ข่าวการตายของ เซียวเลี่ย หัวหน้าหน่วยองครักษ์แห่งตระกูลเซียว ได้สาดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ากองไฟที่กำลังลุกโชนให้ะเิขึ้นอย่างรุนแรง ศพของเขาถูกพบในตรอกมืดด้วยสภาพที่น่าอนาถ... เส้นชีพจรลมปราณถูกทำลายจนหมดสิ้น และที่หน้าผากมีรูเล็กๆ เพียงรูเดียวที่ทะลุเข้าไปทำลายสมองจนแหลกละเอียด!
แต่สิ่งที่ทำให้ตระกูลเซียวต้องเดือดดาลจนแทบบ้าคลั่งก็คือ "ป้ายหยกประจำตัว" ของเซียวเลี่ยที่ถูกหักครึ่งและทิ้งไว้ในมือของศพ... มันคือการประกาศกร้าว... คือการเย้ยหยันที่เืเย็นที่สุด!
"ตระกูลหลัน! ไอ้พวกสารเลว!" เซียวคัง คำรามลั่นในห้องโถงประชุม "นี่คือการตอบโต้ที่พวกมันส่งมา! พวกมันกล้าฆ่าคนของเราในเมืองของเราเอง! นี่มันเหยียบจมูกกันชัดๆ!"
ทว่าในครั้งนี้ เซียวเทียนอี้ กลับยืนนิ่งเงียบ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น "ท่านพ่อ... นี่ไม่ใช่วิธีการของตระกูลหลัน"
"เ้ายังจะปกป้องพวกมันอีกรึ!?"
"ข้าไม่ได้ปกป้อง!" เซียวเทียนอี้สวนกลับ "แต่ท่านดูวิธีการสังหารสิ! มันโเี้... เป็การทรมานก่อนฆ่า... และยังจงใจทิ้งหลักฐานไว้อย่างชัดเจนอีกครั้ง! ท่านไม่รู้สึกเลยรึว่ามันเหมือนกับคดีปล้นฆ่าคาราวานไม่มีผิด! มันคือคนๆ เดียวกัน! หรือกลุ่มคนเดียวกัน! พวกมันกำลังเล่นสนุกกับเรา! ปั่นหัวให้เราสองตระกูลต้องทำลายล้างกันเอง!"
คำพูดของเซียวเทียนอี้ทำให้เหล่าผู้าุโที่กำลังโกรธจัดต้องชะงักไป... ความจริงแล้วพวกเขาก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกตินี้เช่นกัน แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมา
ในขณะเดียวกัน ข่าวนี้ก็ไปถึงหูของตระกูลหลันเช่นกัน หลันเจี้ยน และเหล่าผู้าุโต่างตกอยู่ในความสับสนงุนงง ในตอนแรกพวกเขาดีใจที่ศัตรูถูกสังหาร แต่เมื่อคิดดูให้ดีแล้ว... เื่นี้กลับทำให้พวกเขาต้องตกเป็ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง!
หลันซูเหยา ยืนนิ่งอยู่กลางสวนหิมะ ปล่อยให้เกล็ดหิมะสีขาวร่วงหล่นลงบนเรือนผมสีดำขลับของนาง "ในที่สุด... เ้าก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้วสินะ... 'บุคคลที่สาม' ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด... เ้าเป็ใครกันแน่?"
าเงาที่เคยมุ่งเป้าไปที่กันและกัน บัดนี้ได้มี "เงามืด" ที่มองไม่เห็นตัวตนเข้ามาเป็ตัวแปรใหม่ ทำให้ทั้งสองตระกูลต้องเริ่มระแวดระวังทุกย่างก้าว... และนี่คือสิ่งที่เฟิงหลง้า
ณ โรงฆ่าสัตว์ที่ถูกทิ้งร้าง เฟิงหลงกลับมาถึงที่ซ่อนก่อนรุ่งสาง เขานั่งลงข้างกายบิดาและเริ่มโคจรพลังเพื่อฟื้นฟูพลังที่ใช้ไป
"การฆ่าเซียวเลี่ยเป็การกระทำที่สะใจ... แต่มันก็เผยให้เห็นจุดอ่อนของข้า" เขาพึมพำกับตัวเอง "เคล็ดวิชาที่ข้ามีในตอนนี้... มันรุนแรงและเน้นการทำลายล้างมากเกินไป"
"อัสนีบาตอสูร" นั้นทรงพลังและสามารถทะลวงได้ทุกการป้องกัน แต่มันก็ส่งเสียงดังและสร้างความเสียหายเป็วงกว้าง เหมาะสำหรับการต่อสู้ซึ่งๆ หน้ามากกว่าการลอบสังหาร ส่วน "มายาอสูร" ก็เป็เพียงท่าร่างที่ยอดเยี่ยม แต่ไม่ใช่วิชาสังหารโดยตรง
"ในการล้างแค้นที่เหลือ... ข้าต้องเข้าใกล้เป้าหมายที่แข็งแกร่งกว่านี้... และต้องสังหารพวกมันอย่างเงียบเชียบที่สุด... ข้า้าเคล็ดวิชาใหม่... เคล็ดวิชาที่เหมาะสำหรับนักฆ่า"
เฟิงหลงหลับตาลง... และดำดิ่งเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของจิติญญา... ที่ซึ่ง "ห้วงิญญาอสูรา" กำลังหมุนวนอย่างเงียบงัน ภายในนั้น... ไม่ได้มีเพียงพลังงานที่ถูกดูดกลืนมา แต่ยังมี "เศษเสี้ยวความทรงจำ" นับล้านจากิญญาของยอดฝีมือและอสูรโบราณที่เขาได้กลืนกินเข้าไป ณ ก้นเหว
เขาเริ่มค้นหา... คัดกรอง... แยกแยะความทรงจำเ่าั้... ผ่านภาพของเคล็ดกระบี่ที่ยิ่งใหญ่... ผ่านภาพของเพลงทวนที่ะเืปฐี... จนกระทั่งเขาพบมัน...
ความทรงจำของนักฆ่าเงาจากยุคา... ผู้เชี่ยวชาญในการหลอมรวมเข้ากับความมืดและการสังหารอย่างไร้ร่องรอย!
เฟิงหลงเริ่มศึกษาและหลอมรวมความทรงจำเ่าั้เข้ากับความเข้าใจใน "ปราณอสูร" ของตนเอง และในที่สุด... เขาก็ได้รังสรรค์เคล็ดวิชาใหม่ขึ้นมา... เคล็ดวิชาที่เป็ของเขาแต่เพียงผู้เดียว
"เคล็ดวิชาอสูรเร้นเงา (Asura's Shadow Art)"
มันไม่ใช่วิชาต่อสู้หลัก แต่เป็วิชาเสริมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการลอบเร้นและการสังหารโดยเฉพาะ มันมีสองกระบวนท่าหลัก
"หลอมเงา (Shadow Meld)": ไม่ใช่แค่การซ่อนตัวในเงามืด แต่คือการใช้ปราณอสูรควบคุมแสงและเสียงรอบตัวในระดับจุลภาค ทำให้ร่างกายของตนเองหลอมรวมเข้ากับเงาได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันคือการล่องหนที่แท้จริงในความมืด ทำให้เขากลายเป็ภูตพรายที่แม้แต่ยอดฝีมือระดับสูงก็ยังยากที่จะตรวจจับได้
"เข็มพิฆาติญญา (Soul-Piercing Needle)": นี่คือแก่นแท้ของการสังหาร! มันคือการใช้ "คัมภีร์อสูรกลืนตะวัน" บีบอัดและควบแน่น "ปราณอสูร" ที่รุนแรงและบ้าคลั่ง ให้กลายเป็ "เข็มพลังงาน" ที่เล็กและบางเฉียบจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า! มันไร้เสียง... ไร้รูป... แต่แฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างที่สามารถทะลวงผ่านการป้องกันพลังปราณและทำลายอวัยวะภายในหรือแม้กระทั่งจิติญญาของเป้าหมายได้ในพริบตา!
"นี่แหละ... อาวุธที่ข้า้า"
เฟิงหลงลืมตาขึ้น ประกายแสงที่คมกริบวาบขึ้นในดวงตาของเขา เขาหยิบก้อนน้ำแข็งเล็กๆ ที่เกาะอยู่ตามผนังขึ้นมา และเริ่มฝึกฝน...
เขาพยายามที่จะโคจรปราณอสูรและบีบอัดมันที่ปลายนิ้วชี้... แต่มันยากกว่าที่เขาคิดไว้หลายเท่า! ปราณอสูรนั้นโดยธรรมชาติแล้วป่าเถื่อนและ้าจะะเิออก ทุกครั้งที่เขาพยายามจะบีบอัดมัน มันก็จะดีดกลับอย่างรุนแรงจนปลายนิ้วของเขาเ็ปราวกับจะแตกออกเป็เสี่ยงๆ
ฟุ่บ!
ครั้งแรกที่เขาพยายามปล่อยมันออกไป... ปราณอสูรก็กระจายตัวออกและสลายไปในอากาศก่อนจะถึงเป้าหมาย
"ยังไม่พอ... การควบคุมยังไม่ดีพอ"
เขาไม่ท้อแท้... แต่กลับยิ่งมุ่งมั่นมากขึ้น เขานั่งลงและเริ่มทำความเข้าใจในแก่นแท้ของมันอีกครั้ง... ครั้งแล้วครั้งเล่า...
เขาใช้เวลาไปอีกสองวันเต็มในการฝึกฝนอยู่แต่ในที่ซ่อนที่มืดมิดนั้น ปล่อยให้สองตระกูลใหญ่หวาดระแวงและกัดกันเองอยู่ภายนอก ในที่สุด... ในคืนวันที่สาม...
เฟิงหลงยื่นนิ้วชี้ออกไปอีกครั้ง... ที่ปลายนิ้วของเขา... ปราณอสูรสีดำทมิฬถูกบีบอัดจนกลายเป็เข็มสีดำสนิทที่เล็กและบางเฉียบจนแทบมองไม่เห็น มันสั่นไหวเล็กน้อย แต่ก็คงรูปอยู่ได้...
"เข็มพิฆาติญญา"... สำเร็จแล้ว!
เขาลองดีดมันออกไปอย่างแ่เบา...
ชิ้ง!
มันพุ่งออกไปโดยไม่มีเสียงใดๆ และเจาะทะลุก้อนน้ำแข็งที่เขาตั้งไว้จนเป็รูเล็กๆ ก่อนที่ก้อนน้ำแข็งทั้งก้อนจะถูกไอพลังอสูรที่เย็นเยียบกัดกร่อนจนสลายกลายเป็ไอสีดำในพริบตา!
เฟิงหลงมองผลงานของตนเองด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มที่อำมหิตปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
บัดนี้... อาวุธสังหารที่สมบูรณ์แบบที่สุดได้อยู่ในมือของเขาแล้ว
เขาหันไปมองทิศทางของคฤหาสน์ตระกูลเซียวและตระกูลหลัน ดวงตาของเขาหรี่ลง...
"การเก็บเกี่ยว... จะต้องดำเนินต่อไป... และครั้งนี้... มันจะเงียบงันยิ่งกว่าเดิม"