บทที่ 31 ใครต้องรายงานใคร!
"หึ! รนที่ตาย!"
ตงเหลียนเทียนเย้ยหยันคำหนึ่ง บนมือหอกพยัคฆ์คำรามกลับแผ่อาณาเขตกษัตริย์อีกครั้ง ราวกับเสือร้ายพุ่งเข้าใส่เฉินฉางอัน!
ชิ้ง!!
ดูเหมือนหอกถูกกรงเล็บโลหะที่แข็งแกร่งยึดแน่น ทำให้ไม่อาจดิ้นหลุด
"อะ... อะไรกัน!!"
เห็นเฉินฉางอันใช้มือเปล่าจับปลายหอกของตน ทำเอาหัวใจของตงเหลียนเทียนเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
แต่ในขณะนั้นเอง มือทั้งสองของเฉินฉางอันที่จับหอกอยู่ ก็เลื้อยดุจงูไปข้างหน้าอย่างฉับพลัน ตามด้วยหมัดหนักที่กระแทกเข้าใส่แขนที่กำหอกของตงเหลียนเทียนอย่างจัง!
ตู้ม!!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องของตงเหลียนเทียน มือขวาของเขาถูกเฉินฉางอันทุบจนแหลกละเอียด!
ท่ามกลางเืเนื้อที่กระจัดกระจาย หอกยาวในมือก็ถึงมือของเฉินฉางอันในฉับพลัน
ถัดมา เฉินฉางอันก็แทงหอกใส่ใบหน้าของตงเหลียนเทียนอย่างรุนแรง!
“อ๊ากกก!!”
ตงเหลียนเทียนร้องอย่างน่าสังเวชอีกครั้ง คราวนี้ทั้งร่างปลิวกลับหลังไป!
ฉึก!
ทันใดนั้น เฉินฉางอันก็ขว้างหอกยาวออกไป ปักทะลุอกของตงเหลียนเทียน ปลายหอกแทงทะลุหลัง ปักตรึงร่างของตงเหลียนเทียนไว้กับพื้น!
"อึก... แค่ก แค่ก..."
ตงเหลียนเทียนถูกตรึงไว้กับหอก ทั่วทั้งใบหน้าซีดเซียว เขากระอักไอออกมาเป็เื ดวงตาที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด!
"ชิ! พวกสวะน่ารังเกียจ!"
เฉินฉางอันจ้องมองด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย "แค่ขยะสองตัวนี้ ยังกล้ามาท้าทายแคว้นต้าโจวของข้าอีกหรือ?"
“พวกเ้าก็คู่ควรอย่างนั้นรึ ถึงได้กล้ามาเหยียดหยามองค์หญิงแห่งแคว้นต้าโจวของข้า พวกเ้าคู่ควรอย่างนั้นหรือ!”
"..."
จีิเยว่มองเฉินฉางอันอย่างตะลึงงัน หัวใจของนางสั่นไหว ดวงตาพร่ามัว ริมฝีปากอ้าเล็กน้อย “ท่านพี่ฉางอัน...”
ดวงตาของจีเวิ่นเทียนเป็ประกาย ร่างกายตวนมู่ฉางสั่นเทิ้ม เืในกายเดือดพล่าน!
เหออู่เฉิงที่ยืนนิ่งอยู่ไกลออกไป มองเฉินฉางอันด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เอ่ยเสียงต่ำ “เ้า... เ้าเป็ใครกันแน่?!”
ในสายตาของเขา เฉินฉางอันไม่ใช่แค่คนธรรมดาจากตระกูลชั้นหนึ่งของแคว้นต้าโจวอย่างแน่นอน!
เพราะที่นี่มีจอมยุทธ์ลึกลับผู้หนึ่งซ่อนตัวอยู่ จอมยุทธ์ผู้นั้นจับจ้องมาที่เขา ทำให้เขาขยับตัวไม่ได้!
น่ากลัวเหลือเกิน!
“ก่อนหน้านี้เ้าหูหนวกงั้นรึ? ไม่เป็ไร ข้าจะบอกเ้าอีกครั้ง ข้าคือเฉินฉางอันจากตระกูลเฉิน เมืองฉางอัน แคว้นต้าโจว”
เฉินฉางอันกล่าวอย่างแ่เบา สายตามองอย่างเย่อหยิ่ง
เหออู่เฉิงจ้องเขม็งไปที่เฉินฉางอัน ดวงตาจับผิดราวกับจะมองทะลุปรุโปร่ง เมื่อพบว่าเฉินฉางอันมิได้โกหก สีหน้าของเขายิ่งบึ้งตึง
เหออู่เฉิงประสานมือคารวะไปรอบทิศ พลางเอ่ยว่า "มิทราบว่ามีท่านผู้ใดอยู่ที่นี่หรือ เหตุใดจึงขัดขวางข้า? สิ่งใดที่แคว้นต้าโจวให้ได้ แคว้นตงเสวียนของข้าย่อมให้ได้เช่นกัน หวังว่าท่านจะให้เกียรติแคว้นตงเสวียนของข้า อย่าได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่นี้เลย!"
จีเวิ่นเทียนและตวนมู่ฉางที่ได้ยินเช่นนั้นต่างชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักได้ว่าต้องเป็ผู้คุ้มกันของเฉินฉางอันเป็แน่
"เป็อย่างที่คิด!" ทั้งสองสบตากันอย่างรู้กัน จิตใจสงบลงไม่น้อย
ฝ่ายเฉินฉางอัน แม้รู้ดีว่ามีผู้คุ้มกันคอยติดตามอยู่ แต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเป็ผู้ใด
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง แต่ก็ไร้วี่แววผู้ใดตอบกลับ
เหออู่เฉิงที่กำลังมีสีหน้าบึ้งตึง เขาหันไปมองจีเวิ่นเทียนคิดจะกดดันอีกฝ่าย จึงเอ่ยเสียงเย็นว่า "ฮึ่ม! ฮ่องเต้ เช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?"
เขาชี้ไปที่เฉินฉางอัน ดวงตาเต็มไปด้วยเเววสังหารกล่าวว่า "มันผู้นี้ได้ฆ่าบุตรชายของจ้าวเทียนเวยแห่งพันธมิตรวายุบูรพา แล้วยังสังหารองค์รัชทายาทแห่งแคว้นตงเสวียนของข้า เ้าไม่คิดจะให้คำอธิบายแก่ข้าหน่อยรึ?”
"หากเ้ารู้ความ ก็จงจับตัวมันมามอบให้ข้าด้วยมือของเ้าเอง! เพื่อขอขมาโทษต่อองค์จักรพรรดิแห่งแคว้นข้า! มิเช่นนั้น กองทัพนับล้านของข้าจะยกทัพมาทวงความยุติธรรมให้กับองค์รัชทายาท!"
สิ้นคำ จีเวิ่นเทียนก็แปรเปลี่ยนสีหน้า ไม่รู้จะเอาอย่างไรดี
ทันใดนั้น ตวนมู่ฉางก็เดินมาข้าง ๆ แล้วกระซิบบางอย่าง
จีเวิ่นเทียน มีสีหน้าลังเล ก่อนจะกัดฟันอย่างแน่วแน่
เขาหันไปมองเฉินฉางอันที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย แล้วกล่าวว่า
"ฮึ่ม เขาคือคนของข้า! การกระทำทั้งหมดของเขานั้น ล้วนได้รับอนุญาตจากข้า! เ้า้าให้ข้าจับเขาส่งให้เ้างั้นรึ? ขออภัยด้วย ข้าทำเช่นนั้นไม่ได้!"
ได้ยินดังนั้น เหออู่เฉิงก็มองจ้องด้วยสายตาเย็นเยียบ "เ้า… เ้าคิดจะประกาศากับแคว้นตงเซวียนของข้าจริง ๆ รึ?"
“เอ่อ...” จีเวิ่นเทียนคอหดเข้าหาบ่า แล้วยิงสายตาเว้าวอนไปทางเฉินฉางอัน
บัดนี้ ทางรอดเดียวคือต้องเชื่อฟังตวนมู่ฉาง ผูกสัมพันธ์แ่ากับตระกูลเฉินให้ได้!
นี่อาจเป็ทางรอดเดียวของแคว้นต้าโจวของเขา
เห็นดังนั้น เฉินฉางอันจึงเบ้ปากมองเหออู่เฉิงอย่างดูแคลน “ไอ้เฒ่า เ้า้าคำอธิบายอันใดจากข้า?”
“ก่อนหน้านี้ พวกมันสองคนล้วนเป็เพียงผู้รุกราน ไม่เคารพแม้แต่กษัตริย์แห่งต้าโจวของข้า!”
“ยิ่งไปกว่านั้นยังกล้าดูิ่องค์หญิงิเยว่แห่งแคว้นข้า พวกมันทั้งสองสมควรตาย!”
“หึ ยังกล้ามาขอคำอธิบายจากพวกข้าอีกหรือ? ช่างน่าขันสิ้นดี! ”
เฉินฉางอันกอดอกเดินอย่างเชื่องช้าไปหยุดตรงหน้าเหออู่เฉิง ก้มหน้ามองด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม “ยังคิดจะส่งทัพนับล้านมาทวงความยุติธรรมอีกงั้นรึ? เชิญลองดู!”
“แคว้นต้าโจวของข้ายืนหยัดมาเป็พันปี จะหวั่นเกรงพวกเ้าได้อย่างไร?”
"พวกเ้ากล่าวว่าแคว้นของพวกข้าอ่อนแอ แต่เ้ารู้ได้อย่างไรว่าแคว้นของพวกข้าไม่มีรากฐานที่ซ่อนเร้นอยู่?"
เฉินฉางอันพูดทุกคำอย่างหนักแน่น ทุกประโยคล้วนกรีดแทง!
ทำให้จีเวิ่นเทียนแทบจะเชื่อว่าราชวงศ์ตระกูลจีของตนมีรากฐานที่แข็งแกร่ง จึงอดไม่ได้ที่จะยกหัวและยืดอก
"เ้า..." สายตาของเหออู่เฉิงสั่นไหว เขาเห็นความหยิ่งผยองที่ไม่มีใครเทียบได้ในดวงตาของเฉินฉางอัน ซึ่งเป็ท่าทีที่มีเฉพาะในแคว้นใหญ่นับหมื่นปีเท่านั้น
เป็ไปได้อย่างไร?
ราชวงศ์ต้าโจวเสื่อมถอยลงแล้วอย่างชัดเจน!
เขายังมีรากฐานที่ไหนกัน?
แล้วเด็กหนุ่มตรงหน้านี้มีความมั่นใจมาจากไหน?
"เ้าอะไรของเ้า?" เฉินฉางอันหัวเราะเยาะ ชี้ไปที่ศพของจ้าวจื่อหานและตงเหลียนเทียน พูดเสียงเ็าว่า
"พาไอ้สองตัวแมลงเน่าของเ้ากลับไป บอกให้ผู้ปกครองแคว้นของพวกเ้ามาชี้แจงกับแคว้นต้าโจวของข้า มิฉะนั้น ในการแข่งขันระหว่างสี่แคว้น พวกข้าจะไม่ปรานีเป็แน่!"
"ไอ้หนู เ้าอย่าได้หยิ่งผยองนัก! เ้าเป็เพียงสุนัขที่อาศัยบารมีเสือเท่านั้น!"
เหออู่เฉิงจ้องมองเฉินฉางอันด้วยสายตาเ็า อกของเขากระเพื่อมรุนแรง
"ฮึ!" เฉินฉางอันหัวเราะเยาะ "พวกเ้าชาวตงเสวียนโง่เขลากันทั้งแคว้นหรือไร?"
"เ้า!!" เหออู่เฉิงโกรธจัด แต่เขาอดกลั้นไว้สุดความสามารถ ไม่กล้าลงมือกับเฉินฉางอัน
ด้วยว่าในที่ลับยังมีผู้แข็งแกร่งลึกลับอยู่
"อ๋อ ก็คงเป็เช่นนั้น คนโง่จะรู้ได้อย่างไรว่าตนเองโง่?"
เฉินฉางอันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน "ไม่ว่าจะเป็พันธมิตรตงหนานเฟิงอะไรนั่น หรือแคว้นตงเสวียนของเ้า ช่างโง่เขลานักที่คิดว่าพวกเ้าจะกลืนกินมหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่พวกข้าสั่งสมมาพันปีได้"
"ช่างโง่เขลาและไร้เดียงสาเสียจริง ราวกับถูกประตูหนีบหัว!"
"..." จีเวิ่นเทียนมองไปมาอย่างลังเล หากเขาไม่รู้จักมหาอำนาจดีพอ ก็คงเกือบหลงเชื่อไปแล้ว!
แต่เขาแสร้งทำเป็แข็งกร้าว เชิดหน้าขึ้นพูดอย่างหยิ่งผยอง "ลูกเขยข้าพูดถูกแล้ว ฮึ! พวกเ้าเป็เพียงตัวตลกเล็ก ๆ ที่มองโลกแคบดั่งกบในบ่อเท่านั้น!"
เขาเอ่ยเรียก ‘ลูกเขย’ อยู่นั่น ทำเอาจีิเยว่ อับอายยิ่งนัก
เหออู่เฉิงจ้องมองด้วยแววตาเรียบนิ่ง ทอดสายตามองเฉินฉางอัน ผู้อยู่ในขั้น์ ช่างสง่างามสมเป็ผู้แข็งแกร่ง!
เมื่อมองตัวเองผู้อยู่เพียงขั้นครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ราวกับมดปลวกตัวน้อย
หรือว่า... ตัวเขา รวมถึงผู้ที่อยู่เื้ั ล้วนประเมินต้าโจวต่ำไป?
จริงสิ! ยังมีบุคคลปริศนาผู้นั้น เพียงแค่จับจ้อง ก็ทำให้ข้าขยับไม่ได้ หรือจะเป็… ขั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์!
เพียงคิดดังนั้น เขาก็สะดุ้งสุดตัว!
แย่แล้ว!
ต้าโจวช่างร้ายกาจนัก!
เขากัดฟันแน่น พูดข่มขู่ "เื่นี้ข้าจดจำไว้แล้ว ข้าจะทูลให้ จักรพรรดิแห่งแคว้นข้าทราบ ก็ลองดูสิว่า พวกเ้าจะทนความพิโรธของพระองค์ได้หรือไม่!"
กล่าวจบ เขาก็ก้าวไปข้างหน้า พาร่างไร้ิญญาทั้งสองจากไป!
ขณะมาเยือน พวกมันช่างองอาจน่าเกรงขาม แต่คราจากไป กลับต้องคอตก หางลู่มิเป็ท่า!
เฉินฉางอันมิได้เอ่ยห้าม
"ขออภัยที่มิได้ไปส่ง!"
มีเพียงจีเวิ่นเทียนที่เอ่ยปากขึ้นด้วยสีหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม
"หึ!"
เหออู่เฉิงส่งเสียงเย้ยหยันในลำคอ ก่อนจะทะยานร่างออกจากพระราชวังไปอย่างรวดเร็ว