เพล้ง! เคร้ง!
เสียงโลหะแตกหักดังสนั่นหวั่นไหวอย่างต่อเนื่อง ทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของหุบเขาซากกระบี่จนป่นปี้ เซี่ยฟานไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักรทำลายล้าง เขาเดินดุ่มๆ ไปตามทางสายหลักของหุบเขา เจอซากกระบี่ที่ไหน ก็ฟาดอีเต้อใส่ที่นั่น
เศษเหล็กิญญานับร้อยชิ้นถูกอีเต้อดูดกลืนเข้าไป รวดลายสีแดงบนด้ามจับเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ "ยังไม่พอ..." เซี่ยฟานพึมพำ แม้จะกินไปมากแล้ว แต่อีเต้อเหมือนหลุมดำที่ไม่มีวันเต็ม ยิ่งมันแข็งแกร่งขึ้น เซี่ยฟานยิ่งััได้ว่าน้ำหนักของมัน 'สมดุล' กับแรงของเขามากขึ้น ราวกับมันกำลังปรับจูนตัวเองให้เข้ากับสรีระของเ้าของ
"หยุดเดี๋ยวนี้! เ้าคนวิปลาส!"
เสียงะโก้องด้วยโทสะดังมาจากด้านหลัง เซี่ยฟานชะงักมือที่กำลังจะทุบหอกโบราณเล่มหนึ่ง เขาค่อยๆ หันกลับไปมองด้วยสายตาเรียบเฉย
เบื้องหน้าของเขา คือกลุ่มชายหนุ่มหญิงสาว 5 คน สวมชุดเครื่องแบบสีคราม ปักลาย 'ภูผาเหล็ก' ที่อกเสื้อ พวกนี้คือศิษย์ของ 'สำนักกระบี่ภูผา' (Iron Mountain Sword Sect) สำนักฝ่ายธรรมะที่มีชื่อเสียงเื่ความแข็งแกร่งของเพลงดาบ และพวกเขากำลังมองเซี่ยฟานด้วยสายตาที่เหมือนมองปีศาจร้าย
"เ้ากล้าดียังไง..." ชายหนุ่มที่เป็ผู้นำกลุ่ม ก้าวออกมาข้างหน้า ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "หุบเขาแห่งนี้คือสุสานของบรรพชน! ศาสตราทุกเล่มมีจิติญญา! เ้าบังอาจเอา... เอาจอบขุดดินโสโครกนั่นมาทุบทำลายพวกมันรึ!?"
เซี่ยฟานมองหน้าอีกฝ่าย แล้วก้มมองหอกในมือ "ของพวกนี้... เ้าของตายไปเป็ร้อยปีแล้ว สนิมกินจนผุ" เขาตอบเสียงเรียบ "ข้าแค่ช่วยเก็บขยะ"
"เก็บขยะ!?" ศิษย์หญิงคนหนึ่งกรีดร้อง "นั่นคือ 'หอกทะลวงเมฆา' ของปรมาจารย์รุ่นที่ 4! เ้า... เ้ามันเดรัจฉานที่ไม่รู้จักคุณค่าของศิลปะ!"
"ศิษย์พี่หลิว! อย่าไปพูดกับมัน ฆ่ามันซะ! เอาหัวมันมาเซ่นไหว้ดวงิญญาบรรพชน!"
กลุ่มศิษย์สำนักกระบี่ภูผาชักกระบี่ออกจากฝักพร้อมกัน ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! กระบี่ของพวกเขาหนาและหนักกว่ากระบี่ทั่วไป สมชื่อสำนักภูผา กลิ่นอายลมปราณระดับ 'รวบรวมปราณ ขั้น 6 ถึง 7' แผ่ออกมาประสานกัน
"ตั้งค่ายกล... กำแพงเหล็ก!" ผู้นำกลุ่มสั่งการ ทั้ง 5 คนกระจายตัวล้อมเซี่ยฟานไว้ในรูปแบบห้าเหลี่ยม กระบี่ของพวกเขาเปล่งแสงสีเหลืองนวล เชื่อมต่อกันเป็ม่านพลังป้องกันที่ดูแข็งแกร่งดั่งป้อมปราการ
เซี่ยฟานถอนหายใจ "ข้าแค่จะมาหาแร่... ทำไมต้องมีแมลงหวี่แมลงวันมาตอมอยู่เรื่อย" เขาเหวี่ยงอีเต้อพาดบ่า แววตาเปลี่ยนเป็สีเทา 'เนตรศิลา'
ในสายตาของคนทั่วไป ค่ายกลกำแพงเหล็กนี้ไร้ช่องโหว่ มันคือการประสานลมปราณธาตุดินที่เน้นการตั้งรับและสวนกลับที่รุนแรง แต่ในสายตาของเซี่ยฟาน... เขาเห็น 'เส้น' ของการไหลเวียนพลังปราณ และเขาเห็น 'จุดเชื่อมต่อ' ที่เปราะบางที่สุด ตรงตำแหน่งของผู้หญิงที่ยืนอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้... นางมีลมปราณอ่อนที่สุดในกลุ่ม
"ฆ่า!" ผู้นำกลุ่มะโ ทั้ง 5 คนพุ่งเข้ามาพร้อมกัน กระบี่ทั้งห้าเล่มฟันลงมาที่เซี่ยฟานจากทุกทิศทาง แรงกดดันมหาศาลเหมือนูเากำลังถล่มทับ
เซี่ยฟานไม่ปะทะกับกระบี่พวกนั้น เขาถีบตัวพุ่งเข้าหาศิษย์หญิงที่อ่อนแอที่สุดทันที!
"เ้าโง่! ค่ายกลของเราถ่ายเทความเสียหายได้! เ้าโจมตีนาง ก็เหมือนโจมตีแผ่นเหล็กหนา!" ผู้นำกลุ่มเยาะเย้ย
เซี่ยฟานไม่สนคำเตือน เขากระชับด้ามอีเต้อ ส่งพลังปราณกระตุ้นอักขระ 'สั่นะเื' หัวอีเต้อส่งเสียง หวิง แหลมสูง เขาไม่ได้ฟัน... แต่เขา 'กระแทก' ด้านแบนของอีเต้อใส่กลางลำตัวกระบี่ของศิษย์หญิงคนนั้น
เปรี้ยง!
วินาทีที่ปะทะ ความเชื่อมั่นของสำนักกระบี่ภูผาก็พังทลาย พลัง 'สั่นะเื' ไม่ได้ถูกถ่ายเทไปตามค่ายกล แต่มัน 'รบกวน' ความถี่ของโมเลกุลเหล็กโดยตรง
เคร้ง! กระบี่ระดับมนุษย์ขั้นกลางในมือหญิงสาวแตกกระจายกลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันที! แรงสั่นะเืส่งผ่านด้ามกระบี่เข้าสู่แขนของนาง
"กรี๊ดดดดด!" นางกรีดร้อง แขนขวาบิดงอผิดรูป กระดูกภายในถูกคลื่นเสียงบดจนละเอียด ร่างกระเด็นหลุดออกจากวงล้อม
วูบ! ค่ายกลกำแพงเหล็ก... แตกสลายทันทีเมื่อขาดไปหนึ่งมุม
"น้องเล็ก!" ผู้นำกลุ่มเบิกตากว้าง "เป็ไปไม่ได้! กระบี่นางทำจากเหล็กไหลพันปี..."
"เหล็กไหลหรือ?" เซี่ยฟานยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมที่แตกกระเจิง อีเต้อในมือสั่นระริก ดูดกลืนเศษกระบี่ที่เพิ่งแตกไปอย่างหิวกระหาย "เหล็กเปราะๆ แบบนั้น... เอามาทำจอบขุดดินยังไม่ได้เลย"
เซี่ยฟานเงยหน้ามองอีก 4 คนที่เหลือ แววตาของเขาไม่ใช่แววตาของเหยื่ออีกต่อไป "กระบี่ของพวกเ้า... ดูน่าอร่อยดีนี่"
ความกลัวจับขั้วหัวใจศิษย์สำนักภูผา คำพูดนั้นไม่ได้ขู่... แต่มันเหมือนคนหิวที่มองเห็นอาหาร
"แยกย้ายกันโจมตี! อย่าปะทะอาวุธตรงๆ!" ผู้นำกลุ่มะโเสียงหลง "มันมีวิชาทำลายศาสตรา!"
แต่สายไปแล้ว เซี่ยฟานใช้ 'ท่าเท้าอสูรถล่มปฐี' เขาเหวี่ยงอีเต้อนำทาง แล้วพุ่งตัวตามแรงเหวี่ยงนั้นไปหาเหยื่อรายต่อไป ความเร็วของเขานั้นดูเทอะทะ แต่มันรุนแรงเกินกว่าจะหยุดยั้ง
ตึง! เพล้ง! คนที่สอง... ยกกระบี่กันตามสัญชาตญาณ ผลคือกระบี่หักสะบั้นพร้อมกระดูกไหปลาร้า ตุบ! คนที่สาม... พยายามแทงสวน แต่เซี่ยฟานใช้ด้ามอีเต้อปัดกระบี่ แล้วใช้ด้านแหลม 'เกี่ยว' ขาจนล้ม แล้วกระทืบซ้ำที่หน้าอก
เพียงพริบตาเดียว ศิษย์สำนักภูผา 4 คนลงไปนอนกองกับพื้น หมดสภาพต่อสู้ เหลือเพียงผู้นำกลุ่ม ผู้มีระดับ 'รวบรวมปราณ ขั้น 8' ยืนขาสั่นระริก
"เ้า... เ้าเป็ใครกันแน่..." เขาก้าวถอยหลัง กำกระบี่ในมือแน่น กระบี่เล่มนี้คือ 'กระบี่ผ่าศิลา' ระดับมนุษย์ขั้นสูง สมบัติประจำตระกูลของเขา
เซี่ยฟานจ้องมองกระบี่เล่มนั้น เนตรศิลาบอกเขาว่า... เล่มนี้เกรดดี โครงสร้างภายในเรียงตัวสวยงาม ไม่มีรอยร้าว
"ส่งกระบี่มา..." เซี่ยฟานยื่นมือออกไป "แล้วข้าจะหักแค่แขนเ้าข้างเดียว"
"อย่ามาดูถูกกันนะโว้ย!" ผู้นำกลุ่มกัดฟัน รวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย "ข้าคือ หลี่มู่ ศิษย์เอกแห่งสำนักภูผา! ข้าจะไม่ยอมเสียเกียรติให้ขอทานอย่างเ้า!" "เคล็ดวิชาลับ... ดาบผ่าภูผา!"
หลี่มู่ะโลอยตัวขึ้นสูง กระบี่ในมือขยายขนาดขึ้นด้วยลมปราณสีเหลืองทอง กลายเป็ดาบแสงขนาดั์ที่พร้อมจะผ่าหินผาให้แยกเป็สองซีก
เซี่ยฟานแหงนหน้ามอง แรงกดดันรุนแรง... ถ้าโดนเข้าไปคงเจ็บหนัก แต่... "ะโขึ้นไปทำไม?" เซี่ยฟานพึมพำ
คนเราเมื่อลอยอยู่กลางอากาศ... ก็คือเป้านิ่งที่เปลี่ยนทิศทางไม่ได้ เซี่ยฟานปักขาแน่น เหวี่ยงอีเต้อไปด้านหลังจนสุดแขน กล้ามเนื้อหลังบิดเกร็งจนเสื้อผ้าฉีกขาด เขาไม่รอรับ... แต่เขา 'หวดสวน' ขึ้นไป!
"ขุดเสย!" (Uppercut Excavation)
ตูม!
ด้านแบนของอีเต้อปะทะเข้ากับคมกระบี่แสงกลางอากาศ พลังปราณสีเหลืองทองะเิกระจายออกเหมือนพลุ แต่อีเต้อสีนิลกาฬนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่า มันทะลวงผ่านคลื่นพลัง แล้วกระแทกเข้ากับใบกระบี่จริง
เคร้งงงงง!
เสียงโลหะกรีดร้องยาวนาน กระบี่ผ่าศิลา... งอพับเป็รูปตัว V ก่อนจะดีดตัวหักเป็สองท่อน! แรงกระแทกส่งผ่านไปถึงตัวหลี่มู่ ร่างของเขาลอยเคว้งคว้าง เืพุ่งออกจากปาก ก่อนจะร่วงลงมากระแทกพื้นดัง แอ้ก!
เซี่ยฟานเดินเข้าไปหาซากกระบี่ส่วนปลายที่หักตกลงมา อีเต้อดูดกลืนมันเข้าไปทันที แสงสีแดงวาบขึ้นที่ตัวอีเต้ออย่างพึงพอใจ ...โลหะชั้นดี... แข็งแกร่ง...
เซี่ยฟานหันไปมองหลี่มู่ที่นอนหายใจรวยริน "เกียรติของเ้า... รสชาติใช้ได้"
เขาเดินเข้าไปค้นตัวผู้แพ้ หยิบถุงเฉียนคุนของทุกคนมา แล้วหยิบแผนที่แผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อของหลี่มู่ มันคือ 'แผนที่ส่วนใน' ของหุบเขาซากกระบี่ และมีวงกลมสีแดงวงไว้ที่จุดหนึ่ง เขียนกำกับว่า "สุสานจักรพรรดิดาบคลั่ง"
ดวงตาของเซี่ยฟานเป็ประกาย "จักรพรรดิดาบ... งั้นก็ต้องมีดาบดีๆ ให้ขุดอีกเพียบสินะ?"
เขาก้าวข้ามร่างของเหล่าศิษย์ผู้พ่ายแพ้ มุ่งหน้าสู่ส่วนลึกของหุบเขา ทิ้งให้พวกมันนอนมองแผ่นหลังของ 'ยมทูตถือจอบ' ด้วยความสิ้นหวัง