บทที่ 51
ปาร์คที่กำลังทานอาหารอย่างเพลินๆ เขาก็มองไปเห็นคนคนหนึ่งที่กำลังส่องกล้องมาทางพวกเขา ตอนแรกเขาไม่ได้คิดอะไรมาก เหมือนว่าคนคนนั้นกลับจ้องมองมาทางนี้ไม่หยุด เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ทำเป็นไม่สนใจก่อน เดี๋ยวเป้าหมายจะรู้ตัว ปาร์คและเหล่าลูกน้องยังทานกันไปเรื่อยๆอย่างปกติ แน่นอนว่าน้องใหม่อย่างหวานก็ถูกรับน้องด้วยแอลกอฮอล์เข้มๆไปหลายช็อต และหวานไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด เพราะมันก็จะเข้าแผนการของเธอในขั้นต่อไป..“เดี๋ยวผมขอตัวเข้าห้องน้ำสักครู่นะครับ..” สักพักปาร์คก็เริ่มทนไม่ไหว และต้องการจะรู้ว่าคนคนนั้นเป็นใครต้องการอะไรจากเขา ในช่วงนี้หน่วยเขานับว่าอันตรายมาก เขาจะต้องระวังตัวเป็นพิเศษ หวานที่ดื่มไปเยอะก็ขอไปพร้อมกับปาร์ค เพราะแพเดี่ยวนั้นจะมีแพเล็กอีกแพ เอาไว้ส่งอาหาร และบริการขนส่งคน“ค่อยๆนะครับคุณน้ำหวาน จับราวเหล็กเอาไว้นะครับ..” ปาร์คกล่าวพร้อมกับชี้ไปทางราวเหล็ก จากนั้นเขาก็กดปุ่มอัตโนมัติให้แพเลื่อนตัวออกไป ในจังหวะที่มันเคลื่อนตัวนั้น น้ำหวานเจ้าแผนการก็เซตัวไปทางปาร์ค มันอาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ทำให้เธอเป็นอย่างนี้ก็ได้ ปาร์คที่เป็นสุภาพบุรุษก็คว้าตัวของเธอเข้ามาในอ้อมกอดของตัวเอง “เป็นอะไรไหมครับคุณน้ำหวาน.. เมาหนักเลยนี่ครับ..” แน่นอนว่าหญิงสาวผู้อยู่ในอ้อมกอดนี้ก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ถ้าจะถามว่าเธอเมาหรือยัง ก็ต้องบอกว่านิดหน่อย และยังมีสติอยู่ แค่ทำให้มันดูโอเวอร์หน่อยเท่านั้นเอง (ใครกินแล้วไม่เมา ไรท์แนะนำให้ไปหาหมอนะ)“ไหวค่ะผู้ช่วยปาร์ค.. หวานเพิ่งเคยทานแอลกอฮอล์ครั้งแรกเลยมึนๆนิดหน่อยค่ะ..” เธอกล่าวพร้อมกับทำเป็นเวียนหัวหนัก และมันช่วยไม่ได้ที่ปาร์คจำเป็นต้องกอดเธอแน่นมากกว่าเดิม... และแน่นอนว่าการกระทำเหล่านี้ทุกคนก็เห็นมันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะน้ำทิพย์ที่มองมาจากกล้องส่องทางไกล“หน้อยยย..นายมันไว้ใจไม่ได้จริงๆด้วย พวกฉวยโอกาส.. ไม่ได้การล่ะ ฉันต้องเขาไปห้าม..” พนักงานที่เห็นน้ำทิพย์ลุกออกจากที่นั่งก็ทำหน้าตาเอิ่มออกมา ดูยังไงก็มีพิรุธชัดๆ สั่งอาหารแล้วจะชักดาบหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เมื่อเธอคนนั้นสั่งไปแล้วไม่จ่ายก็แค่ดำเนินคดีเท่านั้น เขาไม่มีสิทธิ์อะไรไปห้ามลูกค้า.. ปาร์คที่มาถึงอีกฝั่งแล้ว เขาก็กดโทรศัพท์โทรหาสุชาดาในทันที เพื่อให้เธอมาช่วยดูแลน้ำหวานแทนตัวเอง หากเขายังฝืนตัวเองไปส่งถึงห้องน้ำมันอาจจะดูไม่ดี ถ้าไม่มีสติ และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในห้องน้ำจะทำอย่างไร เขายังไม่อยากโดนพี่สาวของเธอด่า อีกอย่างเขามีเรื่องที่จะต้องทำอยู่ ปาร์คมองไปทางคนที่มองเขาจากโต๊ะนั้น แต่ก็ต้องพบกว่าเขาคนนั้นหายตัวไปแล้ว“คลาดสายตาแป๊บเดียวหายไปไหนแล้ว...” ปาร์คตอนนี้ที่ระวังตัวมากขึ้นไปอีก เขาไม่รู้ว่าคนที่แอบมองมาเขามีวัตถุประสงค์ใดๆ จากนั้นไม่นานดาก็ลอยแพข้ามมาถึงฝั่งนี้พอดี “หวาน..ไหวไหมเนี้ย...” ดาเดินมาประคองตัวของหวานเพิ่มอีกคน ก่อนที่ปาร์คจะปล่อยให้ทั้งคู่ไปเข้าห้องน้ำ หวานที่แกล้งๆเมา และเพื่อไม่ให้แผนแตกเธอจะต้องแกล้งเมาต่อไป ปาร์คก็เอ่ยฝากให้ดาช่วยดูแลหวานด้วย จากนั้นเขาก็เดินไปอีกทาง และหวังในใจว่าจะยังพอทันที่จะหาตัวชายคนนั้น ปาร์คเดินอ้อมไปอีกทาง และโชคเหมือนจะเข้าทางเขา ชายคนนั้นคนที่มีกล้องส่องทางไกลอยู่ในมือ ปาร์คค่อยๆขยับไปใกล้เขาอย่างช้าๆจากทางด้านหลัง อุบบบ!! ปาร์คนำมือของตัวเองปิดปากของชายคนนั้น จากนั้นสะบัดตัวของเขาผู้ต้องสงสัยชิดกำแพงห้องน้ำ มือของเขาทับเอาไว้ที่หน้าอกเพื่อไม่ให้มันดิ้นหลุดไปได้“..แกเป็นใคร ต้องการอะไร..... หือ...” ด้านหลังห้องน้ำที่มันไม่มีแม้แต่แสงไฟ ปาร์คเอ่ยถามออกมาท่ามกลางความมืด แต่ในจังหวะนั้นเองแสงจันทร์ในคืนเดือนเพ็ญก็ส่องสว่างผ่านหมู่เมฆ และทำให้เขาเห็นได้ชัดขึ้นมันเป็นใบหน้าที่คุ้นเคยเป็นอย่างมาก“..คุณน้ำทิพย์.. มาทำอะไรที่นี่ครับเนี้ย..” ปาร์คกล่าวออกมาอย่างตกใจที่น้ำทิพย์พี่สาวของน้ำหวานเป็นคนที่มาแอบดูเขาอยู่ไกลๆ.. เสียงของน้ำทิพย์อุดอู้เพราะโดนปิดปากอยู่ ปาร์คที่เห็นก็ถอนมือออกจากปากของน้ำทิพย์ทันที“..ใครน้ำทิพย์กัน.. ผมชื่อ..รสฮะ คุณจำคนผิดแล้ว..” น้ำทิพย์ทำเสียงเข้มๆแล้วกล่าวออกมา เธอยังมั่นใจกับการปลอมตัวของเธออยู่ ปาร์คที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกไป“อย่าบอกนะครับว่าที่ชื่อรส เพราะคิดไม่ออกแล้วว่าจะชื่ออะไรดี.. ทิพรส ซินะครับ มุกเก่าไปหน่อยไหมครับเนี่ย..” ปาร์คกล่าว เพราะไม่คิดว่าน้ำทิพย์จะเล่นมุกนี้เลย แน่นอนว่ามันทำให้ทิพย์ตกใจเล็กน้อย“นายรู้ได้ยังไง.... เอ้ย.. ไม่ใช่ฮะ ผมชื่อโอรสฮะ เพื่อนๆเรียกกันว่ารสฮะ เลยเผลอไปหน่อย” เธอบ่นออกมาเบาๆ เพราะตอนนั้นมันคิดไม่ทันจริงๆ อะไรที่คิดได้ก็เล่นๆไปก่อน แต่ไม่คิดว่าเขาจะจับได้อย่างนี้ แต่ก่อนที่ปาร์คจะได้กล่าวอะไรเสียงโทรศัพท์ของน้ำทิพย์ก็ดังขึ้น ปาร์คที่ยังล็อกตัวของน้ำทิพย์อยู่ก็หยิบมันออกจากกระเป๋ากางเกงของเธอ และกดรับสายพร้อมกับเปิดลำโพงทันที แม้จะรู้จักกันระดับหนึ่ง แต่เขาก็ยังไม่ไว้ใจคนที่แอบจ้องมาทางเขาอยู่ดี เพื่อให้แน่ใจจึงต้องทำอย่างนี้ “ยัยน้ำทิพย์.. แกรู้ใช่ไหมว่าแอมชอบท่านรองประธาน... ทำไมแกไม่บอกกับฉันล่ะ... ฮัลโหล โล ยัยทิพย์.. อะไรกันรับสายแล้วก็ไม่พูด..” กวินที่นั่งซดเหล้าขาวของตัวเองไปแล้วหลายจอกโทรมาสอบถาม และดูเหมือนว่าน้ำทิพย์จะเนียนไม่ได้อีกต่อไป ตอนนี้เธอหน้าเสียมาก ก่อนที่กวินจะโวยวาย และวางสายไป“..มันจะโทรมาทำไมตอนนี้ว้า.. ไอ้กวินเอ้ย!! ....” ทิพย์บ่นๆออกมา ก่อนที่ปาร์คจะดึงหนวดปลอมของน้ำทิพย์ออก และกล่าวกับเธอต่อ“ทีนี้ก็หมดข้ออ้างแล้วนะครับ.. คุณมาทำอะไรที่นี่ แล้วจ้องมองมาที่ผมทำไม..” ปาร์คถาม“แล้วจะทำไม ฉันไม่ได้อยากจะมองนายหรอกนะ เข้าใจไว้ด้วย ฉันแค่จะมาดูธาตุแท้ของนายที่เอาเปรียบน้องสาวของฉัน และฉันก็เห็นหมดแล้วด้วย นายมันพวกชอบฉวยโอกาส นายมันไว้ใจไม่ได้..” น้ำทิพย์ด่าออกไปอีกหลายชุด ปาร์คที่ได้ยินก็ถอนหายใจเล็กน้อย เขาอาจจะคิดไปไกลเกินไป คิดไปถึงว่าน้ำทิพย์เป็นสายลับเสียอีก“ก็นึกว่าเรื่องอะไรเสียอีก.. คราวหลังก็มาดีๆเถอะครับ ถ้าไม่ไว้ใจกันขนาดนั้น ผมเป็นพวกขี้ระแวง” ปาร์คกล่าวออกมาให้น้ำทิพย์เข้าใจ แต่สายตาของทิพย์นั้นบ่งบอกได้ว่าตอนนี้เธอค่อนข้างที่จะเขินนิดๆ พร้อมกับหลบหน้าไปทางอื่นหน่อยๆ ก่อนที่เธอจะกล่าวออกมา“เรื่องนั้นน่ะ รู้แล้วน่า.. ว่าแต่นายจะเอามือของนายออกไปเมื่อไหร่กันล่ะเนี้ย..” ทิพย์กล่าวออกมาเสียงอ่อยๆ ปาร์คที่ได้ยินอย่างนั้น ก็มองไปแขนของตัวเองที่อยู่ตรงหน้าอกของน้ำทิพย์ ส่วนมือนั้นกำลังกำอะไรบางอย่างเต็มไม้เต็มมือ..“....เอ้ย...ขอโทษ...” ปาร์ครีบพุ่งถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็วหลังจากที่รู้ตัวแล้ว น้ำทิพย์ที่เป็นอิสระก็หันมามองทางปาร์ค“นายมันพวกชอบฉวยโอกาส... เชอะ...” น้ำทิพย์กล่าวได้แค่นั้น เธอเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงไม่ตบผู้ชายคนนี้ ทำไมถึงไม่โกรธผู้ชายคนนี้ แล้วทำไมหัวใจมันกลับเต้น ตึกตัก!! รัวๆอย่างนี้ หรือว่าเขาจะเป็นผู้ชายคนแรกที่ทำกับเธออย่างนี้กัน....