คองอเวจีหยัดยืนลุกขึ้นหันกายกลับมา สายตาทั้งคู่เปล่งประกายอัคคีจ้องมองมายังมนุษย์ตัวจ้อย อุทัยวางสตรีปักษาวารีลงร่างไหววูบมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าอสุรกายดุร้ายห่างเพียงสิบก้าวเท่านั้น
อุทัยไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้เนื่องเพราะเจ้าธรรมและราชิตยังไม่มีทีท่าจะลุกขึ้น จะช้าจะเร็วก็ต้องต่อกรกับสัตว์อสูรตนนี้
.. การต่อสู้ที่ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ !
“เจ้าตัวโต ! ดูสิว่าข้าจะล้มเจ้าได้หรือไม่” อุทัยเอ่ยเบาๆ สายตาจ้องมองไปยังดวงตาอัคคีคู่นั้น มันมีความสูงไม่ถึงช่วงเอวของคองอเวจีด้วยซ้ำ
เมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องลงมือให้ถึงที่สุด อุทัยตัดสินใจเด็ดเดี่ยวโคจรปราณตามชีพจรทั่วร่างระเบิดพลังระดับ ‘มหาปราณ’ เป็นสีทองศักดิ์สิทธิ์กระจายออกรอบกาย
.. ปราณอรุณโรจน์ !
อุทัยหลับตาลงดวงจิตสงบนิ่ง สัมผัสถึงชีวะสภาพของเจ้าคองอเวจีที่ด้านหน้า ทั้งด้านกายภาพร่างกาย การไหลเวียนของโลหิต จุดชีพจร และพลังปราณของสัตว์อสูรต่างอยู่ภายใต้ปราสาทรับรู้ของอุทัย
.. ตุ๊บ-ตุ๊บบบ !
.. ตุ๊บ-ตุ๊บบบ !
.. ตุ๊บ-ตุ๊บบบ !
เสียงชีพจรหัวใจของเจ้าคองอเวจีเต้นอย่างรุนแรง มันพุ่งกายเข้าหาอุทัยในบัดดล
.. กรรร !!! เสียงคำรามต่ำภายในลำคอ ด้วยความรวดเร็วคองอเวจีกระโดดลอยอยู่เหนือศีรษะอุทัยแล้ว
“พี่ใหญ่!” ญานินดาอุทานอย่างตระหนก
“ว๊ายยยย!” เสียงหวีดร้องของสตรีปักษาวารี
.. ตู้มมมมมม !!! เจ้าลิงยักษ์ทิ้งตัวใช้สองแขนทุบลงมาอย่างแรง เห็นเป็นภาพอุทัยถูกแขนยักษ์ทรงพลังบดขยี้
“!!!” คองอเวจีแปลกประหลาดใจมันฟาดลงพื้นวิหารว่างเปล่า ไอ้โล้นที่เบื้องหน้าหายไปไหนแล้ว
ร่างของอุทัยพลิ้วไหววูบวาบไปอยู่ด้านหลังมือขวาของคองอเวจี
.. กรรร !!! คองอเวจีไม่รอช้าใช้หลังมือขวาตบใส่เงาร่างของอุทัยในทันที
.. เปรี้ยงงง !!! ร่างของอุทัยไหววูบลอยมาอยู่บนแขนขวาของเจ้าลิงอสูรอีก
.. กรรร !!! คองอเวจีนำมือซ้ายเข้าไล่จับ
.. ควับบบ !!! ร่างของอุทัยไหววูบอีกครั้ง คราวนี้มาอยู่บนข้อมือซ้ายของลิงอสูร
ภาพดังลิงน้อยคว้าจับเศษใบไม้ใต้ผืนน้ำ ร่างของอุทัยไหลลื่นหลบลอดฝ่ามือที่ไล่จับ มันยิ่งไขว่คว้าร่างของอุทัยยิ่งลอยล่องหลบหนี
อุทัยสัมผัสถึงพลังปราณที่แผ่กระจายออกมาจากเจ้าคองอเวจี ด้วยท่าร่าง ‘มายาอสูร’ อันรวดเร็ว มันทำการพลิ้วไหวร่างกายเลื้อยไหลไปตามพลังปราณของเจ้าลิงยักษ์นั้น
.. ควับบบ ! .. ควับบบ ! .. ควับบบ ! .. เปรี้ยงงง !
คองอเวจีใช้ทั้งมือบนและมือล่าง ทั้งคว้าจับและฟาดทำร้ายกว่าสิบกระบวนท่า มือเท้าทั้งสี่ไม่สามารถคว้าจับอุทัยได้แม้สักปลายเส้นขน
อุทัยไหววูบวาบล่องลอยดังลูกปลาน้อยแหวกว่ายไปในกระแสน้ำ แต่กระแสน้ำนั้นคือกระแสพลังปราณในอากาศธาตุที่มิสามารถมองเห็นได้ด้วยตา
“หวาาา ท่าร่างพี่ใหญ่ พลิ้วยิ่งนัก ..” ญานินดาตื่นตาตื่นใจกับท่าร่างของอุทัย
“!!!” สตรีปักษาวารี ท่าร่างที่เบื้องหน้าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
.. กรรร ! กรรร ! กรรร ! คองอเวจีไม่สามารถคว้าจับอุทัยได้ มันเริ่มหงุดหงิดแล้ว
ทันใดนั้น !
.. เปรี้ยงงง ! ร่างเจ้าคองอเวจีสะท้าน เป็นอุทัยเตะเข้าข้อพับที่ขาด้านซ้าย
.. เปรี้ยงงง ! ร่างเจ้าคองอเวจีสะท้านอีก อุทัยเตะเข้าน่องขวาของมัน
.. เปรี้ยงงง ! .. เปรี้ยงงง ! อุทัยไหววูบเข้ามาเตะน่องด้านซ้ายของเจ้าคองอเวจี
อุทัยใช้กลยุทธ์รวดเร็วสยบแข็งแกร่ง สรีระของลิงอสูรก็เหมือนมนุษย์ อุทัยหลอกล่อเตะเจาะไปที่ข้อพับและน่องของมัน การเตะส่วนนี้ย้ำๆ จะทำให้ขาแข้งเจ็บปวดจนอ่อนแรงจนไม่สามารถหยัดยืนอยู่ได้
.. เป็นมันนำประสบการณ์จากการแข่งขันชกมวยมาใช้ !
อีกทั้งมีพลังอรุณโรจน์อันเป็นปราณศักดิ์สิทธิ์ทำร้ายเจ้าคองเวจีไปจนถึงเส้นชีพจร อุทัยพลิ้วกายหลบหลีกมือเท้า และเตะเจาะตัดกำลังอย่างต่อเนื่อง
.. เปรี้ยงงง ! เปรี้ยงงง ! เปรี้ยงงง !
อุทัยเตะอยู่สิบๆ ครั้งเจ้าคองอเวจีรู้สึกปวดร้าวไปทั่วขาทั้งสองข้าง หากมิมีขนปรกคลุมไว้ตอนนี้คงเห็นน่องและข้อพับของมันแดงก่ำแล้ว
“พี่ใหญ่ ! ยอดเยี่ยมยิ่ง” ญานินดากล่าวอย่างชื่นชม
“!!!” สตรีปักษาวารีกล่าวอันใดไม่ออก สติของนางเริ่มกลับคืนมา
‘ไอ้โล้นนี้แท้จริงเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับมหาปราณ ใช่เป็นระดับพลังที่แท้จริงของมันหรือไม่’
‘ท่าร่างของมันก็ยังรวดเร็วล่องลอยดังภูติผี ยังมิเคยเห็นใครรวดเร็วยอกย้อนเช่นนี้’
‘ทั้งยังมีกลยุทธ์เชิงมวยมิใช่ชั่ว สามารถต่อสู้กับคู่มือระดับสูงกว่าอย่างไม่เป็นรอง’
‘แต่ระดับปราณของเจ้าลิงอสูรนั้นยังห่างชั้นกับมันจนเกินไป ...’
ผ่านไปสามนาทีคองอเวจีคว้าจับอุทัยจนเหนื่อยหอบ ขาทั้งสองถูกเตะกว่าร้อยครั้งเจ็บปวดจนไร้เรี่ยวแรงแทบทรงกายไว้ไม่อยู่
.. เปรี้ยงงง ! ร่างเจ้าคองอเวจีเอียงวูบ อุทัยเตะย้ำเข้าข้อพับที่ขาด้านขวา
.. เปรี้ยงงง ! ขาซ้ายคองอเวจีถูกเตะย้ำจนแทบยืนไม่อยู่แล้ว
คองอเวจีเดินลากขาทั้งสอง ใช้แขนของมันช่วยพยุงร่างกายไม่ละความพยายามที่จะไล่คว้าจับอุทัย
ร่างอุทัยไหววูบหยุดยืนห่างออกมาราวสี่ห้าก้าว
.. กรรร ! คองอเวจีกระโจนเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง ออกแรงฮึดพุ่งเข้าคว้าร่างอุทัย
อุทัยไหววูบลอยถอยห่างออกมาอีกสามสี่ก้าว
.. กรรร ! คองอเวจีโถมตัวตามต่ออย่างรวดเร็ว เหวี่ยงมือจะคว้าจับอุทัยให้ได้
ร่างอุทัยวูบวาบม้วนตัวลอยขึ้นด้านบนข้ามหัวคองอเวจี แล้วจึงหมุนกายกลับมานำส้นเท้าสะบัดใส่หลังคอของลิงยักษ์
.. สะบัดเท้าอาชา !
.. เปรี้ยงงง !!! เท้าทั้งสองส่งแรงเข้าใส่คองอเวจีที่กำลังพุ่งตัวคว้าจับอย่างแรง ด้วยแข้งขาก็อ่อนกำลังปวดร้าวอยู่แล้ว ท่าเท้าของอุทัยจึงเป็นแรงเสริมสภาวะทำมันพุ่งตัวหัวคะมำไปเบื้องหน้า
.. โครมมม !!! คองอเวจีหัวทิ่มพุ่งโหม่งเสาวิหารเสียงดังสนั่นร่างมันแผ่หลากองอยู่กับพื้น
“เยสสสส!” ญานินดายกหมัดขวากำแน่น
แต่ความยินดีของนางอยู่เพียงไม่นาน เจ้าคองอเวจีกำลังลุกขึ้นมาใหม่อีก
.. โฮ๊กกกกก !!! คองอเวจีร้องเสียงดังก้อง มันโมโหกระหายเลือดดวงตาเป็นเปลวอัคคีร้อนแรงจ้องมองหาอุทัย
อุทัยไม่รอให้สัตว์อสูรฟื้นกำลัง ร่างมันไหววูบทะยานเข้าหาโดยทันที อุทัยมาหยุดอยู่ที่พื้นเบื้องหน้าแล้วดีดกายพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว
.. ดาบตัดขุนเขา !!!
.. เปรี้ยงงง !!! ประกายปราณสีทองสว่างวาบ สันมือขวาคมดังมีดดาบฟาดเข้าลูกกระเดือกของคองอเวจีอย่างแรง
ฮั๊กกก ! .. คองอเวจีร่ำร้องไม่ออก มันเจ็บปวดอย่างสุดแสน ความรุนแรงของกระบวนท่าทำมันผงะหงายเงิบ
คอและหลังคอคือจุดตายของมนุษย์ เป็นส่วนที่อ่อนแอที่สุดในกล้ามเนื้อทั้งหมดทั่วร่างกาย ทั้งยังมีระบบประสาทและหลอดลมสำหรับหายใจอยู่ด้วย โดยเฉพาะลูกกระเดือกเป็นกระดูกชิ้นเล็กๆ และบอบบางเป็นอย่างยิ่ง
.. ลูกกระเดือกของคองอเวจีแทบแตกสลาย ทั้งกล้ามเนื้อคอยังถูกกระแทกอย่างแรงทำให้การหายใจติดขัด ยังมีปราณอรุณโรจน์เข้าชำแรกทำร้ายชีพจรของคองอเวจีจนสาหัส
.. แต่อุทัยยังมีกระบวนท่าอื่นตามมาอีก
ขณะที่ร่างของคองอเวจีถูกกระแทกหงาย อุทัยไหววูบมาที่ระดับหัวของสัตว์อสูร ร่างของมันหมุนดังกงจักรแล้วจึงเหวี่ยงศอกตัดออกอย่างแรง
.. จักราผ่าพสุธา !!!
.. เปรี้ยงงง !!! เปรี้ยงงง !!! เปรี้ยงงง !!! ประกายปราณสีทองวูบวาบ อุทัยปล่อยศอกตัดถึงสามครั้งติดต่อกัน กระแทกใส่ขมับขวาของคองอเวจี
.. ขมับเป็นส่วนที่อันตรายมากถือเป็นจุดตายของร่างกายอีกจุดหนึ่ง เป็นจุดที่รวมระบบประสาทและมีกระดูกที่บอบบาง คองอเวจีถึงกับหัวสะบัดปากอ้ากว้างน้ำลายบนโลหิตสาดกระจาย
ตาของคองอเวจีล่องลอยพลังปราณแตกซ่านร่างกำลังร่วงหล่นลงพื้น
สัตว์อสูรไม่ทันหล่นร่วงลงพื้น ร่างของอุทัยพลิ้วไหวมาด้านใต้ใช้สองแขนโอบรัดคอสัตว์อสูร เท้าทั้งสองปักยันพื้นอย่างมั่นคง
อ๊ากกกกกกก !!! .. อุทัยตะโกน มันออกแรงทั้งหมดที่มี บนร่างปรากฏอักขระสีทองเรืองรองสว่างล้ำ
ราวปาฏิหาริย์ ! ร่างอันใหญ่โตของคองอเวจีถูกงัดเหวี่ยงขึ้นกลางอากาศลอยสูงกว่าสามวา
อุทัยร่างไหววูบอีกครั้ง คราวนี้พุ่งกระโดดนำเข่าคู่เข้ากระแทกหน้าอกของคองอเวจีจนเสียงดังสนั่น
.. ประทับล้มคชสาร !!!
.. เปรี้ยงงงงง !!!! เข่าคู่กระแทกเข้าหน้าอกของคองอเวจีเข้าอย่างจังจนมองเห็นหน้าอกยุบเข้าไป
ร่างใหญ่โตของสัตว์อสูรปลิวดังกองนุ่นลอยคว้างกระเด็นไปเบื้องหน้า ตาของมันไร้ประกายโลหิตร้อนแรงทะลักออกทวารทั้งเจ็ด
.. โครมมมมม ! .. ตุ๊บบบ ! .. ตุ๊บบบ !
ร่างคองอเวจีตกกระแทกพื้นหมุนกลิ้งกว่าสามตลบไปหยุดกองอยู่หน้าประตูอสูรโลกา
สัตว์อสูรดึกดำบรรพ์ร่างสั่นกระตุก ! .. กระดูกคอหัก .. กะโหลกยุบ .. ซี่โครงแตกป่นปี้ .. อวัยวะภายในถูกทำลาย .. เส้นชีพจรทั่วร่างขาดสะบั้น .. ร่างแผ่นอนจมกองเลือด
.. นี่หรืออานุภาพพลังระดับมหาปราณของเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง !
อุทัยหยุดยืนตะลึงงัน ! นี่มันแข็งแกร่งเกินไป หรือเป็นเจ้าสัตว์อสูรตนนี้ที่อ่อนแอเอง
ตั้งแต่ที่ได้บรรลุมหาปราณนี่เป็นครั้งแรกที่มันลงมืออย่างเต็มกำลัง มันยังยืนหอบถี่ๆ กระบวนท่าทั้งหลายทำมันสิ้นเปลืองพลังปราณไปมิใช่น้อย คนยืนก้มมองฝ่ามือและร่างกายตนเองอย่างแปลกประหลาดใจ
สตรีปักษาวารีจ้องมองครุ่นคิดจนคิ้วพันกัน
‘เจ้าโล้นผู้นี้ ! มันเป็นตัวอะไรกัน’
‘พลังปราณที่สัมผัสได้เป็นแค่ระดับมหาปราณชัดๆ แต่สามารถล้มอสุรกายลิงยักษ์ลงได้’
‘เหตุใดพลังยุทธ์ถึงมีอานุภาพปานนี้ หรือมันเป็นปีศาจ หรืออสูรจำแลงกายมากันแน่’
.. มิผิด ! ไอ้โล้นผู้นี้คืออสูรจำแลง !
.. อสูรบรรพกาลภายใต้รูปลักษณ์มนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่ง !!!
.. ร่างกายของอุทัยเป็นกายาสุดพิสดาร ถูกหล่อหลอมจากสายพันธุ์อสูรแรกเริ่ม แข็งแกร่งทนทานจนกายาของมังกรไม่สามารถเทียบติด ทั้งสามารถส่งผ่านพลังปราณเปล่งอานุภาพได้เป็นเท่าทวีสุดไพศาล
ยังมีพลังปราณอรุณโรจน์ที่ถูกถ่ายทอดจากแก่นต้นกำเนิดจริงแท้อีก พลังปราณสีทองอันร้อนลวกรุนแรงดังพลังของดวงอาทิตย์ ทั้งยังศักดิ์สิทธิ์ทำลายอาถรรพ์ได้ทั้งปวง
ยังไม่นับรวมพลังปราณอีกสองกระแสในกายาของมัน ‘ปราณอสูรบรรพกาล’ และ ‘ปราณเทวะแท้จริง’ และที่สำคัญไม่แพ้กัน
ก็คือ ‘ไหวพริบปฏิภาณ’ ของอุทัยเอง
“พี่ใหญ่ ! สวดยอดเวยยยย” เสียงลิงโลดของญานินดา
ญานินดาแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง อสุรกายตัวใหญ่ยักษ์นอนกองอยู่บนพื้น
“ฮึ ! เจ้าเกรียนบรรลัยยย ..” สตรีปักษาวารีสบถเบาๆ
นางฟื้นคืนสติกว่าเจ็ดแปดส่วนแล้ว บุคลิกลักษณะกลับมาดุร้ายเช่นเดิม ดูทีท่าเหมือนนางเป็นโรคสองบุคลิกแล้ว
ปกติสตรีนางนี้เป็นคนจ้าวอุบาย กำลังคิดหาวิธีจัดการกับอุทัย แต่อื่นใดต้องฟื้นฟูพลังฝีมือก่อน คนนั่งลงทำสมาธิเดินพลังลมปราณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ
“ฮืออออ ฮือออออ นายน้อยยย” เสียงร่ำร้องโหยหวนดังมาจากมุมหนึ่งของวิหาร
เป็นเสียงของเจ้าทาสกระบี่ มันงองุ้มอยู่ข้างซากเงาปีศาจอันบี้แบน ส่งแสงริบหรี่วูบวาบตามการสะอื้นไห้
“.. นายน้อยของบ่าว ฮือออออ”
“.. เป็นเพราะพวกเจ้า ! เจ้าโล้น .. เจ้าทำนายน้อยต้องตาย”
“.. ทั้งยังทำลายความหวังของราชวงศ์เรา .. ฮือออออ ฮือออออ”
ทาสกระบี่กล่าวอย่างเคียดแค้น แล้วจึงสะอึกสะอื้นร่ำไห้รำพันต่อ .. นายน้อยของมันถูกคองอเวจีเหยียบตาย ! เกี่ยวอันใดกับอุทัย !!!
ดูเหมือนเหตุการณ์กำลังคลี่คลาย ยอดยุทธ์สมาพันธ์ปักษาเทวาที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างคืบคลานหลบหนี
.. ทันในนั้นเอง !
.. ประตูอสูรโลกาทอแสงส่องสว่างอีกครั้ง !!
“!!!" อุทัยสะดุ้งโหยง
ที่ประตูอสูรโลกา ผืนมิติกระเพื่อมดังคลื่นน้ำส่องแสงระยับ ลำแสงลอดออกเป็นลำสว่างไปทั่ววิหาร เงาร่างยักษ์ใหญ่อีกสองร่างกำลังก้าวเดินออกมา !!!