่ที่เรียนอยู่อังกฤษ เธอเหมือนคนไร้ญาติขาดมิตรมีเพียงเงินสดจำนวนหนึ่งที่อยู่ในบัญชีธนาคารซึ่งเป็เงินก้อนสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้แม้ว่าเงินก้อนนั้นจะเป็จำนวนมากพอควร แต่สาริศาต้องทำงานพิเศษหลายอย่างเพื่อหาเงินเป็ค่าใช้จ่ายของตัวเอง เธอไม่เหมือนเพื่อนนักเรียนไทยที่มาเรียนที่เดียวกันทำให้เธอยิ่งรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวเพียงแต่เธอยังมีพิชชาเพื่อนรักที่ยังคงติดต่อกันอยู่สม่ำเสมอทำให้เธอไม่เหงาจนเกินไปนัก
สาริศามองกล่องไวโอลินแล้วเดินไปเปิดตู้เย็นรินน้ำเย็นให้ตัวเองหญิงสาวมองภาพเบื้องหน้าที่ท้องฟ้าเป็สีดำสนิทของรัตติกาล นี่ก็เป็ความงามที่ชวนหลงใหลไม่น้อยร่างกายที่อ่อนล้าเรียกหาการแช่น้ำอุ่นพร้อมกับกลิ่นเทียนหอม ถ้าได้ไวน์แดงในตู้เย็นสักจิบสองจิบก็คงจะดีไม่น้อยหญิงสาวยิ้มให้ตัวเองบางๆ ให้รางวัลตัวเองนิดๆหน่อยๆ จะเป็ไรไป พรุ่งนี้เธอไม่ต้องรีบตื่นแต่เช้านี่... แวะซื้อขนมของฝากให้กวินที่ช่วยดูแลแม่ก็เสียเวลาไม่เท่าไหร่นานๆ จะมีวันหยุดพักเสียที
ใช่...เธอหยุดงานนานๆไม่ได้หรอก ไม่ใช่เพราะเื่เงินแต่เพราะไม่อยากให้หัวใจหลงคิดถึงใครบางคนที่ไม่เคยคิดถึงเธอเลยสักครั้ง!.
...
“มาถึงแล้วเหรอริต้า”
หญิงสาวเสียงใสทักทายทันทีที่เห็นร่างเพื่อนสาวเดินเข้าในห้องทำงานของเธอซึ่งเต็มไปด้วยหนังสือเก่ามากมายและหลายเล่มที่ชำรุดทรุดโทรมรอการซ่อมแซมสาริศาถอดแว่นกันแดดออกแล้วยิ้มทักทายเพื่อนรักที่สวมผ้ากันเปื้อนสีเขียวอ่อนสีเดียวกับผ้าปิดจมูกของเธอ
“งานยุ่งเหมือนเคยนะ”สาริศาทักพิชชาแล้วมองไปรอบๆ ห้องเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ซ่อมหนังสือ
“รับ่ต่อจากคุณตาอ่ะ”พิชชาถอดผ้าปิดจมูกออกแล้วขยับแว่นสายตากรอบหนาของตัวเอง “ดูรูปเธอในนิตยสารแล้วรู้สึกว่าผอมมากแต่ตัวจริงอวบกำลังดีเชียว”
“นี่เธอชมหรือด่าฉันอ้วนเนี้ย”สาริศาหัวเราะออกมา เธอไม่ค่อยได้หัวเราะแบบนี้กับใครนัก
“ชมซิจ๊ะ”พิชชาหัวเราะร่วนแล้วปลดผ้ากันเปื้อนออก “ไม่เจอกันสองเดือนแล้วมั้ง”
สาริศาไหวไหล่น้อยๆ“วันนี้หาซื้ออะไรอร่อยๆ ไปกินที่บ้านแม่ฉันนะ”
“อ้าว...ไหนว่าจะพาแม่ออกไปกินข้าวนอกบ้านไง”
“แม่เปลี่ยนใจไม่อยากออกไปข้างนอกนะซิ”สาริศาถอนหายใจหนักๆ “ฉันก็อยากพาแม่ออกไปสูดอากาศข้างนอกแล้วก็ได้กินของอร่อยๆ”
“แม่คงไม่อยากให้เธอเจอทัพนักข่าวละมั้ง”พิชชาแตะไหล่เพื่อนอย่างให้กำลังใจ เธอรู้ดีว่าเพื่อนสาวมักมีข่าวคาวตามหน้าหนังสือพิมพ์บันเทิงอยู่บ่อยๆซึ่งมันไม่เป็ความจริงเลย “ฉันไม่เข้าใจเธอเลยจริงๆ ข่าวมันใส่สีตีไข่ขนาดนั้นทำไมเธอไม่แก้ข่าวหรือตอบโต้อะไรไปบ้าง”
“ช่างมันเถอะ” สาริศายิ้มให้เพื่อนรัก“แค่คนในครอบครัวเชื่อใจว่าฉันไม่ได้เป็แบบนั้นก็พอแล้ว”
พิชชายกมือขึ้นเท้าเอวนึกอยากต่อว่าเพื่อนรักอีกแต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่โต้ตอบอะไรก็เปลี่ยนใจ “เอาเถอะๆฉันก็เริ่มหิวแล้ว เราไปหาซื้ออะไรอร่อยๆ แล้วไปกินที่บ้านแม่ดีกว่า”
พิชชาเดินไปเก็บอุปกรณ์ต่างๆราวสิบนาที แล้วสองสาวก็ควงแขนกันมาที่รถของสาริศามุ่งหน้าไปร้านอาหารเ้าประจำที่เธอโทรสั่งรายการไว้แล้ว และอีกเพียงสี่สิบนาทีต่อมาทั้งคู่ก็มาถึงบ้านชั้นเดียวหลังเล็กที่คุณพรพิมลพักอยู่สาริศายืนมองดูบ้านอยู่นานราวครึ่งนาที เธอหลับตาลงอย่างปวดร้าวก่อนหน้านี้เธอเคยมีบ้านหลังใหญ่ในหมู่บ้านหรูกลางกรุง แต่สภาพปัจจุบันช่างแตกต่างจากภาพในความทรงจำเหลือเกิน
“หอมกลิ่นกับข้าวจังเลยพี่ริต้า-พี่พิชชา”
“วันนี้กวินอยู่บ้านเหรอ”สาริศาตื่นจากภวังค์ หลานชายตัวโตยกมือไหว้เธอกับเพื่อนแล้วรีบช่วยรับถุงกับข้าว
“่นี้สอบเสร็จแล้วฮะแต่พรุ่งนี้ผมไปทำงานพิเศษ ตอนนี้ได้งานพิเศษที่ร้านกาแฟใกล้ๆ บ้านเรานี่แหละ”
“ขยันจังเลย” พิชชาชมด้วยความจริงใจ กวินอายุเพียงแค่18ปีแต่รูปร่างสูงใหญ่ ที่สำคัญเขาคอยดูแลคุณพรพิมลแม่ของสาริศาเป็อย่างดี ทำให้สาริศาคอยเบาใจที่ต้องอยู่คนละที่กับแม่
“คุณลุงไม่อยู่ใช่ไหม”สาริศาถามย้ำเพื่อความสบายใจของตัวเองเลี่ยงที่จะเจอพ่อเลี้ยงได้เป็เื่ดีที่สุดไม่อย่างนั้นเธออาจจะนึกอยากเป็ฆาตกรก็ได้
“ครับพี่ริต้า...ออกไปั้แ่เมื่อวานยังไม่เห็นเข้ามาเลย” กวินจัดการจัดอาหารใส่จานเรียบร้อย“ข้าวสุกพอดีเลยครับ พี่ริต้าไปพาคุณป้ามาทานข้าวเลยดีกว่า”
สาริศาเดินไปที่ห้องนอนของแม่ มารดาของเธอกำลังนั่งแปรงผมอยู่ เพราะอาการเจ็บป่วยทำให้เส้นผมบางลงจนน่าใ ร่างกายก็ผายผอมลงแต่กระนั้นก็ยังแย้มยิ้มเมื่อเห็นลูกสาวเข้ามา
“แม่กำลังจะเดินไปอยู่พอดีเลย”
“หนูช่วยประคองค่ะ”สาริศาเข้าไปประคองแม่แล้วค่อยๆ เดินมาที่โต๊ะอาหาร “มีแต่ของโปรดของแม่ทั้งนั้นเลยค่ะแม่ต้องกินข้าวเยอะๆ นะคะ”
“หนูก็เหมือนกันนะลูก”คุณพรพิมลเอ่ยอย่างห่วงใย “หนูผอมไปนะลูก”
สาริศาหัวเราะแล้วเลื่อนเก้าอี้ให้ผู้เป็แม่นั่ง “แฮรี่บอกว่าถ้าน้ำหนักหนูเพิ่มอีกขีดเดียวต้องเป็เื่แน่ๆ”
“ตายจริง! ขนาดนั้นเชียวเหรอลูก” คุณพรพิมลมีสีหน้ากังวล
“คุณแม่อย่าไปเชื่อยัยริต้าเลยค่ะ”พิชชากลับหัวเราะออกมา “ใครจะกล้าปฏิเสธนางแบบอันดับหนึ่งของเอเชียได้ล่ะค่ะ”
“เว่อร์ไปยัยพิชชา” สาริศาส่ายหน้าไปมา “ตักข้าวให้แม่ได้แล้วกวินก็มาทานพร้อมกันด้วยซิ”
“ครับพี่ริต้า”
สาริศา พิชชา และกวินต่างนั่งล้อมคุณพรพิมลเพื่อรับประทานอาหารแม้จะเป็อาหารง่ายๆ แต่ก็เป็ของโปรดที่ถูกปากคุณพรพิมลเป็อย่างยิ่ง เสียงหัวเราะพูดคุยระหว่างพิชชาและสาริศาทำให้คุณพรพิมลมีสีหน้าแช่มชื่นขึ้นจนกวินสังเกตได้
กวินมาอาศัยอยู่กับคุณพรพิมลราวๆหกปีก่อน ขณะนั้นเขาอายุเพียงสิบสองปีแต่ก็ตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าที่มีเพียงไม่กี่ชุดใส่เป้เดินทางจากอยุธยามาหาญาติคนเดียวที่ป้าเลยเล่าให้ฟังที่กรุงเทพฯแม้ตอนนั้นเขาจะเป็เพียงเด็กชายตัวเล็กซ้ำยังกำพร้าพ่อและแม้ต้องมาอาศัยกับป้า แต่ทั้งสองก็ยากจนไม่เงินทาองส่งเสียให้เราร่ำเรียนจนทำให้เขาต้องลองเสี่ยงมาขอความช่วยเหลือจากคุณพรพิมล ด้วยความเมตตาของคุณพรพิมลทำให้เขาได้กินดีอยู่ดีและได้ร่ำเรียนหนังสืออย่างที่ตั้งใจหวังเขาพยายามช่วยเหลืองานบ้านทุกอย่างเพื่อเป็การตอบแทนพระคุณที่คุณพรพิมลมีต่อเขา แต่เมื่อในครอบครัวมีเหตุวุ่นวายจนพี่สาริศาหรือริต้าต้องขายบ้านหลังใหญ่โตมาซื้อหลังเล็กๆแบบนี้