Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 62

            ชวีเสี่ยวปอโยนโทรศัพท์ไปด้านข้างจากนั้นจึงหลับตาลง

     

            น่าจะผ่านไปประมาณสักห้านาทีได้ เขาก็ได้ยินเสียงเซี่ยเจิงเดินเข้ามาทั้งยังรู้สึกตัวอีกด้วยว่าเซี่ยเจิงนั่งลงมาบนเตียงแล้วแต่เขากลับไม่ได้ลืมตาขึ้นมา

     

            “แกล้งหลับเหรอ” เซี่ยเจิงหยิบผ้าขนหนูที่แขวนอยู่ที่คอลงมาแล้วตีไปที่แขนของชวีเสี่ยวปอหนึ่งที “ฉันเห็นคิ้วของนายขยับแล้วเนี่ย”

     

            “ฉันนึกว่าฉันแกล้งหลับได้เนียนแล้วซะอีก”ชวีเสี่ยวปอรีบพลิกตัวลุกขึ้นมาทันที “นายอาบเสร็จแล้วเหรอ”

     

            “อืม” เซี่ยเจิงถอดรองเท้าออก แล้วขึ้นไปนั่งขัดสมาธิบนเตียง “เล่ามาเถอะ”

     

            เมื่อครู่นี้ชวีเสี่ยวปอยังรู้สึกกลุ้มใจอยู่นิดหน่อยแต่พอเขาได้ยินเซี่ยเจิงพูดจบก็รู้สึกอยากขำขึ้นมาทันทีโดยเฉพาะท่าทางและน้ำเสียงของเซี่ยเจิงในตอนนี้มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเขาเป็น “ลูกพี่ที่รู้ใจ” อย่างไรอย่างนั้นเลย

     

            “ไม่มีอะไรจะพูดหรอก” ชวีเสี่ยวปอเอนตัวและทิ้งร่างลงไปบนเตียงอีกครั้ง“ก็เรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนั้นนั่นแหละ”

     

            “พ่อนายรู้แล้วว่าฉันต่อยชวีจิ่ง นายกับเขาเลยทะเลาะกันเหรอ? ” เซี่ยเจิงถาม

     

            “มีเพื่อนเป็นเด็กเรียนนี่ก็ไม่ค่อยจะดีเหมือนกันนะเนี่ย”ชวีเสี่ยวปอถอนหายใจ “ปิดบังอะไรนายไม่ได้สักอย่าง”

     

            “ไม่ว่าใคร นายก็ปิดเอาไว้ไม่อยู่ทั้งนั้นแหละ”เซี่ยเจิงหันหลังกลับไปมองชวีเสี่ยวปอ “เพราะมันเขียนอยู่บนหน้าของนายหมดแล้ว”

     

            ชวีเสี่ยวปอไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่กลับยกแขนขึ้นมาปิดตา เหลือไว้เพียงจมูกเชิดรั้นและปากที่ปิดสนิทเอาไว้ให้เซี่ยเจิง

     

            รูปปากของชวีเสี่ยวปอช่างสวยงามมากจริงๆ เขามีริมฝีปากที่เรียวบางทั้งยังมีเส้นขอบปากที่ตื้นเขินไม่เหมือนเด็กผู้ชายทั่วไปที่มีเส้นลึกรอบริมฝีปากที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน

     

            น่าจูบจัง

     

            เซี่ยเจิงผงะไปชั่วขณะ ตกใจกับความคิดที่จู่ๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา

     

            โรคจิต !

     

            ไอ้โรคจิต !

     

            ในขณะที่เขาเตรียมจะลงจากเตียงไปดื่มน้ำสักแก้วเพื่อข่มความคิดอันไร้สาระและหน้าไม่อายเช่นนี้ให้สงบลงแต่ทว่าในตอนที่กำลังจะใส่รองเท้าแตะ เขาก็ได้ยินชวีเสี่ยวปอพูดออกมาเสียงเบาว่า :

     

            “นายว่าพ่อของฉันจะเสียใจภายหลังไหม? ”

     

            เซี่ยเจิงรีบหันกลับไปมองเขาทันทีและเห็นว่าชวีเสี่ยวปอยังคงอยู่ในท่าทางเช่นเดิมแต่ลูกกระเดือกที่คอของเขาขยับกลิ้งไปมา ราวกับว่ากำลังข่มอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้และไม่กล้าที่จะปลดปล่อยมันออกมา

     

            นี่เขา......ร้องไห้งั้นเหรอ?

     

            “ถ้าฉันเป็นเขานะ ฉันจะรู้สึกเสียใจมากเลยละ”

     

            สามารถฟังออกได้เลยว่าเสียงของชวีเสี่ยวปอเปลี่ยนไปแต่เขากำลังพยายามทำให้เสียงของตัวเองไม่ได้ฟังดูแย่ขนาดนั้น

     

            เซี่ยเจิงไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ทั้งยังบีบไปที่นิ้วมือของชวีเสี่ยวปอเบาๆส่วนชวีเสี่ยวปอเองก็ไม่ได้หลบเลี่ยงเช่นกัน ในขณะนั้นเขาสูดจมูกเข้าไปอย่างแรงถึงแม้ว่าเขาจะพยายามกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถแล้วก็ตามแต่ทุกคำพูดที่เขาพูดออกมาล้วนติดๆ ขัดๆ ไปซะทุกประโยค

     

            “เซี่ยเจิง ฉันรู้สึกว่าฉันเป็นส่วนเกินสุดๆ เลย”

     

            “ทำไมชวีอี้เจี๋ยต้องนอกใจด้วย? ถ้าหากเขาไม่เจอแม่ของฉันฉันก็คงจะไม่ต้องเกิดมา และชวีจิ่งก็คงจะไม่ต้องเกลียดฉันฉันสมควรถูกเกลียดขนาดนั้นเลยเหรอ? ”

     

            ชวีเสี่ยวปอรู้สึกว่าตัวเองไม่ควรที่จะร้องไห้ออกมาเพราะนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแต่น้ำตาของเขากลับไหลออกมาอย่างห้ามเอาไว้ไม่อยู่ ทั้งยังไหลจนเปียกไปทั่วทั้งแขนของเขา

     

            ทันใดนั้นภายในห้องจึงเงียบสงบลงทันทีนอกจากเสียงหายใจที่ผ่อนลมออกมาอย่างสม่ำเสมอแล้ว ก็ไม่มีเสียงอย่างอื่นอีกเลยจนกระทั่งชวีเสี่ยวปอค่อยๆ สงบลง เขาจึงขยับแขนออกมาจากดวงตาของเขาและคงจะเป็นเพราะว่าถูกทับเอาไว้นาน ดวงตาของเขาจึงบวมแดงมากกว่าปกติแม้แต่เซี่ยเจิงที่นั่งอยู่บนเตียงเขายังเห็นเป็นภาพเลือนราง

     

            “โห” เซี่ยเจิงดูเหมือนจะตกใจเป็นอย่างมาก “เจ้าเด็กขี้แย”

     

            “ให้ตายสิ” ชวีเสี่ยวปอใช้มือปัดน้ำตาออกอย่างลวกๆ“นายปลอบฉันหน่อยไม่ได้หรือไง ฉันปวดตาอยู่นะ”

     

            “ได้” เซี่ยเจิงหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาจากโต๊ะแล้วยื่นให้เขา“นายอยากฟังอะไรล่ะ? ”

     

            “ชมฉันว่าหล่อที่สุดในจักรวาลอะไรทำนองนี้อะ”ชวีเสี่ยวปอหยิบกระดาษทิชชูมาสั่งน้ำมูก“อย่างเช่นอู๋เยี่ยนจู่ยังไม่หล่อเท่าฉันเลย”

     

            “โกหกตัวเองสนุกมากไหม? ” เซี่ยเจิงหัวเราะพร้อมทั้งพูดออกมา

     

            “ตอนนี้ฉันต้องการให้โกหก !”ชวีเสี่ยวปอโมโหจนเกือบจะขำออกมารู้สึกว่าอีกนิดเขาก็จะปากระดาษทิชชูที่เช็ดจมูกไปเมื่อครู่นี้ใส่เซี่ยเจิงแล้ว

     

            “เฮ้ เฮ้ๆ ” เซี่ยเจิงรู้สึกรังเกียจขึ้นมาจึงไปหลบอยู่ที่ข้างๆ โต๊ะ“โตขนาดนี้แล้วยังไม่รู้จักรักษาความสะอาดอีก”

     

            “นายบอกมาแค่จะชมไม่ชม” ชวีเสี่ยวปอถาม

     

            “ชม” เซี่ยเจิงถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา “ชวีเสี่ยวปอพ่อหนุ่มสุดหล่อ”

     

            ชวีเสี่ยวปอยักคิ้วขึ้นมาทันที “ยังไม่พอ พูดมาอีก”

     

     

            “นายไม่ได้เป็นส่วนเกินเลยสักนิด”

     

           

            เริ่มเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

     

            เซี่ยเจิงคิดว่าตัวเขาเองเป็นคนที่ใจเย็นและสามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เป็นอย่างดี

     

            ก่อนที่แม่ของเขาและเซี่ยรุ่ยเซินจะหย่ากันเขาทั้งสองคนก็ทะเลาะอย่างรุนแรงจนเสียงดังวุ่นวายไปหมดคุณป้าข้างบ้านที่ชอบพูดหาเรื่องไปเรื่อยว่างจนไม่มีอะไรทำจึงต้องมาแกล้งแหย่เด็กๆ เขาได้ถามเซี่ยเจิงไปว่า : “ถ้าพ่อแม่ของเธอหย่ากันแล้ว เธอเสียใจไหม? แล้วเธอจะเลือกไปอยู่กับใครล่ะ?”

     

            เซี่ยเจิงจึงตอบกลับไปทันทีว่า : “เกี่ยวอะไรกับป้าด้วย”

     

            เมื่อโดนเด็กด่า ทันใดนั้นใบหน้าของป้าคนนั้นก็เปลี่ยนสีไปทันที

     

            จากนั้นเซี่ยเจิงจึงปิดประตูไปอย่างห้าวหาญ

     

            แต่เมื่อเข้าบ้านไปเขากลับร้องไห้ออกมา

     

            บางทีเนื้อแท้ของเขาอาจจะเป็นคนเช่นนี้ คนที่สามารถเก็บซ่อนอารมณ์ความในใจ ความโศกเศร้าและความยินดีเอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจได้เป็นอย่างดีภายใต้สีหน้าที่แสดงออกมาอย่างสบายๆแต่แฝงไปด้วยรอยยิ้มที่พร้อมจะสู้กับเรื่องราวต่างๆ มากมายเหล่านี้

     

            แต่เห็นได้ชัดว่าในสถานการณ์ของชวีเสี่ยวปอกลับเป็นสิ่งเดียวที่เขาคาดไม่ถึง

     

            เซี่ยเจิงไม่อาจที่จะรู้สึกเมินเฉยในขณะที่เขาคนนี้ร้องไห้ออกมาได้ราวกับว่ามีเมล็ดพืชได้หยั่งรากและงอกเป็นต้นขึ้นมาในตัวของเขาทั้งยังแตกกิ่งสาขาออกมาพันเกี่ยวกันจนยุ่งเหยิงและสิ่งที่หล่อเลี้ยงให้มันเติบโตขึ้นมาได้ทุกครั้งล้วนมาจากความรู้สึกของชวีเสี่ยวปอ

     

            ในตอนที่ชวีเสี่ยวปอมีความสุขมันก็จะเติบโตขึ้นมาอย่างงอกงามและเขียวชอุ่ม

     

            ในตอนที่ชวีเสี่ยวปอโศกเศร้าเสียใจมันก็จะดูเหี่ยวเฉาไม่มีชีวิตชีวาตามไปด้วย

     

            พืชพันธุ์ต้นนี้คอยกระตุ้นเตือนเซี่ยเจิงอยู่ตลอดทุกช่วงเวลาทุกวินาที

     

            แทนที่จะพูดว่าชวีเสี่ยวปอต้องการการปลอบโยนพูดว่าตัวเขาเองต้องพึ่งพาชวีเสี่ยวปอเสียยังจะดีกว่า

     

            “อย่างน้อยฉันก็ต้องการนายมากนะ” เซี่ยเจิงพูดต่อออกมา“นายก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยมีเพื่อนสักเท่าไหร่”

     

            “เพื่อนคนอื่นๆ ก็ไม่รู้เรื่องพวกนี้ของครอบครัวฉัน”เซี่ยเจิงใช้นิ้ววาดวงกลมไปมาลงบนโต๊ะโดยไม่รู้ตัว “นายเป็นคนแรก”

     

            ชวีเสี่ยวปออ้าปาก แต่กลับไม่ได้พูดอะไรออกมา ถึงแม้ว่าดวงตาของจะบวมแดงแต่เขาก็พยายามเบิกดวงตาให้กว้าง เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันเขารู้สึกเพียงอยากจะมองเซี่ยเจิงให้ชัดเจนขึ้นกว่านี้อีกหน่อย

     

            “วันนั้นที่นายบอกว่านายรู้สึกดีที่มีฉันเดินไปด้วยตอนที่ไปเจอกับต้วนเหล่ย”เซี่ยเจิงพูดถึงตรงนี้ก็หัวเราะออกมา “แต่นายรู้ไหมว่าที่จริงแล้ววันนั้นที่เซี่ยรุ่ยเซินมาก่อความวุ่นวาย นายแบกแม่ฉันกลับเข้าบ้านจากนั้นก็วิ่งกลับออกมาหาฉันอีกครั้ง ตอนนั้นฉันรู้สึกว่า... เพราะฉันยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียวมาตลอด”

     

            เมื่อชวีเสี่ยวปอได้ยินเขาก็รู้สึกราวกับว่ามีเข็มทิ่มแทงเข้ามาในใจของเขาจากนั้นจึงพูดแทรกเซี่ยเจิงไปว่า : “ฉันรู้”

     

            “นายไม่รู้หรอก” เซี่ยเจิงส่ายหน้า “เพราะฉันยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียวมาตลอดดังนั้นในตอนที่นายมายืนอยู่ด้วยกันกับฉัน ฉันเลยรู้สึกว่า... ที่แท้ฉันก็ต้องการใครสักคนมายืนอยู่เคียงข้างฉัน”

     

            “เพราะงั้นนายไม่ได้เป็นส่วนเกินเลยสักนิด”เซี่ยเจิงพูดประโยคนี้ขึ้นมาอีกครั้งด้วยเสียงเบา แต่มันกลับหนักแน่นและมีพลังมากเหลือเกิน“นายเข้าใจไหม? ”

     

            ชวีเสี่ยวปอพยักหน้าทันที เขามองเซี่ยเจิงด้วยความเด็ดเดี่ยว ค่อยๆทำความเข้าใจคำพูดเหล่านั้นทีละน้อยว่าจริงๆ แล้วมันหมายความว่าอะไรกันแน่

     

            แต่สมองของกลับไม่มีแรงอารมณ์ความรู้สึกที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายเหล่านี้เกาะตัวกันอัดแน่นอยู่เต็มหัวของไปหมดแทบจะไม่มีโอกาสให้เขาได้ค่อยๆ คลายมันออกมาได้เลย

     

            แต่เรื่องเดียวที่ชวีเสี่ยวปอมั่นใจในตอนนี้ก็คือเซี่ยเจิงเขากำลังยิ้มอยู่

     

            หน้าตาเขาก็ดูดีอยู่นะ

     

            ไม่ใช่สิ ดูดีมากเลยละ

     

            หล่อสุดๆ

     

           

            แต่ในขณะที่ทั้งตัวของเขาเขยิบเข้าไปใกล้กับเซี่ยเจิงชวีเสี่ยวปอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น

     

            ในตอนนั้นเองเขาก็ใช้ริมฝีปากของเขาประกบเข้ากับริมฝีปากของเซี่ยเจิงทันที

     

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199