ความเงียบสงบภายในห้องพักสี่เหลี่ยมของ นารา ถูกทำลายลงด้วยเสียงเรียกเข้าอันก้องกังวานจากโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นในสายวันหนึ่ง หญิงสาวเอื้อมมือที่สั่นเทาน้อยๆ ไปหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความกังวลใจลึกๆ ในมุมหนึ่งของหัวใจเธอหวาดกลัวว่าจะเป็เบอร์ติดต่อจาก พีท แฟนหนุ่มที่เพิ่งเลิกรากันไป หรือเป็เบอร์ของ เดวิท ชายรุ่นใหญ่ผู้เป็พ่อของเพื่อนสนิทที่เพิ่งก้าวล้ำเส้นข้ามขอบเขตศีลธรรมมาด้วยกัน ทว่าเมื่อเพ่งมองดูหน้าจออย่างละเอียด กลับพบว่ามันแสดงหมายเลขโทรศัพท์ที่เป็ระบบคู่สายทางการขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ เธอจึงสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติก่อนจะกดรับสายด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย
"สวัสดีค่ะ นารา พูดสายค่ะ"
"สวัสดีค่ะคุณ นารา ติดต่อจากฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัทโฆษณาและการตลาดชั้นนำระดับประเทศนะคะ ทางเราได้รับพิจารณาใบสมัครและแฟ้มสะสมงานของคุณ นารา ที่เคยส่งเข้ามาในระบบรับสมัครงานฝึกงานเรียบร้อยแล้วค่ะ และคณะกรรมการฝ่ายสร้างสรรค์มีความสนใจในแิ โครงสร้างการออกแบบ และแผนงานประชาสัมพันธ์ของคุณเป็อย่างมากเป็กรณีพิเศษ จึงขอเรียนเชิญคุณ นารา เข้ามาร่วมการสัมภาษณ์รอบสุดท้ายเพื่อเข้าฝึกงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ในวันจันทร์หน้าเวลาสิบโมงเช้าค่ะ ไม่ทราบว่าสะดวกและพร้อมเดินทางมาร่วมสัมภาษณ์ไหมคะ?"
น้ำเสียงสุภาพ อ่อนหวาน และเต็มไปด้วยความเป็งานเป็การของเ้าหน้าที่ปลายสายทำเอา นารา เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ร่างกายบอบบางแข็งทื่อไปชั่วขณะ บริษัทโฆษณาั์ใหญ่แห่งนี้คือบริษัทในฝันระดับแนวหน้าของประเทศที่นิสิตนักศึกษาเกือบทุกคนในสายวิชาการนี้ใฝ่ฝันอยากจะก้าวเข้าไปเรียนรู้งานและมีประวัติการทำงานด้วย เธอเคยส่งใบสมัครไปเมื่อสองเมืองก่อนและได้รับเพียงความเงียบงันกลับมาจนถอดใจและทำใจยอมรับความผิดหวังไปแล้ว แต่จู่ๆ วันนี้กลับได้รับการติดต่อเชิญชวนสัมภาษณ์งานฝึกงานโดยตรงในตำแหน่งสำคัญเช่นนี้
"ส...สะดวกค่ะคุณพี่ สะดวกมากๆ ค่ะ!" นารา ตอบรับละล่ำละลักด้วยความตื่นเต้นยินดีอย่างถึงที่สุดจนหัวใจเต้นโครมคราม
หลังจากวางสายและพยายามสูดลมหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์อยู่ครู่ใหญ่ ความยินดีในคราแรกก็ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความเอะใจและความคิดลึกซึ้งบางอย่าง บริษัทระดับนี้ไม่มีทางสุ่มเลือกใบสมัครที่เคยถูกคัดตกหรือเพิกเฉยไปแล้วขึ้นมาพิจารณาใหม่โดยไม่มีสาเหตุพิเศษหรือแรงผลักดันจากภายใน ทันใดนั้น ภาพของ เดวิท ชายรุ่นใหญ่ผู้เปี่ยมล้นด้วยอิทธิพล บารมี และสายสัมพันธ์กว้างขวางอันมหาศาลในโลกธุรกิจระดับหมื่นล้านก็ผุดขึ้นมาในหัว นารา รู้ดีในทันทีว่าโอกาสทองครั้งนี้ไม่ใช่เื่บังเอิญหรือปาฏิหาริย์อย่างแน่นอน ทว่ามันเกิดขึ้นเพราะความช่วยเหลือและการหนุนหลังอย่างลับๆ จากอิทธิพลอันล้นพ้นของเดวิทนั่นเอง ความรู้สึกซาบซึ้งใจระคนอบอุ่นใจแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ ทว่าก็ตามมาด้วยความรู้สึกสับสนกระวนกระวายใจว่าเธอกำลังก้าวลึกเข้าไปในบ่วงหนี้บุญคุณและสถานะชู้รักที่ยากจะปีนกลับขึ้นมา
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้หน้าจอแสดงชื่อของ เดวิท อย่างชัดเจน นารา สะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะกดรับสายด้วยความรู้สึกกริ่งเกรง
"สวัสดีค่ะคุณ เดวิท"
"สวัสดีครับเด็กดีของฉัน" เสียงทุ้มลึกแสนอบอุ่นและมั่นคงดังลอดออกมาทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเธอผิดจังหวะไปในพริบตา "ได้รับการติดต่อจากบริษัทโฆษณาแล้วใช่ไหมครับ? ดีใจด้วยนะ นารา... ฉันรู้ว่าเธอเก่ง มีความตั้งใจ และมีความสามารถมากพอสำหรับโอกาสที่ดีที่สุดแบบนี้เสมอ"
"คุณ... เดวิท เป็คนช่วยนาราใช่ไหมคะ? นาราขอบคุณมากๆ นะคะ แต่ว่า... นาราเกรงใจและรู้สึกว่ามันไม่ค่อยถูกต้อง..." นารา เอ่ยเสียงสั่น รู้สึกทั้งตื้นตันและหนักอึ้งในอกด้วยความรู้สึกผิดบาปต่อ เกรซ
"อย่าเพิ่งคิดมากเลยครับคนดี... ฉันแค่อยากเห็นเธอมีอนาคตที่ดีและประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้เท่านั้นเอง ไม่ได้้าบีบคั้นอะไรเธอเลย เย็นวันนี้... เธอพอจะมีเวลาให้คนแก่คนนี้ได้พาไปเลี้ยงฉลองโอกาสพิเศษนี้หน่อยไหมครับ? ฉันจองห้องส่วนตัวที่ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมในเมืองไว้แล้วนะ นารามาร่วมทานอาหารด้วยกันนะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนโยนปนอ้อนวอนอย่างสุภาพบุรุษของเขาช่างมีอิทธิพลและทำให้ นารา ปฏิเสธไม่ลง
ลึกๆ แล้ว นารา ตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่าการนัดพบครั้งนี้จะเป็โอกาสที่ดีและเหมาะสมที่สุดที่เธอจะกล่าวขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ และจะบอกยุติความสัมพันธ์ลับที่แสนอันตรายนี้ลงเสียเพื่อความถูกต้องและรักษามิตรภาพอันบริสุทธิ์ที่มีต่อ เกรซ เพื่อนรัก "ค่ะ... นาราจะไปพบค่ะ" เธอตอบรับการนัดหมายในที่สุด
เมื่อถึงเวลานัด นารา เดินทางมายังร้านอาหารญี่ปุ่นสุดหรูที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมืองหลวง ตัวร้านตกแต่งสไตล์เกียวโตโบราณอย่างประณีต พนักงานต้อนรับในชุดกิโมโนสีสวยงามนำเธอเดินผ่านสวนญี่ปุ่นจำลองที่มีเสียงน้ำตกหินและสะพานไม้โค้งงดงามเข้าสู่ทางเดินไม้เงียบสงบ ก่อนจะเปิดบานประตูเลื่อนไม้โอ๊คออกเผยให้เห็นห้องอาหารญี่ปุ่นส่วนตัวแบบปูเสื่อทาทามิที่ตกแต่งอย่างเรียบหรูอบอุ่น บรรยากาศภายในเงียบสงัด เป็ส่วนตัว และมองเห็นสวนไผ่ด้านนอกผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่
เดวิท นั่งรออยู่ก่อนแล้วในชุดลำลองหรูหราสีเทาเข้ม ร่างสูงสง่าหันมายิ้มอบอุ่นทันทีที่เห็นเธอ "มาแล้วเหรอครับ นารา เชิญนั่งก่อนสิครับ"
นารา นั่งลงบนเบาะรองนั่งตรงข้ามกับเขาด้วยท่าทีกระมิดกระเมี้ยนและรู้สึกเกร็งเล็กน้อย เดวิท คอยดูแลเอาใจใส่เธออย่างดีประดุจเ้าหญิงตัวน้อยๆ เขาคอยรินน้ำชาเขียวอุ่นๆ คอยคีบอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่มีทั้งปลาดิบโอโทโร่เนื้อนุ่มหวานฉ่ำและเนื้อวากิวระดับเอบีฟที่ย่างบนหินร้อนจัดแต่งอย่างประณีตมาใส่จานให้เธออย่างนุ่มนวล พร้อมทั้งชวนคุยเื่เป้าหมายการฝึกงานและการเตรียมตัวสอบด้วยความใส่ใจ คำพูดและคำแนะนำทางธุรกิจอันชาญฉลาดและผ่านโลกมามากของเขาช่วยไขข้อข้องใจและทำให้ นารา รู้สึกผ่อนคลายและมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ความตั้งใจเด็ดเดี่ยวในคราแรกที่จะปฏิเสธและตัดสัมพันธ์ของ นารา ค่อยๆ มลายหายไปสิ้นยามที่ได้สบสายตากับเสน่ห์ที่สุขุม นุ่มลึก และความอบอุ่นจริงใจของชายตรงหน้า เธอเผลอเปรียบเทียบในใจว่า พีท ไม่เคยพาเธอมาทานอาหารดีๆ หรือพูดจาให้เกียรติและใส่ใจรายละเอียดชีวิตของเธอแบบนี้เลย พีท มักจะพาเธอไปแต่ร้านฟาสต์ฟู้ดธรรมดาๆ และเอาแต่บ่นเื่ค่าใช้จ่ายหรือกดโทรศัพท์เล่นเกมตลอดเวลา หัวใจของนาราที่เคยแห้งแล้งและขาดความรักจึงพ่ายแพ้ต่อความอบอุ่นนี้อย่างราบคาบ
"นารา... สร้อยข้อมือทองคำขาวเส้นนี้ เหมาะกับข้อมือของเธอที่สุดเลยนะ"
หลังจากมื้ออาหารสิ้นสุดลง เดวิท ได้หยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มหรูหราขนาดเล็กส่งให้เธอ เมื่อเปิดออก นารา พบสร้อยข้อมือทองคำขาวเส้นเล็กเรียบหรูดีไซน์ประณีตประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ เปล่งประกายระยิบระยับล้อแสงไฟสลัวในห้องอาหาร
"คุณ เดวิท คะ... มันมีค่าเกินไป นารารับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ..." นารา รีบส่ายหน้าปฏิเสธ ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความกังวลและเขินอาย
เดวิท ยิ้มอย่างอ่อนโยนไม่ฟังคำทัดทานของเธอ ชายรุ่นใหญ่ขยับตัวเข้ามานั่งข้างๆ กุมมือบางของเธอขึ้นมาอย่างแ่เบาและมั่นคง ชายรุ่นใหญ่หยิบสร้อยข้อมือทองคำขาวออกจากกล่องแล้วบรรจงสวมใส่เข้าที่ข้อมือเรียวเล็กของเธออย่างใจเย็น ััอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาและสร้อยโลหะเย็นฉ่ำที่ทาบลงบนผิวกายสร้างความปั่นป่วนเสียวซ่านในใจของหญิงสาวจนสะท้านเยือก เดวิท โน้มใบหน้าลงประทับจูบแ่เบาและเนิ่นนานที่หลังข้อมือบางตรงตำแหน่งสร้อยข้อมืออย่างแสนรักเรียกเสียงครางแ่เบาด้วยความรู้สึกซาบซ่านจากริมฝีปากอิ่มของนาราที่ไม่อาจปฏิเสธัันี้ได้เลย
"รับไว้เถอะนะคนดี... ถือเป็ของขวัญแสดงความยินดีจากฉัน" เดวิท เงยหน้าขึ้นมองสบตาคู่สวยของเธออย่างลึกซึ้ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเสน่หารักใคร่และมั่นคงยิ่งกว่าเดิม "และมันจะเป็ตัวแทนว่า... เธอเป็ของฉันยามที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน และขอให้เธอแอบมาพบฉันอีกในครั้งต่อไปนะ นารา"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและจูบแสนวาบหวามที่ข้อมือทำให้กำแพงป้องกันตนเองและมโนธรรมของ นารา พังทลายลงราบคาบเป็ครั้งที่สอง ความคิดที่จะปฏิเสธหรือยุติความสัมพันธ์ลับเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความยินยอมพร้อมใจและความเสน่หาที่ท่วมท้นในหัวใจ เธอพยักหน้ารับคำของเขาเบาๆ ด้วยดวงตาที่ฉายแววยอมรับสถานะชู้รักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สร้อยข้อมือทองคำขาวเปล่งประกายสวยงามบนข้อมือเปรียบเสมือนพันธนาการสัญญาลับแสนหวานที่ผูกมัดหัวใจและร่างกายของเธอกับพ่อเพื่อนสนิทคนนี้ให้จมดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งตัณหาความผิดบาปที่ยิ่งใหญ่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นอีกขั้นในอนาคตอันยากจะหลุดพ้น แสงไฟสลัวจากภายนอกสาดส่องสะท้อนกับสร้อยข้อมือทองคำขาวบนข้อมือบางราวกับเป็ตรวนหรูหราที่จองจำเสรีภาพและศีลธรรมของเธอไว้กับเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้นนับจากนี้ไป เธอรู้ดีว่าเธอได้ตกลงไปในหลุมพรางแสนหวานนี้อย่างเต็มใจ และไม่มีวันหนีรอดจากเสน่ห์อันอบอุ่นและเร่าร้อนของชายรุ่นใหญ่คนนี้ได้อีกแล้วตลอดชีวิต