จากวันที่ระบบเทพยุทธ์ปรากฏขึ้นมาภายในจิตสำนึกของเด็กชายจูหงเฟย ในตอนนี้ก็เป็ระยะเวลากว่า 6 เดือนมาแล้ว
ตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา จูหงเฟยได้ทำการฝึกปราณยุทธ์อย่างค่อนข้างที่จะทุ่มเท ที่ต้องบอกว่าค่อนข้างที่จะทุ่มเทนั่นก็เป็เพราะว่าจูหงเฟยมีเวลาในการฝึกปราณยุทธ์ที่น้อยเกินไป
จูหงเฟยยังคงต้องไปเรียนในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ดังนั้นจูหงเฟยจึงมีเวลาฝึกปราณยุทธ์อย่างเต็มที่ก็ใน่วันเสาร์และวันอาทิตย์ รวมถึงใน่เวลาเย็นถึงกลางคืนหลังเลิกเรียนแล้วเท่านั้น แต่จูหงเฟยก็พยายามจนภาพรวมของจูหงเฟยในระบบเทพยุทธ์เพิ่มขึ้นมาเป็
*ระบบเทพยุทธ์*
--โฮสต์ : จูหงเฟย--
--อายุ 10 ปี--
--ขั้นกายาพื้นฐาน : เลเวล = 5 --
--สภาพร่างกาย--
1. ด้านพละกำลัง = 51 / 100 %
2. ด้านความเร็ว = 56 / 100 %
3. ด้านความอึด = 53 / 100 %
4. ด้านการป้องกัน = 50 / 100 %
5. ด้านการรักษาตัวเอง = 50 / 100 %
--เคล็ดดูดซับพลังปราณ = ลมหายใจแห่งมิติจักรวาล--
--ทักษะยุทธ์ = *ไม่มี*--
--ฟังก์ชันเสริม = การสแกนและบันทึกข้อมูลเอาไว้ในจิตสำนึก--
--ภารกิจ--
1.บอบซ้ำแล้วรักษา
--บทลงโทษภาระกิจ--
1.ถูกซ็อตด้วยไฟฟ้า
----------------
"เฮ้อ.. สภาพร่างกายทั้ง 5 หัวข้อของเราในตอนนี้ขึ้นมาถึงเลเวล = 5 แล้ว ถือว่าเดินมาได้ครึ่งทางแล้ว ร่างกายของเราน่าจะดีขึ้นมากพอสมควรแล้ว"
"นี่ก็คงจะถึงเวลาที่เราจะต้องบอกเื่ของไอ้เ้าระบบเทพยุทธ์จอมเผด็จการให้พ่อกับแม่รู้เสียที"
จูหงเฟยคิดในใจอย่างมุ่งมั่น เพราะถึงยังไงจูหงเฟยก็ไม่คิดที่จะปิดบังพ่อกับแม่ของเขาอยู่แล้ว และจูหงเฟยก็อยากให้พ่อกับแม่เป็สปอนเซอร์ให้กับเขา เพื่อที่เขาจะได้มีเงินไว้ใช้ซื้ออุปกรณ์ต่างๆในการพัฒนาร่างกาย เเล้วจูหงเฟยจะได้กลายเป็ซุปเปอร์ฮีโร่ที่โด่งดังและร่ำรวยในอนาคตโดยเร็ว
เย็นวันนั้น..หลังจากที่พ่อกับแม่ของจูหงเฟยเลิกงานกลับมา และกำลังจะกินข้าวเย็นด้วยกัน 3 คนตามประสาพ่อ,แม่,ลูกอยู่นั้น
"พ่อครับ..แม่ครับ ผมมีเื่อยากจะขอครับ" จูหงเฟยเอ่ยเกริ่นขึ้นมาในขณะที่กำลังจะกินข้าว
"เอ้า..ว่าไปสิ.. คราวนี้เป็อะไรล่ะ โดรนของเล่นหรือว่าแว่นตาเล่นเกมส์ Vr สามมิติ" พ่อของจูหงเฟยพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี ส่วนแม่ของจูหงเฟยก็นั่งฟังไปอย่างเงียบๆ
"ไม่ใช่ครับ..คือผมตอนที่ผมจะขึ้นชั้นประถม 6 ในเดือนหน้านี้ ผมจะขอเรียนที่บ้าน เรียนผ่านระบบแพลตฟอร์มออนไลน์ของทางรัฐบาลน่ะครับ พอเรียนจบก็ได้วุฒิการศึกษาเหมือนกันครับ" จูหงเฟยบอกออกมา
เงียบ..จากนั้นพ่อกับแม่ของจูหงเฟยก็หันมามองหน้ากัน แล้วหันกลับไปจ้องหน้าจูหงเฟยอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อรอฟังเหตุผลของจูหงเฟย
อันที่จริงจูหงเฟยก็เป็เด็กที่เรียนดี จะเรียกได้ว่าเรียนเก่งมากๆเลยก็ว่าได้ เมื่อก่อนตอนที่จูหงเฟยยังไม่มีระบบเทพยุทธ์ที่มีฟังก์ชันสนับสนุนช่วยเหลือในการสแกนและบันทึกข้อมูลเอาไว้ในจิตสำนึกเป็การถาวร จูหงเฟยก็สอบได้อยู่ในอันดับท็อป 5 ของทั้งระดับชั้นประถมปีที่ 5 ของโรงเรียนอินเตอร์ที่มีอยู่ถึง 10 ห้องอยู่แล้ว
แล้วพอมีระบบสแกนและบันทึกข้อมูลนี้เพิ่มเข้ามา จูหงเฟยก็เหมือนกับปลาได้น้ำ คือเหมือนกับว่าจูหงเฟยพกตำราเป็เล่มๆเข้าไปนั่งสอบด้วย จนทำให้ในตอนนี้จูหงเฟยคือนักเรียนที่เรียนเก่งที่สุดเป็อันดับที่ 1 ของทั้งระดับชั้นประถมปีที่ 5 ในโรงเรียนประถมอินเตอร์ที่จูหงเฟยเรียนอยู่ หรืออาจจะเรียนเก่งที่สุดในเมืองเฉิงตูที่จูหงเฟยอาศัยอยู่เสียด้วยซ้ำไป
เอ่อ..คือว่าเื่มันยาวครับ พ่อกับแม่ต้องตั้งใจฟังให้ดี แล้วห้ามลากผมไปโรงพยาบาลบ้าก่อนที่ผมจะพูดจบนะครับ ผมพิสูจน์สิ่งที่ผมจะบอกพ่อกับแม่ได้ครับ" จากนั้นจูหงเฟยก็เริ่มเล่าถึงั้แ่วันแรกที่เขาได้พบกับระบบเทพยุทธ์
จูหงเฟยเล่าเื่ราวทั้งหมดไปตามไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้น ทั้งเื่ของระบบเทพยุทธ์ที่จะโผล่มาทุกวันในตอนตีห้า,เื่ระดับขั้นพลังของผู้ฝึกปราณยุทธ์และปราณเซียน,เื่เคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจแห่งมิติจักรวาล,เื่ภารกิจการพัฒนาสภาพร่างกาย,เื่การใช้พลังปราณในการรักษาตัวเอง,เื่ของจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไค,เื่กายาปราณแห่งมิติ,เื่โลกวิถีปราณ,เื่าระหว่างเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์อสูรบนโลกวิถีปราณ,เื่ที่มาที่ไปของประตูมิติลูกทรงกลมออร่าแสงสีม่วงั์ทั้ง 7 ประตูที่ปรากฏขึ้นมาบนโลก,เื่ที่เผ่าพันธุ์อสูรจะบุกโลกในอีกประมาณ 1 ปีกับอีก 6 เดือนข้างหน้า รวมไปจนถึงเื่ฟังก์ชันสแกนและบันทึกข้อมูล ซึ่งเป็ฟังก์ชันสนับสนุนช่วยเหลือของระบบเทพยุทธ์ด้วย
เคล้ง..!!!! เสียงช้อนที่แม่ของจูหงเฟยตักข้าวแล้วยกค้างเอาไว้ขณะที่จูหงเฟยกำลังเล่าเื่ หล่นตกลงมาในจานข้าว
ทั้งพ่อกับแม่ของจูหงเฟยยังคงอ้าปากค้าง..สติหลุดลอย..สมองหมุนติ้วๆ..สับสนอลหม่านไปหมด
เวลาแห่งความเงียบและความสตั๊นผ่านไปอีกประมาณ 30 วินาที แม่ของจูหงเฟยจึงรีบพูดออกมาว่า "คุณคะ..เรารีบพาเฟยเอ๋อไปตรวจที่โรงพยาบาลบ้ากันเถอะ..นี่อาการหนักแล้วนะแบบนี้"
"โธ่..แม่ครับ ผมก็บอกแล้วไงว่าผมพิสูจน์ได้ พ่อกับแม่คอยดูอยู่เฉยๆก่อนนะครับ" แล้วจูหงเฟยก็วิ่งจู๊ดเข้าไปในห้องนอนของเขา จากนั้นก็ออกมาพร้อมกับกระบองสองท่อนที่ด้ามทำมาจากไม้
กระบองสองท่อนอันเก่าเป็ด้ามที่ทำมาจากยางจูหงเฟยไม่ได้ใช้แล้ว อันนี้เป็อันใหม่ เพราะร่างกายของจูหงเฟยมี % ในหัวข้อด้านการป้องกันที่สูงขึ้น จึง้าแรงฟาดจากด้ามกระบองสองท่อนที่แข็งและหนักยิ่งขึ้น
"เอาล่ะครับ..พ่อกับแม่คอยดูให้ดีๆนะครับ" จากนั้นจูหงเฟยก็ควงกระบองสองท่อนที่ด้ามทำมาจากไม้อันนั้นอย่างรวดเร็ว-รุนแรงและชำนิชำนาญ
แล้ว.. โป๊ก..!!!!! เสียงด้ามไม้ของกระบองสองท่อนฟาดเข้าใส่กลางหน้าผากของจูหงเฟยอย่างแรง อันที่จริงด้วยความแรงขนาดนี้หน้าผากของจูหงเฟยควรที่จะแตกไปแล้ว แต่ในตอนนี้หน้าผากของจูหงเฟยกลับแค่ปูดโนออกมาขนาดประมาณลูกมะนาวทั่วๆไปเท่านั้น
"เฮ้ย..!!! นี่เฟยเอ๋อ.. นอกจากลูกจะเล่นเกมส์จนเป็บ้าเื่เทพเซียนกับเทพอสูรแล้ว ลูกยังเป็คนซาดิสม์ชอบทำร้ายตัวเองอีกด้วยเหรอนี่" พ่อของจูหงเฟยถึงกับะโออกมา
"เอาน่า..พ่อครับ อยู่เฉยๆแล้วคอยดูต่อไปอีกสัก 5 นาทีนะครับ" จูหงเฟยถึงกับต้องปลงในความคิดของพ่อของเขา
แล้วจูหงเฟยก็นั่งขัดสมาธิลงบนพื้น จากนั้นเขาก็ทำการกำหนดลมหายใจด้วยเคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจแห่งมิติจักรวาลในทันที
ในปัจจุบันนี้จูหงเฟยได้พัฒนาการกำหนดลมหายใจตามเคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจแห่งมิติจักรวาลไปได้เป็อย่างมากแล้ว จูหงเฟยสามารถที่จะกินข้าวไปด้วยแล้วกำหนดลมหายใจไปด้วยได้แล้ว รวมถึงจูหงเฟยสามารถที่จะแยกประสาทของเขาในการทำกิจกรรมต่างๆไปด้วยแล้วก็กำหนดลมหายใจไปด้วยได้เป็อย่างดี
แต่จูหงเฟยก็ยังทำไม่ได้ถึงขั้นที่นอนหลับไปแล้วร่างกายจะทำการกำหนดลมหายใจตามเคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจแห่งมิติจักรวาลไปโดยอัตโนมัติเองได้
อีก 1 นาทีต่อมา หน้าผากที่ปูดโนของจูหงเฟยก็ค่อยๆยุบตัวลง จากนั้นเมื่อเวลาค่อยๆผ่านไป หน้าผากที่ปูดโนของจูหงเฟยก็ค่อยๆยุบลงไปเรื่อยๆ..ยุบลงไปเรื่อยๆ..จนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
แล้วอีกประมาณ 5 นาทีต่อมา หน้าผากของจูหงเฟยก็เรียบสนิท ไม่มีร่องรอยใดๆหลงเหลืออยู่เลยว่าหน้าผากของจูหงเฟยนั้นเคยปูดโนขึ้นมาก่อน
"เป็ๆๆ..เป็ไปไม่ได้..เป็ไปไม่ได้..เป็ไปไม่ได้.." คราวนี้ทั้งพ่อและแม่ของจูหงเฟยต่างก็ะโโวยวายออกมาพร้อมๆกัน..