เมื่อทั้งสองคนเถียงกันมาได้สักพัก รถสปอร์ตคันหรูก็ค่อยเคลื่อนเข้ามาจอดที่ลานจอดรถของห้างดังแห่งหนึ่ง เมื่อรถหยุดลงแต่คนในรถยังคงเถียงกันอยู่โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดกันง่าย จนคิราห์ต้องเป็ฝ่ายยกมือขอสงบศึกชั่วคราวเพราะตอนนี้กระเพาะของเขามันเริ่มประท้วงขออาหารแล้ว เมื่อาย่อมๆ ของเขาทั้งสองคนหยุดลง ทั้งสองคนก็พากันเดินเข้าไปในห้างมุ่งตรงไปที่ร้านอาหารทันที
"ลุง ลุงอยากกินอะไร อาหารญี่ปุ่น ไทย จีน หรือว่าอะไร"คิราห์เอ่ยถามขึ้น เพราะเห็นว่าคนตัวใหญ่กว่าไม่พูดมากเหมือนอยู่บนรถ เอาแต่เดินตามตนเองต้อยๆ
"เอาที่นายอยากกินเลย"เขาตอบสั้นๆ ได้ยินแบบนั้นคิราห์ก็ทำหน้าครุ่นคิดอยู่สักพัก เมื่อตัดสินใจได้ก็เอื้อมมือไปคว้าแขนคนตัวใหญ่กว่าและตรงเข้าไปที่ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านหนึ่ง เมื่อทั้งสองคนเลือกที่นั่งได้ ก็เริ่มสั่งอาหารทันที
"ลุงเอาอะไรเพิ่มไหม"คิราห์หันไปถาม คนที่เอาแต่นั่งหน้านิ่งที่ไม่แม้แต่จะหยิบเมนูขึ้นมาดู
"นายสั่งเลย"ว่าจบก็หยิบมือือขึ้นมาเล่น คิราห์เห็นแบบนั้นก็พยักหน้าให้น้อยๆ และไม่พูดอะไรกับเขาอีก
"งั้นเอาเท่านี้ก่อนคับ"วาสจบก็ส่งเมนูคืนพนักงาน และยิ้มให้น้อยๆ พนักงานเมื่อเห็นคิราห์ยิ้มให้ก็เขินจนทำอะไรไม่ถูก ยิ้มให้น้อยๆ รีบหยิบเมนูและเดินจากไป
นั่งไปได้สักพัก อาหารก็เริ่มทยอยมาเสริ์ฟ ซึ่งแต่อาหารที่สั่งไปแต่ละอย่าง ก็เป็ของที่คิราห์ชอบกินทั้งนั้น เมื่ออาหารมาเสริ์ฟครบแล้ว เขาก็ลงมือทานอย่างรวดเร็ว โดยไม่ลืมที่จะตักแบ่งให้คนตัวโตกว่า ที่เอาแต่นั่งไถมือถือไม่สนใจโลกด้วย
"ลุงไม่กินหรอ อร่อยๆ ทั้งนั้นเลยนะ ลองกินอันนี้ดู ของโปรดเค้าเลยนะ รับรองอร่อยโคตร"ว่าจบคิราห์ก็คีบทงคัตสึใส่ในจานให้
เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกว่าพูดชวนเค้ากินนู่นนี่ไม่หยุด จอมทัพจึงยอมละสายตาจากมือถือมามองที่จานตัวเองสลับกับมองเ้าตัวที่คีบอาหารมาใส่ในจานตัวเองจนเต็ม เห็นแบบนั้นเขาจึงลงมือทานอาหารบ้าง เมื่อลองคีบทงคัตสึเข้าปากไป รสชาติก็ไม่เลว เลยเ้าเด็กนี่ก็ใช้ได้เหมือนกันนะเนี่ย แต่ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกไปให้คิราห์เห็น กินข้าวกันไปได้สักพักทังสองก็เริ่มอิ่มจึงเรียกให้พนักงานมาคิดเงิน ระหว่างนั้นคิราห์ก็พูดเื่รสชาติอาหารไม่หยุดและบอกว่าตัวเองจะต้องชวนเดอะแก๊งมากินร้านนี้อีกแน่นอน เมื่อจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยทั้งสองก็เดินออกมาจากร้านและเดินเล่นกันอยู่สักพัก เมื่อเดินมาถึงโซนร้านขายเครื่องเกม คิราห์ก็รีบเดินดุ่มๆ เข้าไปหยุดอยู่ที่เครื่องเกมรุ่นลิมิเต็ดเครื่องหนึ่ง
"หู้วว ลุงดูดิ อย่างสวยเลยอ่ะ"เขาไม่ว่าเปล่า มือก็เอื้อมไปหยิบเครื่องเกมขึ้นมาให้คนตัวโตกว่าดู
"ไร้สาระ ฉันไม่ชอบเล่นเกม"คนตัวโตกว่าตอบ
"จิ้ ลุงอ่ะจริงจังกับชีวิตมากเกินไปแล้ว เอาแต่ตีหน้าั์ใส่คนอื่น ลืมไปแล้วมั้งว่าตัวเองยิ้มครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่"คิราห์ว่า แต่สาตาก็ยังคงจับจ้องที่เครื่องเกมอยู่
"ตัวเเค่นี้ อย่ามาทำเป็รู้ดี"เขาว่าพลางเอามือมาผลักหัวคิราห์เบาๆ
"เค้าพูดถูกไช่ใหมล่ะ อยากได้ว่ะ"ประโยคแรกเขาพูดกับคนตัวโตกว่า แต่ประโยคหลังเขาพึมพำกับตนเอง
"อยากได้ก็ซื้อสิ"แม้คิราห์จะพูดเบาแค่ไหน แต่คนตัวโตกว่าก็ยังได้ยินอยู่
"ก็อยากซื้ออยู่หรอก แต่ไม่มีเงิน โดนม๊าหักค่าขนมหมดแล้วเพราะหนีออกไปเที่ยว"คิราห์ทำหน้ามุ่ย และเอาเครื่องเกมวางลงที่เดิม
"เหอะ สมน้ำหน้า"ว่าจบก็ยิ้มเย้ยๆ ให้
"ยิ้มแบบนี้คือไร มีความสุขมากหรอเห็นคนเดือดร้อนอ่ะ"คิราห์ว่ายอย่างเคืองๆ และเดินออกจากร้านไป ไม่สนใจคนตัวโตอีก
เวลาผ่านไปสักพัก จอมทัพเมื่อทำธุระเสร็จก็เดินกลับมาที่รถก็พบว่า เ้าเด็กจอมทะเล้นที่งอนเขาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า มายืนกอดอกใส่หูฟังยืนพิงที่รถคันหรูของตนอย่างสบายอารมณ์
"อ่าว!! มาสักที มองอะไรอ่ะ เปิดประตูรถให้เค้าหน่อย เมื่อยจะแย่แล้ว"คิราห์เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตัวโตกว่า มายืนจ้องตัวเองเมื่อเดินมาถึงรถไม่ยอมเปิดประตูรให้สักที ได้ยินแบบนั้นจอมทัพก็หยิบกุญแจขึ้นมาเปิดรถให้ทันที และเดินอ้อมไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับและออกรถทันที
"ขอบคุณมากนะลุงสำหรับอาหารนะตับ ขับรถกลับดีๆ นะลุง บ้ายบาย"เขาว่าพลางยกถุงเครื่องเกมขึ้นมาและยิ้มให้ คนโตกว่าพยักหน้าให้เล็กน้อย คิราห์เห็นแบบนั้นก็เปิดประตูลงจากรถไป เมื่อเดินไปได้สักพักก็ได้ยินเสียงแตรรถ จึงหันหลังกลับไปมอง ก็พบว่าเป็รถที่ตนเองพึ่งลงมาเมื่อกี้เลยหยุดเดินและเดินไปที่รถคันนั้นทันที
"มีอะไรอีกลุง"คิราห์เดินมาเคาะกระจกแล้วก้มลงถาม
"นายลืมของ"เมื่อคนตัวโตพูดจบ ก็ยื่นถุงใบหนึ่งให้
"ของเค้าหรอ"คิราห์ยื่นมือไปหยิบถุงนั้นมาเปิดดูอย่าง งงๆ เมื่อเปิดดูก็พบว่าเป็เครื่องเกมรุ่นอันลิมิเต็ดเครื่องนั้นที่เขาบ่นว่าอยากได้ เมื่อเห็นแบบนั้นคิราห์ก็รีบเงยหน้าไปมองคนตัวโตกว่าทันที
"ลุงซื้อให้เค้าหรอ"คิราห์ถามย้ำอีกรอบเพื่อความแน่ใจ
"อืม แทนคำขอโทษที่ทำให้งอนเมื่อเย็น"เขาตอบ
"บ้าหรอ เค้าแค่แกล้งเล่น ลุงนี่จริงจังเกินไปแล้ว ฮ่าๆๆ "ว่าจบเขาก็หัวเราะใส่รัวๆ เพราะไม่คิดว่ามาเฟียจอมโหดที่ทุกคนกลัว จะมาง้อคนอื่นแบบนี้
"แต่ยังไงก็ขอบคุณนะครับ"ว่าจบคิราห์ก็ยิ้มหวานให้และเดินตรงไปที่ลานจอดรถประจำคณะเขาทันที
ใครจะคิดว่ามาเฟียจอมโหดอย่างจอมทัพจะมาแคร์ความรู้สึกของว่าที่คู่มั่นที่พึ่งจะรู้จักกันได้ไม่กี่วันและวันแรกที่ได้เจอกันก็เป็การเจอกันที่ไม่น่าประทับใจเอามากๆ ขนาดเขาเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องแคร์ ทั้งๆ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยแคร์ความรู้สึกใครเลยด้วยซ้ำ ไม่ว่าใครจะรู้สึกยังไง หรือคิดยังไงกับเขา เขาก็ไม่เคยคิดที่จะสนใจ แต่กับคิราห์ มันตรงกันข้ามกันทุกอย่าง เขาอยากรู้ความคิดและความรู้สีกของคิราห์ที่มีต่อตัวเองทุกอย่าง นี่เขาตกหลุมรักเด็กกะโปโลแบบนั้นนหรอ!!
เมื่อคิราห์กลับมาถึงบ้าน แม่บ้านก็เดินมาบอกว่าคุณหญิงกับป๋าไปงานเลี้ยงยังไม่กลับ เขาเลยขึ้นไปข้างบนแล้วรีบอาบน้ำเตรียมเข้านอน แต่ตาก็ดันเหลือยฃบไปเห็นถุงเครื่องเกมที่ตัวเองพึ่งได้มาใหม่ ก็นึกสงสัย ว่าทำไม่จู่เ้าพ่อมาเฟียจอมโหดถึงซื้อของมาง้อเขา ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่จำเป็ต้องสนใจเขาเลยด้วยซ้ำ จะว่าเพราะเขาเป็คู่มั่น ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเราไม่ได้ทำตัวเป็คู่มั่นที่ดีั้แ่แรก เมื่อคิดไปคิดมาก็เริ่มคิดไม่ออก จึงเลิกคิดและไปหยิบเครื่องเกมออกมาต่อเข้ากับทีวีและลองเล่น เเละมันก็สนุกๆ มากๆ เหมือนที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด เมื่อเล่นไปได้สักพัก ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์เข้าเ ข้าก็เอื้มมือไปหยิบมาแล้วกดรับสาย และเปิดสปีกเกอร์โฟนและวางมันลงข้างๆ
"ฮัลโหล สวัสดีครับ" เขาเอ่ยทั้งๆ ที่สายตาเขายังคงจ้องอยู่ที่เกมอย่างเอาเป็เอาตาย
"ดึกแล้วทำไมยังไม่นอน"เมื่อได้ยินเสียงลอดออกมาจากโทรศัพท์คิราห์ก็ละสายตาจากทีวีมามองโทรศัพท์ทันที ก็พบว่าเป็เบอร์ไม่มีชื่อ แต่เสียงที่ลอดออกมานั้นเป็เสียงของคนที่เขาเถียงด้วยจนเหนื่อย เขารู้ทันทีว่านี่คือเ้าพ่อมาเฟียขาโหด
"ลุงเองหรอ เค้ากำลังเล่นเกมน่ะ ลุงมีอะไรรึ้ป่าว"เขาหยิบมือถือชึ้นมาและกดปิดสปีกเกอร์โฟนและยกขึ้นมาคุยตามปกติ
"ยังเล่นเกมอยู่อีกหรอ เป็เด็กเป็เล็ก ไม่ควรนอนดึก"ปลายสายตอบอย่างดุๆ
"นี่จะโทรมาดุกันหรอ เค้าวางและ"คิราห์กำลังจะกดวางแต่ได้ยินเสียงห้ามจากปลายสาย จึงเอาโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเหมือนเดิม
"ม๊าให้โทรมาบอกว่าได้ฤกษ์มั่นแล้วนะ อีก2เดือนข้างหน้า ฝากบอกคุณน้าด้วย"เขาร่ายยาว
"รับทราบครับผม มีอะไรอีกไหม"คิราห์ถามขึ้นอีกครั้ง
"ไม่มี"ปลายสายตอยสั้นๆ
"โอเค งั้นเค้าวางล้ะนะ บ้ายบาย ฝันดีครับลุง"ว่าจบเขาก็ตัดสายทันที เพราะกลัวโดนบ่นอีก
เมื่อคุยเสร็จเขาก็คิดได้ว่าจะถามเื่เครื่องเกม แต่ก็ดันลืม เขาจึงปล่อยผ่านไปและหันกลับมาคิดเื่ที่เขาโทรมาบอกเื่ฤกษ์มั่นแทน อีกแค่2เดือนเขาก็จะต้องมั่นแล้ว เขายังคงคิดไม่ตกว่าถ้ามั่นกันแล้วเขาจะสามารถอยู่กะบจอมทัพได้ไหม ใจหนึ่งเขาอยากปล่อยให้เป็เื่ของอนาคตแต่อีกใจก็คิดว่าถ้ามั่นไปแล้วมันดันอยู่ด้วยกันไม่ได้จริงๆ แล้วการแต่งงานต้องยกเลิก ผู้ใหญ่ทั้งสองคนจะผิดใจกันไหม เมื่อคิดไปสักพักก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มปวดหัว จึงส่ายหัวไล่ความคิดเล็กน้อยและเดินไปปิดทีวีเก็บของทั้งหมดเข้าที่และเข้านอนทันที