ซินเยวี่ยคุ้นชินกับการถูกแม่ต่อว่าแล้วั้แ่เล็กจนโตการถูกดุด่าว่ากล่าวเป็เื่ปกติธรรมดาไปแล้ว
เมื่อตอนที่แม่ตั้งท้องซินเยวี่ยไม่ได้ตั้งใจจะเก็บเธอไว้เพราะที่บ้านมีลูกถึงสามคนแล้วแถมยังมีหลินเต๋อหัวลูกชายคนโตผู้เป็เสาหลักของบ้านแล้ว พวกเขาจึงไม่อยากมีลูกอีกยิ่งไปกว่านั้น่นั้นยังตรงกับ่ภัยธรรมชาตินานถึงสามปีด้วย
หลังจากตั้งท้องซินเยวี่ยแม่หลินจึงคิดจะเอาเด็กออก
เธอแบกน้ำขึ้นจากบ่อ เดินหามทำงานหนักยิ่งกว่าผู้ชายเสียอีก ใครจะรู้ว่าเด็กคนนี้ดวงแข็งเสียจริงทำยังไงก็ไม่ยอมหลุด ในที่สุดเธอจึงวานคนหาซื้อยาขับเือย่างแรงมาแต่ใครจะรู้ว่ายาไม่ได้ทำให้เด็กตาย กลับทำให้เธอต้องเข้าโรงพยาบาลเสียเอง
เมื่อทำแท้งหลายครั้งก็ไม่สำเร็จแม่หลินก็ยอมแพ้ รู้ว่าเด็กคนนี้ดวงแข็ง ชะตาต้องผูกพันกับครอบครัวของพวกตนเธอหวังมาตลอดว่าจะได้ลูกชายมาอีกคน จะได้เป็เพื่อนเล่นกับเต๋อหัวเพราะน้องสะใภ้มีลูกชายถึงสามคน ทำให้เธอรู้สึกเหนือกว่าตนเองอย่างมากแถมแม่สามียังให้ความสำคัญกับครอบครัวของพวกเขาเป็พิเศษอีกด้วย
ใครจะรู้ว่าเมื่อครบกำหนดคลอดกลับกลายเป็เด็กผู้หญิง
ั้แ่ยังอยู่ในท้อง แม่ก็ไม่รักซินเยวี่ยพอคลอดออกมาก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ั้แ่เล็กจนโตเธอใส่แต่เสื้อผ้าที่พี่ชายพี่สาวใส่แล้วทั้งนั้น พอถึงเทศกาลพี่ชายพี่สาวมีเสื้อผ้าใหม่หรือยางรัดผมใหม่ แต่เธอกลับไม่มีอะไรเลย
พี่สาวคนโตซินอวี่และพี่สาวคนที่สองซินจู๋เก่งทั้งงานไร่และงานบ้าน ส่วนลูกชายเต๋อหัวยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่งานไร่นามีแต่ซินเยวี่ยเท่านั้นที่ไม่ว่าจะงานบ้านหรือการเกษตรก็ทำได้ไม่ดีสักอย่างเอาแต่เรียนเท่านั้น
ในสายตาของแม่หลินเด็กผู้หญิงจะเรียนหนังสือไปทำไมกันนักหนา มีประโยชน์อะไรมีแต่การเรียนเย็บปักถักร้อยให้ดี ทำเจียนปิ่งเป็ ไปทำงานในไร่นาได้ถึงจะถูก
หากเป็ซินเยวี่ยในชาติก่อนเมื่อได้ยินแม่ด่า เธอคงก้มหน้าก้มตาหยิบจอบขึ้นมาพรวนดินต่ออย่างว่าง่ายแต่ตอนนี้ไม่แล้วเธอจะทำให้พ่อแม่รู้ว่าเธอไม่ใช่คนที่พวกเขาจะรังแกได้ตามใจชอบอีกต่อไป
ที่ใดมีการกดขี่ ที่นั่นย่อมมีการต่อต้านมีแต่เมื่อตนเองกล้าที่จะต่อต้าน พ่อแม่จึงจะไม่สามารถกดขี่ตนเองได้ตามอำเภอใจ
ซินเยวี่ยรีบเดินออกจากที่ดินของตนเองแล้วตรงไปยังริมแม่น้ำภายใต้แสงแดดอันร้อนระอุ
เธอตั้งใจจะกลับบ้านแต่คิดไปคิดมากลับบ้านก็ไม่มีอะไรทำ แถมอากาศก็ร้อนขนาดนี้ที่บ้านก็ไม่มีพัดลมไฟฟ้า สู้ไปนั่งเล่นริมแม่น้ำให้เย็นสบายยังจะดีเสียกว่า
หมู่บ้านที่ซินเยวี่ยอาศัยอยู่มีชื่อว่าหมู่บ้านเฉวียนสุ่ย
หมู่บ้านนี้ไม่เพียงแต่น้ำพุดีเท่านั้นแต่ยังมีแม่น้ำสายใหญ่อีกด้วย
ริมฝั่งแม่น้ำทั้งสองด้านปลูกต้นไม้ไว้มากมายส่วนใหญ่เป็ต้นป็อปลาร์และต้นหลิวในฤดูกาลนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะมานั่งพักผ่อนใต้ร่มเงาของต้นไม้
ไม่นานซินเยวี่ยก็มาถึงริมแม่น้ำ
มีเด็กหลายคนกำลังเล่นน้ำอยู่ในจำนวนนั้นมีสองคนที่เคยเป็ลูกศิษย์ของซินเยวี่ย
เมื่อเห็นซินเยวี่ย พวกเขาต่างก็ร้องเรียก“ครูหลิน” จากระยะไกล
ซินเยวี่ยยิ้มและโบกมือให้เด็กๆ
จากนั้นซินเยวี่ยก็หาที่เงียบๆ นั่งลง
เมื่อสองวันก่อนเพิ่งจะมีฝนตกหนักทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำมากเป็พิเศษ
ซินเยวี่ยนั่งพิงต้นป็อปลาร์ขนาดใหญ่ฟังเสียงน้ำไหลแล้วครุ่นคิดอย่างละเอียดถึงแผนการหลังจากที่ตนเองได้กลับชาติมาเกิดใหม่
ในขณะนั้นคนแรกที่ผุดขึ้นมาในใจของเธอคือหานิหย่วน
พี่ชายทหารผู้ไม่ลืมเลือนความตั้งใจเดิมรักเธอราวกับแก้วตาดวงใจ ผู้ที่เธอพลาดพลั้งไปอย่างน่าเสียดายในชาติก่อนเพื่อนสมัยเด็กที่เติบโตมาด้วยกัน
ซินเยวี่ยพยายามนึกย้อนไป อีกประมาณสองเดือนหานิหย่วนจะไปประจำการที่กองทัพเป็เวลาสี่ปีแล้ว แถมในเดือนธันวาคมปีนี้เขาจะได้รับวันลากลับบ้านยาวนานถึงครึ่งเดือนนี่คือการกลับบ้านครั้งแรกของหานิหย่วนหลังจากเข้าร่วมกองทัพ
โดยทั่วไปแล้วทหารจะปลดประจำการหลังจากรับราชการได้สองปีแต่หานิหย่วนทำผลงานได้ดีเป็พิเศษในกองทัพ จึงได้รับการให้อยู่ต่อ
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดหลังจากวันที่หนึ่งกันยายน หานิหย่วนจะเขียนจดหมายสารภาพรักมาให้เธอ ในจดหมายหานิหย่วนจะบอกซินเยวี่ยว่า “ตอนนี้พี่เป็ผู้กองแล้วพี่จะพยายามให้มากยิ่งขึ้น แล้วจะรับเธอกับแม่ไปอยู่ในเมืองพี่หวังว่าเธอจะแต่งงานกับพี่ถึงแม้ว่าตอนนี้พี่จะยังพาเธอเข้าไปอยู่ในเมืองไม่ได้แต่ในอนาคตพี่จะทำให้เธอกลายเป็คนเมืองที่แท้จริงให้ได้” แต่เธอไม่ได้ตอบจดหมายฉบับนั้นแถมยังถูกเฉินลี่ลี่คอยยุแยงตะแคงรั่ว ทำให้หานิหย่วนไม่ได้กลับมาใน่วันลาเมื่อเขากลับมา ซินเยวี่ยก็กลายเป็ภรรยาของจางเฉียงไปเสียแล้ว
ในขณะที่ซินเยวี่ยกำลังคิดถึงเื่ของหานิหย่วนเธอได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งดังขึ้นข้างหู เสียงนั้นมาจากกระดิ่งของจักรยาน
ใน่ต้นทศวรรษที่ 1980ในหมู่บ้านเฉวียนสุ่ยที่ซินเยวี่ยอาศัยอยู่ รวมถึงหมู่บ้านโดยรอบการที่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งมีจักรยานสักคันถือเป็เื่ที่ไม่ธรรมดาจริงๆการที่บ้านไหนมีจักรยาน ก็เหมือนกับการที่บ้านนั้นมีรถยนต์ในยุคต่อมาที่ทำให้คนในบ้านรู้สึกภาคภูมิใจ
ซินเยวี่ยมองตามเสียงไปเห็นชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตเตดิคอร์นกำลังขี่จักรยานคันใหม่เอี่ยมมาทางนี้หากไม่มองก็แล้วไป พอมองเท่านั้นแหละ หัวใจของซินเยวี่ยก็กระตุกวูบขึ้นมาเป็ศัตรูคู่อาฆาตที่ไหนกัน ถึงได้มาเจอกับหลี่เจี้ยนจวินที่นี่
ในขณะนี้หลี่เจี้ยนจวินได้เห็นซินเยวี่ยแล้ว เขาเร่งความเร็วในการปั่นจักรยาน้าที่จะพบกับซินเยวี่ยให้เร็วที่สุด
หลี่เจี้ยนจวินอายุเท่ากับซินเยวี่ยหลังจากจบชั้นมัธยมปลาย เขาก็ไปทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งในเมืองซึ่งญาติฝากฝังให้พ่อของเขาเป็เลขาธิการหมู่บ้านดังนั้นหลี่เจี้ยนจวินจึงถือเป็บุคคลที่โดดเด่นในหมู่หนุ่มสาวในหมู่บ้าน
ตอนที่เรียนหนังสือหลี่เจี้ยนจวินก็แสดงท่าทีชอบพอกับซินเยวี่ยอยู่บ่อยๆเขารู้ว่าซินเยวี่ยชอบบทกวีของสวีจื้อหมัว เขาก็ไปหาซื้อบทกวีมารวบรวมแล้วพยายามท่องจำ พอถึงโอกาสที่เหมาะสมก็จะท่องให้ซินเยวี่ยฟังแถมยังทำท่าทางแสดงความรู้สึกหลังอ่านบทกวีอีกด้วย
เขารู้ว่าบ้านของซินเยวี่ยยากจนดังนั้นเขาจึงนำของกินอร่อยๆ ของตัวเองยัดใส่กระเป๋านักเรียนของซินเยวี่ยเป็ประจำเช่น ลูกอมข้าวฟ่าง ขนมปังกรอบ หรือแม้แต่ช็อกโกแลตที่หาได้ยากในชนบท
ไม่นานหลี่เจี้ยนจวินก็มาถึงต่อหน้าซินเยวี่ยจากนั้นก็ลงจากจักรยาน จอดรถไว้ข้างๆ แล้วนั่งลงบนโขดหินข้างๆ ซินเยวี่ย