เย่ชิงชิงกำลังครุ่นคิดถึงรายการอาหารกลางวันทันใดนั้น พุ่มไม้หนามก็สั่นสะเทือนพรึบพรับแล้วสิ่งมีชีวิตขนปุยตัวหนึ่งก็โผล่ออกมา
หูเล็กๆของมันกระดิกไปมา ดวงตาดำขลับจ้องมองเย่ชิงชิงอย่างแน่วแน่ หางสะบัดไปมานั่นคือเจ้าเตียวสู่
ถัดจากนั้นตัวที่สองและตัวที่สามก็โผล่ออกมา... ไอ๊หยา!ครอบครัวนี้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเลย!
แม่เตียวสู่ตัวใหญ่วิ่งเข้ามาคลอเคลียอย่างสนิทสนมหลังจากไม่ได้พบกันหลายวัน สัตว์น้อยเหล่านี้โตเร็วขึ้นมากจนเย่ชิงชิงแทบจะแยกไม่ออกระหว่างแม่กับลูกๆ ของมัน โชคดีที่สีขนแตกต่างแม้ขนาดตัวจะใกล้เคียงกันก็ไม่ถึงกับสับสน
“ลูกๆ ของเจ้าโตขนาดนี้แล้วหรือนี่~” เย่ชิงชิงดีใจมากที่ได้เจอเตียวสู่ตัวน้อยนางจิ้มจมูกของมันเล่น
บนภูเขาที่รกร้างว่างเปล่าปราศจากผู้คนแห่งนี้เย่ชิงชิงรีบหยิบส้มในมิติออกมาแบ่งปันกับพวกมันคาดว่าคงไม่ได้กินมาสักพักแล้วจึงหิวจัด
ลูกเตียวสู่ตัวน้อยๆและแม่ของพวกมันก็นิสัยคล้ายกัน กินได้ทั้งพืชและเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกมันชอบของที่ออกมาจากมิติ พอได้กลิ่นก็ร้อง ‘จี๊ดจี๊ด’ด้วยความดีใจไม่หยุด
ขณะกำลังให้อาหารเย่ชิงชิงก็พบเรื่องน่าสนใจอย่างหนึ่ง ในฝูงเตียวสู่เหล่านี้มีตัวหนึ่งที่‘แปลกแยก’ ปะปนอยู่ด้วยหรือ?
หูของมันตั้งตรงดวงตากลมโต จมูกแหลม แม้รูปร่างจะคล้ายเตียวสู่ แต่ถ้ามองดีๆจะเห็นว่าไม่เหมือนกันเลย นี่มันลูกจิ้งจอกนี่นา!
“ทำไมเจ้าลูกจิ้งจอกน้อยถึงมาอยู่กับพวกเจ้าได้?” เย่ชิงชิงอุ้มมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
จิ้งจอกมีขนาดใหญ่ทว่าตัวเล็กเพียงแค่นี้ต้องเพิ่งเกิดได้ไม่นานแน่ๆเมื่อปะปนอยู่ในฝูงเตียวสู่จึงไม่โดดเด่นนัก มันส่งเสียงร้อง‘ชู่ชู่~’ คล้ายกับเสียงของเตียวสู่
แม่เตียวสู่ได้ยินดังนั้นก็เข้ามาคลอเคลียเย่ชิงชิงเห็นแล้วมุมปากกระตุกเล็กน้อย ไม่กล้าขัดความสุขในครอบครัวของพวกมัน...
ทันใดนั้นเตียวสู่ทั้งหมดก็หูตั้งชันหันไปยังทิศทางเดียวกันอย่างระแวดระวัง เย่ชิงชิงไม่เข้าใจจึงหันตามไปเห็นเกาเฟิงกำลังเดินมาทางนี้
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่?” เย่ชิงชิงถามเสียงดังนี่คือภูเขาของหมู่บ้านเถียนซิน ซึ่งค่อนข้างห่างไกลจากหมู่บ้านซั่งเหอ
เกาเฟิงหยุดฝีเท้าเล็กน้อย“ข้าแค่...มาเดินเล่นเท่านั้น!”
เขาไม่บอกหรอกว่าเห็นนางเข้าไปในป่าหน้าบ้านท่านป้าก็เลยตามมาเรื่อยๆ เพราะเบื่อ... ใช่ แค่เบื่อเท่านั้นแหละ
เย่ชิงชิงไม่สนใจเขานางลูบสัตว์ตัวน้อยๆ อย่างอ่อนโยนแล้วยิ้ม “เจ้าคนนี้ไม่ใช่คนดีนะอย่าเข้าใกล้เขาเด็ดขาด”
“ว่าไงนะ!” เกาเฟิงเหลือบตามองนาง
บนทุ่งหญ้าเขียวขจีหญิงสาวนั่งอยู่กับพื้น รายล้อมด้วยสัตว์น้อยน่ารักขนปุย ท้องฟ้าสดใสกระแสลมพัดเอื่อยๆ ยามที่เขาเห็นภาพนั้นในสายตา ยิ่งดูงดงามจับใจ
“ข้าจะชวนพวกเจ้าไปกินข้าวที่บ้านนะ~” เย่ชิงชิงอุ้มเตียวสู่ขึ้นมาจุมพิตแล้วค่อยๆ ใส่ลงในตะกร้าทีละตัว “ตอนนี้เราต้องไปล้างมือกันก่อน”
นางมาที่นี่สองสามครั้งแล้วจำได้ว่ามีลำธารเล็กๆ อยู่ไม่ไกลนัก
ภูเขาแห่งนี้คือสวรรค์ของเตียวสู่พวกมันไม่ยอมอยู่แค่ในตะกร้า กระโดดโลดเต้นอย่างสนุกสนานเย่ชิงชิงเดินได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องปล่อยพวกมันลง
ไม่นานก็ได้ยินเสียงน้ำไหลน้ำใสสะอาดไหลเอื่อยๆ เย่ชิงชิงโน้มตัวลงล้างหน้า รู้สึกว่าน้ำเย็นสบายจึงนั่งลงบนก้อนหินเล่นน้ำอย่างสบายใจ
เกาเฟิงตามมาด้านหลังแล้วแค่นเสียง“เด็กน้อย”
เย่ชิงชิงไม่สนใจเขาจับกรงเล็บเล็กๆ ของเตียวสู่จุ่มน้ำล้างมือเจ้าตัวน้อยกลัวน้ำจึงหดตัวเป็นก้อนในมือของนาง ท่าทางน่าสงสารจับใจนัก!
“จี๊ดจี๊ด~”
ทันใดนั้นแม่เตียวสู่ตัวใหญ่ที่อยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำก็ร้องขึ้น เย่ชิงชิงหันไปมอง“มีอะไรหรือ?”
พอเดินไปดูกับเกาเฟิงก็พบว่าในกองหญ้ารกที่ดูไม่โดดเด่นนั้นมีไข่กลมเกลี้ยงสามฟองวางอยู่?
เกาเฟิงหยิบขึ้นมาหนึ่งฟองแล้วโยนเล่นในมือก่อนจะกล่าวว่า “มันคือไข่ไก่ป่า”
เย่ชิงชิงดวงตาเป็นประกายนางยังไม่เคยกินไข่ไก่ป่าเลย จึงรีบหยิบอีกสองฟองที่เหลือขึ้นมาและกล่าวว่า“เที่ยงนี้กินพวกมันนี่แหละ!”
แค่นี้ยังไม่พอนางรู้สึกว่าสามฟองน้อยไปหน่อย จึงลองค้นหาบริเวณใกล้เคียงและพบรังอีกรังหนึ่งจริงๆ
“ยังมีอีกสี่ฟอง รวมแล้วเพียงพอทำอาหารกลางวันมื้อหนึ่งพอดี” เย่ชิงชิงดีใจมาก นางหยิบตะกร้ามาใส่ไข่ไก่ป่าทั้งหมด และลูบขนเตียวสู่“วันนี้พวกเจ้าเป็นผู้มีพระคุณ ความดีความชอบมากมายนักพวกเจ้าจะได้กินอาหารเพิ่มกันทุกตัวเลย~”
“เจ้าเอาไข่ไก่ป่าไปหมดแล้ว เจ้าดีใจก็จริง แต่ไม่คิดถึงเจ้าของบ้างหรือ?”เกาเฟิงไม่อยากเห็นนางยิ้มแย้ม จึงพูดถากถางอยู่ข้างๆ
เย่ชิงชิงหันกลับมายิ้มแล้วกล่าวว่า “ช่วงนี้มีฝนตกประปรายรังไก่ที่สร้างไว้ตรงนี้โดนฝนก็ฟักเป็นตัวไม่ได้อยู่แล้วลำบากเจ้าที่คิดแทนแม่ไก่เสียแล้วสิ”
เกาเฟิงมองใบหน้าขาวเนียนน่ารักที่ยิ้มแย้มอยู่ไม่รู้ว่าตนเองรู้สึกไม่พอใจเรื่องอะไรความรู้สึกนี้ที่เขาเองก็ยังไม่เข้าใจ...ความกระวนกระวายใจเช่นนี้ช่างน่าประหลาดยิ่งนัก