สองพี่น้องตระกูลลู่ที่ขึ้นลิฟต์มาพร้อมกับเขายังไม่ทันปิดประตูลิฟต์ ก็ได้ยินคำพูดของเกาเฉียงพอดี
ลู่เหยาชะโงกหน้าออกไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อเห็นคำว่าร้านอาหารก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมาว่า "พี่คะ ร้านอาหาร ชั้นสองมีร้านอาหารด้วย!"
"ชั้นสองไม่ใช่ห้องพักหรอกเหรอ ทำไมถึงเป็ร้าน..."
ลู่เหยี่ยเดินออกมาจากลิฟต์ ยังไม่ทันพูดจบประโยค ก็เห็นป้ายคำว่า ‘ร้านอาหาร’ ตัวเบ้อเริ่ม เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับเข้าลิฟต์
"น้องสาว เราขึ้นไปดูชั้นสามกันเถอะ!"
"ตกลงค่ะ!" ลู่เหยาพยักหน้า หดหัวกลับเข้าไป แล้วขึ้นไปยังชั้นสามพร้อมกับลู่เหยี่ย
ชั้นสามยังคงเป็ห้องพักเหมือนเดิม ลู่เหยี่ยนำทางลู่เหยามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้อง 301 ทั้งสองคนรออยู่ครู่หนึ่ง แต่ประตูห้องยังคงปิดสนิท ไร้ซึ่งการตอบสนองใด ๆ "เกิดอะไรขึ้น ระบบเซนเซอร์เสียเหรอ?"
"ลู่เหยี่ย นายมาทำอะไรหน้าห้องของซูมู่หยาง?" เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านข้าง
ลู่เหยี่ยหันกลับไปมอง ก็เห็นอวิ๋นเจิงยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องอีกห้องหนึ่ง ลู่เหยี่ยสบตาเขาแล้วชี้ไปที่ประตูห้อง "นี่คือห้องของฉัน"
"นี่มันห้อง 201 จะเป็ห้องของนายได้ยังไง..." อวิ๋นเจิงยังพูดไม่ทันจบ ก็สังเกตเห็นว่าเลขที่หน้าห้องเขียนว่า 301
เขาอึ้งไปครู่หนึ่ง รีบวิ่งกลับไปดูที่หน้าประตูห้องของตัวเอง และพบว่าเลขที่หน้าห้องเขียนว่า 303 "ทำไมห้องของฉันกลายเป็ 303 ไปได้?"
อวิ๋นเจิงเบิกตากว้าง ในดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย
"ร้านอาหารยึดชั้นสองไปแล้วค่ะ" ลู่เหยาชี้ลงที่พื้น แล้วหันไปมองลู่เหยี่ย "พี่คะ ห้องของพวกเราน่าจะย้ายไปอยู่ที่ชั้นสามแล้ว"
"301 กลายเป็ 401 งั้นเหรอ?"
ลู่เหยี่ยเบิกตากว้าง เขาแค่ก้าวออกไปข้างนอกแป๊บเดียว ในอพาร์ตเมนต์ไม่เพียงแต่มีลิฟต์เพิ่มขึ้นมาหนึ่งตัว แต่ยังมีการต่อเติมชั้นเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งชั้นด้วย แถมชั้นที่ต่อเติมยังเป็ชั้นสองอีก นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
"ขอเชิญลูกค้าหมายเลข 02 มารับอาหาร" เสียงแจ้งเตือนที่ไร้อารมณ์ดังขึ้นอีกครั้งในร้านอาหารชั้นสอง
เกาเฉียงบังเอิญเดินผ่านช่องรับอาหารพอดี เขามองผ่านกระจกเข้าไป เห็นโอเด้งและไข่ต้มหนึ่งฟองวางอยู่ในถาด ดวงตาก็พลันเป็ประกาย
เขายื่นมือจะไปหยิบ แต่กลับถูกคนที่อยู่ข้างหลังผลักเข้าให้ "ใครวะ ทำอะไรของเธอ?" เกาเฉียงหันกลับไปตะคอกใส่คนที่อยู่ข้างหลัง
ถังเวยไม่เกรงใจเขาเช่นกัน และสวนกลับไปว่า "นี่คืออาหารที่ฉันสั่ง ฉันต่างหากที่อยากถามว่านายทำอะไรอยู่?"
"มีอะไรน่าภูมิใจนักหนา ของแค่นิดเดียว ไม่พอให้ฉันเอาไว้แคะฟันด้วยซ้ำ เหอะ!"
เกาเฉียงปรายตามองถังเวยแวบหนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินไปยังจุดที่ซูมู่หยางและหลินโยวโยวอยู่ อาหารที่ถังเวยสั่งนั้นน้อยเกินไป เขาไม่เห็นอยู่ในสายตาจริง ๆ แต่กับซูมู่หยางและหลินโยวโยวกลับต่างออกไป
ในมือของทั้งสองคนถือโอเด้งอยู่ และตรงหน้ายังมีกับข้าวที่เป็เนื้อสัตว์อีกสองอย่าง เกาเฉียงน้ำลายสอด้วยความอยากอาหาร ดวงตาเป็ประกายยามมองไปที่หมูสามชั้นผัดซอสเผ็ด
"อร่อยไหม ขอลองชิมหน่อยได้เปล่า?"
เมื่อได้ยินเสียงของเกาเฉียง หลินโยวโยวก็หดตัวเข้าไปในอ้อมกอดของซูมู่หยางโดยสัญชาตญาณ ซูมู่หยางขมวดคิ้ว จ้องมองเกาเฉียงด้วยสายตาเ็า "อยากกินก็ไปสั่งเอง!"
"ขอชิมคำเดียวเอง อย่าขี้เหนียวนักเลยน่า!" พูดจบ เกาเฉียงก็ยื่นมือจะเข้าไปคว้า
ซูมู่หยางไม่เกรงใจเช่นกัน เขาคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่นจนเกาเฉียงร้องลั่นด้วยความเ็ป "ซูมู่หยาง อพาร์ตเมนต์... อพาร์ตเมนต์มีกฎ ห้ามลงไม้ลงมือกับคนอื่น นาย... นายทำผิดกฎแล้ว!"
"ตาข้างไหนของนายที่เห็นว่าฉันลงมือตี?" ซูมู่หยางยังคงไม่ปล่อยมือ เกาเฉียงรู้สึกเหมือนกระดูกจะหัก ใบหน้าซีดเผือดพลางร้องฟ้อง "นาย... นายใช้พลังพิเศษ!"
"ฉันแรงเยอะมาั้แ่เกิด"
"เป็ไปไม่ได้ นาย... นายต้องใช้พลังพิเศษแน่ ๆ !" เกาเฉียงพูดอย่างมั่นใจ แต่กลับไม่มีหลักฐาน ภายในร้านอาหารเงียบสนิท ไม่มีการลงโทษใด ๆ เกิดขึ้น
อวิ๋นเจิงและสองพี่น้องตระกูลลู่เดินเข้ามาในร้านอาหาร และเห็นเหตุการณ์นี้พอดี ทั้งสามคนต่างก็เกลียดเกาเฉียง
เมื่อเห็นเกาเฉียงถูกซูมู่หยางจับไว้ อวิ๋นเจิงจึงแกล้งถามว่า "น้องชายซู ้าให้ช่วยไหม?"
"ไม่ต้อง!" ซูมู่หยางปล่อยมือ เกาเฉียงเสียหลักถอยหลังไปสองก้าวตามแรงส่ง เขาเป่าข้อมือด้วยความเ็ป และจ้องซูมู่หยางอย่างโกรธแค้น "ฉันบอกนายไว้เลย เื่นี้ไม่จบง่าย ๆ แน่!"
"ถ้าอยากมีเื่ พร้อมเสมอ!" ซูมู่หยางปรายตามองเขาอย่างเ็า ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาทานข้าวต่อ
เกาเฉียงมองเขา แล้วหันไปมองคนทั้งสามที่อยู่ข้างหลัง รู้สึกเสียหน้าเป็อย่างมาก แต่คนที่อยู่ในร้านอาหารต่างก็ไม่ถูกกับเขาทั้งนั้น
อีกทั้งเขายังเป็เพียงคนธรรมดาที่ไม่มีพลังพิเศษ เมื่อขาดการคุ้มครองจากฐานหลงเถิงและคุณลุง เขาก็สู้ใครไม่ได้เลย เขาขบฟัน อดทนต่อความโกรธนี้ แล้วหันไปหาเสี่ยวเอ้อร์
บนเมนูข้างตัวเสี่ยวเอ้อร์ มีราคาอาหารระบุไว้อย่างชัดเจน เกาเฉียงกวาดสายตามองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบเหรียญทองยี่สิบเหรียญตบลงตรงหน้าเสี่ยวเอ้อร์ "เอาบะหมี่เนื้อชามหนึ่ง!"
"สี่สิบเหรียญทอง" เสี่ยวเอ้อร์ตอบเรียบ ๆ
เกาเฉียงชะงัก "ในนี้เขียนว่าชามละยี่สิบเหรียญทอง นายมีสิทธิ์อะไรมาเก็บฉันสี่สิบเหรียญทอง?"
"สิทธิ์จากการที่คุณทำผิดกฎของอพาร์ตเมนต์" เสี่ยวเอ้อร์มองเขาอย่างสงบ "หรือคุณจะเลือกไม่กินก็ได้"
"แก..." เกาเฉียงขบฟัน โกรธจนหน้าแดงก่ำ คนที่อยู่ในอพาร์ตเมนต์หลังนี้แต่ละคนต่างรุมรังแกเขา ตอนนี้แม้แต่หุ่นยนต์ตัวหนึ่งยังจะซ้ำเติมเขา มันเกินไปจริง ๆ !
"เกาเฉียง นายจะสั่งไหม? ถ้าไม่สั่งก็หลีกทางไป อย่ามัวแต่ขวางทางคนอื่น!" เสียงของลู่เหยี่ยดังขึ้นช้า ๆ จากด้านหลัง
เมื่อก่อนตอนอยู่ที่ฐานหลงเถิง เกาเฉียงเคยพูดกับพวกเขาพี่น้องแบบนี้ ในที่สุดตอนนี้เขาก็หาโอกาสเอาคำพูดนี้คืนให้ได้เสียที ทำไมถึงรู้สึกสะใจแปลก ๆ นะ?
"ไปต่อแถวข้างหลังโน่น!" เกาเฉียงะโใส่ แล้วหยิบเหรียญทองอีกยี่สิบเหรียญตบลงตรงหน้าเสี่ยวเอ้อร์ "สี่สิบก็สี่สิบ แกคอยดูเถอะ วันหน้าแกโดนดีแน่ เหอะ!"
เกาเฉียงถลึงตาใส่เสี่ยวเอ้อร์ รับบัตรคิวแล้วเดินเข้าไปข้างใน ความอัปยศของวันนี้เขาจะจำไว้หมดเลย รอให้เขาได้ยึดอพาร์ตเมนต์หลังนี้และได้เป็เ้าของบ้านเมื่อไหร่ ฉันจะไล่คนพวกนี้ออกไปให้หมด แล้วจะรื้อไอ้หุ่นยนต์เฮงซวยนั่นทิ้งซะ!
อวิ๋นเจิงและสองพี่น้องตระกูลลู่ร่วมกันสั่งหมูสามชั้นผัดซอสเผ็ด หมูเส้นผัดซอสเปรี้ยวหวาน และยำมะเขือยาว พวกเขาหาที่นั่งใกล้กับช่องรับอาหารแล้วนั่งลง
หลินโยวโยวทานจนอิ่ม จึงเรียกแผงควบคุมขึ้นมา ยอดคงเหลือในระบบกลายเป็ 945 เหรียญทอง
เธอนับนิ้วคำนวณอยู่นาน แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่ารายได้ของร้านอาหารคืนนี้เป็เท่าไหร่ ระบบรู้ว่าเธอไม่เก่งคณิตศาสตร์ จึงช่วยไขข้อสงสัยให้เธอโดยอัตโนมัติ
[รายได้ของร้านอาหารในคืนนี้ หลังจากหักต้นทุนค่าอาหารแล้ว มีรายได้รวม 221 เหรียญทอง ส่วนยี่สิบเหรียญทองที่ลูกค้าห้อง 305 ให้เกินมา จะถูกนำเข้าสู่คลังสมบัติส่วนตัวของโฮสต์]
สิ้นเสียงของระบบ ข้าง ๆ ตัวเลข 945 ก็มีตัวเลข +20 ปรากฏขึ้นมา ดวงตากลมโตของหลินโยวโยวเป็ประกาย เธอตบมือเล็ก ๆ ด้วยความตื่นเต้น ในที่สุดเธอก็มีเงินแล้ว!
"โยวโยว เป็อะไรไป?" ซูมู่หยางสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ จึงมองเธอด้วยความสงสัย
หลินโยวโยวโกหกไม่เป็ จึงพูดตะกุกตะกักว่า "พี่ชายคะ โยวโยว... โยวโยวดีใจจังเลยค่ะ!"
เกาเฉียงเงยหน้าขึ้น จ้องมองหลินโยวโยวด้วยสายตาเ็า ดีใจงั้นเหรอ?
เขาอยากจะรู้นักว่า หลังจากอพาร์ตเมนต์เปลี่ยนเ้าของแล้ว พวกเขายังจะหัวเราะออกอีกไหม?