พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    เล่ม 4 บทที่ 99 ปมในใจของโม่เสวี่ยถง

            เฟิงเยวี่ยตะลึงงัน ก้าวเข้าไปแล้วกล่าวอย่างร้อนใจ “ท่านอ๋อง หากฉู่อ๋องกับองค์หญิงห้าไปรายงานเรื่องของพระองค์จริงๆ เกรงว่าจะไม่เป็นผลดีในภายหน้า ฝ่าบาทอาจกริ้วขึ้นมาอีกนะพ่ะย่ะค่ะ”

            “อย่าเพิ่งร้อนใจ พี่ใหญ่กับน้องหญิงห้าผู้แสนดีจะไปพูดเรื่องดีงามของข้าได้อย่างไร ควรจะช่วยข้าปกปิดถึงจะถูก หากให้ใครรู้ว่าในวังหลวงแห่งนี้มีเด็กเหลือขอเกกมะเหรกสักคน พวกเขาก็พลอยหน้าหมองไม่มีราศีไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเปิ่นหวางที่เป็นแบบนี้ มิใช่ว่าทำให้พวกเขารู้สึกสมใจหรืออย่างไร หากให้เสด็จพ่ออบรมสั่งสอนเปิ่นหวางจนได้ดีขึ้นมา มิเท่ากับเป็นการสร้างปัญหาให้พวกเขาหรือ พวกเขาฉลาดหน่า...”

            เฟิงเจวี๋ยหร่านเผยสิ่งที่คิดอยู่ในใจ ดวงตาที่กลอกไปมาเป็นประกายวิบวับ มองท่าทางตื่นตระหนกของเฟิงเยวี่ยอย่างรู้สึกขบขัน น้ำเสียงทรงเสน่ห์เนิบช้าเอ้อระเหย

            “ความหมายของท่านอ๋องก็คือฉู่อ๋องกับองค์หญิงห้าจะช่วยพูดกลบเกลื่อนแทนพระองค์เอง” ดวงตาของเฟิงเยวี่ยเป็นประกายเข้าใจกระจ่าง แล้วยิ้มถามต่อ “เช่นนั้นท่านอ๋องยังต้องการให้ปล่อยข่าวเรื่องที่ทรงไปย่านหอนางโลม แย่งชิงหญิงคณิกากับชาวบ้านอีกหรือไม่”

            “เรื่องพวกนั้นไม่ต้องแล้ว แค่ปล่อยเรื่องออกไปทีเดียว เดี๋ยวก็มีข่าวลือสารพัดเรื่องตามมาเอง บอกคนของเราให้ถอนตัวกลับมา อย่าทิ้งเบาะแสให้ใครจับได้” 

            ดวงตาสีนิลเลื่อนขึ้นเล็กน้อย แล้วหรี่ตาเหลือบมองไปทางเฟิงเยวี่ย “เรื่องสกุลโม่เป็นอย่างไรบ้าง นางฟื้นหรือยัง”

            “คุณหนูสามยังไม่ฟื้น แต่คุณชายลั่วไปเชิญคุณชายไป๋แล้ว เพิ่งจะไปถึงจวนโม่ คงจะต้องรออีกสักหน่อยจึงจะทราบผลพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องก็ทรงทราบ แต่ไหนแต่ไรมาคุณชายไป๋จะไม่ทำการรักษาโรคที่เขาไม่แน่ใจ หากยามนี้ยังไม่ออกมา ก็เป็นไปได้สูงว่าจะมีแนวโน้มไปในทางที่ดี”

            เฟิงเจวี๋ยหร่านมิได้เอ่ยวาจาในทันที เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาล้ำลึกพลันเย็นยะเยือก แต่สีหน้ายังคงราบเรียบ ทำให้เฟิงเยวี่ยรู้สึกหนาวสันหลังขึ้นมาเล็กน้อย นิ้วเรียวเคาะลงไปบนโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยลอยๆ ขึ้นมาอย่างไม่อาจคาดเดาเจตนา

            “ครานี้ไป๋อี้เฮ่าไปอย่างไม่รอช้าเลยนะ”

            “คุณชายไป๋ไม่รีรอจริงๆ ขอรับ คุณชายลั่วเข้าไปได้ไม่นาน เขาก็ตามไปจวนโม่ทันที” เฟิงเยวี่ยไม่เห็นความผิดปรกติของเฟิงเจวี๋ยหร่านจึงตอบไปโดยความสัตย์ซื่อ

            เรื่องในจวนของไป๋อี้เฮ่าอยู่ในความรับผิดชอบของเฟิงเยวี่ย ดังนั้นยามนี้จึงเริ่มรู้สึกถึงความผิดปรกติบางอย่าง ไป๋อี้เฮ่าเป็นคนระดับใด มีหรือจะออกไปช่วยรักษาคนไข้อย่างง่ายดายเช่นนี้ ด้วยลักษณะนิสัยและความเคยชินของเขา หลังจากได้หลับเต็มตื่นแล้วสองชั่วยามจึงจะให้คนเข้าพบ หลังจากนั้นก็ต้องอาบน้ำแต่งตัวอีกสองชั่วยามจึงจะออกไปข้างนอก

            “ช่วงนี้ไป๋อี้เฮ่าไม่มีสิ่งใดผิดปรกติเลยหรือ”

            “ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ คุณชายไป๋เก็บตัวเงียบมาก นอกจากไปร่วมงานชุมนุมกวีบ้างเป็นบางครั้ง ก็มีไปช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยให้สหายที่สนิทกันบ้างเป็นบางคราว นอกนั้นก็ไม่มีสิ่งใดแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้พ่ะย่ะค่ะ”

            “ไม่มีอะไรผิดปรกติหรือ แล้วเขาไปรู้จักกับคุณหนูสามสกุลโม่ตั้งแต่เมื่อไร” เฟิงเจวี๋ยหร่านกระแทกม้วนรายงานในมือลงอย่างไม่พอใจ แล้วเหลือบตามองเฟิงเยวี่ยด้วยสีหน้าขุ่นเคือง

            “คือ... คือว่าเรื่องนี้...” เฟิงเยวี่ยวุ่นวายใจโดยพลัน นี่ก็นับได้ว่าผิดปรกติ โอ๊ย... เจ้านายขอรับอย่ากดดันข้าน้อยนักเลย แม้ในใจจะโอดครวญอย่างไร แต่ก็มิกล้าเพิกเฉย “คุณชายไป๋เคยช่วยเหลือคุณหนูสามเรื่องหนึ่งตอนที่นางเพิ่งกลับมาถึงจวนโม่ไม่นานพ่ะย่ะค่ะ ยามนั้นอี๋เหนียงผู้ดูแลจวนโม่ก็ถูกใต้เท้าโม่สั่งกักบริเวณ นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีความข้องเกี่ยวใดๆ กันอีก”

            หากเรื่องทำนองนี้นับว่าผิดปรกติ เช่นนั้นความผิดปรกติคุณชายไป๋ก็มีมากมายจริงๆ เมื่อวานมีคุณหนูสองคนไล่ตามคุณชายไป๋ไปไกลถึงสี่ถนน ต่อมาก็มีคุณหนูอีกคนแกล้งเป็นลมล้มไปที่ตัวเขาขณะที่ก้าวลงจากรถ แล้วก็ยัง...

            เฟิงเยวี่ยไม่ทราบว่า ‘เรื่องผิดปรกติ’ ที่พูดกันไม่จบไม่สิ้นทำนองนี้ หากเขารายงานขึ้นมาจริงๆ สมุดบันทึกที่หัวโต๊ะของท่านอ๋องก็คงมี ‘เรื่องผิดปรกติ’ ของไป๋อี้เฮ่าเพิ่มขึ้นอีกก่ายกอง แต่เรื่องมากมายเช่นนั้น เกิดทำรายงานออกมาไม่ดี ตนเองมิถูกท่านอ๋องด่าเปิงอีกหรือ

            “คราวหน้าหากไป๋อี้เฮ่าพบกับคุณหนูสามอีกให้นับว่าเป็นเรื่องผิดปรกติทั้งหมด เขียนรายงานส่งให้เปิ่นหวางด้วย ยังมีสิ่งใดสงสัยอีกหรือไม่? ให้คนส่งข่าวไปถึงโม่เฟิง ให้ดูแลเอาใจใส่เรื่องของคุณหนูสามอย่างใกล้ชิดด้วย”  

            โชคดีที่เฟิงเจวี๋ยหร่านกำหนดขอบเขตของเรื่องผิดปรกติให้เฟิงเยวี่ย

            “พ่ะย่ะค่ะ” เห็นแววหฤโหดฉายชัดในดวงตาคู่งามของผู้เป็นนาย เฟิงเยวี่ยไหนเลยจะกล้าถามอะไรอีก รีบออกไปเตรียมตัวแต่โดยดีในบัดดล

            โม่เสวี่ยถงฟื้นขึ้นมาก็ย่ำยามระกาแล้ว[1] ในฤดูเหมันต์ท้องฟ้ามืดเร็ว ด้านนอกจึงมีแต่ความมืด

            ภายในห้องจุดตะเกียง แสงสีเหลืองนวลฉาบฉายไปทั่วห้อง นางลืมตาขึ้นอย่างงุนงง แต่กลับมองเห็นเบื้องหน้าไม่ชัด

            “ฟื้นแล้ว? รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” น้ำเสียงนุ่มนวลราวกับสายลมวสันต์ดังแว่วผ่านหู มีมือคนบีบมือนางอยู่ แต่นางไม่มีแรงตอบ รู้สึกเหมือนถูกดึงกลับมาจากแดนปรโลก ชั่วขณะนั้นยังไม่รู้ว่าตัวอยู่ที่ไหน เบื้องหน้ายังคงเห็นเปลวเพลิงที่ลุกโชน แล้วสุดท้ายก็กลายเป็นสีแดงฉาน

            “ยังไง ยังไม่อยากฟื้นขึ้นมาหรือ” เห็นหญิงสาวที่ดูราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบลืมตาใสแจ๋วขึ้นมา ไป๋อี้เฮ่าก็อารมณ์ดียิ่ง มุมปากหยักยกขึ้นยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยถาม นิ้วมือยังกดอยู่ที่ข้อมือของนาง จากการสัมผัสชีพจรอย่างละเอียดก็ไม่รู้สึกว่ามีสิ่งใดผิดปรกติ

            แม้ว่าลั่วเหวินโย่วซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งจะสงวนวาจา แต่ก็ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินเข้ามามองหน้าของโม่เสวี่ยถงด้วยความตื่นเต้น เขานิ่งรออยู่นาน เห็นนางสงบนิ่งไม่เอ่ยวาจา แม้ดวงตาคู่งามจะเบิกกว้างอยู่ แต่กลับนิ่งลึกไม่มีสัญญาณใดๆ จึงเพิ่งรู้สึกว่าผิดปรกติ พลันหันศีรษะไปถามสหาย “อี้เฮ่า ญาติผู้น้องเป็นอะไรไป ไม่ใช่บอกว่าฟื้นแล้วหรือ ไฉนจึงดูเหมือนยังมึนงงไม่ตอบสนองเช่นนี้ หรือว่าจะมีสิ่งใดผิดปรกติ”

            เมื่อได้ยินไป๋อี้เฮ่าบอกว่าโม่เสวี่ยถงฟื้นแล้ว แต่ยังมีบางอย่างไม่ปรกติ ลั่วเหวินโย่วหรือจะกล้าปล่อยให้เขาไป แม้ว่าการที่บุรุษมาอยู่ในห้องของหญิงสาวเป็นเรื่องผิดธรรมเนียม แต่ยามนี้ไป๋อี้เฮ่าอยู่ในฐานะหมอ นอกจากนั้นยังมีเขาอยู่ด้วย อีกทั้งมิได้ปิดบังผู้ใด การอยู่ตรวจอาการเจ็บป่วยอย่างเปิดเผย จึงไม่ถือว่าเป็นความไม่เหมาะสม

            โม่ฮว่าเหวินเข้าวังจนถึงบัดนี้ยังไม่กลับมา เหล่าไท่ไท่ก็แวะมาดูแล้ว เนื่องจากอากาศหนาว ร่างกายทนไม่ไหว แม่นมสวี่จึงเกลี้ยกล่อมให้นางกลับไปก่อน โม่อวี้และโม่เยี่ยเฝ้าอยู่ด้านนอก โม่หลันอยู่ในห้องคอยปรนนิบัติชงชา เห็นคุณหนูฟื้นแล้วก็ไม่กล้าสอบถาม ได้แต่ปาดน้ำตาด้วยความปีติยินดี จนกระทั่งลั่วเหวินโย่วถามไป๋อี้เฮ่าอย่างร้อนใจกับท่าทางของคุณหนู จึงรู้ได้ว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก

            ไป๋อี้เฮ่ามิได้ตอบคำถาม เขาเอื้อมมือไปหยิบเข็มสองเล่มจากโต๊ะด้านข้าง สังเกตแววตาของโม่เสวี่ยถงที่ไร้การตอบสนอง ก็จับมือนางขึ้นมาแล้วคลำหาจุดบนมือนั้นก่อนจะฝังเข็มลงไปอย่างคล่องแคล่ว เมื่อเข็มทั้งสองฝังลงไปแล้วโม่เสวี่ยถงที่นอนอยู่บนเตียงก็ร้องออกมาคำหนึ่ง ขนตากะพริบปริบๆ หลับตาลงไป หลังจากนั้นก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง

            ครานี้ดวงตาใสบริสุทธิ์สามารถจับภาพได้แล้ว แพขนตายาวกะพริบอีกครั้ง แววตาที่ยังดูงุนงงเลื่อนไปที่ใบหน้าของไป๋อี้เฮ่าซึ่งนั่งอยู่ข้างเตียง นัยน์ตางดงามฉายแววยิ้มอ่อนโยนดุจสายน้ำ วับวาวดั่งดวงดาราพราวแสงระยิบระยับ โม่เสวี่ยถงเห็นภาพกระจ่างชัดขึ้นอย่างช้าๆ องคาพยพทั้งห้าคมสัน คิ้วพาดเฉียงยาวไปถึงไรผม ริมฝีปากแดงเป็นธรรมชาติหยักโค้งเล็กน้อย แม้แต่เทพบุตรจากสวรรค์ชั้นฟ้ายังด้อยกว่าเขาสามส่วน ดวงตาที่ฉาบฉายไปด้วยรอยยิ้มจ้องมองนางอยู่เงียบๆ

            ด้วยความปรานี ความอ่อนโยนและความละมุนละไมที่ฉายผ่านแววตาช่วยปลุกปลอบหัวใจที่เจ็บปวดและเศร้าสลดของนาง

            ความรู้สึกแบบนี้ไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ในขณะนี้ นางเพิ่งจะเดินเข้าสู่อนธการอันมืดลึก ไร้ผู้คนสนใจ ถูกคนให้ร้าย ในที่สุดก็ตายในกองเพลิงอย่างน่าเวทนา ยามที่ถูกแผดเผา ไร้คนถามไถ่ คิดไม่ถึงว่าเมื่อฟื้นขึ้นมา กลับพบคุณชายผู้งามสง่าใช้สายตาอ่อนโยนปลอบประโลมนางเช่นนี้ คล้ายว่าเข้าใจความขื่นขมทั้งหมดที่นางได้รับ และเหมือนช่วยแบ่งเบาความขมฝาดนั้นของนาง

            ความรู้สึกนั้นเจ็บปวดที่สุด หดหู่ใจที่สุดและด้านชาที่สุด ยามนี้นางรู้สึกเหมือนได้พบญาติสนิท ในที่สุดก็มีคนมาช่วยแบ่งเบาความรู้สึกที่ไร้ทางช่วย และความขื่นขมเจ็บปวดของตนเองเสียที น้ำตาพลันหลั่งรินอย่างรั้งไม่อยู่

            นางยื่นมือไปจับยึดชายเสื้อของไป๋อี้เฮ่าไว้แน่นด้วยจิตใต้สำนึก ร้องไห้ด้วยความอัดอั้นสุดประมาณ ร่างกายที่อ่อนล้าขยับเล็กน้อย อยากจะลุกขึ้นนั่งแต่กลับพบว่าทั้งตัวไร้เรี่ยวแรง จึงได้แต่มองไป๋อี้เฮ่าอยู่นิ่งๆ ด้วยแววตาของคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ดวงตางดงามถูกปกคลุมด้วยไอหมอกจนพร่าเลือน น้ำตาร่วงริน สีหน้าดั่งผู้บริสุทธิ์ที่น่าสงสารยิ่ง

            ไป๋อี้เฮ่าตะลึงงันไปชั่วครู่ หลังจากนั้นก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นอ่อนโยน “ไม่สบายใจหรือ”

            โม่เสวี่ยถงหลับตาด้วยความเจ็บปวดขื่นขม แล้วลืมตาขึ้นฉับพลันอีกครั้ง รู้สึกว่าภาพแต่ละฉากที่ผ่านเข้ามาช่างน่าเวทนาและพรั่นพรึงเหลือเกิน นางไม่คิดว่าตนเองจะต้องพบกับความทรมานแบบนั้นอีก หากต้องเป็นเช่นนั้นนางยอมตายดีกว่า มีเพียงดวงตาอันเต็มไปด้วยความใส่ใจคู่นี้ที่ทำให้ตนเองรู้สึกมีพลังชีวิตขึ้นหลายส่วน นางขบริมฝีปาก ร้องไห้สะอึกสะอื้น ทั้งเนื้อตัวไร้เรี่ยวแรง มีเพียงมือของนางที่ยึดชายเสื้อของไป๋อี้เฮ่าอย่างเอาเป็นเอาตาย ราวกับว่ากำลังจับฟางเส้นสุดท้ายของชีวิต

            จ้องมองดวงตาอันพิสุทธิ์สดใสที่ไม่มีความสับสนวุ่นวายมาเจือปน ดวงหน้าเล็กจ้อยแสนงดงามปานล่มเมืองฉายแววเจ็บปวดไร้ทางสู้ เพียงแค่มอง ดวงตาอ่อนโยนของไป๋อี้เฮ่าราวกับถูกสะกดโดยไม่รู้ตัว

            มือของชายหนุ่มไล้ไปบนใบหน้าของนางเบาๆ น้ำเสียงนุ่มนวลกระซิบปลอบประโลม “ไม่เป็นไรแล้ว ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว นอนพักสักประเดี๋ยวก็ดีขึ้น พอตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็ไม่เป็นอะไรแล้ว”

            ภายใต้การปลอบประโลมของเขา โม่เสวี่ยถงพลันหลับตาลง แม้จะยังสะอึกสะอื้นอยู่บ้างเป็นระยะ น้ำตาไหลออกจากหางตา แต่สีหน้ากลับมาเป็นปรกติ มือที่จับยึดชายเสื้อของไป๋อี้เฮ่าค่อยๆ คลายออก

            “อย่าไปรบกวนนาง ให้นอนหลับอย่างเต็มที่ จากนี้ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว ส่วนปมในใจอื่นๆ...” ไป๋อี้เฮ่าถอนเข็มทั้งสองเล่มออกจากมือของนาง กล่าวด้วยความเอาใจใส่เป็นที่สุด ดวงตาของเขาจับอยู่ที่ใบหน้าซึ่งกำลังหลับใหลโดยไม่รู้ตัว

            เมื่อเป็นปมในใจก็มีเพียงแต่ต้องค่อยๆ ค้นหาสาเหตุจึงจะคลายออกได้ ไม่อาจรีบร้อน แม้ว่าทักษะทางการแพทย์จะสูงส่งเพียงใดก็ไม่อาจรักษาอาการเจ็บป่วยทางใจได้ ความหมายของไป๋อี้เฮ่า ลั่วเหวินโย่วเข้าใจ โม่หลันก็เข้าใจ

            โม่หลันลอบถอนใจเงียบๆ แล้วออกไปส่งไป๋อี้เฮ่ากับลั่วเหวินโย่วถึงประตูลานสวน จึงค่อยกลับเข้าเรือน จากนั้นก็กำชับกับโม่อวี้ว่าหากแม่นมสวี่กลับมา ให้บอกนางให้เงียบๆ หน่อย ไม่ต้องเข้าไปดูคุณหนูตอนกลางดึก อย่าทำให้คุณหนูตกใจ คืนนี้นางจะนอนเฝ้าอยู่ในห้องด้านนอก คนอื่นๆ ให้กลับไปพักผ่อนได้

            จากนั้นทุกคนก็ถอยออกไป

            กลางดึกสงัด เบื้องหน้าสายตาของโม่เสวี่ยถงปรากฏภาพของวันนั้นอีกครั้ง ใบหน้าเขียวคล้ำของบุตรชายที่ตายแล้วมีเลือดออกจากริมฝีปาก เสียงหัวเราะเยาะอย่างร้ายกาจของโม่เสวี่ยหมิ่น สายตารังเกียจเดียดฉันท์ของซือหม่าหลิงอวิ๋น เปลวเพลิงที่ลุกโชติช่วงไปบนท้องฟ้า แผดเผาอยู่บนร่างกายของนางจนปวดแสบปวดร้อนทุรนทุราย... ไม่มีส่วนไหนที่ไม่เจ็บปวด ไม่มีส่วนไหนที่ไม่มีบาดแผล

            ร่างที่อยู่บนเตียงขดงอโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจกระชั้นถี่ ขึงเครียด

            “อย่ากลัว... อย่ากลัว... ข้าอยู่นี่แล้ว” น้ำเสียงอ่อนโยนแว่วเข้ามาในหู ร่างกายของนางถูกโอบรัดเข้าไปอยู่ในอ้อมอกที่อบอุ่นของใครคนหนึ่ง ลมหายใจสม่ำเสมอราบเรียบ ทำให้นางรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย ความเจ็บปวดทั่วทั้งสรรพางค์กายจากการถูกแผดเผาพลันคลายลงด้วยความอบอุ่นอ่อนโยนเสี้ยวนั้น

            โม่เสวี่ยถงสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย ลืมตาขึ้น เบื้องหน้าเห็นแต่ความมืด ทว่ากลับได้ยินเสียงคนหัวเราะเบาๆ “อย่ากลัว... อย่ากลัว... ข้าเอง” ในความมืดแสงจันทร์พาดเข้ามาสะท้อนให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่งดงามดั่งปีศาจเจ้าเสน่ห์ ภายใต้แสงจันทร์สีเงินยวงขับเน้นรูปโฉมของเขาให้ยิ่งเย้ายวนชวนหลงใหลขึ้นอีกหลายส่วน แต่โม่เสวี่ยถงคล้ายมองเห็นแววยิ้มอ่อนๆ ภายใต้ก้นบึ้งดวงตาคู่นั้น

            ไม่มีความโอหังและเย็นชาอีกต่อไป มีเพียงความอบอุ่นอ่อนโยนและห่วงหาอาทร




    ………………………………………………………………………………………...................

            คำอธิบายเพิ่มเติม

            [1] ยามระกา หรือ ยามโหย่ว คือช่วงเวลา 17:01-19:00 น.

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577