[จบ] รีเซตชีวิตมาเป็นพนักงานใหม่สุดแข็งแกร่ง [นิยายแปล]

    บทที่ 6 กินไก่ตุ๋นโสมบำรุงร่างกายหน่อยแล้วกัน

    ชเวยองจุนกรรมการผู้จัดการของฮันยองเทรดดิ้งบริษัทในเครือฮันยองกรุ๊ป และเป็๲บุตรชายคนที่สี่ของชเวคยองฮุนประธานใหญ่ของฮันยองกรุ๊ป เขาแวะมายังย่านเริงรมย์แห่งหนึ่ง

    “กลับก่อนเลย ทำธุระเสร็จแล้วจะตามไป”

    ชเวยองจุนพูดกับเลขาฯส่วนตัวก่อนหันไปมองอาคารที่ติดป้ายว่า‘บลูเฮาส์’ แล้วเข้าไปด้านใน

    ชเวฮเยนากำลังสั่งพนักงานในร้านให้ตกแต่งภายในเมื่อเห็นชเวยองจุนเปิดประตูเข้ามาก็โบกมือให้พร้อมเข้าไปยังห้องเล็ก ๆที่ปราศจากคนด้วยกัน

    ชเวฮเยนาชี้ไปที่เครื่องทำกาแฟแล้วเอ่ย

    “กาแฟไหม”

    “ดื่มมาแล้ว”

    ชเวยองจุนปฏิเสธพลางนั่งลงที่เก้าอี้

    “กินข้าวเช้าบ้างหรือเปล่า วันนี้พ่อพูดว่าอะไรบ้างนะ”

    เขาพูดอย่างนั้นขณะหันไปมองรอบๆ

    “พ่อ? คนที่ทำเหมือนฉันไม่ใช่ลูกมีอะไรอีกล่ะ”

    “ก็เธอเอาแต่อยู่ในที่แปลก ๆ น่ะสิ จะทำธุรกิจนี้จริง ๆ เหรอ”

    “ฉันอยากฟังเพลงและฟังเ๱ื่๵๹ราวของผู้คนที่แวะเวียนมาที่นี่น่ะ”

    “ตัดสินใจเร็วดีนี่”

    “แบบนี้ก็ดีกับพี่ไม่ใช่เหรอ เพราะคู่แข่งที่แข็งแกร่งหลีกทางให้แล้ว”

    ชเวยองจุนหัวเราะให้กับคำพูดของชเวฮเยนา

    “ใช่ คู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดหายไปแล้ว”

    “ใช่ไหมล่ะ เพราะงั้นก็มาเที่ยวบ่อย ๆ สิ ช่วยเพิ่มยอดขายให้หน่อย”

    “แหม ในเมื่อเป็๲ร้านของน้องก็ต้องมาอยู่แล้วสิ แต่ฟังที่พ่อพูดหน่อยเถอะ”

    “บ้าเหรอ จะให้ไปแต่งงานกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันเลยเนี่ยนะ”

    “พ่อพูดเพราะเป็๲ห่วงเธอนะ”

    “เหลวไหล พ่อแค่จะให้ฉันเสียสละเพื่อธุรกิจของพ่อต่างหากถ้าจะมาพูดเ๹ื่๪๫นี้ก็กลับไปเลยไป”

    ชเวฮเยนาผลักชเวยองจุนแต่เขาขืนตัวไว้แล้วพูดขึ้นมา

    “พี่ไม่ใช่คนที่ส่งเธอไปเรียนต่อนะ”

    คำพูดนั้นทำให้ชเวฮเยนาขำคิกคัก

    “พี่ไม่ได้เป็๞คนส่งฉันไปงั้นเหรอ”

    “แต่ฉันเป็๲คนแนะนำไง”

    “นั่นก็ใช่”

    “เพราะพ่อเป็๲ห่วงน่ะสิกลัวจะมีข่าวว่าลูกสาวคนเล็กของตระกูลชเวแห่งฮันยองกรุ๊ปไปเปิดร้านเหล้า”

    “ยังไงพ่อก็คงจัดการปิดข่าวได้อยู่แล้วและฉันก็ไม่มีความคิดที่จะพูดเ๹ื่๪๫อย่างนั้นออกจากปากของตัวเองหรอก”

    “ทำธุรกิจแบบนี้ ถ้าไปเจอผู้ชายแย่ ๆ จะทำยังไง”

    “พี่ก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าฉันเรียนเทควันโดมา๻ั้๫แ๻่เด็กน่ะ”

    ชเวยองจุนส่ายหน้า

    “เดี๋ยวพี่ส่งบอดีการ์ดมาให้คนหนึ่งแล้วกัน”

    “โอ้โฮ ดูแลน้องเล็กดีขนาดนี้เลยเหรอ พี่นี่พึ่งพาได้จริง ๆ”

    “ถึงจะเป็๞ลูกที่โดนตัดหางปล่อยวัด แต่น้องก็คือน้องอยู่ดีนั่นแหละ”

    “แต่พี่คนอื่นไม่คิดแบบนั้นเนี่ยสิ”

    คนในครอบครัวที่คอยดูแลชเวฮเยนามีเพียงชเวยองจุนเท่านั้น

    “ถึงได้บอกว่าให้ฟังพ่อบ้างน่ะ”

    “ไม่”

    ชเวยองจุนส่ายหน้าพลางมองนาฬิกา

    “ตอนเช้ามีประชุมผู้บริหาร คงต้องไปแล้ว”

    “อืม พยายามเข้านะ อย่าลืมพาคนมาบ่อย ๆ ล่ะ ช่วยเพิ่มยอดขายให้หน่อย”

    ชเวยองจุนรับปากชเวฮเยนาก่อนจะโบกมือลาและออกจากร้านไป

     

    “จุนฮักของฉันไปไหนเสียแล้วล่ะ”

    ผู้จัดการพโยอิลซูนั่งลงที่โต๊ะพลางแอบมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคิมชอลซูซึ่งกำลังจดจ่อกับอะไรบางอย่างและพบว่าเป็๲บทความข่าวที่เกี่ยวกับชเวคยองฮุน ประธานใหญ่ของฮันยองกรุ๊ป

    “ไปทำงานที่ปูซานครับ”

    “อ้อ! จริงด้วยไปตรวจสอบการขนข้าวสาลีสำหรับอาหารสัตว์ที่มาจากยูเครนใช่ไหม”

    “ครับ ผู้จัดการ”

    “คนทำงานไม่พอเลยแฮะ...”

    คิมชอลซูมองผู้จัดการพโยอิลซูแล้วพูดออกไปอย่างมั่นใจ

    “แค่สั่งมา ผมจะทำอย่างเต็มที่ครับ”

    พโยอิลซูที่ได้ยินอย่างนั้นก็ชำเลืองมองคิมชอลซูด้วยสายตามีเลศนัยพลันนึกถึงเ๹ื่๪๫ที่คุยกับอีจุนฮักเมื่อวาน

    “เมื่อวานลองสั่งงานไปสองสามอย่าง ก็ดูเป็๲คนที่ทำงานเป็๲อยู่นะครับ”

    “งั้นเหรอ”

    “ถ้าไม่ใช่งานขาย ก็น่าจะสั่งให้ทำได้อยู่นะครับ”

    “ถ้าจุนฮักของฉันพูดแบบนั้น ก็คงเป็๞แบบนั้นแหละ”

    “ที่เอกดนตรีประยุกต์ก็น่าจะมีให้ทำพวกรายงานอยู่ใช่ไหม”

    “ครับ! ผู้จัดการ”

    พโยอิลซูมองคิมชอลซูที่ตอบมาด้วยสายตาเปี่ยมความกระตือรือร้นพลางคิดคำนวณในใจ

    เดี๋ยวก็ต้องมีพิมพ์ผิดหรือทำไม่ถูกตามแบบฟอร์มแน่ๆ

    เมื่อคำนวณเวลาสำหรับแก้ไขงานพวกนั้นคร่าวๆ แล้ว เขาก็พยักหน้า

    “มานี่มา”

    คิมชอลซูเดินตามพโยอิลซูไปที่โต๊ะของเขา

    “นี่เป็๞ไฟล์ฉบับร่าง”

    “ครับ ผู้จัดการ”

    “ต้องใช้ประชุมเย็นนี้ลองสรุปย่อให้เหลือสักสองแผ่นใส่ลงในแบบฟอร์มของบริษัททำเสร็จก่อนเที่ยงได้ใช่ไหม”

    แค่นี้กล้วยๆ

    “ครับ ไว้ใจผมได้เลยครับ”

    ไม่ว่าพนักงานใหม่จะเก่งขนาดไหนก็ไม่มีใครอยากมีปัญหากับหัวหน้าตัวเองเพราะอย่างนั้นเมื่อหัวหน้าสั่งงานมาแล้วจึงต้องทำให้ดีที่สุดแค่ทำตามคำสั่งให้ดีก็จะได้รับคำชมว่า ‘เป็๲พนักงานที่ทำงานเก่ง’

    หลังจากได้เป็๞ผู้จัดการแล้วเกณฑ์หลักในการประเมินบุคคลก็จะขึ้นอยู่กับผลงานจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะชอบพนักงานที่ทำงานเก่ง

    สาเหตุที่ผู้จัดการพโยอิลซูมักเรียกผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักว่า‘จุนฮักของฉัน’ ก็เพราะเหตุผลนี้

    คิมชอลซูเริ่มลงมือทำงานทันทีส่วนผู้จัดการพโยเองก็รับโทรศัพท์ที่ดังขึ้นพร้อมหมกมุ่นอยู่กับงานตรงหน้า

    ‘ข้อเสนอการนำเข้าวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากกัมพูชา’

    เอ๊ะ!อันนี้?

    เอกสารที่ผู้จัดการพโยอิลซูให้มาเป็๲ข้อเสนอขายวัตถุดิบจากกัมพูชาให้แก่บริษัทผลิตอาหารเสริมชื่อดังในเกาหลี

    วัตถุดิบนี้มีชื่อว่า‘กโรย์จ โปซา’ หรือแปลง่าย ๆ ก็คือส้ม

    เนื่องจากมีเปลือกที่หนามากเลยทำให้กินยากจึงจำเป็๲ต้องใช้มีดปอกเปลือกและนำไปปั่นเพื่อใช้เป็๲วัตถุดิบในเครื่องดื่ม

    หลังจากปี2010 กัมพูชาเติบโตเป็๞ประเทศท่องเที่ยวและผลไม้ชนิดนี้ได้กลายเป็๞ที่ชื่นชอบอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวแต่ในเวลานั้นกลับมีราคาถูกมากราวกับก้อนหินธรรมดาก้อนหนึ่ง

    ด้วยเหตุนี้ผู้จัดการพโยอิลซูจึงกำลังวางแผนที่จะขายส้มนี้เป็๲วัตถุดิบสำหรับอาหารเสริมให้แก่บริษัทD และนี่คือโปรเจกต์ที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์สำคัญซึ่งส่งผลกระทบต่อทีมขายห้าอย่างร้ายแรง

    เพราะเกิดการฉ้อโกงทางธุรกิจเป็๞เหตุการณ์ที่อีกฝ่ายไม่ยอมจัดส่งสินค้าให้หลังได้รับเงินแล้วก่อนจะหายไป

    เมื่อคิมชอลซูคิดได้ดังนั้นแล้วจึงนำไฟล์ฉบับร่างที่ได้รับมาจากผู้จัดการพโยอิลซูมาทำพรีเซนเทชันจำนวนสองหน้าตามแบบฟอร์มของบริษัทอย่างถูกต้องแม่นยำ

    จากนั้นเขาก็เปิดหน้าต่างอินเทอร์เน็ตขึ้นมาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท Aของกัมพูชาที่บอกว่าจะขาย ‘กโรย์จ โปซา’

    พโยอิลซูที่ยุ่งอยู่กับการคุยโทรศัพท์และตอบอีเมลถึงผู้ซื้อและบริษัทซัปพลายเออร์เขาใช้เวลาตั้งสติอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเหลือบมองนาฬิกา

    สิบเอ็ดโมงสามสิบสองนาที

    ใกล้จะเที่ยงแล้วแต่เพราะเด็กใหม่ยังไม่เอางานที่สั่งไปก่อนหน้านี้มาให้ เขาจึงค่อย ๆลุกขึ้นไปยืนอยู่ข้างคิมชอลซูเมื่อเห็นคิมชอลซูขะมักเขม้นค้นหาบางอย่างในอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้ทำเอกสารตามที่เขาบอกจึงถามด้วยนํ้าเสียงหงุดหงิด

    “เด็กใหม่ทำอะไรน่ะ”

    “ครับ ผู้จัดการ ผมกำลังหาอะไรบางอย่างอยู่ครับ”

    “หาอะไร”

    “ผมกำลังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท A ที่กัมพูชาอยู่ครับ”

    “หาไปทำไม”

    คิมชอลซูเกาศีรษะพร้อมตอบกลับไป

    “ผมเรียนรู้มาจากตอนอบรมว่า เมื่อเจรจาธุรกิจกับบริษัทในประเทศกำลังพัฒนาเราจำเป็๞ต้องตรวจสอบว่าบริษัทนั้นมีตัวตนอยู่จริงและมีความน่าเชื่อถือรวมถึงตรวจสอบว่าได้รับการรับรองการทำธุรกิจแล้วหรือยังด้วยครับผมก็เลยทำตามที่เรียนมา”

    เมื่อได้ยินคิมชอลซูบอกแบบนั้นพโยอิลซูจึงนึกได้ว่าตัวเองยังไม่ได้ตรวจสอบบริษัทนั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน

    “ลองหาแล้วเจออะไรไหม”

    “ผมเห็นเบอร์โทรศัพท์อยู่ที่เว็บไซต์ของบริษัท A เลยลองเอาไปเช็กดูก็เจอว่ามีบริษัทอื่นที่ใช้เบอร์โทรศัพท์นี้เป็๲เบอร์โทรศัพท์ของบริษัทด้วยครับ”

    “ว่าไงนะ”

    พโยอิลซูสีหน้าเครียดขึ้นทันที

    “แต่ผมไม่รู้ว่าทำถูกหรือเปล่า”

    “หลีกซิ”

    นํ้าเสียงแข็งกร้าวของพโยอิลซูทำให้คิมชอลซูรีบลุกขึ้น

    พโยอิลซูนั่งลงบนเก้าอี้ของคิมชอลซูแล้วพินิจพิจารณาดูข้อมูลที่เขาหาไว้จากนั้นถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าไม่อยากจะเชื่อ

    พโยอิลซูกลับไปที่โต๊ะของตัวเองแล้วโทรศัพท์ไปที่ไหนสักแห่งพร้อมโวยวายเสียงดังด้วยภาษาอังกฤษอยู่สักพัก

    ทีมขายสี่กับหกที่อยู่ข้างๆ ถึงกับต้องมองผู้จัดการพโยอิลซูด้วยสายตาเป็๲กังวล

    เพราะเป็๞ที่รู้กันว่าเขาไม่ใช่คนชอบขึ้นเสียงฉะนั้นจึงเดาได้เลยว่าโกรธขนาดไหน

    ระหว่างนั้นคิมชอลซูจึงวิ่งไปห้องถ่ายเอกสารเพื่อเอาเอกสารที่สั่งพรินต์ไว้ก่อนหน้านี้

    ขณะเดียวกันอันจองกยูที่เพิ่งประชุมหัวหน้าทีมเสร็จกลับมาเห็นพโยอิลซู๻ะโ๷๞เสียงดังและวางสายอย่างแรงเหมือนจะพังโทรศัพท์พร้อมทำสีหน้าไม่สบอารมณ์จึงถามขึ้นมา

    “ผู้จัดการพโย มีเ๱ื่๵๹อะไร”

    ผู้จัดการพโยหายใจหอบอยู่พักหนึ่งก่อนสูดหายใจเข้าลึก

    “เ๱ื่๵๹กัมพูชาน่ะครับ”

    “อืม”

    “เหมือนจะเป็๲พวกต้มตุ๋นครับ”

    “ว่าไงนะ”

    อันจองกยูวางสมุดบันทึกลงบนโต๊ะพลางส่งสายตามองไปที่พโยอิลซู

    เมื่อพโยอิลซูอธิบายจบอันจองกยูก็เดาะปากด้วยความไม่สบอารมณ์

    “ว่าแล้วทำไมเงื่อนไขถึงได้ดีขนาดนั้น...เกือบแล้วไหมล่ะถ้าข้อเสนอนี้ได้รับอนุมัติและเริ่มดำเนินการไปแล้วจะทำยังไงเนี่ย!”

    พโยอิลซูทำได้เพียงก้มหน้าให้อันจองกยูที่ตวาดลั่น

    “ขอโทษครับ หัวหน้า”

    “โอ๊ย ไอ้บ้านี่...”

    อันจองกยูระงับความโกรธที่กำลังลุกเป็๲ไฟโชคดีที่เจอก่อนโปรเจกต์เริ่ม

    “แล้วเจอได้ยังไง”

    “พอตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ของบริษัท A ก็พบว่ามีบริษัทที่ใช้เบอร์โทรศัพท์เดียวกันอีกสามบริษัทครับ”

    “เฮอะ”

    อันจองกยูเดาะปากพลางถามพโยอิลซู

    “แล้วทำไมถึงคิดตรวจสอบล่ะ”

    “พอดีสั่งให้เด็กใหม่ทำเอกสารครับ”

    “ไอ้เด็กนั่นเป็๞คนหาเจองั้นเหรอ”

    อันจองกยูชี้ไปที่คิมชอลซูที่เดินถือเอกสารออกมา

    “ครับ หัวหน้า”

    พอได้ยินแบบนั้นอันจองกยูก็กระซิบกับพโยอิลซู

    “ไอ้นี่นิ เวลาแบบนี้ต้องบอกว่านายเป็๞คนทำเองสิ”

    พโยอิลซูก็กระซิบตอบกลับ

    “ไม่ได้หรอกครับ จะทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะครับ”

    เมื่ออันจองกยูเห็นคิมชอลซูเดินถือเอกสารที่พรินต์แล้วเข้ามาก็รีบเปลี่ยนเ๱ื่๵๹คุยทันที

    “จะยังไงก็เถอะ โชคดีที่เจอก่อน แล้วจะทำยังไงต่อ”

    “ผมจะลองลดเงื่อนไขลงแล้วหาบริษัทอื่นแทนครับ”

    “อืม จะด้วยวิธีไหนก็ต้องทำให้สำเร็จให้ได้”

    “ครับ หัวหน้า”

    หลังจากทั้งสองคนคุยกันเสร็จแล้วคิมชอลซูจึงนำ USB และเอกสารที่พรินต์แล้วมาให้ผู้จัดการพโยอิลซู

    “นี่ครับ”

    “ขอบใจมาก แต่ไม่จำเป็๞แล้วละ”

    “เอ่อ ไม่เป็๲ไรครับ”

    พโยอิลซูรู้สึกได้ถึงเหงื่อกาฬที่ไหลอยู่กลางหลังแล้วตบไหล่ปลอบคิมชอลซู หากเด็กใหม่ไม่ใช้วิธีนั้นแล้วพบพิรุธเข้าบางทีทีมขายห้าทั้งทีมคงพังพินาศไปแล้ว

    “เก่งมาก เด็กใหม่”

    “ไม่เลยครับ”

    อันจองกยูฟังทั้งสองคนคุยกันพร้อมกับมองคิมชอลซูด้วยสายตาลุ่มลึก

    พอพัคจุนฮยองเข้าไปอยู่ฝ่ายบุคคลทุกคนก็ดูเหมือนคนทำงานไม่เป็๞กันไปหมด เด็กที่มีความคิดแหวกแนวแบบนี้ได้ที่โหล่ได้ยังไงเอาเป็๞ว่าความประทับใจแรก ผ่าน

    “นี่ ๆ! ไปกินข้าวกันดีกว่า! หิวจะตายแล้ววันนี้กินไก่ตุ๋นโสมบำรุงร่างกายกันดีกว่า”

    “รับทราบครับ หัวหน้า”

    พโยอิลซูสวมเสื้อสูทพลางมองคิมชอลซูที่ยืนเหม่อแล้วส่งเสียงเร่ง

    “ทำไรล่ะเด็กใหม่ นายอยู่ทีมเราไม่ใช่หรือไง”

    “เอ่อ...รับทราบครับ”

    อันจองกยูบีบนวดคอที่รู้สึกตึงก่อนจะเดินนำหน้าไปขณะที่พโยอิลซูก็ตามมาอยู่ด้านข้าง ส่วนคิมชอลซูก็พยายามจํ้าฝีเท้าตามหลังไปติด ๆ

    เมื่อทั้งสามคนขึ้นลิฟต์อันจองกยูก็หันมาถามคิมชอลซู

    “ชื่ออะไร”

    “คิมชอลซูครับ หัวหน้า”

    “อ้อ คิมชอลซู ใช่แล้ว คิมชอลซู ชื่อธรรมดาจนลืมไปเลย ผู้จัดการพโย”

    “ครับ หัวหน้า”

    “ศุกร์นี้เลี้ยงต้อนรับเด็กใหม่หน่อยดีไหม”

    “รับทราบครับ จะรีบเตรียมการให้เลยครับ”

    “อื้ม”

    ที่หัวหน้าเรียกชื่อเขาหลายรอบเพราะกำลังจดจำนั่นแปลว่าเขาสร้างความประทับใจได้แล้ว