กริ๊ดดดด!! คุณเป็ใคร
“โอ้ยๆๆ เดี๋ยวๆใจเย็นคุณ”
ทั้งมือทั้งหมอนประโคมใส่ไม่ยั้งจนชายร่างเปลือยต้องลุกหนีออกจากเตียงอย่างโมโหปนใที่มีคนปลุกเขาด้วยรอยมือ
“ยี้!! ทุเรส”
ท่านหญิงที่ไม่เคยเห็นร่างเปลือยชายใดมาก่อนต้องรีบเอาหมอนที่อยู่ในมือปิดหน้าอย่างไว ส่วนสิงห์หนุ่มที่ตั้งสติได้ก็เดินเข้าไปใส่ผ้าเช็ดตัวแล้วเดินออกมา
“ไม่โป๊แล้วคุณ”
“นี่นะไม่โป๊คุณ ทำไมไม่แต่งตัวให้มิดชิด”
“เื่มากหน่า เมื่อคืนคุณเห็นมากกว่านี้อีก”
“ยี้! หยุดพูดแบบนี้นะ”
สิงห์หนุ่มกุมขมับเมื่อเห็นบนตัวมีแต่รอยขวนที่หญิงคนนั้นทำ มีทั้งรอวจิกของเล็บที่คาดว่าส่วนเนื้อคงอยู่ในซอกเล็บเธอเพราะที่เห็นด้วยตาตอนนี้แผลเขาแดงจนเห็นเนื้อข้างใน แสบชิบหาย
“คุณเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง ฉันจำได้ลางๆว่าเพื่อนฉันพาขึ้นมานอนอยู่บนนี้”
“คุณนั้นแหละเข้ามานอนในห้องผม ”
“ไม่มีทางเพื่อนฉันไม่มีทางให้ฉันมานอนห้องคนอื่นแน่ๆ คุณอย่ามาอ้างนะ”
“นี่คือห้องของผม”
สิงห์หนุ่มเดินไปจับคีย์การ์ดโรงแรมขึ้นโชว์ เพื่อแสดงว่าตนไม่ได้เข้าผิดตนมีคีย์การ์ดจริงๆซึ่งคีย์การ์ดนี้เขาได้มาจากเพื่อนสนิทที่เป็ผู้บริหารเป็ประธานของที่นี่และยังสนิทกันอีกด้วย แต่์ช่างกลั่นแกล้งเมื่อปรากฏเลขที่ห้อง 502 อย่างชัดเจนไม่ใช่ 501ที่พนักงานหน้าเคาน์เตอร์โรงแรมบอกเมื่อคืน
งานนี้สิงห์ผิดเต็มๆ จึงสูดหายใจเข้าลึกๆเข้าสารภาพความเป็มาของเื่และอธิบายทุกอย่างที่เป็เื่จริงของทั้งหมดให้หญิงฟัง กว่าจะคุยและเคลียร์กันได้ก็ใช้เวลาไปร่วมชั่วโมง
“เฮ้ย..สิ่งที่เสียไปแล้วก็ถือว่าเสียไป ฉันไม่ติดใจอะไรขอแค่ต่างคนต่างอยู่ไม่รู้จักกันก็พอ และที่สำคัญลืมเื่วันนี้ไปสะ”
บอกเขาไปแต่ใจโครตช้ำหมดสิ้นแล้วความสาวที่รักษามาตามคำสอนของหม่อมแม่ หมดสิ้นไม่มีเหลือสักนิดเมื่อรอยเืที่มันโชว์อยู่ผื้นผ้าปูเตียงของโรงแรมอย่างเด่นหราด้วยความเป็สีแดงที่อยู่บนสีขาวของผ้าปูเตียง
“คงเป็ไปไม่ได้ มันเป็ความผิดผม ผมจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ผมทำเอง”
“ฉันไม่้า ”
“แต่ผมไม่ได้ป้องกัน ในท้องคุณตอนนี้อาจจะมีลูกของผมอยู่ในนั้นก็ได้”
“อย่าพูดมั่วๆ”
“ผมพูดจริง ผมแข็งแรงผมเช็คร่างกายทุกเดือน ตอนนี้อสุจิผมอาจจะเข้าไปฝังตัวอยู่ในรังไข่คุณแล้วก็ได้”
“แล้วคุณทำไมไม่ป้องกัน นี่คุณนอนกับผู้หญิงแปลกหน้าแล้วไม่ป้องกันทุกคนเลยหรอ”
“บ้าหน่าคุณผมป้องกันทุกคน แล้วเมื่อคืนนี้แรกๆผมก็ป้องกัน แต่ผมพกมาแค่3 มันหมดก่อนรอบต่อๆมาเลยไม่ได้ใส่”
“ยี้..แล้วฉันจะเป็โรคอะไรมั้ยเนี้ย”
“ก็ผมบอกแล้วไง ผมตรวจร่างกายทุกปี ผมไม่มีโรคอะไร คุณไม่ต้องห่วง”
“ไอ้บ้า”
ท่านหญิงขว้างหมอนใส่สิงห์หนุ่มอย่างแรงไม่ออมมือแล้วใช้ผ้าห่มคลุมตัวเดินไปจับชุดตัวเองแล้วเข้าห้องน้ำไป เมื่อแต่งตัวเสร็จกำลังจะใส่รองเท้าเดินออกไปจากห้องเฮงซวยนี้ก็เจอสิงห์หนุ่มจูงแขนเดินมาที่โฟฟาเพื่อพุดคุยเจรจาอีกครั้ง และครั้งนี้ทุกคนพูดกันจริงจังสิงหห์หนุ่มยังยืนยันจะรับผิดชอบแต่ก็ถูกท่านหญิงปฏิเสธเหมือนเดิม เมื่อการเจรจาไม่เป็ผลจึงพากันแยกย้ายและยึดคำของท่านหญิงเป็หลักคือต่างคนต่างอยู่ ไม่รู้จักกันและไม่พูดถึงเื่เมื่อคืนอีก
“กลับมาแล้วหรอ ไปค้างอ้ามแรมกับผู้ชายที่ไหนมาไม่กลับมานอนที่วัง”
“ฉันอายุ 25ปีแล้ว ไม่จำเป็จะต้องบอกให้ใครรู้ โดยเฉพาะคนนอก!!”
“นัง……..”
พูดได้แค่นั้นเมื่อท่านหญิงเดินหนีขึ้นไปยังห้องของตน ปล่อยให้สองแม่ลูกมันเจ็บใจอยู่ข้างล่างนั้นแหละ และดีแล้วที่เดินขึ้นมาเพราะตอนนี้คงไม่มีแรงมากพอที่จะไปวัดฝีปากกับใคร เมื่อมาถึงยังห้องนอนท่านหญิงคนงามก็ผลักประตูห้องน้ำอย่างแรงแล้วจัดการถอดเสื้อผ้าอาบน้ำขัดตัวอย่างแรงเพื่อลบรอยจุดแดงๆตามเนื้อตัวโดยเฉพาะหน้าอกที่ผู้ชายคนนั้ทำไว้ น้ำตาหนึ่งหยดไหลริน ไม่มีแม้เสียงสะอื้นที่ต้องตามมา พยายามเข้มแข็งกับทุกสิ่งอดกลั่นไว้น้ำตาไม่ให้อ่อนแอ ธิดาหม่อมนิดคนนี้จะต้องเข้มแข็งเพื่อให้ท่านภูมิใจ
ก๊อกๆๆ ท่านหญิงขา นมเองคะ"
“สักครู่นะคะนม หญิงแต่งตัวสัครู่”
ผ่านไปไม่ถึง2 นาทีท่านหญิงคนงามของวังก็เดินมาเปิดประตูให้นมที่รักอย่างรวดเร็ว เพราะไม่อยากให้นมรอนานเนื่องด้วยนมนั้นแก่แล้วยืนนานๆจะปวดได้
“นมเอาสำรับมาให้ทานคะ ”
“ขอบใจจ๊ะนม ถ้าไม่มีนมหญิงคงไม่อยากอยู่ที่นี่”
“อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ ท่านชายรักท่านหญิงมากนะคะ”
“รักหรือคะ นมคงเข้าใจผิดแล้วละคะ”
พุดไปร้องไห่ไป จากที่คิดว่าตัวเองเข้มแข็งได้กลับต้องเสียน้ำตา ทุกอย่างที่มันเข้ามาเธอแทบจะรับไม่ได้ด้วยซ้ำกับอายุแค่25ปี เธอคิดถึงหม่อมแม่ คิดถึงคำปลอบประโลมของท่านในยามที่ตนมีปัญหา คิดถึงอ้อมกอดที่ปกป้องหญิงจากทุกสิ่งที่มันจะเข้ามาทำร้าย ทำไมหม่อมแม่ถึงใจร้ายไม่เอาหญิงไปด้วยหญิงไม่อยากอยู่แล้วทุกคนใจร้ายกับหญิงเหลือเกินแม้กระทั้งความบริสุทธ์เขาก็พรากมันไปจากหญิง ทำไมกันทำไมถึงใจร้าย แค่ท่านพ่อคนเดียวไม่พอใจใช่มั้ย ์ถึงใจร้ายเอาเขามาพรากความสาวของเธอไป
ด้านสิงห์หนุ่มที่ออกจากโรงแรมนั้นมาตนก็ขับรถมุ่งหน้าไปที่บ้านคำเพชรบูรณ์ของตนทันที เื่ที่เกิดในวันนี้เขาไม่สามารถจะลืมได้ดั่งคำขอของเธอจริงๆ เขารู้สึกผิดมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ปล่อยทุกอย่างไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามคำขอของผู้หญิงคนนั้นคนที่เขาไม่รู้กระทั้งชื่อ
“อ่าวสิงห์ พึ่งกลับมาหรอ”
“ครับเจ้วี แล้วม๊าละครับ ”
“ม๊าดีขึ้นแล้ว หมอให้กลับบ้านได้วันนี้ ตอนนี้ป๊าเฝ้าอยู่”
“แล้วพี่ซีหร่าน กับหนุ่มๆที่เหลือละครับ”
“ผาไปหาเพื่อน ส่วนอีกสองคุยธุรกิจที่ห้องทำงาน”
“งั้นผมไปหาพวกเขานะครับ”
เมื่อขอตัวออกมาจึงเดินไปยังห้องทำงาน ที่เมื่อก่อนมันเป็ของป๊าแต่เมื่อป๊าวางมือจึงตกเป็ของเสือที่ต้องสานธุรกิจต่อ
ก๊อกๆ สิงห์หนุ่มเคาะประตูอยู่ไม่นานก็ได้คำตอบรับจากด้านในให้เข้าไปได้ เขาก็เปิดประตูเข้าไปอย่างไม่รีรอเพราะอยากจะพูดจุดประสงค์ของตัวเองให้คนข้างในฟัง
“พี่ซีหร่านสวัสดีครับ”
พี่เขยอย่างซีหร่านพยักหน้าเล็กน้อยตามแบบฉบับของตนที่เงียบขรึม แถมยังยิ้มน้อยๆให้น้องภรรยาเมื่อเห็นรอยเล็บที่ปรากฏอยู่ตามลำคอ ซึงเ้าตัวก็ได้แต่แปลกใจที่ทุกคนยิ้มทำไม และไม่เฉลียวใจเลยว่าตามร่างกายส่วนบนนั้นมีแต่รอยเล็บของหญิงสาวที่นอนด้วยเมื่อคืน
“ว่าไงเฮีย เข้ามาแบบรีบๆแบบนี้มีอะไรให้กระผมรับใช้”
“เสือ ช่วยส่งคนไปสืบหน่อยดิว่าผู้หญิงที่ออกมาจากห้องเดียวกับฉันเมื่อเช้านี้เป็ใคร”
“อะไรกัน เฮียสนใจผู้หญิงที่นอนด้วยั้แ่เมื่อไร ปกติเสร็จแล้วก็แยกย้าย”
“อย่ากวนหน่า ”
“ได้ๆ เดี๋ยวให้คนจัดการให้”
เมื่อได้ทำในสิ่งที่ตน้า ก็รีบขอตัวออกมายังห้องเพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย เพราะตอนนี้มันเหนียวเหนอะหนะไม่สบายตัวยังไงไม่รู้
“โอ้ยๆๆ”
เขาร้องออกมาอย่างดังกับความแสบที่มันจิ๊ดขึ้นตามผิว ยายผู้หญิงบ้า ไม่รับผิดชอบเขาแล้วยังทำแผลไว้ให้ดูต่างหน้าอีก แสบฉิบหาย สุดท้ายเมื่อความแสบเริ่มเบาจากการอาบน้ำเสร็จก็ต้องร้องอ้อในใจว่าทำไมเมื่อเช้าพี่เขยกะน้องชายถึงได้ทำหน้าแบบนั้น แล้วนี่เจ้วีจะเห็นแล้วเอาไปฟ้องม๊าป่าววะเนี้ย