บทที่ 22 แผนการ
เจี้ยงหงไม่ทราบเนื้อหาในจดหมาย เมื่อได้ยินที่องค์ชายหนิงกล่าวเช่นนั้น นางก็ชะงักไปครู่หนึ่ง นางไม่เคยเห็นองค์ชายหนิงแสดงรอยยิ้มพึงพอใจเช่นนี้มาก่อนเลย ตามที่เจี้ยงหงเคยได้ยินมา องค์ชายหนิงผู้นี้ไม่เคยปริปากพูดหรือแสดงสีหน้าอะไรให้ผู้ใดเห็น ไม่ว่าจะปฏิบัติต่อผู้ใดก็มักมีสีหน้าไม่ยินดียินร้ายเสมอ แม้แต่ตอนเข้าเฝ้าฮ่องเต้ก็ยังไม่แสดงสีหน้าอะไรมากนัก แต่บัดนี้ข่าวลือก็คงเป็แค่ข่าวลือกระมัง…
ความจริงไม่ได้เป็เช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย?
“เ้าค่ะ ถ้าเช่นนั้น ข้าขอตัวก่อนนะเ้าค่ะ” ถึงแม้ในใจจะสงสัย แต่เจี้ยงหงก็มิบังอาจก้าวก่ายเื่ของเ้านาย
นางพยักหน้า ก้มหน้าลงอย่างระมัดระวังและเตรียมจะจากไป
เมื่อนางถอยไปถึงประตู องค์ชายหนิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ครุ่นคิดอะไรบางอย่างก็เอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง
“หยุดก่อน!” น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ได้คิดว่าจะมีเื่อะไรเกิดขึ้น
ทว่าเมื่อเจี้ยงหงได้ยินเสียงนั้นก็อดรู้สึกขนลุกไม่ได้ หัวใจนางกระตุกสั่นระรัวด้วยความหวาดกลัว
“ไม่ทราบว่าองค์ชายหนิงมีรับสั่งอะไรอีกหรือไม่เ้าคะ?” เมื่อได้ยินเสียงเรียก เจี้ยงหงจึงหยุดเดิน ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปหาเขาสองก้าว พลางก้มหน้าลงต่ำแล้วเอ่ยถามอย่างสุภาพ
“วันพรุ่งนี้ ข้าตั้งใจจะเชิญขุนนางบางท่านมาเป็แขกที่จวน ไม่ทราบว่า คุณหนูของเ้าจะสนใจหรือไม่?” ราวกับเพิ่งจะนึกอะไรบางอย่างออก
องค์ชายลูบคางพลางครุ่นคิดและเอ่ยปากขึ้น
“เรียนองค์ชาย ข้าจะนำความไปแจ้งคุณหนูให้ทราบอย่างแน่นอนเ้าค่ะ” เจี้ยงหงพยักหน้ารับ แสร้งทำเป็เข้าใจ แต่ลึก ๆ แล้ว นางรู้สึกว่าองค์ชายผู้นี้กำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่ ได้ยินมาว่าองค์ชายหนิงไม่ชอบเชิญแขกมาที่จวน โดยปกติแล้ว ผู้ที่องค์ชายเชิญมานั้นล้วนแต่เป็คนสนิทที่ไว้ใจได้ทั้งสิ้น นอกจากนี้แล้วก็เห็นจะมีแต่ฮ่องเต้เท่านั้น
ทว่าถ้าหากนางไม่ได้ฟังผิด องค์ชายหนิงผู้นี้กำลังเชิญคุณหนูใหญ่ของนางใช่หรือไม่?
แม้ในใจจะรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก แต่ในฐานะข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ นางย่อมไม่แสดงท่าทางเช่นนั้นออกมาให้เห็นเด็ดขาด
เจี้ยงหงก้มหน้าลงแล้วตอบรับ จากนั้นนางก็ไม่กล้าพูดอะไรออกไปอีก
“เ้ากลับไปเถิด” หลังจากสั่งการเสร็จ องค์ชายก็โบกมือ บ่งบอกว่านางสามารถออกไปได้แล้ว
“เ้าค่ะ ข้าขอตัวลา” เจียงหงพยักหน้า ก่อนจะรีบเดินออกจากจวนองค์ชายหนิงอย่างรวดเร็ว ในเมื่อตอนนี้ฟ้ายังไม่มืด นางต้องรีบกลับไปรายงานข่าวนี้ให้คุณหนูทราบโดยเร็วที่สุด
หลังจากที่เจี้ยงหงกลับไปแล้ว ปี้ลิ่วผู้ติดตามองค์ชายมาโดยตลอดก็อดเอ่ยถามขึ้นไม่ได้
“องค์ชาย ข้าไม่เคยเห็นท่านเป็เช่นนี้มาก่อนเลย หรือว่าคุณหนูฉินจะบอกอะไรท่านหรือขอรับ” ปี้ลิ่วยืนมองเหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ไม่ห่าง จึงรู้สึกอยากรู้ว่าในจดหมายเขียนอะไรไว้ เหตุใดองค์ชายถึงได้ยิ้มอย่างพอใจเยี่ยงนี้ ถึงขั้นเชิญคุณหนูฉินมาที่จวนอีก เท่าที่เขาจำได้ ครั้งก่อน องค์ชายก็เพิ่งจะให้คนนำจดหมายเชิญไปให้ที่จวนตระกูลฉิน แล้วทำไมครั้งนี้ ถึงได้คิดจะเชิญนางอีก
ถ้าหากเขาจำไม่ผิด คุณหนูฉินหยวนจากจวนตระกูลฉินก็เป็แค่สาวน้อยอายุสิบกว่าปีเท่านั้น
ครั้งก่อนที่วัด ถึงแม้คุณหนูฉินจะช่วยชีวิตคุณชายหย่งไว้ได้ครั้งหนึ่ง และยังกล้าต่อรองกับองค์ชายหนิงอีก ครั้นนั้นเขาคิดว่าองค์ชายจะปะาเด็กสาวที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำผู้นี้เสียแล้ว ทว่ากลับไม่เป็เช่นนั้น องค์ชายไม่เพียงแต่ไม่ฆ่านาง กลับยังยอมตกลงตามข้อเสนอของนางและยินดีเป็ที่พึ่งพาให้นางอีกด้วย
ถึงกระนั้น องค์ชายของเขาคือองค์ชายหนิง! ผู้เป็ที่โปรดปรานที่สุดของฮ่องเต้ในยามนี้ ในบรรดาผู้คนนับพันนับหมื่นในแผ่นดินนี้ ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่อยากจะเกี่ยวดองกับองค์ชายของเขา พยายามหาที่พึ่งพิง แต่องค์ชายของเขาที่จะคุยด้วยได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็ผู้ใดก็ตาม ถ้าฝ่าาเห็นว่าไม่มีประโยชน์มากพอก็จะไม่สนใจทั้งนั้น ทว่าฉินหยวนจากจวนตระกูลฉินผู้นี้มีอะไรพิเศษนักหรือ?
องค์ชายถึงกับยอมให้เด็กสาวผู้นี้นับเป็ที่พึ่งพาได้เชียวหรือ?
“ไม่ได้มีอะไรมากนักหรอก เพียงแต่เด็กสาวผู้นี้ แม้อายุยังน้อยแต่กับเฉลียวฉลาดยิ่งนัก รู้จักวางแผน ทั้งยังกล้าหาญและเ้าเล่ห์ นางทำให้ข้ารู้สึกประทับใจได้เสมอเลย” สำหรับคำถามของปี้ลิ่ว องค์ชายไม่ได้ตั้งใจจะอธิบายให้มากความ เพราะถึงแม้ปี้ลิ่วจะเป็ที่ปรึกษาที่ซื่อสัตย์ที่สุดของเขา แต่ในบางเื่ เขาเองก็ี้เีที่จะอธิบาย อย่างไรเสียต่อไปถ้ามีเื่อะไรก็สั่งการลงไป ปี้ลิ่วก็คิดไตร่ตรองเองก็คงเข้าใจแล้ว จะให้เขาเสียเวลาพูดให้มากความไปไย
“องค์ชาย ท่านหมายถึงเด็กสาวฉินหยวนผู้นั้นน่ะหรือขอรับ?” สงสัยว่าตัวเขาเองจะฟังผิดไป ปี้ลิ่วจึงอดไม่ได้ที่จะถามย้ำอีกครั้ง
เขาไม่ได้ฟังผิดใช่หรือไม่?
องค์ชายหนิงผู้สูงศักดิ์ของพวกเขากำลังชมเชยเด็กสาวที่ยังไม่ทันโตเต็มวัยกระนั้นหรือ?
“ไม่ผิด เป็เด็กสาวผู้นั้น เ้าอย่าดูถูกนางเชียว ถึงนางจะดูเหมือนไม่รู้อะไร แต่ความจริงแล้ว นางรอบรู้กว่าที่เ้าคิดไว้มาก” องค์ชายเอ่ย
ประโยคนี้ราวกับจะยืนยันในสิ่งที่ปี้ลิ่วถาม
ยอมรับว่า ครั้นนั้นที่เขาได้พบกับนางเป็ครั้งแรก เขาก็แค่รู้สึกว่าเด็กคนนี้มีแววตามุ่งมั่น ดูเหมือนนางจะไม่กลัวตายสักเท่าไหร่
ครั้งก่อนนั้น องค์ชายหนิงไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ไม่คาดคิดเลยว่า ระหว่างที่คุยกัน เด็กสาวผู้นี้จะกล้าเสนอข้อแลกเปลี่ยนที่แสนจะกล้าหาญออกมา ในตอนนั้น เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก นึกเพียงว่านางคงล้อเขาเล่น ทว่าไม่คิดเลยว่า เด็กสาวคนนี้จะมีความกล้ามากกว่าที่เขาคิดไว้ ถึงขั้นกล้านำเื่การลักลอบค้าเกลือเถื่อนมาเป็ข้อต่อรองกับเขา ทำเอาเขาถึงกับมองนางเปลี่ยนไปทันที
แต่ก็แค่ชั่วครู่เท่านั้น ยังไงก็ยังเป็แค่เด็ก จะเก่งได้ขนาดไหนกัน? แต่ถึงแม้จะต่อสู้กันหลายครั้ง และจากข่าวลือที่ให้คนสืบมาล่าสุด ดูเหมือนว่าเด็กสาวคนนี้ไม่ได้มีดีแค่นี้ ถึงแม้นางจะดูเด็กอยู่ ไม่ต่างจากคุณหนูตามบ้านทั่วไปสักเท่าไหร่ แต่ในเื่การเมืองปัจจุบัน ดูเหมือนนางจะรู้มากพอสมควร และไม่ใช่แค่ทำเป็รู้ ทุกอย่างล้วนมีเหตุผลน่าเชื่อถือ ดูเหมือนว่า คู่ค้าคนนี้ การค้าครั้งนี้
ทว่า ความรู้สึกนั้นก็เกิดขึ้นเพียงชั่ววูบเท่านั้น อย่างไรเสีย นางก็เป็แค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น จะเก่งกล้าสามารถไปได้สักแค่ไหนกันเชียว…
แต่หลังจากได้ประมือกันหลายครั้ง และจากข่าวลือที่ให้คนสืบมาล่าสุด ดูเหมือนว่าเด็กสาวผู้นี้ไม่ได้มีดีเพียงแค่นี้ ถึงแม้นางจะดูยังอ่อนเยาว์อยู่ ไม่ต่างจากคุณหนูตระกูลอื่น ๆ ทั่วไปสักเท่าไหร่
แต่ในเื่การเมืองภายในราชสำนัก ดูเหมือนนางจะรู้มากพอสมควร และไม่ใช่แค่แสร้งทำเป็รู้ แต่นางนั้นสามารถอธิบายได้อย่างมีเหตุผล ดูเหมือนว่าการร่วมมือและการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ ...น่าจะดำเนินต่อไปได้อีกนาน
หลังจากได้ยินองค์ชายเอ่ยชมฉินหยวน ปี้ลิ่วก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขาเกาหัวอย่างไม่เข้าใจ “เรียนองค์ชาย เด็กสาวตัวแค่นั้นจะเก่งกล้าสามารถได้แค่ไหนกัน ไม่ต้องพูดถึงเื่ที่ว่านางเป็แค่เด็กผู้หญิงอีก หรือถึงแม้จะเป็เด็กผู้ชาย ในวัยนี้นอกจากกินหรือเล่นสนุก หรืออาจจะอ่านตำราบ้าง อย่างมากก็แค่แสร้งทำตัวฉลาดไปเท่านั้นล่ะขอรับ”
สำหรับคำชมองค์ชายหนิง นอกจากปี้ลิ่วจะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยแล้วก็ยังรู้สึกดูแคลนฉินหยวนอีกด้วย เขาไม่คิดว่าเด็กสาววัยเพียงสิบกว่าปีจะเข้าใจอะไรได้ เกรงว่านางแค่เล่นสนุก แสร้งทำเป็นิ่งเฉยราวกับผู้ใหญ่ และแสร้งทำเป็กล้าหาญเท่านั้น
“ปี้ลิ่ว ข้าเคยบอกเ้าแล้วมิใช่รึว่า เวลาทำอะไร อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ ทุกอย่างมันเพิ่งจะเริ่มต้น ยังไม่มีอะไรแน่นอน ถึงแม้นางจะเป็แค่เด็กสาวตัวเล็ก ๆ แต่เ้าจะไปด่วนสรุปว่านางแค่แสร้งทำเป็ฉลาดไม่ได้” องค์ชายหนิงรู้สึกไม่ค่อยพอใจที่ได้ยินเช่นนั้น
ความจริงแล้ว ในตอนแรกเขาก็คิดไม่ต่างจากปี้ลิ่วเท่าไหร่นัก แต่หลังจากที่ได้รู้จักมักคุ้นกันมากขึ้น เขากลับพบว่าที่ผ่านมาเขาอาจจะดูแคลนเด็กคนนี้มากเกินไป นางดูเหมือนจะเก่งกว่าที่เขาคิดไว้มากทีเดียว
“ขออภัยองค์ชาย” ปี้ลิ่วชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่าองค์ชายหนิงจะพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงตำหนิเช่นนี้เพียงเพราะเด็กสาวคนเดียว ในใจพลันรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นอีกไป องค์ชายของเขาเป็คนที่เด็ดขาดและเคร่งขรึม เขารู้และเข้าใจถึงเื่นี้ดี…
ทว่าวันนี้มันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่?
“ช่างเถิด เ้าออกไปได้แล้ว ข้าอยากอยู่คนเดียวสักพัก” องค์ชายโบกมือเป็สัญญาณให้ปี้ลิ่วออกจากห้องไป