ตอนที่ 4 เริ่มต้นเป็จอมยุทธอสูร
เมื่อได้แกนอสูรเรียบร้อย เอี้ยก้วยก็เดินต่อไปเรื่อยๆ จนเจอสัตว์อสูรอีกจำนวนนึง และได้พบสัตว์อสูรชนิดต่างอื่นทยอยโผล่ออกมามากขึ้นเรื่อยๆ
มีทั้ง ไส้เดือนแดง หนอนหกขา หนูหางสั้น เม่นขนยาว สัตว์อสูรแต่ละตัวจะจัดเป็สัตว์อสูรทองแดงระดับหนึ่ง-สองเท่านั้น แต่ละตัวมีขนาดเล็กที่ไม่สามารถทำอันตรายถึงตายต่อชีวิตของเอี้ยก้วยได้แม้แต่น้อย
ด้วยประสบการณ์และความสามารถการต่อสู้ที่สั่งสมมาในอดีตของเอี้ยก้วย ป่าอสูรชั้นต่ำระดับนี้ไม่มีอะไรที่เอี้ยก้วยต้องกังวลเลยสักนิด
แม้สัตว์อสูรจะชั้นต่ำและไม่น่ากลัว แต่เอี้ยก้วยไม่้าเสียเวลาไปกับพวกมัน จึงตัดสินใจหลีกเลี่ยงการต่อสู้เท่าที่จำเป็ หากสัตว์อสูรไม่คิดหันมาโจมตี เอี้ยก้วยยินดีปล่อยผ่านไป
เมื่อครั้งอดีตเอี้ยก้วยที่เคยตะลุยทุกหนทุกแห่งทั่วสารทิศ ไม่ว่าจะเป็ป่าพิษ หุบเขาแห่งความตาย ดินแดนลึกลับ หมู่บ้านลับแล เพื่อตามหาสัตว์อสูรระดับตำนานมาไว้ในการ ทำให้การเดินในป่าอสูรระดับต่ำแห่งนี้เปรียบเสมือนการเดินเล่นในสวนหย่อมของบ้านตนเอง
"เอาละ ตอนนี้เราก็มีสัตว์อสูรเยอะพอสมควรละ"
เอี้ยก้วยที่เดินสำรวจป่าั้แ่เช้า จนมืดค่ำ จึงตัดสินใจเริ่มค้นหาที่พักผ่อนในยามราตรีนี้
ระหว่างการค้นหาที่พัก สองมือยังทำการดูดซับพลังของแกนอสูรที่ไม่้ามาเพิ่มลมปราณให้กับตัวเอง
เมื่อไรที่แกนอสูรถูกนำออกมาจากร่างกายของสัตว์อสูร สามารถที่จะนำดวงจิตอสูรภายในแกนอสูรมาผสานร่างเพื่อแปลงกายเป็สัตว์อสูรประเภทนั้นสำหรับเสริมพลังในการต่อสู้ หรือจะดูดซับลมปราณแกนอสูรเพื่อนำมาเพิ่มลมปราณให้กับตนตาม้าก็ได้
แต่สำหรับเอี้ยก้วยที่เคยได้เป็จอมยุทธอสูรอันดับหนึ่ง มีวิชามากมายที่จะจัดการกับแกนสัตว์อสูร โดยสามารถดูดซับลมปราณพร้อมทั้งนำดวงจิตอสูรในแกนอสูรมาใช้ได้พร้อมกัน เพียงใช้แค่แกนอสูรอันเดียวเท่านั้น แต่วิธีนี้ก็ไม่ใช่มีข้อดีไปซะหมด เพราะมันจะเป็การลดประสิทธิภาพของการใช้ความสามารถสัตว์อสูร แล้วลมปราณที่ดูดกลืนมาจะไม่ได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นจึงนับว่าเป็ตัวเลือกท้ายที่จะคิดถึงวิธีนี้
เอี้ยก้วยจึงตัดสินใจใช้ตัวเลือกที่เหมาะสมในเวลานี้ คือเหลือแกนอสูรแต่ละประเภทไว้อย่างละอันก็เกินพอแล้ว เพราะการผสานร่างจิตอสูรประเภทเดียวกันไม่ส่งผลต่อความสามารถโดยรวมแต่จะกลายเป็การข่มพลังและความสามารถกันเสียมากกว่า
เอี้ยก้วยจึงคัดแกนอสูรแต่ละประเภทที่เป็สัตว์อสูรทองแดงระดับสองเก็บไว้เท่านั้น เพื่อจะได้ทำการใช้จิตอสูรมาผสานร่างเสริมพลังการต่อสู้
แม้จะเป็สัตว์อสูรประเภทเดียวกัน แต่ก็มีแยกย่อยออกเป็หลายสายพันธุ์และหลากชนิดมากมาย ซึ่งการจัดอันดับความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรแต่ละชนิดสามารถวิเคราะห์ด้วยสายตาคร่าวได้อย่างเช่น รูปลักษณ์ภายนอก ขนาดตัว สีผิวตามร่างกาย แต่หากอยากรู้ความสามารถอย่างละเอียดของสัตว์อสูรในเชิงลึกต้องลองผสานร่างกันดูเท่านั้น แต่เอี้ยก้วยที่เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรมานับไม่ถ้วนในอดีตจึงเปรียบเสมือนสารานุกรมสัตว์อสูรเคลื่อนที่เรียบร้อย
ตอนนี้เอี้ยก้วยที่ทำการดูดซับลมปราณแกนอสูรมาได้สักพัก จากที่ตอนแรกมีประมาณ 50 ก้อน จนเหลือแค่ไม่ถึงสิบก้อนใน่เวลาสั้นๆ
"นี้มันเื่บ้าอะไรกัน ข้าดูดซับแกนอสูรไปตั้งเยอะ แต่เลื่อนระดับมาที่ผู้ฝึกหัดอสูรขั้น 3 เท่านั้นเอง แม้จะมีร่างกายที่อ่อนแอบัดซบแค่ไหน ก็ไม่น่าจะไร้คุณภาพมากขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ"
เอี้ยก้วยที่กำลังหัวเสียอย่างแรงกับการดูดซับแกนอสูรไปเป็จำนวนมากแต่เลื่อนระดับมาได้แค่สามระดับเท่านั้น จากตอนแรกที่ไม่ได้เป็ผู้ฝึกหัดอสูรจนมาเป็ผู้ฝึกหัดอสูรขั้นสาม ซึ่งผิดหวังจากที่ตั้งใจไว้ว่าอย่างน้อยน่าจะเลื่อนระดับกลายเป็ผู้ฝึกหัดอสูรขั้นกลางอย่างสิ้นเชิง
"โฮกกกกก"
"นั้นมันเสือลมกรด สัตว์เงินระดับหนึ่ง ทำไมมันมาอยู่ที่นี้ได้กัน"
ระหว่างที่เอี้ยก้วยกำลังเซงกับการเลื่อนระดับลมปราณ จนมาเจอที่ถ้ำแห่งนึงในป่าที่มีเสือลมกรดที่จ้องเขม็งมาทางตัวเองเข้าโดยบังเอิญ
"รึว่าที่นี้คือถ้ำของมันกัน แต่ไม่น่าเป็ไปได้ ข้ายังไม่เดินเข้าไปในป่านี้ลึกขนาดนั้นเลยนี้หน่า แต่ทำไมสัตว์อสูรเร่ร่อนระดับสูงถึงมาอาศัยแถวนี้ได้กัน"
"เอ๊ะ เดี้ยวนะ ดูๆ ไปเ้านี้มันเป็สัตว์อสูรเร่ร่อนระดับกลางเท่านั้นเอง เป็เพียงสัตว์อสูรระดับทองแดงขั้นห้า หรือว่ามันเป็ลูกของเสือลมกรดของสัตว์อสูรเร่รอนระดับสูง แสดงว่ามันคงออกมาตั้งถิ่นฐานนอกป่าตัวเดียวสินะ"
"ดีละ ไหนๆเ้าตัวนี้ดันเสือกโชคร้ายมาอาศัยแถวนี้ ข้าขอลองทดสอบพลังผู้ฝึกหัดอสูรขั้นสามเลยละกัน"
เอี้ยก้วยที่เห็นว่าเสือลมกรดอยู่ถ้ำตนเดียวจึงไม่รอช้าและตัดสินใจต่อสู้กับสัตว์อสูรของจริงเป็ครั้งแรกหลังจากได้ร่างกายใหม่
เอี้ยก้วยเลือกจิตอสูรเม่นขนยาวผสานร่างทันที ตอนนี้ร่างกายเอี้ยก้วยปกคลุมไปด้วยหนามอันแหลมคมของเม่นที่ยื่นออกมามากมายตามิั
จากนั้นเอี้ยก้วยทะยานไปข้างหน้าและพุ่งเข้าใส่เสือลมกรดอย่างไม่รีรอเ
เสือลมกรดเห็นเช่นนั้นจึงไม่มีทีท่าหวั่นเกรงตุ่์อ่อนแอตรงหน้า มันกระโจนเข้าใส่เอี้ยก้วยอย่างดุดัน
เฟี้ยว
เสือลมกรดที่มีการเคลื่อนไหวเร็วกว่าเอี้ยก้วยอยู่่นึงจัดการใช้กรงเล็บอันแหลมคมของขาหน้าตวัดเร็ว