คะแนนที่ 2-2
พูดจาไพเราะ เรียบร้อยอ่อนหวาน
อีกฟากฝั่งหนึ่ง ในห้องนอนของคณาธิปมีหญิงต่างวัยสองคนกำลังพูดคุยกันด้วยสีหน้าจริงจัง คุณนายพรรณนาราหรือนายแม่ของไอ้จ้อยนั่งอยู่บนปลายเตียง มือเหี่ยวย่นที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาทั้งชีวิตกุมมือบอบบางของหลานสะใภ้อย่างอ่อนโยน
“หนูรู้ใช่มั้ยว่าเื่ระหว่างเราต้องเป็ความลับ”
“หนูทราบค่ะ”
“ดีจ้ะ ฉันสัญญาว่าตราบใดที่หนูยังเป็หลานสะใภ้ของฉันจะไม่มีใครหาหนูเจอ และเมื่อถึงกำหนดฉันจะปล่อยหนูเป็อิสระ”
“ขอบคุณค่ะคุณท่าน” หญิงสาวแสนสวยน่ารักราวตุ๊กตาพนมมือไหว้บนตักหญิงชราด้วยความเคารพ
“เรียกย่าสิหนู” นางบอกอย่างใจดีและลูบหัวหญิงสาวราวกับเป็คนในครอบครัว แม้ต่างฝ่ายจะรู้อยู่แก่ใจว่าความสัมพันธ์นี้เกิดขึ้นเพราะอะไรก็ตาม
ก่อนหน้านี้เธอมีทางเลือกไม่มากนัก เมื่อคุณนายพรรรณนาราสัญญาว่าจะพาเธอหนีไปจาก ‘ชีวิตเก่า' และปกปิดความลับให้ เธอจึงยอมตกลงทำตามข้อเสนอของอีกฝ่าย หญิงชราขอให้เธอช่วยแต่งงานกับพ่อเลี้ยงคณาธิปจนกว่านางจะหาผู้หญิงที่เพียบพร้อมมาเป็หลานสะใภ้แทนได้ แลกกับการปิดบังตัวตนของเธอไว้ไม่ให้ใครรู้ และไม่บอกใครว่าเธออยู่ที่ไหน ตราบใดที่เป็คนของพนาพฤกษ์ ‘เขา’ จะไม่มีวันตามหาเธอเจอ
นั่นคือสิ่งที่ทั้งคู่ตกลงกันไว้ก่อนหญิงสาวจะถูกพามาเจอกับเ้าบ่าว
ยาหยีผู้้าเป็อิสระจากอดีต ยอมเดิมพันหมดหน้าตักแต่งงานกับชายที่ไม่รู้จักเพื่อชีวิตใหม่ของเธอ
สองชั่วโมงต่อมา
ก๊อกๆๆ
ประตูบ้านหลังเล็กถูกเคาะเสียงดังจนหญิงสาวคนเดียวในบ้านได้ยินแล้วออกไปเปิดประตูให้ เธอแอบถอนหายใจยามเห็นชายสองคนพยุงปีกคนตัวใหญ่ไว้ทั้งซ้ายและขวา
“อย่าถอนหายใจแบบนั้นสิจ๊ะยาหยี~” คนตัวโตเงยหน้าส่งยิ้มหวานให้หญิงสาว พอเห็นเธอยืนอยู่ตรงหน้าก็รีบผลักลูกน้องออกไปแล้วถลาเข้ากอดร่างบาง สูดดมกลิ่นหอมหวานที่ซอกคออย่างจงใจแกล้ง
“อย่าทิ้งน้ำหนักมาสิ ฉันแบกพ่อเลี้ยงไม่ไหวนะ”
ด้วยความไม่ตั้งตัวเธอจึงต้องจำใจรับร่างที่ใหญ่กว่าเท่าตัวมาไว้คนเดียว ลูกน้องสองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กอยากจะเข้าไปช่วยแต่ดันเห็นตาดุๆ ของอีกคนมองมาเหมือนอย่าเสือก
“เอ่อ...พ่อเลี้ยงเข้าบ้านแล้ว งั้นพวกผมขอตัวนะครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ”
“ดะ...เดี๋ยวสิ!” ยาหยีพยายามจะรั้งพวกเขาไว้แต่ภาระตัวโตก็ทิ้งน้ำหนักและดันเธอเข้าไปในบ้านพร้อมทั้งปิดประตูทันที
“พ่อเลี้ยง! บอกว่าอย่าทิ้งตัวมาไง มันหนักนะ! ถ้าเมาแล้วดูแลตัวเองไม่ได้ เป็ภาระของคนอื่นแบบนี้วันหลังก็ไม่ต้องดื่ม” เธอบ่นใส่
“ยังแต่งไม่ทันไรก็สั่งผัวแล้ว จู้จี้...” เสียงอู้อี้ว่าตอบมา ยาหยีพยายามดันคนเมาออกไปแต่เขาแรงเยอะกว่า ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งไปเพิ่มวงแขนให้กอดรัดมากขึ้น เธอค่อยๆ ถูกดันให้เดินถอยหลังเข้ามาจนถึงห้องนอน ร่างบางชนเข้ากับเตียงนอนขนาดหกฟุต ล้มลงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้แล้วถูกตามทับด้วยร่างใหญ่โตของพ่อเลี้ยงคณาธิปทันที
“ลุกไปนะ!!”
พ่อเลี้ยงไม่ได้ลุกตามที่อีกคนว่า เขาดันตัวขึ้นแต่สองแขนยังยันค้ำระหว่างตัวเธอ กักกันไม่ให้ไปไหน ใบหน้าแดงจัดและร้อนผ่าวบอกให้รู้ว่าเขาดื่มไปมากแล้ว แต่ถึงจะถูกลูกน้องมอมเหล้าเป็ลังเขาก็ยังมีแรงพอจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง
“ยังไม่ได้พิสูจน์เลย” กลิ่นแอลกอฮอล์ที่มาจากลมหายใจของคนข้างบนทำให้ยาหยีเบ๊ะหน้าอย่างรังเกียจ
“พิสูจน์อะไร”
“ก็ที่ย่าบอกว่าเธอหอมไปทั้งตัวยังไงล่ะ” คณาธิปยิ้มกริ่มเมื่อเห็นแววตาตะหนกของอีกฝ่าย อยากรู้ว่าแม่ตุ๊กตาตัวน้อยจะเก่งแค่ไหน เขาจะปั่นประสาทให้ร้องไห้กลับบ้านแทบไม่ทันเลยคอยดู
“พิสูจน์บ้าอะไร ปล่อยนะ เหม็นเหล้า!”
ชายหนุ่มไม่สนใจสิ่งที่เธอพูด หลังจากเขาบอกว่าจะพิสูจน์จบก็เดินหน้าทำอย่างที่พูดจริง ๆ แขนข้างหนึ่งรวบมือของเธอไว้เหนือหัว แล้วเริ่มซุกไซ้จมูกลงไปพิสูจน์คนใต้ล่าง ั้แ่ผมสีน้ำตาลธรรมชาติที่ปล่อยยาวสยายบนเตียง กลิ่นหอมหวานราวดอกไม้หอมหลายชนิดผสมกันจนเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเธอทำให้ชายหนุ่มพรมหอมหน้า หอมแก้มไปทั่ว แม้ว่าอีกฝ่ายจะร้องห้ามอย่างไรเขาก็ใช้กำลังเข้าสู้บังคับให้เธอยอม
“หยุดนะ! เป็ผู้ชายไม่ควรใช้กำลังบังคับผู้หญิงแบบนี้!”
“...”
ยาหยีโวยวายกรีดร้องอาละวาดเพื่อให้เขาหยุดการกระทำที่ดูถูกเธอ สองเท้าผลัดกันถีบหน้าอกคนตัวใหญ่แต่มันก็ไม่สะทบสะท้านอะไร กลับยิ่งทำให้เขาหัวเราะสะใจแล้วเลื้อยมืออีกข้างเข้าไปใต้เสื้อนอนตัวบาง
ปิ๊บ ๆ
“กรี้ด!! อะ...ไอ้บ้า!” ยาหยีกรี๊ดลั่นห้องเมื่อมือหยาบบีบหน้าอกเธออย่างอุกอาจ
“ฮ่า ๆ ๆ นี่ด่าแรงสุดแล้วใช่มั้ย” คณาธิปหัวเราะชอบใจ เขาพอใจเหลือเกินที่ได้เห็นตาโตๆ นั่นเหลือกถลนอย่างไม่พอใจ เธอคิดจริงๆ เหรอว่าเขาจะกลัวหน้าดุๆ ที่น่าหยิกนั่น
เขากลับชอบด้วยซ้ำเพราะมันน่ามองกว่าตอนเธอทำหน้านิ่ง ไม่สนใจเขาเหมือนแรกเจอ อย่างน้อยก็รู้ว่าเธอมีชีวิต มีจิตใจ ไม่ใช่ตุ๊กตาตั้งโชว์
“ไหนลองด่าให้เจ็บกว่านี้ซิ เผื่อฉันจะยอมหยุด” นึกสนุกอยากจะรู้ว่าคนปากเก่งจะสรรหาคำไหนมาด่าเขาได้อีก
“ไอ้เถื่อน ถ่อย หยาบคาย นิสัยไม่ดี! ตัวใหญ่อย่างกับั์ทับมาได้มันหนักนะ!”
“โอ้ยยย ะเืใจจนอยากร้องไห้ ฮ่า ๆ ๆ ”
เสียงหัวเราะยังคงดังต่อเนื่อง เมื่อเห็นว่าแม่ตุ๊กตาตัวน้อยพยามขุดเอาคำด่าสารพัดมาสาดใส่เขา ชายหนุ่มหัวเราะจนเหนื่อยแล้วจึงกลับมาไล่หอมเธอต่อ จมูกโด่งปัดป่ายไปตามผิวขาว ๆ สูดดมกลิ่นหอมจากซอกคอ บ่า ไหล่ไล่เรื่อยมาจนถึงหน้าท้อง เขาไม่ได้ถอดเสื้อผ้าของเธอออกสักชิ้นแต่กลิ่นหอมจากตัวเธอก็ลอยมาให้เขาสูดดมทะลุเนื้อผ้า
ยาหยีรู้สึกพ่ายแพ้อย่างถึงที่สุด เธอทั้งรังเกียจและหวาดกลัวััของเขา ั้แ่เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเจอคนที่เลวได้ครบสูตรขนาดนี้ เขาดูถูกผู้หญิง ใช้กำลังที่มีมากกว่าบังคับให้เธออยู่ใต้อำนาจของเขา ไม่มีความเป็สุภาพบุรุษ ไม่เหมือนกับผู้ชายทุกคนที่เธอเคยเจอ เธอหนีชีวิตเก่าเพื่อมาพบเจอกับตัวอะไรเนี่ย!
“...”
คณาธิปไม่ยอมเลิกรา ไล่ดมคนใต้ร่าง ส่วนมือก็ลูบไล้สำรวจตรวจตราไปตามเอวคอดและสะโพก บางครั้งก็แกล้งบีบแรงๆ ให้เธอร้องโวยวาย เมื่อเห็นว่าเงียบไป หญิงสาวขนลุกชันรู้สึกเสียววาบแปลกๆ เมื่อหนวดของเขาไต่ลงไปยังต้นขา พ่อเลี้ยงสละเข็มขัดตัวเองมัดแขนเธอผูกไว้กับเสาเตียง จึงทำให้แขนทั้งสองข้างของเขาทำงานได้เต็มที่ ชายหนุ่มลูบไล้ต้นขาและจูบเบาๆ ผ่านเนื้อบางที่หญิงสาวสวมใส่ เขายกเท้าข้างหนึ่งของหญิงสาวเข้ามาใกล้สะดุดตากับรอยแดงที่ข้อเท้าแต่ด้วยอารมณ์ที่ล้นเอ่อทำให้ไม่ได้เอ่ยถามไป เขาพรมจูบมัน สูดดมกลิ่นกายที่มาจากอุ้งเท้าขาวอย่างหลงใหล แต่ยาหยีกลับคิดว่าเขาจิตไม่ปกติ!
“ระ...โรคจิต!”
คนตัวโตแค่นหัวเราะกับคำด่า เขาคงโรคจิตจริง ๆ ที่คิดว่าขนาดเท้าก็ยังหอมจนน่าจูบ
บ้าไปแล้วกู!
“ด่าอีกสิ ฉันยังไม่เจ็บเลย” ใบหน้าคมเข้มคืบคลานขึ้นไปหา สบตากับดวงตากลมโตใสแจ๋วที่ไม่ยอมแพ้ น่าหมั่นเขี้ยวเสียจนต้องจูบหนักๆ ไปยังริมฝีปากจิ้มลิ้ม สองมือสอดเข้าใต้เสื้อ วางแหมะอยู่บนเนื้อผ้าอีกชั้นที่เกาะกุมหน้าอกเธอไว้ “ไหนขอคำที่แรงกว่านี้ซิ”
“ไอ้เ-ี้ย!!!!”
“อุบ! ฮ่าๆๆๆ ”
“...!!”
“ฮ่าๆๆๆ ”
พ่อเลี้ยงเป็บ้าไปแล้วที่ไม่สามารถหยุดหัวเราะได้ทั้งที่โดนด่า เขายิ้มอารมณ์ดีเสียเหลือเกิน ยิ่งมองหน้าดุๆ ที่ไม่น่ากลัวของแม่ตุ๊กตาน้อยก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งขบแก้มเธอเบาๆ เป็การลงโทษ “หยาบคายจริงเมียฉัน”
ไปหมดแล้ว วาจาไพเราะอ่อนหวานที่ย่าเคยโฆษณา
......................................................................
คนอะไรมีความสุขเวลาโดนด่า สงสัยจะบ้า 555