ตัวซุนนานหลังจะเดินผ่านกลุ่มคนและออกจากหน้าบ้านของท่านเศรษฐี มันก็ได้เดินไปเพื่อพักใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่หนึ่งต้นด้านนอกไกลจากตัวเมือง ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนด่าว่ามารดามัน มันตั้งใจว่ามันนี้จะมารอดูขบวนเสด็จขององค์าาดูเสียหน่อยว่าเป็เช่นไร มันเห็นชาวบ้านร้านตลาดต่างพูดกันระหว่างทาง
ซุนลี่หรูมารดามันเมื่อได้ข้าวครึ่งก้อนนางก็นอนหลับลงไป ซุนนานตัวมันไม่รู้เลยว่ามารดามันแท้จริงแล้วป่วยเป็โรคอะไร หลายปีมานี้มันได้คุยกับนางเพียงไม่กี่คำ ยามที่นางจะคุยกับมันก็มีเพียงแค่เวลาที่นางหิว หากแต่ถึงเป็แบบนั้น ไม่ว่าคราวใดที่มันได้ยินเสียงของนาง มันก็รู้สึกหายเหนื่อยและสบายใจ
แม้ยามนี้มันจะกลายเป็ขอทานร่างกายผ่ายผอมจนเกือบเหลือแต่เพียงกระดูกก็ตาม มันวางร่างมารดาของมันลงที่ด้านข้างพร้อมกับหยิบหวีไม้เก่าอันหนึ่งขึ้นมาหวีสางผมให้มารดา มันนึกถึงเมื่อยามมันเป็เด็กน้อยมารดาของมันเป็คนรักสวยรักงามยิ่ง นางชอบหยิบหวีขึ้นมาหวีผมของตัวเองอยู่ตลอด หลายปีนี้นางไม่ได้สติ ซุนนานตัวมันจึงต้องทำหน้าที่นี่แทนนาง
นั่งพักใต้ร่มไม้อยู่นานโข วันนี้ลมเย็นสบายนัก แม้ท้องจะหิวจนไส้กิ่วหากแต่มันชินแล้ว
ไม่นานเท่าไหร่มันก็ได้ยินเสียงบดถนนหินดิน เสียงฝีเท้าของม้าและรถเกี้ยวดังมาแต่ไกล ซุนนานทอดสายตามองไปยังที่ไกลออกไปเกือบสุดสายตา ตรงนั้นมีรถม้าสองคันที่แปลกประหลาด รถม้านั้นช่างดูยิ่งใหญ่นักมันมีบัลลังก์ที่ดูสง่างามยิ่งตั้งอยู่ ตรงหน้ามีบุรุษผู้หนึ่งสวมใส่ชุดเกราะสีทองเหลืองอร่ามดูสง่างามและยิ่งใหญ่นัก เหล่าทหารที่ล้อมรอบต่างใส่เกราะสีดำช่างดูน่าเกรงขามแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก
ด้านหน้ารถม้าคันนั้นคล้ายเหมือนรถม้าคันแรก หากแต่บัลลังก์นั้นดูเล็กกว่าและตรงที่นั่งนั้นมีสตรีนั่งอยู่ นางสวมใส่ผ้าปิดปากถักทอด้วยลวดลายเส้นไหมสีทอง ชุดเสื้อผ้าของนางก็ช่างดูตระการตาสีดำดูจะเป็สีหลักของชุดตัดด้วยลายปักสีทองรูปหงส์และมวลหมู่ดอกไม้งดงามวิจิตรยิ่งนัก พร้อมแซมด้วยผ้าสีแดงโลหิตอย่างลงตัว
เพียงแค่มองเห็นแค่ั์ตาก็ล่วงรู้ได้แล้วว่านางสตรีผู้นั้นงามล้ำถึงเพียงไหน ผิวกายกระจ่างใสยิ่งกว่าหยกขาวนวล ดวงตาก็กลมโตกระจ่างใส หาความขุ่นมัวมิได้เลย
กองขบวนยาตราขององค์ราชันย์นี้ช่างดูยิ่งใหญ่นัก ซุนนานเห็นมันแต่ไกลก็ดูจะประทับใจยิ่ง ฝันว่าวันหนึ่งมันจะยิ่งใหญ่เพียงนี้บ้างได้หรือไม่
หากแต่ในไม่ช้าเื่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น อยู่ๆ ก็มีสายลมรุนแรงพัดพาเข้าใส่กองขบวนยาตราขององค์ราชันย์ ไม่ช้าผ้าปิดปากของสตรีผู้งดงามและสูงศักดิ์ก็ล่องลอยหลุดออกมาจากตัวนาง มันโบยบินราวกับว่ามีปักษาวิหกนำพา ไม่ช้าก็ลอยคล้อยลงมาหยุดตรงหน้าของมันซุนนาน ที่คว้าจับไว้ได้พอดิบพอดี
ไม่ช้าขบวนยาตราขององค์ราชันย์ก็หยุดลงมองมาทางที่ผ้าปิดปากขององค์หญิงตกลง บุตรธิดาแห่งองค์ราชันย์ล่องลอยมาตามเส้นทางที่ผ้าปิดปากนางปลิดปลิว
เมื่อไร้ผ้าปิดปากผืนนี้ความงดงามสกาวราวนางฟ้านาง์ของนางก็มิอาจจะปกปิด ริมฝีปากแดงชาด ฟันขาว ดวงตากลมโตสดใสใบหน้าได้รูปดุจนาง์ เพียงใบหน้านิ่งเฉยของนางก็คล้ายจะทำให้บุรุษนับพันต้องตกตาย
ซุนนานที่มองเห็นนางแต่ไกลยังต้องตกตะลึงในความงดงามอันยากจะหาคำบรรยายนี้ได้
และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกองทหารหลายพันก็ต่างเคลื่อนตัวมาทางมัน ตัวมันซุนนานเห็นเป็เช่นนี้ก็คุกเข่าหน้าซีด นั้นคือองค์ราชันย์ องค์ราชันย์ผู้ครองอาณาจักรแห่งนี้
ตัวมันก้มหน้าไม่กล้ามองพระองค์เลยทีเดียว ไม่ช้าก็ราวกับว่ามีบุรุษน้ำเสียงแหลมเล็กร้องะโดังก้อง "!!!ฝ่าาเสร็จ"
ซุนนานขอทานผู้ยากจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมันก้มหัวนิ่ง หากแต่มันได้ยินเสียงฝีเท้ามากมายอยู่ตลอด ไม่ช้าตรงหน้ามันก็ราวกับมีรองเท้าสีทองคู่หนึ่งปรากฏตรงหน้ามัน พร้อมกับคำถามอันแปลกประหลาด "เ้ารึคือผู้มีวาสนาอันแปลกประหลาดที่โหรหลวงทำนาย"
ซุนนานได้ยินดังนี้ตัวมันถึงกับอยู่ในความงงงวยทำอะไรไม่ถูก มันจะรู้ได้อย่างไรว่ามันใช่หรือไม่ใช่ ต่อหน้าองค์ราชันย์มันพูดคำโป้ปดได้ที่ไหนกัน มันจึงเลือกนิ่งไม่พูดจาก หากแต่ไม่ช้าเสียงบุรุษที่แหลมเล็กก็ดังขึ้น "ฝ่าาน่าจะใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ดูที่มือของเขาสิพ่ะย่ะค่ะ ได้กุมถือผ้าปิดปากขององค์หญิงไว้ตามที่โหรหลวงทำนายทุกประการ คนผู้นี้ต้องเป็ผู้มีบุญวาสนาผู้นั้นเป็แน่ หากคนผู้นี้ได้ครองคู่กับองค์หญิง อาณาจักรเราจะรุ่งเรืองไปหมื่นปี จะได้ปกครอง 4 มหาทวีปและ 7 คาบสมุทรพ่ะย่ะค่ะ"
"ดี" องค์ราชันย์ผู้นี้กล่าวด้วยความดีใจพร้อมหัวเราะเสียงดังก้องไปทั่ว ทหารโดยรอบก็ทรุดกายพร้อมกล่าวสรรเสริญ
"ยินดีด้วยฝ่าา" "!!!ยินดีด้วยฝ่าา" "ยินดีด้วยฝ่าา"
"จงเงยหน้าขึ้นเถอะบุรุษผู้มีวาสนา วันนี้นับเป็วันดียิ่ง หากวันนี้เ้าตอบตกลงเป็ราชบุตรเขยของเรา เราพร้อมมอบบัลลังก์ทองแห่งราชันย์นี้ให้เ้า ให้เ้าและบุตรธิดาของข้านับจากนี้ไปมีแต่เ้าที่อยู่เหนือผู้คนทั้งปวง จะไม่มีผู้ใดอยู่เหนือเ้าได้อีก"
ซุนนานที่ได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึงโลกใบนี้มีเื่ดีๆ แบบนี้ด้วยรึ หากแต่ตัวมันยังไม่ทันได้ดีใจ เสียงแหลมเล็กก็กล่าวขัดขืนขึ้นก่อน
"ช้าก่อนฝ่าา ยังรับบุรุษผู้มีวาสนาเป็บุตรเขยมิได้พ่ะย่ะค่ะ"
"ทำไม" องค์ราชันย์กล่าวด้วยความสงสัย
"ตามที่โหรหลวงกล่าวไว้ บุรุษผู้นั้นจำต้องสละซึ่งบ้างสิ่งเพื่อรับซึ่งสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสียก่อน"
"มันคืออะไร?"
"สตรีนางหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ"
"ก็แค่สตรีหนึ่งนางจะไปมีปัญหาอะไร ต่อให้ร้อยนางพันนางก็ไม่มีค่าอะไร บุรุษผู้มีวาสนาเ้าว่าจริงหรือไม่ บัดนี้บัลลังก์ทองของข้าอยู่ตรงหน้าเ้าแล้ว แค่สตรีนางเดียว จะไปมีค่าอะไร ในพระราชวังของข้ามีสตรีงดงามตระการตาเรือนหมื่นคัดสรรมาจากทั่วทุกดินแดน หากเ้า้านางใดเ้าก็สมประสงค์ได้ทันที"
หากแต่ซุนนานพลันเหลียวมองไปที่มารดาของตัวมันทันที บัดนี้ตรงหน้ามันคือองค์ราชันย์ สิ่งที่รอมันอยู่คือราชบัลลังก์ทองอันยิ่งใหญ่ อยู่เหนือผู้คนนับล้าน
หากเพียงแค่ตัวมันตัดสินใจเลือก
ซุนนานตัวนิ่งไปครู่ใหญ่ หากแต่ไม่ช้าก็มีกลิ่นหอมราวกับเป็มวลดอกไม้หอมยามวสันตฤดูอบอวลหอมหวนอย่างแปลกประหลาด เมื่อมันหันมองไปยังทิศทางของกลิ่นหอมนั้น มันก็เห็นสตรีผู้งดงามนางหนึ่ง ที่ราวกับมวลหมู่ความงดงามของสตรีถูกวางไว้บนใบหน้าและเรือนการของนางหมดแล้ว
เพียงแค่ตัวมันซุนนานเห็นก็ถึงกับใจหาย ความงดงามของนางช่างสั่นสะท้านใจบุรุษเพศจริงๆ ราวนาง์พิมพางามสะท้านแดนดิน และเมื่อมันได้ยินเสียงดังดั่งระฆัง์ของนางหัวใจของมันซุนนานก็เต้นโครมคราม
"ท่านพ่อผู้ใดรึคือผู้มีวาสนา" สตรีผู้งดงามผู้มีเสียงดุจระฆัง์เอยถาม
องค์ราชันย์รีบผายมือชี้ไปทางซุนนาน
สตรีผู้งดงามไม่มีทีท่ารังเกียจมันแม้แต่น้อย หากแต่ั์ตาของนางกับหวานเยิ้มราวกับรอความรักนี้มานานแสนนาน นางเผยริมฝีปากเบาๆ ก่อนสอบถาม "คือท่านจริงรึ"
คำถามนี้ของนางราวกับว่ามันทำให้โลกของซุนนานกำลังจะแตกเป็เสี่ยงๆ มันอยากตอบรับคำนางในทันที
หากแต่ไม่ช้าก็มีเสียงบุรุษแหลมเล็กมาขัดเช่นเคย "ยังไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะองค์หญิง จนกว่าผู้มีวาสนาจะละทิ้งสตรีผู้หนึ่ง"
"นางคือใคร" องค์หญิงสอบถามด้วยความแปลกใจ ในแดนดินนี้มีสตรีใดงดงามล้ำค่ากว่านางอีกรึ
ขันทีผายมือชี้ "นางผู้นี้พ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อองค์หญิงเห็นสตรีร่างชราผมยาวขาวไปทั้งศีรษะ ร่างกายสูบผอม ไม่มีเนื้อหนังจะส่วนใดๆ ที่จะสู้นางได้เลยแม้แต่น้อย ถ้าแบบนั้นจะมีอะไรน่ากังวลอีกละ
"ท่านบุรุษผู้มีวาสนาท่านจะตบแต่งกับข้าใช่หรือไม่ เราจะครองรักและเสพสันในห้วงความสุขมีลูกหลานมากมายด้วยกัน พร้อมปกครอง 4 มหาทวีปและ 7 คาบสมุทร ข้าจะเป็ราชินีของท่าน ท่านก็จะเป็องค์ราชันย์และสวามีของข้าตลอดไป"
.
.
.
หากแต่เมื่อนางกล่าวจบเสียงของสตรีชราก็ดังขึ้น "ซุนนานแม่ไม่อยากอยู่ที่ตรงนี้แล้ว เ้าพาแม่ออกไปที"
"!!!บังอาจ" เสียงขององค์ราชันย์กรีดร้องดังก้องกังวานแฝงอำนาจแผ่ไพร่ศาล "นังหญิงชราผู้นี้ช่างบังอาจนักเรากับผู้มีวาสนากำลังพูดคุยกิจของแผ่นดิน นางคิดว่าตัวเองเป็ใครจึงกล้าพูดแทรกขึ้นมา ช่างบังอาจถือดีและไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนัก ทหารเตรียมกองเพลิงเผาร่างหญิงชราผู้นี้ทั้งเป็"
.
.
.
"ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" เสียงของซุนนานร้องดังลั่น "นางคือแม่ข้า นางคือมารดาของข้า ฝ่าาข้าขออภัยพ่ะย่ะค่ะ หากแต่ข้าทิ้งมารดาข้าไม่ได้"
หากแต่แม้ซุนนานจะพูดเช่นนั้นหากแต่องค์หญิงผู้งดงามก็ดูได้ถอดใจไม่ นางเดินชดช้อยอรชรอ้อนแอ้น พร้อมเปล่งเสียงดึงดูทุกผู้นาม "ผู้มีวาสนา โปรดดูเรา มองจ้องเรา..." นางมิพูดเปล่า หากแต่โบกสะบัดเสื้อผ้าปลิดปลิวชิ้นแล้วชิ้นเล่า เรือนกายของนางดุจนาง์ขาวนวลตระการอยู่ตรงหน้าซุนนาน นางอ้างแขนสองข้าง ร้องเรียกซุนนานให้ได้เชยชม ได้เป็เ้าของเรือนกายต้องห้ามที่บุรุษทุกผู้นามในแดนดินนี้ต่าถวิล หา
หากแต่ซุนนานเล่า มันก้มหน้าต่ำพร้อมส่ายศีรษะ มันเลือกที่จะปฏิเสธนาง
"!!!บังอาจ" องค์ราชันย์ไม่พูดเปล่าหากแต่น้ำเสียงยังแฝงไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยวอันเหนือล้ำ อาณาจักรของมันกำลังจะได้รับวาสนาอันยิ่งใหญ่ หากแต่กลับถูกขัดขวางด้วยหญิงชรานางหนึ่ง และผู้มีวาสนานั้น "ดีในเมื่อทางประเสริฐไม่รับ หากแต่เลือกทางตาย งั้นก็เอาเช่นนี้ จงเดินเหยียบดาบและหอกของกองทัพเราที่มีเปลวเพลิงอัคคีแผดเผา หากนางหญิงชราตกพื้น ข้าจะบั่นศีรษะนางทิ้งเสีย และเ้าต้องไปกับข้า แต่หากเ้าเดินผ่านทางโลหิตได้ความใดๆ ข้าก็ไม่เอาจากเ้าและสตรีกาลีด้านหลังเ้าอีก ทหารโยนดาบสร้างทางเดินโลหิตแก่มันเสีย พร้อมจงสุ่มไฟให้ร้อนแรงดุจเปลวอัคคีผลาญจากนรก"
.
.
.
ไม่ช้าทางเดินหลายร้อยก้าวที่ถูกทำด้วยซากดาบและหอกที่แหลมคมและมีเปลวเพลิงโบกสะบัด มีดดาบหอกแต่ละเล่มถูกความร้อนจนเป็สีแดงฉาน คนธรรมดาเพียงก้าวแค่ก้าวเดียวบนกองเพลิงนี้ก็แทบจะตกตายในที ไม่อาจจะก้าวเดินต่อไปได้แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง บุรุษตาบอดซุนนานที่ต้องแบกมารดาเดินบนกองเพลิงอัคคีนี้เลย
ซุนนานยืนนิ่งอยู่หน้ากองเพลิงนี้ มองดูเปลวเพลิงทั้งหลายที่โบกสะบัดตรงหน้ามัน ตัวมันรับรู้ได้ทันที หากมันเลือกก้าวเข้าไปในนอกเพลิงนี้ชีวิตของมันจะต้องดับสูญอย่างแน่นอน คนธรรมดามิอาจจะก้าวผ่านมันไปได้
หากแต่ไม่ช้ามันก็เหลียวมองมารดามันครู่หนึ่ง นึกถึงบุญคุณของนาง นึกถึงความรักที่นางมอบให้แก่มันเมื่อครั้งเยาว์วัย
หากแต่ก่อนที่มันจะตัดสินใจองค์ราชันย์ก็กล่าวตื่นอะไรบางอย่าง ราวกับว่านี่คือคำล่อลวงจากสรวง์ครั้งสุดท้าย "บุรุษผู้มีวาสนา องค์หญิงธิดาข้ามิงดงามรึ บัลลังก์แห่งข้ามิยิ่งใหญ่รึ เกียรติของราชันย์มิใช่เป็ที่สุดของแผ่นดินรึ ทรัพย์สินอันใช้ไม่มีวันหมดสิ้นนี้ทุกสิ่งอย่างอยู่ตรงหน้าเ้าแล้ว บุรุษผู้มีวาสนาวางหญิงชราผู้นั้นแล้วเสพรับกับความสุขอันไม่มีที่สิ้นสุดเถอะ"
"ฮะฮ่าฮ่า" ซุนนานหัวเราะเสียงดังหลังจากได้ยินคำพูดขององค์ราชันย์ "ฝ่าาข้าน้อยต่ำต้อยและโง่งมจนเกินไป แม้วาสนาใหญ่เช่นนี้จะปรารถนาหากแต่บนหลังข้านี้มีสิ่งที่มิอาจจะปล่อยวาง ตัวข้าในตอนนี้พลันจำได้ว่าในวัยเยาว์ของตัวข้ามีหญิงชราผู้นี้รักข้าหนักหนาถึงเพียงไหน ลำบากลำบนป้อนข้าวป้อนน้ำข้า ป่วยไข้นางก็ดูแลข้าไม่ห่าง หากวันนี้แม้ตรงหน้าจะมีกองเพลิงอัคคี มีดาบมีดหอกเป็ทาง หากแต่ข้าก็มิอาจจะทอดทิ้งหญิงชราที่ท่านเรียกผู้นี้ได้ เพราะนางคือมารดาของข้า"
ซุนนานหายใจลึกก่อนจะะโเสียงดังก่อนที่จะก้าวเท้าไปด้านหน้าเข้าสู่ทางเดินโลหิตนี้ที่เต็มไปด้วยดาบหอกและเปลวอัคคี "ซุนนานผู้นี้เป็เพียงบุรุษโง่งม วันนี้มันรู้จักเพียงแค่คำว่า กตัญญู"
"อ๊าาาาาาาาก" แค่ก้าวแรกซุนนานขอทานตาบอดก็กรีดร้องเปลวอัคคีช่างร้อนแรง คมดาบก็บาดลึก ร่างของมันก็พลั่นสั่นสะท้าน หากแต่ตัวมันก็ไม่คิดปล่อยร่างหญิงชราแม้แต่น้อย
มันรำลึกถึงคืนวันเก่าๆ ก่อนที่จะก้าวต่อไป...
ก้าวที่สองในกองเพลิงดุจอยู่ในนรกภูมิ สองขาของมันตอนนี้สั่นไหว แทบจะทรุดตัวได้ตลอดเวลา ความร้อนกัดกินมาจากเท้าสู่ต้นขา แผดเผาลึกไปถึงน่อง มันเกรงมารดาจะโดนไฟอัคคีนี้แผดเผามันจึงเปลี่ยนท่าอุ้มมารดามัน มาถืออุ้มที่ด้านหน้าแทน หากแต่มันก็ช่างยากเย็นยิ่ง ไม่ช้ามันก็ค่อยๆ ยกมารดาขึ้นเหนือศีรษะ ทุกสิ่งอย่างใช้จิตตานุภาพอันแน่วแน่ไม่หวั่นเกรง ไม่ช้ามันก็ค่อยๆ ก้าวเดินต่อไป
.
.
.
3 ก้าว
4 ก้าว 5 ก้าว
10 ก้าว 20 ก้าว ... 50 ก้าว
แต่ละก้าวตัวมันซุนนานเหมือนกับคนที่ตายไปแล้ว หากแต่ที่มันยังมีก้าวต่อไปได้ ก็เพราะในใจมันคิด แม้ตัวมันจะตายหากแต่มารดามันต้องอยู่ แม้จะต้องใช้ชีวิตนี้บนเปลวเพลิง เดินเหยียบบนกองมีดดาบอันแหลมคมไปทั้งชีวิต หากแต่ตัวก็จะ... ไม่มีวันทอดทิ้งนาง
98 ก้าว
99 ก้าว
100 ก้าว
ซุนนานแย้มยิ้ม ก้าวสุดท้ายของมันเดินผ่านทางโลหิตนี้สำเร็จ มันไม่จำเป็ต้องเหลียวมองด้านหลัง มันไม่สนใจแขนขาเนื้อหนังของตัวมัน ณ ตอนนี้มันได้ทำสิ่งนี้ถึงที่สุดแล้ว
ร่างของซุนนานอ่อนล้า ลมหายใจค่อยๆ เบาบางลงเรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็แทบไม่อาจจะััได้อีก
ไม่ช้าโลกของซุนนานก็พลันกลายเป็สีขาว
.
.
.
เมื่อมันลืมตาขึ้นเสียงอันยิ่งใหญ่ก็ร้องะโบอกมัน
["ฮะฮ่าฮา ไม่คิดว่าไอ้เด็กพิการเช่นเ้าจะเรียนรู้อักษร กตัญญู ได้สำเร็จในเพียงครั้งเดียว อักษรที่ 532 ผ่าน"]