หานเฟิงทำสีหน้าสงสัย แต่หานหรงกลับยักไหล่เอ่ย "คงจงใจวางกับดักพวกเรากระมัง เข็มขัดวิเศษบนเอวเรานั่น ตระกูลหานก็ให้เรามาชั่วคราวเหมือนกันไม่ใช่หรือไร"
แววตาหานเฟิงเปล่งประกายขึ้นมา "เกือบลืมแล้ว เข็มขัดวิเศษ"
หานเฟิงปลดเข็มขัดวิเศษของฉางอีเทียนออก จากนั้นเทของข้างในออกมา
"หัวสัตว์อสูรระดับหนึ่งยี่สิบสามหัว หัวสัตว์อสูรระดับสองสิบเอ็ดหัว เ้าคนนี้ได้มามากทีเดียว"
"นอกจากนี้ยังมีเงินทองคำจำนวนหนึ่งกับขวดยา"
เมืองเหรินจงไม่ใช่เมืองใหญ่ สิ่งที่ใช้แลกเปลี่ยนซื้อขายเป็เงินทองคำ หากเป็เมืองใหญ่ ทั้งเมืองเต็มไปด้วยผู้ฝึกยุทธ์ สิ่งที่ใช้แลกเปลี่ยนซื้อขายย่อมเป็ศิลาิญญา เงินทองคำสำหรับที่นั่นแล้วก็ไม่ต่างอันใดกับอุจจาระ
หานเฟิงหยิบขวดยาขึ้นมาเปิดออกดมแล้วกล่าว "ดังคาด นี่เป็ผงเล็ก ๆ ที่ติดอยู่บนตัวเ้า ข้าเดาว่าตอนอยู่ในน้ำชะล้างออกไปไม่น้อยแล้ว ไม่อย่างนั้นหากเราขึ้นมา ก็ไม่รู้ว่าจะดึงดูดตัวต่อั์มากเพียงใด"
หานหรงหวาดกลัวขึ้นมาแล้ว
หานเฟิงเหลือบมองหานหรงแล้วกล่าวต่อไป "ผู้ใดได้เห็นย่อมมีส่วนร่วม ข้าจะแบ่งหัวสัตว์อสูรเหล่านี้ให้เ้าครึ่งหนึ่ง"
หานหรงส่ายหน้า "ไม่ได้ เ้าช่วยข้าไว้ เ้าฆ่าฉางอีเทียน ข้าไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับครึ่งหนึ่งนี้"
หานหรงรู้ว่าหานเฟิงอาจกล่าวตามมารยาท หากเขารับไว้ หานเฟิงย่อมไม่ว่ากล่าวอะไร แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาที่พึ่งเข้าใกล้มากกว่าเดิมย่อมเหินห่างออกไปอีกครั้ง
หานเฟิงกล่าวตามมารยาทสองสามคำ จากนั้นจึงเก็บมันกลับไป ในใจรู้สึกพอใจกับหานหรงผู้นี้ทีเดียว
ทั้งสองคนพูดคุยกันอีกสองสามคำ หานหรงจึงประกบมือขึ้นบอก "ไม่รบกวนเ้าแล้ว ข้ายังต้องไปล่าสัตว์อสูรต่อ พรุ่งนี้บ่ายพบกันที่ตีนเขายอดหยก"
"ได้ โปรดระวังตัว"
หานเฟิงไม่ได้รั้งไว้ เขามีความลับของตนมากมาย หากหานหรงรั้งอยู่ข้างกายเขาย่อมอันตรายแล้ว
วันที่สองจึงผ่านไปเช่นนี้ ตกกลางคืน หานเฟิงหยุดล่าสัตว์อสูร เขาปีนขึ้นไปบนต้นไม้ก่อนจะเข้าไปในหอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟ ฝึกฝนกำลังภายในต่อ
บัดนี้หานเฟิงเปิดเส้นลมปราณที่สาม แต่หากเขา้าเปิดเส้นลมปราณที่สี่ จะต้องสั่งสมกำลังภายในสองสามเท่าของเมื่อก่อน การจะทะลวงข้ามระดับจึงไม่ง่ายดายเพียงนั้น
สองวันที่ผ่านมาแม้หานเฟิงขยันฝึกฝนเพียงใด ก็ฝึกได้เพียงเส้นลมปราณที่สามก้าวหน้าไปอีกขั้นเท่านั้น ยังเหลืออีกยาวไกลกว่าจะไปถึงขั้นปลาย
เช้าวันต่อมา หานเฟิงยังคงล่าสัตว์อสูรต่อไป ตกยามบ่าย หานเฟิงก็ย่างสัตว์อสูรอยู่ที่ริมลำธาร
ครั้งนี้เป็สัตว์อสูรแมว มันแตกต่างจากแมวบ้านทั่ว ๆ ไป สัตว์อสูรแมวนี้สูงใหญ่เท่ากับหมาป่าที่ดุร้าย
จู่ ๆ ทันใดนั้น เสียงเห่าหอนก็ดังมาจากไม่ไกล หานเฟิงหน้าเปลี่ยนสีในทันที เขาผุดลุกขึ้น
เสียงหอนนี้อยู่ไม่ไกลแล้ว เขากลับพึ่งพบมันในตอนนี้!
อีกฝ่ายส่งเสียงเห่าหอน หากไม่ใช่....
"สัตว์อสูรตัวนี้ จะต้องเป็ระดับสองขึ้นไปเป็แน่ ไม่เช่นนั้นข้าย่อมต้องััถึงมันได้"
"ข้าสะเพร่าเกินไปแล้ว คิดเพียงว่าจุดไฟกลางคืนจะดึงดูดความสนใจของสัตว์อสูร เกือบลืมไปว่ากลางวันก็มีความเป็ไปได้เช่นกัน"
กลิ่นของเนื้อลอยฟุ้งขึ้นมา หัวใจของหานเฟิงพลันกระตุก "บางทีกลิ่นนี้ก็อาจเป็ปัญหาเช่นกัน แต่สัตว์อสูรระดับสามปกติแล้วจะพบในป่าลึกของเขายอดหยกไม่ใช่หรือ?อีกทั้งปกติมันจะออกมาเฉพาะยามกลางคืน เหตุใดมันจึงออกมากลางวันได้เล่า"
"ดูเหมือนความรู้ที่ครูฝึกหลินสอนจะยังไม่ครอบคลุม"
ไม่นาน หมาป่าขนาดั์ตัวหนึ่งก็โผล่มาในลานสายตาของหานเฟิง
ขนของหมาป่าั์ตัวนี้เป็สีม่วงอมคราม ดวงตาของมันเป็สีแดง ใบหูของมันแตกต่างจากหมาป่าั์ทั่วไป มันใหญ่กว่า อีกทั้งกลางหน้าผากของมันยังมีเขาสีครามอมแดง
รูม่านตาของหานเฟิงหดตัว "หรือว่านี่จะเป็หมาป่านับรบหนึ่งเขาเ้าถิ่นเขายอดหยกที่ครูฝึกหลินกล่าวถึง!!"
"หมาป่านักรบหนึ่งเขาเป็สัตว์อสูรระดับห้าเมื่อมันโตเต็มวัย ว่ากันว่าตัวที่อยู่บนเขายอดหยกเป็สัตว์อสูรระดับหกเข้าไปแล้ว ความแข็งแกร่งเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับกลาง ไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะต่อกรได้อย่างแน่นอน"
ในใจของหานเฟิงตื่นตระหนก แต่ใบหน้ากลับยังคงความสงบเอาไว้
ด้วยความสงบนี้ หานเฟิงจึงพบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ขนาดของหมาป่านักรบหนึ่งเขาตรงหน้า เกือบจะเล็กกว่าที่ครูฝึกหลินเคยกล่าวถึงก่อนหน้านั้นกว่าครึ่ง และความแข็งแกร่งของมันเป็เพียงสัตว์อสูรระดับสามเท่านั้น
อีกทั้งในบรรดาสัตว์อสูรระดับสาม มันก็นับว่าไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนัก
"นี่คงไม่ใช่ลูกของหมาป่านักรบหนึ่งเขาระดับหกนั่นกระมัง"
หานเฟิงมั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
ผลคือหานเฟิงยิ่งระมัดระวังกว่าเดิม หากเขาทำให้หมาป่านักรบหนึ่งเขานี่ได้รับาเ็ บางทีอาจจะไปดึงดูดหมาป่านักรบหนึ่งเขาสัตว์อสูรระดับหกนั่นออกมา
สติปัญญาของสัตว์อสูรระดับห้าถึงระดับแปดจะค่อยพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้ด้อยไปกว่ามนุษย์อายุสิบสี่สิบห้าปี
สติปัญญาของสัตว์อสูรระดับเก้าถึงระดับสิบสอง ไม่แตกต่างอันใดกับมนุษย์ผู้ใหญ่
สัตว์อสูรระดับปฐี กระทั่งว่าสามารถพูดได้
สัตว์อสูรระดับ์สามารถแปลงกายเป็มนุษย์ได้หากพวกมัน้า
หากอยากแปลงกายโดยสมบูรณ์ พวกมันต้องระดับสูงยิ่งกว่านั้นขึ้นไป เพียงแต่ระยะเวลาในการก่อตั้งตระกูลหานสั้นเกินไป ตระกูลหานจึงไม่รู้ว่าระดับเหนือระดับสรรค์ขึ้นไปคือระดับใด
หมาป่านักรบหนึ่งเขาส่งเสียงคำรามต่ำออกมา น้ำลายมันไหลย้อยลงมาจากปาก
หานเฟิงถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเสียไม่ได้ จากนั้นจึงฉีกเอาขาแมวย่างขาหนึ่งออกมา ขว้างมันออกไป
หมาป่านักรบหนึ่งเขาดมมัน แล้วกลืนมันลงไปในคำเดียว ตอนที่มันคายออกมาอีกครั้งก็เหลือเพียงกระดูกขาว ๆ แล้ว
หานเฟิงกัดฟัน จากนั้นโยนแมวย่างทั้งตัวออกไป เมื่อหมาป่านักรบหนึ่งเขาเขมือบแมวย่างตัวนั้นลงไป หานเฟิงก็รีบะโหนีไปทันที เขาพึมพำกับตนเอง "ข้าอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว ถึงแม้หมาป่านักรบหนึ่งเขาตัวนี้จะเป็เพียงระดับสาม แต่แม่ของมันเป็สัตว์อสูรระดับหก บางทีสติปัญญาของหมาป่านักรบหนึ่งเขาตัวนี้ก็ไม่ต่ำแล้ว ไม่แน่ว่าแม่ของมันอาจจะซุ่มอยู่แถว ๆ นี้
หลังจากหมาป่านักรบหนึ่งเขากินแมวย่างตัวนั้นแล้ว มันก็หรี่ดวงตาสีแดงลงเล็กน้อย ยกจมูกขึ้นดมฟุดฟิด จากนั้นไล่ตามไปในทันที ทิศทางที่มันวิ่งไปเห็นได้ชัดว่าเป็ทิศทางที่หานเฟิงวิ่งหนีไป
หมาป่านักรบหนึ่งเขาเป็อย่างที่หานเฟิงคิดจริง ๆ อีกทั้งสติปัญญาของมันไปไกลเกินกว่าสัตว์อสูรระดับสามทั่วไปหลายเท่า
แต่ไม่ใช่เพราะมันมีแม่ที่เป็สัตว์อสูรระดับหก
ขณะที่มันวิ่งไป หมาป่านักรบหนึ่งเขาส่งเสียงหอนอีกหลายครั้ง ทำให้สัตว์อสูรรอบ ๆ แตกกระเจิงหนีไป
ที่นี่ไม่ใช่เขตลึกของเขายอดหยก ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็สัตว์อสูรระดับสอง การปรากฏกายอยู่ที่นี่ของสัตว์อสูรระดับสาม ก็เพียงพอที่จะสร้างความตกตะลึงและความหวาดกลัวให้กับสัตว์อสูรมากมายแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น บนร่างกายของหมาป่านักรบหนึ่งเขาตัวนี้ยังมีกลิ่นอายของแม่มันหลงเหลืออยู่
สัตว์อสูรระดับหก ย่อมเป็สัตว์อสูรเ้าป่าของเขายอดหยกแห่งนี้
แน่นอนว่าย่อมไม่มีสัตว์อสูรตนใดกล้าขวางทางมัน
หานเฟิงผู้ที่วิ่งอยู่ข้างหน้า หน้าเปลี่ยนสีโดยพลัน "บัดซบ เ้าหมาป่านักรบหนึ่งเขานี่ไม่พอใจกับแมวทั้งตัวรึไงนะ หรือว่ามันอยากจะกินข้าจริง ๆ? "
หานเฟิงจะรู้ได้อย่างไรว่าสำหรับสัตว์อสูรแล้ว มนุษย์จึงจะเป็อาหารที่โอชะที่สุด?หมาป่านักรบหนึ่งเขายังได้กลิ่นอายที่แตกต่างจากผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นบนตัวหานเฟิง กลิ่นอายนี้บอกหมาป่านักรบหนึ่งเขาว่ามนุษย์นี่จะต้องโอชะเป็แน่ ทั้งยังโอชะยิ่งกว่ามนุษย์คนใด
หมาป่านักรบหนึ่งเขาไม่ได้กินมนุษย์แสนอร่อยมานานแล้ว จู่ ๆ ก็ได้พบกับมนุษย์ที่โอชะยิ่งกว่ามนุษย์ทั่วไป หมาป่านักรบหนึ่งเขาจะปล่อยคนผู้นี้ไปได้อย่างไร?
หานเฟิงผู้ที่วิ่งอยู่ข้างหน้า ได้ยินเสียงหอนของหมาป่าใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ สุดท้ายเขาจึงหยุดวิ่ง ใบหน้าดำทะมึน "เดรัจฉาน ข้าไม่อยากฆ่าเ้าเพราะไม่อยากให้แม่เ้าออกมา แต่ในเมื่อเ้าอยากจะกินข้ามากเพียงนั้น อย่าได้ตำหนิข้าที่ต้องฆ่าเ้าแล้ว"
"ข้าออกไปจากเขายอดหยกก่อนได้ อีกทั้งยังมีครูฝึกหลินที่รับมือกับสัตว์อสูรระดับหกได้ ด้วยหัวของสัตว์อสูรที่ข้าล่ามาได้ในตอนนี้ก็รับรองได้แล้วว่าข้าจะต้องอยู่ในสามอันดับแรกเป็แน่!"