ย้อนอดีตกลับมารักเธอ

    ตอนที่12 อร่อยนะ

    บาสมองทั้งสี่คนอย่างงงๆ มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่านะ ทำไมถึงมองแบบนี้ เขาก็แค่ขายหมูปิ้งเอง
    “บาสรู้หรือเปล่าว่าการขายในโรงเรียนน่ะ จำเป็นต้องใช่เงินประมูลช่อง และแม่รู้มาว่าราคาไม่ต่ำกว่าสองหมื่น!” แม่หน่อยพูดจาขึงขัง เเกรู้สึกกังวลมากเมื่อบาสบอกว่าจะขายที่โรงเรียน มันไม่เหมือนกับขายตลาดที่เสียค่าที่ไม่กี่สิบบาท เธอไม่มีเงินพอที่จะจ่ายให้ลูกชายขายที่โรงเรียน
    “นั่นน่ะสิลูก ขายปลาดุกและอึ่งที่ตลาดตอนนี้ก็เงินดีแล้ว ทำไมจะต้องขายที่โรงเรียนด้วยล่ะ มันจะได้กำไรสักเท่าไหร่กันเชียว” พ่อรุ้งเห็นด้วยกับการขายที่ตลาด แต่การขายในโรงเรียนนั้นแกไม่เห็นด้วย เหตุผลก็เพราะค่าที่มันแพงซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับแม่หน่อย
    “นั่นสิบาส คิดใหม่เหอะว่ะ แล้วไอ้หมูปิ้งเนี่ยจะได้สักกี่ตังค์เชียว” พี่เมย์เองก็เห็นด้วยกับคำพูดพ่อแม่ มันไร้สาระเกินไปเพียงขายหมูปิ้งที่โรงเรียน กำไรซักเท่าไหร่กันเชียว
    พี่น้ำเป็นคนเดียวที่ยังเงียบอยู่ สักพักเธอจึงพูดว่า “เดี๋ยวก่อนนะ! เมื่อกี้บาสบอกว่าจะขายหน้าโรงเรียนดอนมด ซึ่งก็คือหน้าโรงเรียนไม่ใช่ข้างในโรงเรียน พี่เข้าใจถูกมั้ยบาส”
    “บิงโก!” บาสปาดเหงื่อบนหน้าผาก กว่าจะมีคนเข้าใจได้ใช้เวลาค่อนข้างนาน ในที่สุดก็มีคนเข้าใจได้สักที “ก็อย่างที่พี่น้ำพูดนั่นแหละ บาสจะขายหมูปิ้งหน้าโรงเรียน ซึ่งการขายแบบนี้มันจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆนอกจากค่าหมู ถ่าน ซอสปรุงรส ไม่เสียบลูกชิ้น ”พ่อรุ้ง แม่หน่อย พี่เมย์มองหน้ากันก่อนจะร้องอ๋อ “อย่างนี้นี่เอง แล้วทำไมถึงไม่รีบพูดล่ะ ปล่อยให้พี่หน้าแตกซะได้” เธอดูไม่พอใจเล็กน้อย “น่าๆ แล้วครูที่โรงเรียนจะไม่ว่าหรอจ้ะลูก” แม่หน่อยดูกังวลไม่น้อย เเกกลัวว่าทางโรงเรียนจะเก็บค่าใช้จ่าย และมันคงเป็นเงินจำนวนมาก
    “เขาจะมาว่าอะไรเราได้ครับ” เขาดูไม่แคร์กับโรงเรียน “เราขายอยู่นอกเขตโรงเรียน ซึ่งไม่ใช่โรงเรียนพวกเขาไม่มีสิทธิ์อะไรกับเราทั้งนั้น หรือจะพูดง่ายๆก็คือ เราขายฟรี!”
    “ขายฟรี....”
    “ใช่ครับ เราไม่ได้ขายตั้งแต่เช้ายันเย็นเพราะงั้นไม่ต้องกังวลเลย บาสจะตั้งร้านแค่หกโมงเช้าถึงเจ็ดโมงเท่านั้นก็เก็บแล้ว ส่วนตอนเย็นจะตั้งอีกมั้ย...อันนี้ไม่น่านะ”
    ช่วงเย็นเด็กๆ คงหมดเงินในกระเป๋าเกลี้ยง หากตั้งขายแล้วจะขายให้ใครล่ะ? แต่ถ้าพูดตามจริงก็ยังขายได้แต่...อาจน้อยกว่าช่วงเช้า และบาสไม่อยากให้แม่เหนื่อยจึงจะขายแค่ตอนเช้า
    “อ้อแม่ครับ...ถ้ายังไงบาสจะขอให้แม่เก็บร้านให้ด้วยได้มั้ย” เขารู้ว่ามันเป็นการกระทำที่ไม่สมควรเลยที่ให้แม่มาเก็บร้านให้ แต่จะให้เก็บเองก็ไม่ได้เพราะถึงเวลาเข้าเรียน ตอนนี้จำต้องใช้วิธีนี้หาเงินไปก่อน
    “ได้สิลูก” แม่หน่อยไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ถ้าหากเป็นช่วงนี้ที่ยังไม่ได้ทำนาแกจะว่างมาก และการเก็บร้านก็ไม่ใช่งานหนักเลย เพราะหลักๆแล้วก็มีแค่โต๊ะพับได้หนึ่งตัวเท่านั้น
    “เอาล่ะๆ ในเมื่อตกลงกันได้แล้วงั้นตอนนี้จะมัวรออะไรอยู่ รีบปิ้งหมูกินกันดีกว่า พ่ออยากกินฝีมือลูกจะแย่อยู่แล้ว” ยืนคุยต่อหน้าหมูหลายไม้มานาน ในที่สุดพ่อรุ้งก็ทนไม่ไหว สร้างความขบขันให้คนในบ้านไม่น้อย
    “งั้นจะมัวรออะไรอยู่ล่ะครับ มาปิ้งหมูกินกันเลย!”
    หมูถูกนำลงไปปิ้งแล้ว ไฟไม่แรงมากกำลังพอดี ถึงแม้บาสจะไม่เคยปิ้งหมูขายแต่ประสบการณ์จากยุคอนาคตเขาก็เคยย่างหมูกินเอง การปิ้งมันก็เหมือนๆกัน และบวกกับประสบการณ์ย่างปลาดุกทำให้เขาคล่องเเคล่วว่องไว พลิกไปพลิกมาหมูปิ้งก็เป็นสีเหลืองอ่อน พร้อมรับประทานแล้ว!
    “ว้าว...หอม สีเหลืองอ่อนๆ พี่ไม่ไหวแล้วขอลองก่อนนะ”
    “ได้เลยครับ” บาสยิ้มกริ่ม พี่เมย์ในตอนนี้น่ารักมาก เธอไม่ห่วงสวยแม้แต่น้อยในเวลาอาหาร หยิบทั้งสองไม้สองมือเข้าปาก กลัวว่าคนอื่นจะแย่งกิน
    “เป็นไงบ้างครับพี่เมย์....” บาสเต็มไปด้วยความคาดหวัง ถึงแม้จะมั่นใจในฝีมือการปิ้งแต่รสชาตินั้นต่างกัน ถึงแม้จะปิ้งได้น่ากินขนาดไหนแต่หากรสชาติห่วยใครล่ะจะอยากกิน
    “อื้ม...อื้..” พี่เมย์ส่งเสียงอู้อี้ ก็แน่ล่ะหมูเต็มปากอยู่นี่นาจะพูดได้ยังไง จนพี่น้ำต้องเบิร์ดกะโหลกไปทีหนึ่ง
    “โอ้ยเจ็บๆ” พี่เมย์ลูบศีรษะ มองค้อนพี่น้ำอย่างเอาเรื่อง “ทำอะไรของพี่เนี่ย ก็เห็นว่าคนกำลังกินอยู่!”
    “ก็น้องมันถามแกก็ตอบดิ ไม่ใช่กินไม่หยุดปากหยุดคำแบบนี้!” ถ้าหากหนุ่มๆในโรงเรียนมาเห็นพี่น้ำตอนนี้คงถอยไปหลายก้าว เพราะปกติแล้วเธอจะเป็นผู้หญิงค่อนข้างเรียบร้อย ซึ่งต่างจากตอนนี้อย่างสิ้นเชิง
    “ก็บอกดีๆสิ” พี่เมย์บุ้ยปากก่อนจะยิ้มให้บาส “อร่อยมากเลยจ้ะบาส ถ้าหากให้พี่กินสักสิบไม้พี่ก็กินได้เชื่อมั้ย”
    “ฮ่าฮ่าฮ่า งั้นก็กินเลยสิพี่ ยังไงหมูก็มีตั้งหกสิบไม้”
    ปกติแล้วหมูหนึ่งกิโลกรัมจำต้องทำให้ได้ 70 ไม้กำลังดี แต่ถ้าหากน้อยกว่านั้นถือว่าไม่ได้กำไรแล้ว แต่...เพราะนี่เป็นครั้งแรกของการแร่เนื้อหมูอะไรอะไรจึงยังไม่เข้าร่องเข้ารอย มันต้องใช้เวลาปรับเปลี่ยนอีกเยอะจึงจะสมบูรณ์
    “กินแบบนั้นเดี๋ยวก็เป็นหมูหรอก!” พี่น้ำอดแซวไม่ได้ แต่เธอก็กินสองมือไม่ต่างจากน้องสาว
    “ว่าแต่คนอื่นพี่เองก็เหมือนกัน เชอะ!”
    ภาพเหล่านี้ไม่มีให้เห็นอีกแล้วในอนาคต เพราะแต่ละคนต่างแยกย้ายกันทางใครทางมัน...คำว่าพี่คงจะสิ้นสุดลงหลักแม่จากไป เหมือนกับว่าเราไม่เคยรู้จักกันแต่ตอนนี้เขาอยู่ที่นี่ สัญญากับตัวเองเลยว่าจะไม่มีวันให้มันเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นเด็ดขาด เพื่อการนั้นจำต้องมีเงิน! ถึงแม้ตอนนี้จะให้แม่เก็บของให้หรือช่วยหั่นหมูแต่นั่นมันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ บาสไม่ได้คิดจะให้แม่หน่อยช่วยตลอด ตอนนี้เพียงต้องการเงินสักก้อนไปเปิดร้านหารายได้แถวโรงเรียนที่ตลาด คาดว่าเงินคงเข้ากระเป๋าไม่ขาดสาย
    พ่อรุ้งกับแม่หน่อยต่างให้คำชมหมูปิ้ง พวกแกบอกว่าหมูปิ้งนี้เป็นหมูปิ้งที่อร่อยที่สุดตั้งแต่กินมา คำพูดเหล่านั้นทำเอาเจ้าตัวเก้อเขินไม่น้อย
    คืนนั้นฝนไม่ตก...อึ่งไม่ออกซึ่งทำให้ขาดรายได้ไปส่วนหนึ่ง แต่บาสก็ไม่ซีเรียสเพราะเขาได้ทำหมูปิ้งเจ็ดสิบไม้สำหรับวันพรุ่งนี้ไว้แล้ว ส่วนหกสิบไม้วันนี้...ส่วนใหญ่แล้วตกไปอยู่ในกระเพาะของพี่เมย์ พี่น้ำ และถึงแม้จะกินหมูปิ้งไปตั้งเยอะแต่พวกเธอยังมีพื้นที่เหลือในการจัดการอาหารเย็น นี่สินะที่เขาเรียกว่าสาวกำลังโต พวกเธอโตจริงๆ
    เช้าวันรุ่งขึ้น... บาสตื่นมาอาบน้ำตอนตีห้ากว่าๆพร้อมกับพี่น้ำพี่เมย์ ถ้าหากเป็นไม่กี่วันก่อนทุกคนคงประหลาดใจที่เห็นเขาตื่นมา แต่ตอนนี้ไม่ได้ประหลาดใจแล้ว เพราะเรื่องที่จะขายหมูปิ้งก็ประหลาดพอแรง
    การค้าขายย่อมมีเครื่องรางของขลัง ไม่เกี่ยวว่าคุณจะขายอะไร แต่ตราบเท่าที่ขายมีไว้ย่อมดีกว่าไม่มี แน่นอนแม่หน่อยไม่มีเพราะแกไม่ได้ประกอบอาชีพค้าขาย มีเพียงพระที่ห้อยคออยู่เท่านั้นพอที่จะยกขึ้นมาไหว้ได้
    ของทุกอย่างถูกเตรียมไว้บนรถไส มันเป็นรถไสน้ำจากร้านขายของเก่ามือสอง เมื่อก่อนบ้านบาสยังไม่มีน้ำประปาเข้ามาถึง จำเป็นต้องไปตักน้ำที่คลองมาอาบ และทุกบ้านเองก็เช่นกัน และการตักน้ำแบบนี้เองที่ทำให้คนในหมูบ้านสนิทกัน พวกเขาเจอหน้ากันแทบทุกวันและพูดคุยเหมือนญาติพี่น้อง ซึ่งแน่นอนว่าคนในยุคอนาคตต่างอยู่ใครอยู่มัน พอเลิกงานมาก็ปิดบ้าน พอเลิกเรียนมาก็ไปเรียนพิเศษ ไม่มีเวลาได้เจอใคร อัตราการฆ่าตัวตายจึงเพิ่มขึ้นเเทบทุกวัน...อาจเป็นเพราะไม่ได้เจอใคร ความเครียดจึงสะสมนานวันเข้าก็อย่างที่เห็น มันก็เหมือนการเรียน ก็เข้าใจว่าพ่อแม่อยากให้ลูกได้ดีกันทั้งนั้น แต่..ทุกอย่างย่อมมีความเหมาะสมในตัวของมันเอง
    “เตรียมตัวพร้อมแล้วใช่มั้ยลูก” วันนี้แม่หน่อยสวมเสื้อสีขาว ผ้าถุงสีดำยาวถึงตาตุ่ม วันนี้เป็นวันเปิดร้านขายหมูปิ้งวันแรก แกจึงแต่งสวยเป็นพิเศษ
    “พร้อมแล้วครับ” บาสพยักหน้า วันนี้สวมชุดนักเรียนรีดซะเนี๊ยบ ทรงผมโล่งเตียนเเทบจะเหมือนพระในวัด
    ก่อนจะไปพ่อรุ้งบอกว่าจะไปรับแม่หน่อยขากลับ เพราะตอนนี้แกก็ยังไม่ได้ไปจับปลากว่าจะไปก็นู่นเก้าถึงสิบโมงเช้า ส่วนการซื้อปลาดุกย่างไม่ได้เป็นปัญหา คนในหมู่บ้านหาปลาทุกวัน แกสามารถเอาปลาไปย่างขายเต็มคันรถ
    “ที่นี่แหละครับ” บาสไสรถไสมาหยุดอยู่ริมถนนก่อนถึงโรงเรียน
    โรงเรียนดอนมดจำต้องข้ามถนนใหญ่ไป เพราะงั้นร้านเขาจึงอยู่อีกฟากของโรงเรียน มันเป็นเวลา 06.30 น. ช่วงเช้าๆแบบนี้แหละดีในการตั้งร้าน หากตั้งช้ากว่านี้นักเรียนที่ไหนล่ะจะซื้อ คงเข้าแถวยืนเคารพธงชาติกันหมด การเข้าโรงเรียนเช้าๆคือเวลาเร่งด่วนเหมือนการทำงาน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่กินข้าวมาแล้ว แล้วอะไรล่ะที่ตอบโจทย์ปัญหานี้ อาหารอะไรกัน? นั่นก็คือหมูปิ้งง่ายๆแต่ได้กำไร มันตอบโจทย์เวลาเร่งด่วนแถมยังถูกปากคนทุกเพศทุกวัย
    บาสเข้าใจในข้อนี้ดี ส่วนอีกเหตุผลที่เลือกขายคือตอนนี้ยังไม่มีร้านอาหารแบบเขาตอนเช้า ยังไม่มีใครคิดที่จะขาย เพราะงั้นนี่จึงถือเป็นช่วงเวลาดีที่สุดในการทำเงินโดยไม่มีคู่แข่ง!
    บาสหยิบโต๊ะพับขึ้นมาตั้ง ตามด้วยผ้าปูสีเขียวเพื่อความสะอาดตาและทำให้อาหารดูน่าทาน ส่วนแม่หน่อยจัดการกับเตา สักพักไฟก็ติด “บาส...” แม่หน่อยเรียก ดูเหมือนตอนนี้จะถึงเวลาปิ้งหมูแล้ว!