“หิวไหม?.. หรืออยากจะต่ออีกสักยก แล้วค่อยไปหาอะไรทานกันดี” อีธาน กล่าวขึ้นหลังจากที่ไฟพิศวาสได้มอดไหม้ดับลงสนิทแล้ว แต่ อีธาน ก็ยังคงกอดคนตัวเล็กไว้ไม่ยอมปล่อย
“หิวค่ะ ฉันหิวแล้ว” วทัญญา เงยหน้าขึ้นตอบโดยไม่ต้องคิดเลย พร้อมกับหน้าแดงระเรื่อขึ้นทันตาเห็น เมื่อคิดถึงสิ่งที่ชายหนุ่มอยากจะทำอีกรอบนั้น ทำให้ อีธาน ต้องยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู แกมหมั่นเขี้ยว จึงก้มลงจุมพิตที่หน้าผากนูนเนียนใสของคนในอ้อมกอด ผู้หญิงคนนี้ทำอะไรก็ดูน่ารักไปหมดเลย
“ไม่อยากต่ออีกสักยกเหรอ ดีออกจะตาย” อีธาน กล่าวแกล้งคนตัวเล็ก
“ดีกับผีนะสิ ถ้าอีกยก มีหวังได้ไปทานข้าวตอนเที่ยงคืนแน่ๆ แล้วตอนนี้ฉันก็หิวมากด้วย” วทัญญา กล่าวแก้มป่อง งอนๆ
“หิวแล้วเหรอ กินผมก็ได้นะ ผมยอม” อีธาน กล่าวเย้าหยอกอย่างอารมณ์ดี
“บ้าสิ ฉันหมายถึงหิวข้าวค่ะ” วทัญญา ตอบชายหนุ่มผู้ชอบแกล้งโดยพลัน
“อ้าว เหรอ นึกว่าหิวผม หึหึ!” อีธาน กล่าวอย่างชอบใจ
“งั้นฉันไปอาบน้ำก่อนนะคะ” วทัญญา ทำท่าจะลุกขึ้นจากเตียง แต่ถูกคนตัวโตเหนี่ยวรั้งเอวบางเอาไว้ที่เดิม
“เดี๋ยวสิ ผมยังมีข้อตกลงกับคุณอีกเื่” อีธาน กล่าวขึ้นอีก
“อะไรหรือคะ?” วทัญญา หันกลับมาถามอย่างสงสัย
“คุณต้องหยุดเรียกตัวเองว่าฉันสักที เพราะผมไม่ชอบ มันดูห่างเหินกันเกินไป” อีธาน สั่งพร้อมกับมองหน้าคนตัวเล็ก
“เราก็ไม่ได้สนิทกันนี้คะ” วทัญญา ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนเอ่ยพูดออกไป
“อะไรนะยังไม่สนิทกันอย่างนั้นเหรอ อืม! งั้นแสดงว่าคุณยังไม่รู้ว่าเราแนบสนิทชิดเชื้อกันขนาดไหน ไม่เป็ไร เดี๋ยวผมจะสาธิตให้ดูใหม่ก็แล้วกันนะ ไม่ต้องไปทานข้าวแล้ว จะสาธิตให้ดูทั้งคืนเลยจะได้จำได้ขึ้นใจ” อีธาน หรี่ตามองคนตัวเล็กในอ้อมแขนแกร่ง ก่อนตอบออกไป และทำท่าว่าจะเริ่มดำเนินการสาธิตอย่างที่ผ่านมาอีกครั้ง
“ยะ อย่านะคะ ฉัน.. ญารู้และเข้าใจแล้วค่ะ ญาหิวข้าวแล้ว เราไปหาอะไรทานกันนะคะ?” วทัญญา ยกมือขึ้นไปปิดปากคนตัวโตไว้ ไม่ไห้จูบลงมาได้ ก่อนจะเอ่ยออดอ้อนขึ้นมาอย่างยอมจำนง อีธาน จึงยิ้มในหน้าอย่างพึงพอใจ พร้อมกับกดจูบลงไปยังใจกลางมือเรียวบางที่ปิดปากชายหนุ่มอยู่ จน วทัญญา รู้สึกได้ถึงการจูบนั้น เสก้มมองหน้าอกชายหนุ่ม เพราะรู้สึกวาบวามและเขินอาย
“โอเค! งั้นเราไปอาบน้ำกันดีกว่าจะได้ไปทานข้าวกัน” ว่าแล้ว อีธาน ก็ลุกขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และก็ช้อนร่างบอบบางขึ้นอุ้ม พาเดินเข้าห้องน้ำ
“อุ้ย!.. คุณอีธาน ฉัน.. ญาอาบน้ำเองก็ได้ค่ะ” วทัญญา บอกความ้าของตนแก่คนตัวโต พร้อมกับใช้มือปกปิดทั้งข้างบนและข้างล่างของตัวเองไว้อย่างทุลักทุเล ซึ่งทำให้ชายหนุ่มมองอย่างขำๆ
“จะอายอะไรนักหนา ผมยังไม่อายเลย และอีกอย่างผมก็เห็นของคุณจนหมดแล้วด้วย” อีธาน กล่าวขึ้นอย่างขำๆ พร้อมทั้งส่งสายตากรุ่มกริ่มมาให้
“ก็ญาอายนี้ค่ะ ใครจะหน้าหนาอย่างคุณล่ะ ที่ไม่คิดจะอายอะไรเลยน่ะ” วทัญญา แว้ดส่งให้ทั้งที่ตัวเองยังถูกชายหนุ่มอุ้มอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง
“ปล่อยญาลงเถอะค่ะ เดี๋ยวญาอาบน้ำเอง” วทัญญา เอ่ยออดอ้อนขึ้นมาอีก
“อาบด้วยกันนี้แหละ ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไง” อีธาน กล่าวขึ้นยิ้มๆ
“กลัวจะไม่ใช่อย่างที่พูดน่ะสิ” วทัญญา กล่าวพึมพำเบาๆ และก็เป็จริงอย่างที่เธอคิดไม่มีผิดเลย เมื่อถึงห้องน้ำ อีธาน วางร่างบางลง เปิดฝักบัว ปรับอุณภูมิของน้ำให้อุ่นกำลังดี แล้วดันคนตัวเล็กเข้าไปใต้ฝักบัวพร้อมกับเขา
อีธาน บีบครีมอาบน้ำลงไปในฝ่ามือใหญ่ ถูมือใหญ่เข้าด้วยกันไปมาให้เกิดฟอง แล้วนำไปลูบไล้ไปตามเรือนร่างบางที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งมือของชายหนุ่มลูบไล้ไปตรงไหนก็ทำให้ร่างบางแทบสั่นสะท้านกันเลยทีเดียว เพราะเหมือนโดนจี้ด้วยไฟฟ้าแรงต่ำ
“หนาวเหรอ” อีธาน ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าร่างบางสั่นนิดๆ
“เอ่อ นะ นิดหน่อยค่ะ” วทัญญา ตอบเสียงสั่นนิด
“เดี๋ยวผมจะทำให้คุณหายหนาวเองนะ” ว่าแล้ว อีธาน ก็พรมจูบลงไปตามลำคอระหง ไล่ลงไปตามลาดไหล่ และเลื่อนไปยังแผ่นหลังนวลเนียน
“คะ คุณอีธาน อื้ออ!..”
วทัญญา รู้สึกสยิว เสียวสะท้าน หันมาประท้วงชายหนุ่ม แต่ก็ทำให้ อีธาน ได้โอกาสเข้าประกบจูบบางปากจิ้มลิ้มอย่างง่ายดาย มือใหญ่ก็ไม่ยอมอยู่นิ่ง เลื่อนไปมาทั่วทั้งตัวของคนตัวเล็ก ซึ่งแทบจะทำให้ วทัญญา ยืนแทบไม่อยู่เลยทีเดียว และไฟพิศวาสก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาอีก โดยเปลี่ยนมาก่อตัวขึ้นในห้องน้ำ และกว่าจะมอดไหม้ลงได้ก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าๆ เห็นจะได้
๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕