ยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ

    บทที่ ๕๘ พลังระดับมหาปราณ (re-edition)

            คองอเวจีหยัดยืนลุกขึ้นหันกายกลับมา สายตาทั้งคู่เปล่งประกายอัคคีจ้องมองมายังมนุษย์ตัวจ้อย อุทัยวางสตรีปักษาวารีลงร่างไหววูบมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าอสุรกายดุร้ายห่างเพียงสิบก้าวเท่านั้น

            อุทัยไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้เนื่องเพราะเจ้าธรรมและราชิตยังไม่มีทีท่าจะลุกขึ้น จะช้าจะเร็วก็ต้องต่อกรกับสัตว์อสูรตนนี้

            .. การต่อสู้ที่ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ !

            “เจ้าตัวโต ! ดูสิว่าข้าจะล้มเจ้าได้หรือไม่” อุทัยเอ่ยเบาๆ สายตาจ้องมองไปยังดวงตาอัคคีคู่นั้น มันมีความสูงไม่ถึงช่วงเอวของคองอเวจีด้วยซ้ำ

            เมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องลงมือให้ถึงที่สุด อุทัยตัดสินใจเด็ดเดี่ยวโคจรปราณตามชีพจรทั่วร่างระเบิดพลังระดับ ‘มหาปราณ’ เป็นสีทองศักดิ์สิทธิ์กระจายออกรอบกาย

            .. ปราณอรุณโรจน์ !

            อุทัยหลับตาลงดวงจิตสงบนิ่ง สัมผัสถึงชีวะสภาพของเจ้าคองอเวจีที่ด้านหน้า ทั้งด้านกายภาพร่างกาย การไหลเวียนของโลหิต จุดชีพจร และพลังปราณของสัตว์อสูรต่างอยู่ภายใต้ปราสาทรับรู้ของอุทัย

            .. ตุ๊บ-ตุ๊บบบ !

            .. ตุ๊บ-ตุ๊บบบ !

            .. ตุ๊บ-ตุ๊บบบ !

            เสียงชีพจรหัวใจของเจ้าคองอเวจีเต้นอย่างรุนแรง มันพุ่งกายเข้าหาอุทัยในบัดดล

            .. กรรร !!! เสียงคำรามต่ำภายในลำคอ ด้วยความรวดเร็วคองอเวจีกระโดดลอยอยู่เหนือศีรษะอุทัยแล้ว

            “พี่ใหญ่!” ญานินดาอุทานอย่างตระหนก

            “ว๊ายยยย!” เสียงหวีดร้องของสตรีปักษาวารี

            .. ตู้มมมมมม !!! เจ้าลิงยักษ์ทิ้งตัวใช้สองแขนทุบลงมาอย่างแรง เห็นเป็นภาพอุทัยถูกแขนยักษ์ทรงพลังบดขยี้

            “!!!” คองอเวจีแปลกประหลาดใจมันฟาดลงพื้นวิหารว่างเปล่า ไอ้โล้นที่เบื้องหน้าหายไปไหนแล้ว

            ร่างของอุทัยพลิ้วไหววูบวาบไปอยู่ด้านหลังมือขวาของคองอเวจี

            .. กรรร !!! คองอเวจีไม่รอช้าใช้หลังมือขวาตบใส่เงาร่างของอุทัยในทันที

            .. เปรี้ยงงง !!! ร่างของอุทัยไหววูบลอยมาอยู่บนแขนขวาของเจ้าลิงอสูรอีก

            .. กรรร !!! คองอเวจีนำมือซ้ายเข้าไล่จับ

            .. ควับบบ !!! ร่างของอุทัยไหววูบอีกครั้ง คราวนี้มาอยู่บนข้อมือซ้ายของลิงอสูร

            ภาพดังลิงน้อยคว้าจับเศษใบไม้ใต้ผืนน้ำ ร่างของอุทัยไหลลื่นหลบลอดฝ่ามือที่ไล่จับ มันยิ่งไขว่คว้าร่างของอุทัยยิ่งลอยล่องหลบหนี

            อุทัยสัมผัสถึงพลังปราณที่แผ่กระจายออกมาจากเจ้าคองอเวจี ด้วยท่าร่าง ‘มายาอสูร’ อันรวดเร็ว มันทำการพลิ้วไหวร่างกายเลื้อยไหลไปตามพลังปราณของเจ้าลิงยักษ์นั้น

            .. ควับบบ ! .. ควับบบ ! .. ควับบบ ! .. เปรี้ยงงง !

            คองอเวจีใช้ทั้งมือบนและมือล่าง ทั้งคว้าจับและฟาดทำร้ายกว่าสิบกระบวนท่า มือเท้าทั้งสี่ไม่สามารถคว้าจับอุทัยได้แม้สักปลายเส้นขน

            อุทัยไหววูบวาบล่องลอยดังลูกปลาน้อยแหวกว่ายไปในกระแสน้ำ แต่กระแสน้ำนั้นคือกระแสพลังปราณในอากาศธาตุที่มิสามารถมองเห็นได้ด้วยตา

            “หวาาา ท่าร่างพี่ใหญ่ พลิ้วยิ่งนัก ..” ญานินดาตื่นตาตื่นใจกับท่าร่างของอุทัย

            “!!!” สตรีปักษาวารี ท่าร่างที่เบื้องหน้าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

            .. กรรร ! กรรร ! กรรร ! คองอเวจีไม่สามารถคว้าจับอุทัยได้ มันเริ่มหงุดหงิดแล้ว

            ทันใดนั้น !

            .. เปรี้ยงงง ! ร่างเจ้าคองอเวจีสะท้าน เป็นอุทัยเตะเข้าข้อพับที่ขาด้านซ้าย

            .. เปรี้ยงงง ! ร่างเจ้าคองอเวจีสะท้านอีก อุทัยเตะเข้าน่องขวาของมัน

            .. เปรี้ยงงง ! .. เปรี้ยงงง ! อุทัยไหววูบเข้ามาเตะน่องด้านซ้ายของเจ้าคองอเวจี

            อุทัยใช้กลยุทธ์รวดเร็วสยบแข็งแกร่ง สรีระของลิงอสูรก็เหมือนมนุษย์ อุทัยหลอกล่อเตะเจาะไปที่ข้อพับและน่องของมัน การเตะส่วนนี้ย้ำๆ จะทำให้ขาแข้งเจ็บปวดจนอ่อนแรงจนไม่สามารถหยัดยืนอยู่ได้

            .. เป็นมันนำประสบการณ์จากการแข่งขันชกมวยมาใช้ !

            อีกทั้งมีพลังอรุณโรจน์อันเป็นปราณศักดิ์สิทธิ์ทำร้ายเจ้าคองเวจีไปจนถึงเส้นชีพจร อุทัยพลิ้วกายหลบหลีกมือเท้า และเตะเจาะตัดกำลังอย่างต่อเนื่อง

            .. เปรี้ยงงง ! เปรี้ยงงง ! เปรี้ยงงง !

            อุทัยเตะอยู่สิบๆ ครั้งเจ้าคองอเวจีรู้สึกปวดร้าวไปทั่วขาทั้งสองข้าง หากมิมีขนปรกคลุมไว้ตอนนี้คงเห็นน่องและข้อพับของมันแดงก่ำแล้ว

            “พี่ใหญ่ ! ยอดเยี่ยมยิ่ง” ญานินดากล่าวอย่างชื่นชม

            “!!!” สตรีปักษาวารีกล่าวอันใดไม่ออก สติของนางเริ่มกลับคืนมา

            ‘ไอ้โล้นนี้แท้จริงเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับมหาปราณ ใช่เป็นระดับพลังที่แท้จริงของมันหรือไม่’

            ‘ท่าร่างของมันก็ยังรวดเร็วล่องลอยดังภูติผี ยังมิเคยเห็นใครรวดเร็วยอกย้อนเช่นนี้’

            ‘ทั้งยังมีกลยุทธ์เชิงมวยมิใช่ชั่ว สามารถต่อสู้กับคู่มือระดับสูงกว่าอย่างไม่เป็นรอง’

            ‘แต่ระดับปราณของเจ้าลิงอสูรนั้นยังห่างชั้นกับมันจนเกินไป ...’

            ผ่านไปสามนาทีคองอเวจีคว้าจับอุทัยจนเหนื่อยหอบ ขาทั้งสองถูกเตะกว่าร้อยครั้งเจ็บปวดจนไร้เรี่ยวแรงแทบทรงกายไว้ไม่อยู่

            .. เปรี้ยงงง ! ร่างเจ้าคองอเวจีเอียงวูบ อุทัยเตะย้ำเข้าข้อพับที่ขาด้านขวา

            .. เปรี้ยงงง ! ขาซ้ายคองอเวจีถูกเตะย้ำจนแทบยืนไม่อยู่แล้ว

            คองอเวจีเดินลากขาทั้งสอง ใช้แขนของมันช่วยพยุงร่างกายไม่ละความพยายามที่จะไล่คว้าจับอุทัย

            ร่างอุทัยไหววูบหยุดยืนห่างออกมาราวสี่ห้าก้าว

            .. กรรร ! คองอเวจีกระโจนเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง ออกแรงฮึดพุ่งเข้าคว้าร่างอุทัย

            อุทัยไหววูบลอยถอยห่างออกมาอีกสามสี่ก้าว

            .. กรรร ! คองอเวจีโถมตัวตามต่ออย่างรวดเร็ว เหวี่ยงมือจะคว้าจับอุทัยให้ได้

            ร่างอุทัยวูบวาบม้วนตัวลอยขึ้นด้านบนข้ามหัวคองอเวจี แล้วจึงหมุนกายกลับมานำส้นเท้าสะบัดใส่หลังคอของลิงยักษ์

            .. สะบัดเท้าอาชา !

            .. เปรี้ยงงง !!! เท้าทั้งสองส่งแรงเข้าใส่คองอเวจีที่กำลังพุ่งตัวคว้าจับอย่างแรง ด้วยแข้งขาก็อ่อนกำลังปวดร้าวอยู่แล้ว ท่าเท้าของอุทัยจึงเป็นแรงเสริมสภาวะทำมันพุ่งตัวหัวคะมำไปเบื้องหน้า

            .. โครมมม !!! คองอเวจีหัวทิ่มพุ่งโหม่งเสาวิหารเสียงดังสนั่นร่างมันแผ่หลากองอยู่กับพื้น

            “เยสสสส!” ญานินดายกหมัดขวากำแน่น

            แต่ความยินดีของนางอยู่เพียงไม่นาน เจ้าคองอเวจีกำลังลุกขึ้นมาใหม่อีก

            .. โฮ๊กกกกก !!! คองอเวจีร้องเสียงดังก้อง มันโมโหกระหายเลือดดวงตาเป็นเปลวอัคคีร้อนแรงจ้องมองหาอุทัย

            อุทัยไม่รอให้สัตว์อสูรฟื้นกำลัง ร่างมันไหววูบทะยานเข้าหาโดยทันที อุทัยมาหยุดอยู่ที่พื้นเบื้องหน้าแล้วดีดกายพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว

            .. ดาบตัดขุนเขา !!!

            .. เปรี้ยงงง !!! ประกายปราณสีทองสว่างวาบ สันมือขวาคมดังมีดดาบฟาดเข้าลูกกระเดือกของคองอเวจีอย่างแรง

            ฮั๊กกก ! .. คองอเวจีร่ำร้องไม่ออก มันเจ็บปวดอย่างสุดแสน ความรุนแรงของกระบวนท่าทำมันผงะหงายเงิบ

            คอและหลังคอคือจุดตายของมนุษย์ เป็นส่วนที่อ่อนแอที่สุดในกล้ามเนื้อทั้งหมดทั่วร่างกาย ทั้งยังมีระบบประสาทและหลอดลมสำหรับหายใจอยู่ด้วย โดยเฉพาะลูกกระเดือกเป็นกระดูกชิ้นเล็กๆ และบอบบางเป็นอย่างยิ่ง

            .. ลูกกระเดือกของคองอเวจีแทบแตกสลาย ทั้งกล้ามเนื้อคอยังถูกกระแทกอย่างแรงทำให้การหายใจติดขัด ยังมีปราณอรุณโรจน์เข้าชำแรกทำร้ายชีพจรของคองอเวจีจนสาหัส

            .. แต่อุทัยยังมีกระบวนท่าอื่นตามมาอีก

            ขณะที่ร่างของคองอเวจีถูกกระแทกหงาย อุทัยไหววูบมาที่ระดับหัวของสัตว์อสูร ร่างของมันหมุนดังกงจักรแล้วจึงเหวี่ยงศอกตัดออกอย่างแรง

            .. จักราผ่าพสุธา !!!

            .. เปรี้ยงงง !!! เปรี้ยงงง !!! เปรี้ยงงง !!! ประกายปราณสีทองวูบวาบ อุทัยปล่อยศอกตัดถึงสามครั้งติดต่อกัน กระแทกใส่ขมับขวาของคองอเวจี

            .. ขมับเป็นส่วนที่อันตรายมากถือเป็นจุดตายของร่างกายอีกจุดหนึ่ง เป็นจุดที่รวมระบบประสาทและมีกระดูกที่บอบบาง คองอเวจีถึงกับหัวสะบัดปากอ้ากว้างน้ำลายบนโลหิตสาดกระจาย

            ตาของคองอเวจีล่องลอยพลังปราณแตกซ่านร่างกำลังร่วงหล่นลงพื้น

            สัตว์อสูรไม่ทันหล่นร่วงลงพื้น ร่างของอุทัยพลิ้วไหวมาด้านใต้ใช้สองแขนโอบรัดคอสัตว์อสูร เท้าทั้งสองปักยันพื้นอย่างมั่นคง

            อ๊ากกกกกกก !!! .. อุทัยตะโกน มันออกแรงทั้งหมดที่มี บนร่างปรากฏอักขระสีทองเรืองรองสว่างล้ำ

            ราวปาฏิหาริย์ ! ร่างอันใหญ่โตของคองอเวจีถูกงัดเหวี่ยงขึ้นกลางอากาศลอยสูงกว่าสามวา

            อุทัยร่างไหววูบอีกครั้ง คราวนี้พุ่งกระโดดนำเข่าคู่เข้ากระแทกหน้าอกของคองอเวจีจนเสียงดังสนั่น

            .. ประทับล้มคชสาร !!!

            .. เปรี้ยงงงงง !!!! เข่าคู่กระแทกเข้าหน้าอกของคองอเวจีเข้าอย่างจังจนมองเห็นหน้าอกยุบเข้าไป

            ร่างใหญ่โตของสัตว์อสูรปลิวดังกองนุ่นลอยคว้างกระเด็นไปเบื้องหน้า ตาของมันไร้ประกายโลหิตร้อนแรงทะลักออกทวารทั้งเจ็ด

            .. โครมมมมม ! .. ตุ๊บบบ ! .. ตุ๊บบบ !

            ร่างคองอเวจีตกกระแทกพื้นหมุนกลิ้งกว่าสามตลบไปหยุดกองอยู่หน้าประตูอสูรโลกา

            สัตว์อสูรดึกดำบรรพ์ร่างสั่นกระตุก ! .. กระดูกคอหัก .. กะโหลกยุบ .. ซี่โครงแตกป่นปี้ .. อวัยวะภายในถูกทำลาย .. เส้นชีพจรทั่วร่างขาดสะบั้น .. ร่างแผ่นอนจมกองเลือด

            .. นี่หรืออานุภาพพลังระดับมหาปราณของเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง !

            อุทัยหยุดยืนตะลึงงัน ! นี่มันแข็งแกร่งเกินไป หรือเป็นเจ้าสัตว์อสูรตนนี้ที่อ่อนแอเอง

            ตั้งแต่ที่ได้บรรลุมหาปราณนี่เป็นครั้งแรกที่มันลงมืออย่างเต็มกำลัง มันยังยืนหอบถี่ๆ กระบวนท่าทั้งหลายทำมันสิ้นเปลืองพลังปราณไปมิใช่น้อย คนยืนก้มมองฝ่ามือและร่างกายตนเองอย่างแปลกประหลาดใจ

            สตรีปักษาวารีจ้องมองครุ่นคิดจนคิ้วพันกัน

            ‘เจ้าโล้นผู้นี้ ! มันเป็นตัวอะไรกัน’

            ‘พลังปราณที่สัมผัสได้เป็นแค่ระดับมหาปราณชัดๆ แต่สามารถล้มอสุรกายลิงยักษ์ลงได้’

            ‘เหตุใดพลังยุทธ์ถึงมีอานุภาพปานนี้ หรือมันเป็นปีศาจ หรืออสูรจำแลงกายมากันแน่’

            .. มิผิด ! ไอ้โล้นผู้นี้คืออสูรจำแลง !

            .. อสูรบรรพกาลภายใต้รูปลักษณ์มนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่ง !!!

            .. ร่างกายของอุทัยเป็นกายาสุดพิสดาร ถูกหล่อหลอมจากสายพันธุ์อสูรแรกเริ่ม แข็งแกร่งทนทานจนกายาของมังกรไม่สามารถเทียบติด ทั้งสามารถส่งผ่านพลังปราณเปล่งอานุภาพได้เป็นเท่าทวีสุดไพศาล

            ยังมีพลังปราณอรุณโรจน์ที่ถูกถ่ายทอดจากแก่นต้นกำเนิดจริงแท้อีก พลังปราณสีทองอันร้อนลวกรุนแรงดังพลังของดวงอาทิตย์ ทั้งยังศักดิ์สิทธิ์ทำลายอาถรรพ์ได้ทั้งปวง

            ยังไม่นับรวมพลังปราณอีกสองกระแสในกายาของมัน ‘ปราณอสูรบรรพกาล’ และ ‘ปราณเทวะแท้จริง’ และที่สำคัญไม่แพ้กัน

            ก็คือ ‘ไหวพริบปฏิภาณ’ ของอุทัยเอง

            “พี่ใหญ่ ! สวดยอดเวยยยย” เสียงลิงโลดของญานินดา

            ญานินดาแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง อสุรกายตัวใหญ่ยักษ์นอนกองอยู่บนพื้น

            “ฮึ ! เจ้าเกรียนบรรลัยยย ..” สตรีปักษาวารีสบถเบาๆ

            นางฟื้นคืนสติกว่าเจ็ดแปดส่วนแล้ว บุคลิกลักษณะกลับมาดุร้ายเช่นเดิม ดูทีท่าเหมือนนางเป็นโรคสองบุคลิกแล้ว

            ปกติสตรีนางนี้เป็นคนจ้าวอุบาย กำลังคิดหาวิธีจัดการกับอุทัย แต่อื่นใดต้องฟื้นฟูพลังฝีมือก่อน คนนั่งลงทำสมาธิเดินพลังลมปราณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ

            “ฮืออออ ฮือออออ นายน้อยยย” เสียงร่ำร้องโหยหวนดังมาจากมุมหนึ่งของวิหาร

            เป็นเสียงของเจ้าทาสกระบี่ มันงองุ้มอยู่ข้างซากเงาปีศาจอันบี้แบน ส่งแสงริบหรี่วูบวาบตามการสะอื้นไห้

            “.. นายน้อยของบ่าว ฮือออออ”

            “.. เป็นเพราะพวกเจ้า ! เจ้าโล้น .. เจ้าทำนายน้อยต้องตาย”

            “.. ทั้งยังทำลายความหวังของราชวงศ์เรา .. ฮือออออ ฮือออออ”

            ทาสกระบี่กล่าวอย่างเคียดแค้น แล้วจึงสะอึกสะอื้นร่ำไห้รำพันต่อ .. นายน้อยของมันถูกคองอเวจีเหยียบตาย ! เกี่ยวอันใดกับอุทัย !!!

            ดูเหมือนเหตุการณ์กำลังคลี่คลาย ยอดยุทธ์สมาพันธ์ปักษาเทวาที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างคืบคลานหลบหนี

            .. ทันในนั้นเอง !

            .. ประตูอสูรโลกาทอแสงส่องสว่างอีกครั้ง !!

            “!!!" อุทัยสะดุ้งโหยง

            ที่ประตูอสูรโลกา ผืนมิติกระเพื่อมดังคลื่นน้ำส่องแสงระยับ ลำแสงลอดออกเป็นลำสว่างไปทั่ววิหาร เงาร่างยักษ์ใหญ่อีกสองร่างกำลังก้าวเดินออกมา !!!

    คล้ายกับเรื่องยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ ที่คุณอ่าน