วันนี้นวลเดินทางกลับไปทำงานที่บ้านของฟานจิ้ง เธอถือสัมภาระกำลังจะเดินเข้าไปในบ้าน แต่มะลิแอบมาดักหน้านวลไว้ แล้วพาเธอไปคุยในที่ลับทันที
“แย่แล้วนวล คุณหญิงท่านแอบไปค้นที่ห้องเธอ ท่านเจอสร้อยคอทองคำของท่านอยู่ในห้องเธอด้วย นี่เธอไม่ใช่ขโมยจริงๆ ใช่มั้ย” มะลิกล่าว
“ฉันไม่ได้ขโมยจริงๆ ฉันสาบานก็ได้” นวลกล่าว
“แล้วสร้อยจะไปอยู่ที่ห้องของเธอได้ยังไงกันล่ะ” มะลิสงสัย
“ฉันไม่รู้เื่จริงๆ นะ เธอต้องเชื่อฉันนะ” นวลกล่าว
“งั้นเธอก็คงโดนกลั่นแกล้ง เหมือนสาวใช้หน้าตาดีคนอื่นๆ แล้วล่ะ” มะลิกล่าวเพราะเคยเห็นสาวใช้แสนสวยหลายคนเจอแบบนี้
“ฉันบริสุทธิ์ใจซะอย่าง ยังไงคุณฟานจิ้งคงจะฟังฉันบ้าง” นวลกล่าว
“ก็ไม่แน่หรอกนะนวล เพราะคุณฟานจิ้งเขาเชื่อคุณผู้หญิงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ระวังตัวไว้ก็ดี ฉันมาเตือนเธอได้เท่านี้ล่ะ เพราะยังไงฉันก็เห็นเธอเป็เพื่อน” มะลิกล่าว
“ขอบใจมาก มะลิ ฉันคงต้องเข้าไปเผชิญหน้าแล้วล่ะ” นวลกล่าว
เมื่อนวลเดินเข้าไปในบ้าน แม่บ้านก็เข้ามาดักหน้าเธอเช่นกัน
“คุณฟานจิ้งเรียกเธอให้ไปพบที่ห้องทำงานน่ะ รีบไปเดี๋ยวนี้เลยนะ” แม่บ้านกล่าวเสียงแข็ง
“รับทราบค่ะคุณแม่บ้าน” นวลกล่าวเสียงอ่อน
**********************************************************
นวลวางสัมภาระไว้ในห้องรับแขก เธอรีบขึ้นไปบนบ้าน เคาะประตูห้องทำงานของฟานจิ้งทันที
หลังจากที่ฟานจิ้งอนุญาตแล้ว ก็รีบเดินเข้าไป เธอปิดประตูอย่างแ่เบา ไม่ใช่เพราะเกรงใจคุณฟานจิ้ง แต่เธอเริ่มรู้สึกท้อใจ
“มาแล้วงั้นหรือ นั่งลงสิ” ฟานจิ้งกล่าวอย่างเสียงแข็ง
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” นวลนั่งลงที่เก้าอี้ทันที
“นี่ไงของกลาง ฉันพบสร้อยคอทองคำของป้าฉันไปอยู่ในห้องของเธอ” ฟานจิ้งกล่าว
“ฉันไม่ได้ทำค่ะ ฉันไม่รู้เื่จริงๆ” นวลกล่าว
“จับได้คาหนังคาเขาแบบนี้ เธอยังจะแก้ตัวอีกนะ” ฟานจิ้งเริ่มขึ้นเสียงสูง
“และฉันก็เห็นเธอไปพลอดรักกับสามีเธอที่ตลาด นี่ไงรูป” ฟานจิ้งเปิดรูปในมือถือแสดงให้นวลดู
“นั่นมัน….” นวลใเพราะนั่นเป็ชายแปลกหน้าที่อยู่ดีๆ ก็เข้ามาลวนลามเธอ
“เธอไม่ต้องแก้ตัวหรอก ฉันสืบประวัติชายคนนี้มาแล้ว สามีของเธอเป็พวกลักเล็กขโมยน้อย เธอคงนำนิสัยของสามีมาใช้กับที่นี่ด้วยสินะ ขโมยได้อะไรไปบ้างแล้วล่ะ” ฟานจิ้งกล่าว
“ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่สามีฉันค่ะ ฉันไม่รู้จักเขาเสียด้วยซ้ำ” นวลกล่าว
“ทำไมเธอไม่ยอมรับสารภาพดีๆ นะ ฉันจะได้ให้โอกาสเธอไง แต่ถ้าเธอปากแข็งแบบนี้ พรุ่งนี้ฉันคงต้องจับเธอส่งตำรวจเสียเลย ไม่ใช่สิต้องจับตายายเธอไปด้วยสินะ” ฟานจิ้งกล่าว
“พวกท่านไม่เกี่ยว คุณไม่มีสิทธิ์จับกุมพวกท่านนะคะ” นวลกล่าว
“และนี่ เสื้อที่เธอให้ฉันน่ะ ฉันไม่้า เพราะไม่รู้ว่าเธอไปขโมยใครมาให้ฉัน มันเป็เสื้อมียี่ห้อและมีราคาแพงมากเสียด้วย ฉันรับไม่ได้หรอก” ฟานจิ่งโยนเสื้อเชิ้ตใส่หน้านวลอย่างไม่ไว้หน้า
“เสื้อตัวนี้ฉันไม่ได้ขโมยมาค่ะ ฉันได้มาเพราะสอยดาวได้ ฉันเห็นว่ามันเหมาะกับคุณก็เลยให้คุณเท่านั้น” นวลพยายามอธิบาย
“เื่แบบนี้ใครจะเชื่อเธอ ห๊า นวล” ฟานจิ้งกล่าว
ฟานจิ้งโมโหนวลมาก โกรธที่เธอปากแข็ง “เอาล่ะในเมื่อเธอปากแข็งแบบนี้ ฉันจะโทรไปสั่งลูกน้องให้ไปจับกุมตายายให้มาร่วมรับผิดกับเธอด้วยก็แล้วกัน”
นวลใเพราะมันทำให้ตายายต้องมาเดือดร้อนด้วย นวลเลยตัดสินใจแย่งมือถือของเขาอย่างคนไม่มีสติ “อย่านะคะคุณฟานจิ้ง พวกท่านไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย และฉันก็ไม่ได้ขโมยสร้อยทองอย่างที่คุณกล่าวหาด้วยค่ะ”
แต่มีหรือที่นวลจะสู้แรงของฟานจิ้งได้ เขาเลยพลั้งผลักนวลไปชนกับขอบโต๊ะเข้าอย่างแรง ทำให้นวลหัวแตก เืของเธอเปอะเปลื้อนเสื้อเชิ้ตที่เธออุตส่าห์ให้เขา ในตอนนั้นเองภาพความทรงจำของเธอก็กลับมาทั้งหมด โดยเฉพาะคำพูดของฟานจิ้งสมัยยังเป็เด็ก มันยังคงกึกก้องในหัวของเธอ
“พี่สัญญาว่าจะดูแลและปกป้องน้องปิ่นพลอยยิ่งชีวิต จะไม่ให้ใครมาทำอันตรายเธอได้”
ในใจปิ่นพลอยคิดว่า “นี่น่ะหรือชายคนที่สัญญาว่าจะปกป้องฉัน แต่เขากลับเป็คนทำร้ายฉันเสียเอง”
ตอนนี้ปิ่นพลอยมองเห็นเขายืนมองเธอนิ่งอย่างไม่ใยดี น้ำตาปิ่นพลอยหลั่งรินอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน และมันยิ่งไหลหนักมากขึ้นเมื่อได้ยินเขาพูดว่า
“ออกไปได้แล้วนวล แล้วอย่าหลบหนีล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ถ้าเธอหนี ตายายของเธอจะได้เข้าไปอยู่ในคุกแทนเธอ จำใส่ใจไว้ด้วย” ฟานจิ้งกล่าว
ปิ่นพลอยรีบลุกขึ้นยืน เธอทิ้งเสื้อเชิ้ตที่มันเคยผ่านมือผู้ชายคนนี้ไว้กับพื้น เธอไม่อยากจับมันและไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้อีก ปิ่นพลอยรีบหยิบผ้าเช็ดหน้ากดแผลที่หน้าผากแล้วรีบเดินออกไปจากห้องของฟานจิ้งทันที
ปิ่นพลอยเดินออกมา อยู่ดีๆ ฤทัยก็วิ่งเข้ามากอดเธอ แสร้งว่าเป็ห่วงเธอมาก “ไม่เป็อะไรนะนวล ให้พี่ฟานจิ้งอารมณ์เย็นกว่านี้ก่อน เดี๋ยวฉันจะช่วยพูดกับพี่เขาให้ยอมผ่อนปรนให้”
ปิ่นพลอยรู้ธาตุแท้ของฤทัยมานานก่อนที่เธอจะเป็นวลเสียอีก เธอรู้ดีแก่ใจว่าฤทัยเสแสร้งแกล้งทำ แต่ปิ่นพลอยถือโอกาสนี้ขโมยมือถือของฤทัย เพราะมันจำเป็ต้องใช้จริงๆ เลยใช้วิชาที่อาจารย์อาสอน ซึ่งแปลกมาก อาจารย์อาสอนให้เธอขโมยปืนของศัตรูให้ได้ เพื่อใช้ในการเอาตัวรอด
ปิ่นพลอยจึงขโมยมือถือได้สำเร็จ แล้วแกล้งทำเป็ร้องไห้เสียใจเพื่อไม่ให้ฤทัยไหวตัวทัน
ปิ่นพลอยรีบเดินไปหยิบสัมภาระ แล้วกลับเข้าไปในห้องพักของตัวเอง ซึ่งเธอก็มองเห็นว่าห้องของเธอในขณะนี้รกเสียยิ่งกว่ารังหนูเสียอีก เนื่องจากมีการค้นข้าวของกระจัดกระจายไปทั่ว แต่เธอก็เลิกสนใจ เพราะต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้ เลยรีบโทรติดต่อพี่สาวโดยใช้มือถือของฤทัย
“ฤทัย มีอะไร วันนี้จะมาไม้ไหนอีกล่ะ” ปิ่นเพชรกล่าวเสียงแข็ง
“ไม่ใช่ค่ะพี่เพชร นี่พลอยเอง” ปิ่นพลอยกล่าว
“อ้าวพลอยทำไมใช้มือถือของฤทัยติดต่อพี่ล่ะ ในเมื่อเธอก็ไม่ถูกกับฤทัยเช่นกัน” ปิ่นเพชรสงสัย
“เื่มันยาวน่ะพี่ ตอนนี้พี่รีบมารับฉันที่บ้านของฟานจิ้งโดยด่วนเลยนะคะ พอพี่มาจอดที่บ้านของเขา พี่ห้ามล็อคประตูรถเด็ดขาด ฉันจะแอบเข้าไปในรถของพี่ แต่พี่ต้องทำทีท่าว่ามาเยี่ยมฟานจิ้งเขา เพื่อไม่ให้เขาสงสัย หากฉันเข้าไปในรถพี่ได้แล้ว ฉันจะส่ง line ไปบอกพี่ผ่าน line ของฤทัย แล้วพี่รีบกลับออกมา เพราะต้องหนีนายฟานจิ้งให้พ้น ถือว่าฉันขอร้องนะพี่ ว่าอย่าเพิ่งสอบถามอะไรฉันตอนนี้เลย” ปิ่นพลอยกล่าวแผน
“ได้ เดี๋ยวจะรีบดำเนินการเดี๋ยวนี้ล่ะ” ปิ่นเพชรรีบวางและรีบขับรถไปหาน้อง
พอพลอยวางสายได้ไม่นาน อยู่ดีๆ ห้องของเธอก็มีชายแปลกหน้าบุกรุกเข้ามา
“นายเป็ใครน่ะ ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้นะ” ปิ่นพลอยใ
“คุณฟานจิ้งยกเธอให้ฉันแล้ว น่านะ มามีความสุขกัน” ชายแปลกหน้ากล่าว
พลอยทั้งเจ็บหัว และไม่รู้จะสู้ชายคนนี้ได้ยังไง และที่เธอโกรธมากก็คือมันเป็คำสั่งของฟานจิ้งที่ยกเธอให้ใครก็ได้ราวกับเธอเป็สิ่งของ
พลอยพยายามวิ่งหนีแต่ถูกชายแปลกหน้ารวบตัวไว้ได้ทัน
“ปล่อยนะไอ้บ้า ฉันบอกให้ปล่อย” พลอยพยายามดิ้นสุดฤทธิ์
ทันใดนั้นก็มีเ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยเธอได้ทันเวลา บอดี้การ์ดคนหนึ่งเข้ามาฟาดที่ต้นคอของคนร้าย ทำให้เขาสลบไป
“ขอบคุณที่มาช่วยนะ นายยงสิน ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่” ปิ่นพลอยสงสัย
“เ้าพ่อซานกุ้ยมอบหมายให้ผมมาสืบชีวิตของคุณฟานจิ้งครับ ผมพยายามให้คุณหนูเห็นผมหลายครั้งแล้ว แต่คุณหนูจำผมไม่ได้” ยงสินกล่าว
“ฉันป่วยความจำเสื่อมน่ะ เพิ่งฟื้นความจำเมื่อกี้นี่เอง” ปิ่นพลอยกล่าว
“นายคนนี้ไม่ใช่คนของฟานจิ้งหรอกครับคุณหนู นายฟานจิ้งน่าจะถูกปรักปรำ” ยงสินกล่าว
“ช่างเถอะ ฉันไม่สน นายช่วยจับตัวนายคนนี้ไปไว้ในกระโปรงหลังรถของพี่สาวฉัน ฉันจะให้พ่อชำระความเอง ฉันติดต่อพี่เพชรแล้ว เดี๋ยวเธอก็มา งั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ” ปิ่นพลอยกล่าว
ปิ่นพลอยกับนายยงสินที่กำลังแบกคนร้าย พากันย่องไปที่รถของปิ่นเพชร ซึ่งเธอมาถึงที่นี่เร็วมาก
“เดี๋ยวผมจะตามไปพบเ้าพ่อภายหลังนะครับ ตอนนี้ผมขอตัวก่อน” ยงสินกล่าว
“อื้อ ขอบใจมาก นายยงสิน” ปิ่นพลอยกล่าว
ปิ่นพลอยเข้าไปในนอนที่เบาะหลังคนขับและรีบล็อคประตูรถทันที
**********************************************************
ทางด้านปิ่นเพชรก็แสร้งทำเป็ไปเยี่ยมฟานจิ้ง ทั้งสองคนมีอายุเท่ากัน
“ไงเพชร นึกยังไงถึงมาเยี่ยมฉันถึงที่นี่ล่ะ” ฟานจิ้งกล่าว
“พ่อฝากให้มาเยี่ยมน่ะ นี่ไงของฝาก” ปิ่นเพชรกล่าว
“ตบหัวแล้วลูบหลังสิไม่ว่า” ฟานจิ้งกล่าว
“เอาน่า รับไปก่อนเถอะนะ สักวันพ่อฉันจะต้องเห็นค่าในตัวนาย” ปิ่นเพชรกล่าว
“ทานอาหารเย็นด้วยกันมั้ยล่ะ” ฟานจิ้งชวน
“ไม่ล่ะ ฉันต้องขึ้นเวรโรงพยาบาลต่อเลย งั้นไปก่อนนะ” ปิ่นเพชรกล่าว
“อื้อ ขับรถระวังล่ะ” ฟานจิ้งกล่าว
“Bye เพื่อน” ปิ่นเพชรโบกมือให้เพื่อน
ปิ่นเพชรรีบเดินแกมวิ่งไปที่รถของเธอแล้วรีบเข้าไปในรถ เธอรู้สึกสบายใจที่เห็นน้องสาวนอนอยู่ที่เบาะหลังคนขับ แต่เธอกลับแอบเป็ห่วงน้องสาวที่เห็นหัวของเธอแตก ปิ่นเพชรไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบพาน้องสาวไปโรงพยาบาลเพื่อเย็บแผลทันที
ปิ่นเพชรรู้ใจน้องสาวของเธอดี ว่าตอนนี้ยังไม่อยากพูดอะไรทั้งสิ้น เลยยังไม่ถามอะไร รอให้น้องสาวของเธอยอมเปิดปากพูดออกมาเอง
หลังจากเย็บแผลเสร็จ ปิ่นเพชรพาน้องสาวสุดที่รักกลับบ้าน และเธอเองก็เพิ่งรู้ว่ามีคนร้ายถูกจับกลับมาด้วย
ปิ่นพลอยเล่าเื่ทุกอย่างให้พ่อและพี่สาวฟังอย่างละเอียด พร้อมกับให้พ่อชำระความคนร้ายคนนั้นว่าจริงๆ ใครบงการให้ทำชั่วแบบนั้น
**********************************************************
“พวกนายคุมภาษาอะไร ห๊า ทำไมปล่อยให้นวลหนีไปได้” ฟานจิ้งโมโห
“ขอโทษจริงๆ ครับนาย” บอดี้การ์ดคนหนึ่งกล่าว
“ไม่เอาน่าหลาน เดี๋ยวพวกเราค่อยไปชำระความกับตายายของนวลก็ได้” ป้ากล่าว
“ก็คงต้องตามนั้นครับคุณป้า” ฟานจิ้งอารมณ์เย็นลง