ย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70

    บทที่ 52 [อ่านฟรี 2 ธันวาคม 66 เวลา 19.00 น.]

    คุยกันสักนิด


    ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่สนับสนุนผลงานการเขียนของไรท์ขอให้นักอ่านทุกคน อ่านนิยายให้สนุกนะคะและไรท์ก็ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้กับไรท์นะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++






    บทที่ 52







    ทำให้เมิ่งจือหลันอดหัวเราะให้กับการกระทำของอีกฝ่ายไม่ได้ หลังจากนั้นเมิ่งจือหลันก็รีบวางถังน้ำลงกับพื้นอีกครั้ง แล้วรีบเดินตรงไปหาน้องชายของตัวเองด้วยความอ่อนใจระคนเอ็นดู


    “เกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมนายถึงได้รีบวิ่งมาหาพี่แบบนี้กัน”


    หลังจากที่เมิ่งเหวินฮั่นวางตะกร้าที่สะพายหลังลงกับพื้นเรียบร้อยแล้วนั้น เขาก็หันกลับมาให้ความสนใจพี่สาวของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าเขามีเรื่องที่จะเล่าให้พี่สาวของเขาฟังอยู่มากเลยทีเดียว ดังนั้นเมิ่งเหวินฮั่นจึงได้เอื้อมมือไปจับจูงมือของพี่สาวเอาไว้แล้วเดินตรงไปยังแคร่นั่งที่อยู่ใต้ต้นไม้ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่เขาและพี่สาวยืนอยู่สักเท่าไหร่


    “พี่จะต้องไม่เชื่อผมแน่เลย หลังจากที่ผมกับเจ๋อหยวนออกจากบ้านไปก็พบเจอเข้ากับผู้หญิงสองคนนั้นในทันที”


    เมิ่งเหวินฮั่นทำไม้ทำมือเพื่อประกอบการเล่าให้เมิ่งจือหลันฟัง


    “ผมคิดว่าเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินจะต้องรอพวกผมอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วแน่เลย ไม่อย่างนั้นเธอจะติดตามผมกับเจ๋อหยวนไปถึงในป่าในเขาได้ยังไงกัน”


    เมิ่งจือหลันขมวดคิ้วขึ้นมาในทันที หลังจากที่เธอได้ฟังสิ่งที่น้องชายของเธอพูดออกมา ถึงแม้ว่าเธอจะรับรู้ถึงการกระทำของเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอิน แต่เธอก็ไม่คิดว่าเป้าหมายของอีกฝ่ายจะเป็นน้องชายของเธอและเจ๋อหยวนแบบนี้


    “พวกเขาคงไม่ได้ทำอะไรนายใช่ไหม หรือว่าพวกเธอจะดักรอพวกนายสองคนเพราะต้องการจะมอบของแทนใจให้กับพวกนายกัน”


    เมิ่งเหวินฮั่นส่ายหน้าในทันที หลังจากที่พี่สาวของเขาพูดจบ เพราะในตอนแรกเขาและเจ๋อหยวนก็คิดว่าอีกฝ่ายจะทำเพียงแค่มอบข้าวของให้กับเขาและเจ๋อหยวนเพียงเท่านั้น แต่ใครจะไปคาดคิดว่าสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการทำนั้นเป็นเรื่องที่น่าอับอายยิ่งกว่า


    “ไม่ใช่ครับ ตอนแรกผมก็คิดแบบพี่เหมือนกัน เพราะว่าผมเห็นเธอหิ้วของมาด้วย แต่พวกเธอกับขอตามผมกับเจ๋อหยวนเข้าไปในป่า”


    เมิ่งจือหลันหันไปหาเสิ่นเจ๋อหยวน ก่อนที่เธอจะเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าให้กับเธอเล็กน้อย เพื่อเป็นการบ่งบอกว่าสิ่งที่เมิ่งเหวินฮั่นพูดออกมานั้นเป็นความจริง ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งจือหลันก็อดที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจไม่ได้ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ดูคนที่ภายนอก แต่สำหรับเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินนั้น เธอไม่คิดที่จะได้อีกฝ่ายมาเป็นน้องสะใภ้ของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว


    เพราะว่าเรื่องราวของอีกฝ่ายเธอก็รับรู้มาเยอะพอสมควร และในบางครั้งเธอก็ยังประสบพบเจอด้วยตัวเองอีกด้วย โดยเฉพาะกับจางเพ่ยอินที่อีกฝ่ายเปลี่ยนหน้าค่าตาคู่ควงเป็นว่าเล่นเลยทีเดียว


    ส่วนเลี่ยงเหมยหรูนั้นถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้คบหาดูใจกับผู้ชายมากหน้าหลายตาก็ตาม แต่เรื่องความเอาแต่ใจของอีกฝ่ายนั้นก็เป็นที่เรื่องลือในหมู่บ้านแห่งนี้เช่นเดียวกัน รวมไปถึงการที่อีกฝ่ายเป็นหลานคนโปรดของปู่ย่า ทำให้เรื่องงานบ้านหรือการทำงานนอกบ้านนั้น อีกฝ่ายไม่เคยทำเลยแม้แต่นิดเดียว


    ดังนั้นเลี่ยงเหมยหรูนั้นยังเอาเปรียบลูกพี่ลูกน้องของตัวเองเป็นอย่างมาก เพราะว่าเธอทำเพียงแค่เรียนหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับลูกพี่ลูกน้องหญิงคนอื่นๆ นั้น พวกเธอจะต้องทำงานบ้านและลงแปลงนาเป็นประจำ ส่วนเรื่องการเรียนหนังสือนั้น พวกเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะคิดฝันแม้แต่นิดเดียว


    “พวกเธอบอกผมกับเจ๋อหยวนว่าพวกเธออยากเข้าไปดูกับดักของครอบครัว อีกทั้งเธอยังอยากจะเก็บผักป่าแล้วก็ไข่ป่าอีกด้วย ถึงแม้ว่าพวกผมจะรู้ว่าเธอโกหกก็ตาม แต่เพราะความอยากรู้จึงให้เธอติดตามเข้าไปในป่าด้วย แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราก็ไม่ได้ดูแลพวกเธอเลยแม้แต่นิดเดียวนะครับ”


    เมื่อเมิ่งเหวินฮั่นได้เห็นสีหน้าของผู้เป็นพี่สาว เขาก็รีบอธิบายให้อีกฝ่ายฟังในทันที ซึ่งแน่นอนว่าที่เขาทำอยู่นั้นเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของตัวเองนั่นเอง เพราะถึงแม้ว่าพี่สาวของเขาจะดูแลเขาและเจ๋อหยวนดีแค่ไหน แต่ถ้าหากอีกฝ่ายได้โกรธหรือโมโหขึ้นมานั้น ก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดใจเลยทีเดียว


    เพราะนอกจากพี่สาวของเขาจะไม่พูดคุยกับเขาแล้วนั้น อีกฝ่ายยังไม่ทำอาหารหรือว่าดูแลเขาเหมือนเดิม ทำให้เมิ่งเหวินฮั่นรู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างมาก


    “แล้วยังไงต่อ หลังจากที่เธอตามพวกนายสองคนไปแล้ว พวกเธอทำอะไรขึ้นมาอีกหรือเปล่า หรือว่าแค่ต้องการอยู่ใกล้ชิดกับพวกนายเท่านั้น ก็เลยต้องการที่จะเข้าไปในป่าพร้อมกับพวกนายสองคน”


    เมิ่งเหวินฮั่นส่ายหน้าให้กับคำพูดของพี่สาว


    “หลังจากที่เข้าไปในป่า ผมกับเจ๋อหยวนก็ไม่ได้ให้ความสนใจพวกเธอทั้งสองคน นอกจากนี้ผมยังได้เจอกับพี่ซุ่นซี หลังจากที่พวกเราล่าสัตว์ไปได้สักพักแล้วนั้น พวกผมก็พักทานข้าวกันและแน่นอนว่าพวกเธอทั้งสองคนก็เข้ามาร่วมวงเพื่อทานข้าวด้วย แต่ก่อนที่พวกเราจะได้ทานข้าว กลุ่มของลุงสือฉินก็เดินเข้ามาซะก่อน ทำให้พวกผมชักชวนลุงสือฉินมาทานอาหารด้วย”


    พูดถึงตอนนี้เมิ่งเหวินฮั่นก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเขาได้เห็นสีหน้ามึนงงของผู้เป็นพี่สาวแล้วนั้น เมิ่งเหวินฮั่นก็รีบเล่าต่อในทันที เพราะไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงได้ลงไม้ลงมือกับเขาในข้อหาหมั่นไส้แน่


    “ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อได้เจอกับกลุ่มของลุงสือฉิน พวกเธอทั้งสองคนก็รู้สึกเปลี่ยนไปในทันทีและพวกเธอยังต้องการที่จะขอตัวกลับก่อนอีกด้วย แต่ว่าก็ถูกลุงสือฉินดักทางเอาไว้ ทำให้เธอต้องกินข้าวกับพวกผมซะก่อน และในตอนนั่นแหละครับที่ปัญหาเกิดขึ้นมา เพราะว่าอาหารที่พวกเธอนำมาด้วยนั้นได้ใส่ยากำหนัดเอาไว้ แต่ผมคิดว่าเพราะอาหารที่เธอนำมามีแต่อาหารที่ชาวบ้านคนธรรมดาไม่ค่อยได้กินสักเท่าไหร่ ทำให้อาหารของพวกเธอถูกอี้หย่งและเถียนจิ้งหวงกินไปจนเกือบหมด หลังจากนั้นพวกเขาทั้งคู่ก็อาการออกในทันที”


    เมิ่งจือหลันไม่คาดคิดเลยว่าสิ่งที่เลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินต้องการก็คือการวางยาปลุกกำหนัด โชคยังดีที่น้องชายของเธอและเจ๋อหยวนไม่ได้กินอาหารของพวกเธอทั้งคู่ไป และนอกจากนี้สิ่งที่โชคดีอีกอย่างก็คือการมีคนอื่นอยู่ด้วย นอกจากเมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนนั่นเอง ดังนั้นต่อให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นมา ก็จะมีพยานให้พวกเขาสองคน


    “แล้วเกิดอะไรขึ้นกับคนทั้งสองคนเหรอ”


    “จะอะไรอีกละครับพี่จือหลัน นอกเสียจากว่าพวกเขาเกิดมีอาการขึ้นมาจนทนไม่ไหว ทำให้พวกเขาเข้าไปกอดเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาทั้งคู่ก็ถูกลุงซือจุนและลุงอี้เทียนดึงร่างกายเอาไว้ เพื่อไม่ให้พวกเขาวิ่งเข้าไปหาเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินได้อีก”


    เมิ่งจือหลันรู้สึกเสียดายจริงๆ ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าคิดที่จะลงมือกับน้องชายและเจ๋อหยวนแบบนั้น เธอก็ไม่คิดที่จะมีความเห็นใจให้กับอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าพวกเธอจะเป็นผู้หญิงเหมือนกันแต่ก็ตาม


    “น่าเสียดาย”


    เสิ่นเจ๋อหยวนยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย เขารู้ดีว่าเมิ่งจือหลันไม่ได้มีท่าทางเรียบร้อยเหมือนอย่างที่แสดงออกมา แต่ตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายนั้นมีความซุกซนและเด็ดขาดอยู่พอสมควร ดังนั้นเมื่อเมิ่งจือหลันพบเจอกับเรื่องที่ทำให้ตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม อีกฝ่ายก็จะไม่ยอมอ่อนข้อให้เด็ดขาด ซึ่งแน่นอนว่าเขาชื่นชอบอีกฝ่ายก็เป็นเพราะจุดนี้อีกเอง เพราะว่าเขาได้พบเจอกับอีกฝ่ายในตอนที่เธอกำลังช่วยเหลือเด็กน้อยคนหนึ่งที่ถูกคนกำลังตี เพราะว่าผู้จัดการร้านคิดว่าเด็กคนนั้นต้องการที่จะขโมยข้าวของในร้านของเขานั่นเอง


    โชคยังดีที่นอกจากเมิ่งจือหลันที่เห็นเหตุการณ์แล้ว ยังมีคนในร้านอีกหลายคนที่ได้เห็นเหตุการณ์ด้วย ทำให้เด็กคนนั้นรอดพ้นจากความผิดที่ตัวเองไม่ได้ทำ นอกจากนี้ผู้จัดการคนนั้นยังให้เด็กน้อยคนนั้นเลือกสิ่งของในร้านไม่ได้อีกด้วย ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มากมาย แต่ก็ถือได้ว่าอีกฝ่ายยังมีน้ำใจอยู่เหมือน


    ส่วนคนร้ายตัวจริงนั้นก็เป็นเขาและเมิ่งเหวินฮั่นที่จัดการจับตัวอีกฝ่ายเอาไว้ได้นั้นเอง และอีกฝ่ายก็ถูกจับกุมตัวไปลงโทษในทันที ซึ่งโทษทัณฑ์ของอีกฝ่ายก็มาพอสมควรเลยทีเดียว เพราะนอกจากอีกฝ่ายจะขโมยของเพื่อนำไปขายแล้วนั้น ผู้ชายคนนั้นก็ยังติดการพนันอีกด้วย


    เมิ่งเหวินฮั่นกระแทกร่างของเสิ่นเจ๋อหยวนเบาๆ หลังจากที่เขาเห็นอีกฝ่ายจ้องมองพี่สาวของเขาอย่างไม่วางตา ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งเหวินฮั่นรู้ดีว่าอีกฝ่ายคิดเช่นไรกับพี่สาวของเขา ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่อีกฝ่ายมีความกล้าที่จะก้าวผ่านกำแพงพี่น้องไปให้ได้ก็พอ ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งเหวินฮั่นก็ทำได้เพียงให้กำลังใจเพื่อนสนิทของเขาเท่านั้น


    “แล้วหลังจากนั้นละ อี้หย่งกับเถียนจิ้งหวงต้องรับผิดชอบเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินหรือเปล่า”


    เมิ่งเหวินฮั่นส่ายหน้าไปมา


    “จุดนี้นี่แหละ เพราะว่าอี้หย่งและเถียนจิ้งหวงต้องการรับผิดชอบพวกเธอสองคน เพราะนอกจากพวกผมและกลุ่มของลุงสือหานแล้วนั้น ยังมีชาวบ้านไปพบเจออีกด้วย ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าทำไมชาวบ้านกลุ่มใหญ่ถึงได้มายังจุดพวกผมอยู่ได้ยังก็ไม่รู้ แต่เพราะว่าในกลุ่มนั้นมีแม่ของเลี่ยงเหมยหรูด้วย ดังนั้นเธอจึงไม่ยินยอมให้ลูกสาวของเธอแต่งงานกับเถียนจิ้งหวง”


    “นอกจากนี้เลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินยังอาศัยจังหวะที่พวกเราทุกคนกำลังเผลอ ทำให้อีกฝ่ายนำอาหารของตัวเองไปโยนทิ้งลงหน้าผาไปเป็นที่เรียบร้อย”







    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70 ที่คุณอ่าน