงเล็กจิ่งเลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนเธอเป็นคนที่ไม่คิดอะไรซับซ้อน หรือชอบคิดอะไรมากมาย แต่ครั้งนี้กลับเห็นว่าพอว่างเมื่อไหร่ เธอก็มักจะคิดอะไรต่างๆ อยู่เสมอ
อาหญิงเล็กจิ่งรู้สึกเป็นห่วงจิ่งเยี่ยนกุย ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นน้องคนเล็กในบ้าน แต่เธอก็เป็นเสาหลักของทุกคนในบ้าน
จิ่งเยี่ยนกุยเล่าเรื่องที่เธออยากจะขายเสื้อผ้าให้อาหญิงเล็กจิ่งฟัง อาหญิงเล็กจึงพูดด้วยความเป็นห่วงว่า “ถึงตอนนี้บ้านเมืองจะเปิดกว้างกว่าเมื่อก่อน มีคนทำธุรกิจส่วนตัวมากขึ้น แต่ก็ยังเสี่ยงอยู่นะ แล้วเธอก็เป็นผู้หญิงด้วย ถ้าจะทำธุรกิจนี้จริง ฉันจะไปซื้อของกับเธอด้วย”
“มีเพื่อนไปด้วยกันก็ยังดี จะได้ไม่ถูกหลอก”
จิ่งเยี่ยนกุยไม่ปฏิเสธความหวังดีของอาหญิงเล็ก เธอตอบเพียงว่า “ถ้าจัดการกับสมุนไพรชุดนี้เสร็จแล้ว หนูจะไปดูที่กวางโจวค่ะ”
หมู่บ้านอิ๋นซานตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ อยู่ไม่ไกลจากกวางโจวมากนัก ด้วยภูมิประเทศที่เอื้ออำนวย ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ก็มีคนในหมู่บ้านไปทำงานที่นั่นอยู่หลายคน
“จะไปซื้อที่นั่นเลยเหรอ? ฉันเคยได้ยินคนพูดว่าที่เมืองเอกของมณฑลก็มีตลาดขายส่งเสื้อผ้าเหมือนกัน ไปซื้อที่นั่นใกล้กว่านะ” อาหญิงเล็กจิ่งแนะนำ
จิ่งเยี่ยนกุยส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้หนูเคยคิดจะทำธุรกิจเสื้อผ้า ตอนที่เข้าเมืองไปก็เคยไปสำรวจตลาดมาบ้าง ส่วนใหญ่คนที่ขายเสื้อผ้าตอนนี้ ต่างก็ไปซื้อสินค้าจากเมืองเอกของมณฑลค่ะ”
“ถ้าอาหญิงเล็กไม่ได้ไปดูเองอาจจะไม่รู้ ตอนนี้เสื้อผ้าที่ขายในเมืองส่วนใหญ่ก็มีแต่แบบเดิมๆ ลายก็คล้ายๆ กัน ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ถ้าเราไปซื้อของจากเมืองเอกของมณฑลก็คงไม่ต่างเท่าไหร่ การแข่งขันก็จะได้เปรียบยิ่งขึ้นค่ะ”
“ดังนั้นหนูเลยอยากจะไปดูที่กวางโจว ที่นั่นอยู่ใกล้ฮ่องกงด้วย เสื้อผ้าอาจจะทันสมัยกว่า”
เมื่ออาหญิงเล็กฟังสิ่งที่จิ่งเยี่ยนกุยพูด ก็เห็นได้ชัดว่าเธอคิดมารอบคอบกว่าตน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “เรื่องนี้แล้วแต่เธอแล้วกัน”
ทั้งสองอาหลานพูดคุยกันจนได้ข้อสรุปเรื่องแหล่งซื้อเสื้อผ้า แต่สิ่งที่จิ่งเยี่ยนกุยคิดนั้นซับซ้อนกว่าอาหญิงเล็กมาก
การขายเสื้อผ้าก็ต้องหาที่ขาย แต่ในตอนนี้กำลังซื้อของคนในเมืองยังไม่มากพอ ซึ่งในเมืองก็มีอยู่แค่สองบริษัทเท่านั้น ด้วยสภาพแบบนี้ กำลังซื้อจึงไม่สูงนัก เสื้อผ้าที่นำเข้ามาก็ยากที่จะขายให้ได้ราคา
ส่วนชนบทในยุคนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง กำลังซื้อต่ำเกินไป
ดังนั้นการขายในเมืองจึงไม่ค่อยเหมาะเท่าไร จำต้องไปขายที่เมืองเอกของมณฑล
จิ่งเยี่ยนกุยในชาติที่แล้วไม่คุ้นเคยกับเมืองเอกของมณฑล และในชาตินี้ก็ยังไม่เคยไปเลยสักครั้ง ก่อนจะเริ่มขายเสื้อผ้า จึงต้องทำการสำรวจและทำความเข้าใจตลาดอย่างคร่าวๆ เสียก่อน
และตอนนี้ก็ยังไม่ใช่ฤดูที่เหมาะสมกับการทำธุรกิจเสื้อผ้า ต้องรออีกสักหน่อย ตอนนี้เป็นช่วงปลายฤดูร้อนแล้ว ถ้าซื้อเสื้อผ้าฤดูร้อนไปขายคงไม่ดีเท่าไหร่ ส่วนจะซื้อเสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วงก็ยังเร็วเกินไป
ในระหว่างนี้ เธอยังพอมีเวลาไปสำรวจตลาดที่เมืองเอกของมณฑลได้อีก
แต่เมืองเอกของมณฑลอยู่ไกลจากหมู่บ้านอิ๋นซานมากกว่าในเมือง ถ้าขี่จักรยานไปคงต้องใช้เวลาสามถึงสี่ชั่วโมง ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ การไปสำรวจตลาดที่นั่นก็คงต้องพักอยู่ที่นั่นสองสามวัน เรื่องนี้จึงค่อนข้างลำบาก เพราะต้องไปพักที่โรงแรมหรือเช่าห้องพักด้วย
จิ่งเยี่ยนกุยเป็นคนที่ลงมือทำทันที และในยุคนี้ยังไม่มีบัตรประชาชน การเดินทางไกลจำเป็นต้องใช้หนังสือรับรอง เธอจึงรีบไปซื้อเนื้อหมูติดมันจากบ้านคนขายเนื้อที่หน้าหมู่บ้าน แล้วนำไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน
ตอนที่เธอไปถึงที่นั่น ฉินตงเฉียงไปทำงานในทุ่งนาแล้ว ส่วนจ้าวเหม่ยหลิงภรรยาของเขากำลังตากเต้าเจี้ยวอยู่ในลานบ้านเพื่อเตรียมทำซีอิ๊ว
หลังจากที่จิ่งเยี่ยนกุยทักทายก็บอกจุดประสงค์การมาเยือน จ้าวเหม่ยหลิงหัวเราะแล้วพูดว่า “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เธอเองก็ไม่ง่ายทีเดียว แค่บอกกันก็พอ ไม่ต้องเอาของมาให้หรอก”
ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่จิ่งเยี่ยนกุยก็เห็นว่าสายตาของเธอเหลือบมองเนื้อหมูนั้นแล้ว และเห็นได้ชัดว่าเธอกำลังดีใจ
สภาพความเป็นอยู่ของบ้านผู้ใหญ่บ้านดีกว่าชาวบ้านทั่วไปเล็กน้อย แต่ก็แค่นิดหน่อยเท่านั้น ไม่ได้อยู่ในฐานะที่อยากกินเนื้อเมื่อไหร่ก็ได้
จิ่งเยี่ยนกุยแยกออกไปอยู่บ้านเก่า ช่วงนี้ก็มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายในหมู่บ้าน มีข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับเธอ แต่เธอไม่ได้ออกไปแก้ตัว เพราะเธอมีหลักการและวิธีการของตัวเอง
การให้ของขวัญย่อมไม่เสียหายอะไร ถึงจะไม่ได้ให้ทุกคนในทุกครั้ง แต่อย่างน้อยก็ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ต่อไปเธอจะต้องเดินทางบ่อย ยังต้องใช้หนังสือรับรองอยู่เสมอ