บทที่ 12
ทหารผู้าเ็
หมาป่าปริศนาปรากฏกายขึ้นมายืนอยู่บนซากศพของพวกโจรนับ10 ชีวิตที่โดนสังหารตายด้วยคมเขี้ยวบริเวณตามพื้นเต็มไปด้วยโลหิตสีแดงที่หลังไหลออกมาจากาแและสร้างสุขของพวกโจรเ่าั้ที่โดนสังหารตายไป
เหล่าทหารที่รอดชีวิตต่างพากันประหลาดใจกับสิ่งที่ตนเองท่านพบเห็นบริเวณด้านหน้า
ดวงตาของพวกมันจ้องมองไปที่ร่างของสัตว์อสูรอย่างระแวงกระบี่และดาบภายในมือของผมมันไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อยชี้ตรงไปที่ร่างของสัตว์อสูรที่อยู่บริเวณด้านหน้า
ก่อนหน้านี้พวกมันเองก็ได้มองเห็นมากับตาของตนเองแล้วสัตว์อสูรตนนั้นมีความแข็งแกร่งเพียงใดเพียงแค่พริบตาเดียวคมเขี้ยวของมันสังหารและก็ฆ่าชีวิตของพวกโจรเ่าั้ไปได้นับสิบชีวิตในพริบตา
เพราะแบบนั้นในยามนี้เมื่อมันยืนอยู่เบื้องหน้าจะไม่ให้พวกเขานั้นแสดงท่าทางระวังตัวได้เช่นไร
แต่ในขณะที่ทหารเ่าั้กำลังแสดงท่าทางระวังจางิที่หลบซ่อนอยู่ค่อยค่อยปรากฏกายออกมาก้าวเดินมาไกลๆร่างของหมาป่าโลหิตที่เป็ส่วนผสมของเขา
เมื่อเดินเข้ามาภายในบริเวณนี้ยกฝ่ามือของตนเองขึ้นกล่าวพวกทหาร “ มันเป็สัตว์อสูรของข้าเองไม่จำเป็จะต้องหวาดกลัวทุกท่านอย่างแน่นอน”
แม้ว่าเขาจะพูดออกมาเช่นนั้นแต่ดูเหมือนว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าเองก็จำไม่ได้ไว้วางใจเสียทีเดียวพวกมันยังคงแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
โดยเฉพาะผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าสุดชายผู้ที่เป็ผู้นำของกลุ่มทหารเหล่านี้ดวงตาจ้องมองตรงมาที่เขาอย่างจริงจังก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้นมา “ เ้าเป็ผู้ใดเหตุใดถึงมาที่สถานที่แห่งนี้ได้?”
ตอนนี้หมาป่าโลหิตของเขาสังหารโจรเหล่านี้ไปได้ประมาณ10 ชีวิตที่เหลือก็ทำการวิ่งหนีเอาเป็เอาตายแล้วก็หลบหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้เรียบร้อยแล้ว
เพราะแบบนั้นเลยเหลือเพียงแค่พวกเขาภายในสถานที่แห่งนี้เท่านั้นแน่นอนว่ามันคงจะไม่ไว้วางใจกับเขาอย่างแน่นอนและเมื่อเห็นมันเลยถามออกมาเช่นนั้น
จางิที่กำลังยืนอยู่บริเวณด้านหน้าก็ทำการตอบกลับ “ ข้าเป็คนที่ไหนทักพัดมาแล้วได้ยินว่ามีเสียงการต่อสู้อยู่ภายในบริเวณนี้เลยเดินทางเข้ามาดูพบเห็นท่านที่เป็ทหารกำลังโดนเล่นงาน?”
“ จริงสิลืมแนะนำตัวไปข้าน้อยมีนามว่าจางิ”
“ จางิอย่างงั้นรึ?” ผู้นำของกลุ่มทหารเ่าั้แสดงใบหน้าสงสัยเพราะชื่อนี้คุ้นหูเป็อย่างมาก
จางิพูดกลับมา “ ข้าน้อยเป็เพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้นเป็คนเดินทางเร่ร่อนที่ไม่มีจุดหมายปลายทางที่แน่นอนเดินทางไปทุกที่ในตอนนี้เดินทางผ่านมาพบเห็นเหล่าทหารอย่างพวกท่านกำลังโดนเล่นงานเลยเข้ามายื่นมือช่วย”
“ เดินทางเร่ร่อนอย่างนั้นหรือจะเอาที่พึ่งไหวน่าจะไม่เกิน18 ปีเนี่ยนะ? ” ผู้นำทหารผู้นั้นแสดงใบหน้าสงสัย่อายุของเขาเป็ปัญหาและทำให้มันนั้นรู้สึกสงสัยในตัวตน
เป็เพราะว่าในตอนนี้ร่างกายดีอยู่ใน่วัย16 ปียังถือว่าเป็เด็กหนุ่ม
เลยทำให้อีกฝ่ายที่อยู่บริเวณด้านหน้ารู้สึกสงสัยในตัวตนเป็อย่างมาก
“ ข้าจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่นะขอรับแต่ว่าในตอนนี้มองดูจากที่เห็นรู้สึกว่าาแที่ท่านได้รับาเ็มากพอสมควรเกรงว่าถ้าปล่อยไว้เช่นนี้ไม่รีบเร่งเดินทางกลับไปที่เมืองแล้วไปหาหมอในการรักษาคงจะถึงแก่ชีวิตอย่างแน่นอน” เขามองเห็นาแที่าเ็บริเวณหน้าท้องของมัน
จางิสังเกตุเห็นาแนั้นเป็รอยใช้ขึ้นกับว่าเป็ของแหลมคมทิ่มแทงมองดูไม่น่าจะได้มาจากพวกกลุ่มโจรรู้ดี
ชายวัยกลางคนผู้ที่เป็ผู้นำของกลุ่มทหารผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่ออกมาจากปากของมันก่อนที่จะพูดขึ้น “ เข้าใจแล้วอย่างไรก็ขอบใจเ้ามากหนุ่มน้อยที่เข้ามายื่นมือช่วยพวกข้า”
มันทำการตอบกลับมาจางิแสดงรอยยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น
อันที่จริงแล้วการยื่นมือเข้าช่วยในครั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือเหตุผลเป็เพราะว่าเห็นว่าชายผู้นี้เป็ทหารแล้วมีตำแหน่งน่าจะไม่ธรรมดาเลยยื่นมือเข้าช่วยเผื่อว่าจะได้รับประโยชน์อันใดกลับมา
อย่างไรเสียภายในใต้หล้าแห่งนี้ราชสำนักเป็สถานที่ที่มีอำนาจมากที่สุดมีอำนาจมากกว่าเหล่าชาวยุทธ์เสียด้วยซ้ำเพราะแบบนั้นการผูกมิตรแล้วก็ตีสนิทกับเหล่าขุนนางเอาไว้ถือว่าเป็เื่ที่ถูกต้อง
ในขณะที่กล่าวเตือนถึงาแของชายผู้ที่อยู่ด้านหน้าสิ่งที่เขามองเห็นก็คือชายวัยกลางคนผู้นั้นเปิดาแของตนเองออกนำเอาเหล้าที่อยู่ด้านหลังราดลงไปพร้อมกับใช้ผ้าสะอาดทำการผูกมัดาแเอาไว้
คนผู้นั้นกระทำเช่นนั้นโดยที่ไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่นิดเดียวเมื่อได้มองเห็นเช่นนั้นเค้าแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสอยู่ลึกลึกมันทักหมายเป็เพราะว่าการกระทำเช่นนั้นสุราราดลงไปที่ปากแผลที่มีขนาดใหญ่เช่นนั้นและยังคงาเ็แถมยังใช้ผ้าสะอาดมัดเอาไว้จนแน่นคงจะเ็ปพอสมควร
แต่ว่าชายผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าไม่ส่งเสียงร้องออกมาเลยแม้แต่นิดเดียวเลยรู้สึกเลื่อมใสอยู่ภายในว่าคนนี้สมกับเป็ทหาร
การกระทำเช่นนี้จะทำให้าแนั้นมีโลหิตไหลออกมาน้อยแทบจะไม่มีผลข้างเคียงที่ตามมาด้วยเช่นเดียวกัน
เมื่อกระทำเช่นนั้นไปความเ็ปกระตุ้นสติของชายผู้นั้นให้กลับมาใบหน้าของมันดูมีสติมากขึ้นไม่ได้ซีดเซียวเหมือนก่อนหน้านี้มองตรงมาที่สัตว์อสูรที่ยืนอยู่ข้างกายของเขาพร้อมกับพูดขึ้น “ น่าประหลาดยิ่งนักผู้ที่สนิทกับสัตว์อสูรได้ภายในใต้หล้านีแทบจะไม่มีแล้วนั่นดูเหมือนว่าจะเป็หมาป่าโลหิตเหตุใดเ้าถึงสนิทสนมกับมันได้เช่นนี้และยังบังคับมันได้อีก”
ดูเหมือนว่าชายผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าก็จะรู้ดีว่าการที่สามารถควบคุมสัตว์อสูรได้และนำมันมาเป็สัตว์เลี้ยงของตนเองได้เป็เื่ที่ไม่ใช่ว่าผู้ใดก็สามารถทำได้
แต่เมื่อมันทำการถามออกมาเช่นหน่อยเขายกมือทั้งสองข้างของตนเองขึ้นและตอบไป “ ผู้น้อยอ่อนแอมาั้แ่ยังเด็กร่างกายไร้ซึ่งวรยุทธไม่สามารถฝึกฝนได้เพราะแบบนั้นในตอนนี้เลยมีใครเพียงแค่เ้านี่ที่อยู่เคียงข้าง”
“ ในเวลาเช่นนี้ไม่ควรจะมาสนทนาเื่นี้ไม่ใช่ตอนนี้ท้องนภาบริเวณ้ามองดูจะเข้าใกล้สู่่ยามเย็นแล้วเกรงว่าฟ้าจะมืดไปมากกว่านี้พวกเรารีบเดินทางกลับเมืองกันเถอะ”
“ ข้าเองก็เป็นักเดินทางที่เพิ่งเดินทางมาถึงกำลังจะเดินทางไปที่เมืองชายแดนพอดี”
….
หลังจากนั้นก็พากันมุ่งตรงไปที่เมืองที่ตั้งอยู่ไม่ห่างไกลจากจุดที่พวกเขาอยู่มากนัก
ณ เมืองชายแดนฉี
เมืองชายแดนที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าเมืองขนาดใหญ่ที่มีกำแพงสูงใหญ่ล้อมรอบกำแพงหินที่มีขนาดความสูงขึ้นไปประมาณ 30 เมตรกำแพงสูงตั้งหาที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าพร้อมกับเมืองขนาดใหญ่บริเวณชายแดนที่ไร้ชื่อ
นี่เป็ด่านแรกในการเดินทางเข้ามาสู่ดินแดนฉีเมื่อได้เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ก็ได้นำพาคุณไปพบหมออย่างรวดเร็วเพื่อทำแผลจากอาการาเ็ที่ตนเองได้รับในตอนนี้จากการยื่นมือช่วยทหารเหล่านี้เขาเองก็อยากจะรู้เช่นเดียวกันว่าพวกมันเป็ผู้ใด
เพราะหลังจากที่เดินทางเข้ามามองเห็นว่าทหารภายในเมืองแสดงท่าทางแต่ตื่นและก็ต้อนรับกลุ่มทหารพวกนี้เป็พิเศษ
ณ โรงหมอภายในเมืองชายแดน
โรงหมอที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนักตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ใจกลางเมืองจางิทำการใช้มือทั้งสองข้างของตนเองยืนกอดอกแล้วก็กำลังพิงเสาอยู่บริเวณด้านหน้าโรงหมอ
ในขณะที่กำลังยืนสงบใจและก็กำลังยืนรอชายผู้นั้นอยู่บริเวณด้านหน้าเขาใช้ดวงตาจ้องมองไปที่หมาป่าโลหิตที่กำลังนั่งรออยู่บริเวณข้างๆ
[ชื่ออสูรหมาป่าโลหิต LV.30]
[ระดับ 1ดาว]
[พลังชีวิต530/530 ปราณ 110/110]
[ความสามารถ- เขี้ยวแหลมคม LV 1 - เคลื่อนไหวรวดเร็ว LV1 ]
“ ไม่คิดเลยว่าการสังหารพวกโจรมาครู่ทำให้ระดับของมันเพิ่มขึ้นมาอีกความแข็งแกร่งของมันในตอนนี้เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยเรื่อยสมใจข้ายิ่งนัก ” เขากำลังกล่าวกับตนเองภายในใจอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นว่าความแข็งแกร่งของเ้าหมาป่ามีระดับเพิ่มขึ้น
ในตลอดหลายวันที่อยู่ภายในป่าทำให้ระดับของมันเพิ่มขึ้นมาแล้วแล้วเมื่อครู่จากการต่อสู้การสังหารพวกโจรเ่าั้ที่เป็มนุษย์ก็ทำให้ระดับของมันเพิ่มขึ้นมาอีก
ในตอนนี้เกรงว่าระดับฝีมือของเ้าหมาป่าตอนนี้คงจะสามารถสังหารคนธรรมดาทั่วไปอย่างพวกโจรได้อย่างสบายสบาย
และถ้าจะให้ปะทะกับสัตว์อสูรก็คงจะสามารถปะทะกับพวกสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่าตนเองได้เช่นเดียวกัน
โดยมันในตอนนี้น่าจะประทะได้อย่างสูสีกับผู้ที่ฝึกฝนวรยุทธ
ในขณะที่กำลังยืนมองหมาป่าโลหิตอยู่บริเวณด้านหน้าทหารผู้หนึ่งทำการวิ่งออกมาบริเวณด้านนอกมาหาจางิที่กำลังยืนพิงเสา
มันหยุดเท้าทั้งสองข้างของตนเองลงบริเวณด้านหน้าของเขาอย่างรวดเร็วเมื่อเท้าทั้งสองข้างของทหารผู้น้อยหยุดลงบริเวณด้านหน้าของจางิมันยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกันแล้วก็กล่าวด้วยท่าทางที่นอบน้อม “ เรียนคุณชายท่านรองแม่ทัพใหญ่อยากให้คุณชายเข้าไปพบบริเวณด้านไหนเชิญตามเข้ามา”
หลังจากที่ได้ยินคำที่มันพูดออกมาดวงตาทั้งสองข้างตื่นตระหนกใจางิทำการดีดตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับอุทานขึ้น “ รองแม่ทัพใหญ่คนผู้นั้น!!!”
สิ่งที่ทำให้เขาใก็คือคนผู้นั้นเป็รองแม่ทัพใหญ่ทหารที่เขาช่วยเอาไว้เหตุใดถึงเป็ขุนนางที่มีระดับสูงเช่นนั้น
หลังจากที่ตกตะลึงอยู่สักพักก็สงบใจของตนเองข่มความรู้สึกเ่าั้เอาไว้แล้วก็ค่อยค่อยเดินเข้าไปพบชายผู้นั้นบริเวณด้านใน
จบบท