Side story 03 : Broderick
ฝน… เขาได้กลิ่นของฝนเมื่อเปิดประตูออกมาจากห้องเก็บเอกสาร ชายหนุ่มร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองไปที่หน้าต่างตรงหน้า ดูเหมือนว่าฝนจะเริ่มลงเม็ดแล้ว
เพราะเขาใช้เวลาอยู่ในห้องเก็บเอกสารเป็เวลานานเลยไม่ทันได้รู้สภาพอากาศด้านนอก
“...ฟ้าเริ่มมืดแล้วสินะ”
สภาพอากาศอึมครึมในตอนนี้ทำให้เขานึกไปถึงวันนั้น…
วันครบรอบสถาปนาอาณาจักรวอร์เลนเซียเมื่อ 9 ปีก่อน… หลังจากควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้ ฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาทันที
มันเป็วันที่มีผู้คนล้มตายเป็จำนวนมาก… ไม่ใช่แค่ที่วอร์เลนเซีย อาณาจักรอื่นๆ เองก็ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมพวกนี้เช่นกัน… ทุกวันนี้เขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้.. ว่าพวกมันมาจากไหน… เป้าหมายของพวกมันคืออะไร? ที่แน่ๆ สิ่งที่พวกมันกระทำนั้น คือการไล่ฆ่าทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ ไม่มีการละเว้นเผ่าพันธุ์ไหนทั้งสิ้น
“ท่านบรอเดอริค”
“...? คาร์เทล มีอะไรหรือเปล่า?”
ชายหนุ่มร่างสูงหันหน้าไปตามเสียงเรียก ั์ตาสีฟ้าอ่อนมองไปยังชายผมดำยาว ผู้สวมหน้ากากสีขาวอยู่ตลอดเวลา
“กระหม่อมมาคืนเอกสารที่ยืมไป แล้วก็ฝ่าาให้มาตามท่านด้วยพะยะค่ะ”
เ้าชายบรอเดอริคเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วถามกลับไป
“...พี่อเล็ก ...มีเื่อะไรงั้นเหรอ?”
“กระหม่อมก็ไม่ทราบเช่นกัน ...แต่คิดว่าอาจจะเกี่ยวกับจอมเวทจากเฟย์ราโทเปียที่มาเยี่ยมเยือนวันนี้พะยะค่ะ”
“..นักเวทจากเฟย์ราโทเปียงั้นรึ?”
เมื่อบรอเดอริคได้ยินอะไรที่เกี่ยวกับเฟย์ราโทเปียทีไร มักจะมีพี่ชายของเขาเข้ามาเกี่ยวข้องทุกที อเล็กไม่ได้เล่ารายละเอียดการติดต่อกับฝ่ายเฟย์ราโทเปียให้เขาฟังมากนัก… ถึงจะเป็การดีก็เถอะที่พี่ชายของเขากำลังแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักร แต่เขายังไม่สามารถไว้วางใจคนจากอาณาจักรนั้นได้อยู่ดี… เพราะปัญหาที่าาอกาแมนน้อน… พ่อของพวกเขาได้ก่อเอาไว้นั้น... ร้ายแรงมากแค่ไหน
เพียงแค่นึกถึงเื่พ่อของเขา ...ก็ทำให้บรอเดอริครู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที
นั้นเพราะเมื่อราวๆ หนึ่งเดือนก่อน พี่อเล็กได้บอกความจริงเกี่ยวกับการตาย…
ของาาอกาแมนน้อน…
......
….
...
..
..
.
.
.
.
.
“พี่ฆ่าเขาเอง”
เสียงของอเล็กเซเวียดังขึ้นภายในห้องนอนของเขา ชายร่างสูงเอนหลังลงบนโซฟาใหญ่สีแดงสดแล้วยกขาขึ้นไขว่ห้าง เขาพูดด้วยสีหน้าสบายๆ ไม่มีความเครียดใดๆ บนหน้าทั้งนั้น
“พี่.....พี่หมายความว่ายังไง”
“พี่หมายความว่า พี่ฆ่าไอ้แก่นั่นเอง พ่อของพวกเรา”
บรอเดอริคที่กำลังจะจิบชานั้น ทำได้เพียงแค่ถือถ้วยชาค้างเอาไว้ เขาใกับสิ่งได้ยินจนตัวแข็งทื่อไปหมด… ในหัวตอนนั้นเขาพยายามคิดอยู่ว่าอาจจะเป็มุกล้อเล่นของพี่ตนอีกแล้ว ด้วยความที่นิสัยของพี่ชายเขานั้นค่อนข้างจะขี้แกล้ง และชอบหยอดมุกตลกให้เขาหลุดขำอยู่เสมอๆ
“..นายจำวันนั้นได้ไหม? วันที่ปีศาจบุกวอร์เลนเซีย..เมื่อ 9 ปีที่แล้ว”
“...พี่ ...ไม่ได้จะเล่นมุกอะไรอยู่ใช่ไหม?”
อเล็กเซเวียเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วยิ้มที่มุมปากแล้วพูดต่อ
“พี่จริงจัง… ริค วันนั้น..ตอนนายกับขุนนางคนอื่นๆ กำลังหนีเข้าที่หลบภัยในห้องลับข้างใต้ปราสาท ...ที่ไอ้แก่นั่นบอกว่า ได้สร้างเอาไว้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ลักษณะนี้น่ะ จำได้ไหม?”
“อะ..อืม .....จำได้สิ”
“พี่ถูกห้ามไม่ให้เข้าไปในห้องนั้น”
“...! ทะ ทำไมล่ะ!?”
บรอเดอริควางถ้วยชาลงบนโต๊ะทันที ในหัวของเขามีความคิดแง่ร้ายแล่นเข้ามา… หรือว่า..พ่อคิดจะปล่อยให้อเล็กตาย..?
“...พี่รู้สึกได้ทันทีว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล พี่เลยดึงดันที่จะเข้าไปให้ได้.. แล้วท่าทีของไอ้แก่นั่นก็เปลี่ยนไป… ทำให้พี่รู้…ว่าห้องนั้นไม่ใช่ห้องหลบภัย”
“....ถะ..ถ้างั้น”
อเล็กเซเวียหลบตาช้าๆ แล้วผ่อนลมหายใจออก เขารู้สึกไม่สงบใจที่จะต้องพูดถึงเื่นี้ มันเป็เื่น่ากลัวและเป็เื่ที่มนุษย์ด้วยกันไม่น่าทำได้… กระทั้งลูกในไส้ของตัวเอง
“มันเป็ห้องบูชายัญ… ริค ...นายกับขุนนางทั้งหมดในห้องนั้นเป็เครื่องสังเวยสำหรับทำพิธีอัญเชิญอะไรบางอย่างของไอ้แก่...”
“...”
ชายหนุ่มเย็นวาบไปทั้งตัว ฟังจากน้ำเสียงของพี่ชายนั้นเื่นี้ไม่ใช่แค่เื่ล้อเล่นอย่างแน่นอน เขากอดแขนตัวเองเอาไว้และพยายามไม่ให้ตัวของเขาสั่นเทา ก่อนเอ่ยบอกถามต่อ
“...ทำไม ..ทำไมพี่ถึงเพิ่งมาเล่าให้ฟังวันนี้ล่ะ?”
“..เพราะฉันแอบสืบหาเบาะแสเื่นี้มาตลอด และเพิ่งเจอเบาะแสอะไรบางอย่างเมื่อวานนี้”
ชายร่างสูงลุกขึ้นจากโซฟา แล้วเดินตรงไปที่ชั้นวางของภายในห้อง อเล็กเซเวียยื่นมือออกมาค้างไว้เหนือชั้นวางแล้วเริ่มร่ายเวทเบาๆ จากนั้นกล่องใสขนาดสี่เหลี่ยมก็ค่อยๆ ปรากฎขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวังแล้ววางมันลงอีกที่ตรงกลางโต๊ะน้ำชา
“...สิ่งนี้คืออะไร?”
บรอเดอริคถามเสียงเบา การที่พี่ชายของเขาต้องใช้เวทมนตร์ซ่อนเอาไว้ แถมยังผนึกลงกล่องใสซึ่งเป็อุปกรณ์เวทมนตร์สะกดพลังเวทที่หาได้ยากแบบนี้ ของข้างในคงอันตรายมากๆ
“..หลังจากราชินีโอฟิเลีย..แม่ของพี่ตายไปได้ 2 ปี ตอนนั้นฉันเด็กมาก น่าจะประมาณ 8 ขวบ อยู่ในวัยกำลังซน พี่แอบเข้าไปเล่นในห้องไอ้แก่ แล้วเจอกับสิ่งที่อยู่ในกล่องนี้ มันเป็ผนึกสีดำสนิทรูปร่างประหลาดและที่สำคัญ… มันพูดกับพี่”
“...มันพูดได้?”
“...อา ..ใช่ แต่พี่จำไม่ได้แล้วว่ามันพูดอะไร ที่จำได้คือ พี่รีบวิ่งหนีออกจากห้องทันที ...และแน่นอน...พี่ไม่คิดว่าเสียงที่ได้ยินเป็แค่จินตนาการ ..พี่เลยแอบเข้าไปที่ห้องนั้นอีกครั้ง… ก็เลยได้เห็นไอ้แก่กำลังคุยกับผนึกสีดำอันนั้นพอดี แต่น่าเสียดาย...พี่ยังไม่ทันได้ยินว่าพูดอะไรกัน ไอ้แก่ก็ดันรู้ตัวซะก่อน พี่เลยไม่เคยได้ไปเข้าเหยียบห้องนั้นอีก”
ดวงตาสีชมพูปนฟ้ามองไปที่กล่องใสตรงหน้า ก่อนเงยหน้าขึ้นไปสบตากับน้องชายที่หน้าซีดตลอดบทสนทนา เขาอยากพูดอะไรนอกเื่เพื่อผ่อนคลายบรอเดอริคสักหน่อย แต่คงไม่ใช่เวลา อเล็กเซเวียคิดว่าเขาต้องโดนโกรธแน่ๆ ถ้ายิงมุกตลกลงไปตอนนี้…
“แล้วเมื่อวานพี่ก็ค้นหามันจนเจอ... มันถูกซ่อนเอาไว้อยู่ในส่วนลึกของใต้ดินภายในห้องบูชายัญ.. ไม่รู้ไอ้แก่นั่นเอาไปซ่อนลึกขนาดนั้นได้ไง แถมใช้เวทมนตร์อำพรางไว้อีก… แต่เื่นั้นช่างมันเถอะ ...ที่สำคัญคือตอนที่พี่เจอมัน ..และเป็อย่างที่คิดไว้ มันพูดกับพี่”
“....มะ..มันพูดว่า?”
บรอเดอริคถามออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ เขาภาวนาในใจ ขออย่าให้เป็อะไรที่เลวร้ายเลย ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายอีกคน...
เขาจะไม่เหลือใครอยู่เคียงข้างอีกแล้ว….
“มันพูดว่า ‘ไม่ได้เจอกันนาน ไอ้เด็กเวร’ แล้วพี่ก็ผนึกมันเลย...”
“...”
ความเงียบเข้ามาแทนที่บรรยากาศอันตึงเครียดภายในห้องทันที สีหน้าผะอืดผะอมของบรอเดอริคที่แสดงออกมาตอนนี้ ทำให้อเล็กเซเวียถามออกมาด้วยความสงสัย
“เป็อะไรไป? ทำไมทำหน้าแบบนั้น-- อุก!”
ผู้เป็พี่ซึ่งยังพูดไม่จบประโยค โดนหมอนที่ลอยมาจากฝั่งตรงข้ามอัดเข้าที่หน้าเต็มๆ
“..ทำบ้าอะไรของนายเนี้ย!?”
“พี่ต่างหากล่ะ!! ทำไมต้องทำให้เป็ห่วงด้วย! นี่มันอันตรายขนาดไหน รู้ตัวบ้างไหม!? ว่าตัวเองสำคัญกับอาณาจักรขนาดไหน!?”
“ใจเย็นสิ ไม่เห็นต้องโกรธขนาดนั้นเลย ..น้องพี่ เื่อันตรายน่ะต้องรู้อยู่แล้ว ...ั้แ่วันที่ไอ้แก่จะใช้นายเป็หนึ่งในเครื่องสังเวย พี่ก็ไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้นอีก...”
“......หลังจากนั้น ...พี่ฆ่าพ่อจริงๆ เหรอ?”
ั์ตาสีฟ้าอ่อนคู่นั้นมองมาด้วยสายตาเศร้าสร้อย อเล็กเซเวียรับรู้ได้ว่าน้องของเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขาคงคิดว่าพี่ต้องยอมฆ่าพ่อแท้ๆ ของตัวเองเพื่อช่วยชีวิตเขา…
“ใช่… ริค.. ตอนนายเกิด ..นายอาจจะจดจำไอ้แก่ในฐานพ่อที่ไม่แยแสลูกตัวเองมาั้แ่แรก แต่สำหรับพี่.. หลังจากแม่ของพี่เสียชีวิตไป… ไอ้แก่ก็ไม่ใช่พ่อคนเดิมที่พี่รู้จัก… ราวกับเป็คนละคน… และนั่นทำให้พี่รู้ดีว่าไม่มีทางได้พ่อคนเดิมคืนมาแล้ว”
“....พี่อเล็ก”
“เพราะฉะนั้น ดีแล้วล่ะ… โชคดีที่นายยังอยู่ตรงนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนาย... พี่คงให้อภัยตัวเองไม่ได้”
อเล็กเซเวียก้มหน้าลง ...มันเป็เื่ยาก แต่เขาก็สามารถผ่านมันมาได้แล้ว เวลานี้สิ่งที่เขาต้องทำการคือปกป้องดูแลผู้คนในอาณาจักรนี้ หน้าที่ของาาซึ่งเขาแบกรับอยู่นั้นยากเย็นกว่าเื่ไหนๆ ที่ผ่านมาซะอีก ...ทั้งๆ ที่เขาปฏิเสธการขึ้นเป็าามาตลอด พยายามอยู่หลายหนทางเพื่อให้บรอเดอริคได้รับตำแหน่งองค์รัชทายาทอันดับหนึ่งแทน ร่วมมือกับคนที่คิดจะฆ่าเขามาตลอดอย่างราชินีมากาเร็ต แม่ของบรอเดอริคก็แล้ว สุดท้ายหวยก็มาลงที่เขาอยู่ดี…
เหตุผลเดียวที่บรอเดอริคไม่ขึ้นเป็กษัตริย์ก็คือ สีดวงตาของเขา บรอเดอริคเป็ลูกเพียงคนเดียวที่ราชินีมากาเร็ตคลอดออกมาแล้วไม่มีสีตาของราชวงศ์ ั์ตาของเขาดันเป็สีฟ้าอ่อนแบบเดียวกับแม่เขา… นั่นทำให้บรอเดอริคค่อนข้างขาดความรักจากแม่และถูกเลือกปฏิบัติจากคนรอบตัวเสมอมา ...แต่แน่นอนว่าไม่ใช่กับอเล็กเซเวียผู้ยอมเอาตัวพุ่งเข้าสู่หายนะทุกทาง (ยกเว้นความตาย) เพื่อให้น้องรักของเขาได้ขึ้นเป็กษัตริย์… แต่น่าเสียดายที่เขาทำไม่สำเร็จ…
“...แล้ว พี่จะทำยังไงกับสิ่งนี้ต่อ?”
“พี่จะเก็บมันไว้ก่อน จนกว่าจะเจอคนที่สามารถอธิบายได้ว่ามันคืออะไร และเกี่ยวข้องอะไรกับเื่เมื่อ9ปีก่อนไหม….. แล้วก็...”
“...อะไรเหรอ?”
“มันเกี่ยวข้องกับชาลอตด้วยไหม…”
เมื่อผู้เป็พี่เอ่ยชื่อของน้องสาวที่ถูกคุมขังอยู่คุกใต้ดินชั้นลึกสุดมาตลอด10ปีออกมา ทั้งคู่ต่างมีสีหน้าไม่ต่างกันเท่าไหร่ เื่ของชาลอตนั้นเต็มไปด้วยความน่าสงสัย ไม่มีใครได้โอกาสตั้งคำถาม เพราะเธอถูกตัดสินอย่างรวดเร็วว่ามีความผิดและจำนนด้วยหลักฐาน ไม่มีใครรู้ว่าชาลอตทำเื่เลวร้ายแบบนั้นไปทำไม... แม้แต่เวลาบอกลายังไม่มี…
“ชาลอต…จะเป็ยังไงบ้างนะ...”
บรอเดอริคพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา หวนนึกย้อนไปถึงวันวาน… วัยเด็กที่ทั้งสี่พี่น้องอยู่กันครบ มันจะเป็ความทรงจำที่เขาเก็บรักษาเอาไว้ตลอดไป..
….
...
..
.
.
.
‘ตึก ตึก ตึก’
เสียงฝ่าเท้าของชายสองคนกำลังเดินอยู่ ณ โถงทางเดินสีขาวที่ถูกตกแต่งด้วยงานแกะสลักลวดลายดอกไม้อย่างสวยงาม ขณะที่เ้าชายบรอเดอริคและคาร์เทลใกล้จะไปถึง กลับมีใครบางคนเดินสวนออกมาจากห้องประชุมนั้น
“...! ....ใครน่ะ?”
“ดูเหมือนว่าจะเป็จอมเวทจากเฟย์ราโทเบียที่กระหม่อนพูดถึงไปเมื่อสักครู่”
เ้าชายบรอเดอริคกระซิบถามคาร์เทล ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับคนที่กำลังเดินตรงมา
..ดูไม่น่าไว้ใจ นั่นเป็สิที่บรอเดอริคคิดทันทีที่เห็นบุคคลตรงหน้า นอกจากคนๆ นี้ใส่หน้ากากแปลกๆ ปิดบังใบหน้าแล้วยังสวมฮู้ดสีดำทับอีกที เสื้อผ้าของเขามิดชิดมากไม่เผยเนื้อส่วนไหนให้เห็นเลย หากไม่รู้มาก่อนว่าเขามาจากเฟย์ราโทเปียก็จะคาดเดาได้ยากว่าเขาเป็เผ่าพันธุ์อะไร ที่ข้อมือของเขามีอุปกรณ์ทางเวทมนตร์ประดับอยู่ มันเป็หินสีฟ้าเข้ม ซึ่งไม่ใช่อะไรที่จะหามาใส่ง่ายๆ อีกทั้งคนที่จะใช้มันได้ต้องมีพลังเวทแข็งแกร่งมากอีกด้วย
...พี่ชายของเขามีธุระอะไรกับคนๆ นี้กัน ….หรือว่าจะเป็เื่นั้น
“ท่านคงเป็เ้าชายบรอเดอริคสินะ ฝ่าารอท่านอยู่ด้านในน่ะ”
เสียงที่ลอดออกมาจากหน้ากาก เป็เสียงของชายหนุ่ม น้ำเสียงของชายผู้นี้ค่อนข้างเยือกเย็น บรอเดอริคขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำทักทายจากอีกฝ่าย จริงอยู่ที่บรอเดอริคไม่ใช่คนถือเื่มารยาทหรือวิธีการใช้ศัพท์ของคู่สนทนา แต่ฝ่ายตรงข้ามนั้นค่อนข้างพูดจาห้วนๆ ไปหน่อย เขาเคยโดนพูดจาห้วนๆ ใส่ก็จริง แต่เป็กรณีที่อีกฝ่ายไม่รู้ว่าเขาเป็ใครมาก่อน ซึ่งต่างจากกรณีนี้ ...ชายคนนี้รู้ดีว่าเขาเป็ใคร
“รอเดี๋ยว ท่านจอมเวทจากเฟย์ราโทเปีย”
ชายคนดังกล่าวทักทายเสร็จก็ทำท่าจะเดินจากไปทันที บรอเดอริคจึงหยุดเขาเอาไว้ก่อน ชายลึกลับหยุดฝีเท้าลงแล้วหันกลับมาทางบรอเดอริคช้าๆ ตามเสียงเรียก
“ท่านพอจะบอกเราได้ไหม ว่าท่านมีธุระอะไรกับฝ่าา”
“...ข้าพอจะบอกท่านได้เล็กน้อย ถ้าเป็ธุระของข้าล่ะก็... ข้าแค่มาตรวจสอบให้มั่นใจว่า ว่าไม่มีคนของที่นี่ขโมยชิ้นผลงานของข้าไป”
“...! นี่ท่านกำลังกล่าวหาว่ามีคนในวังหลวงขโมยของๆ ท่านงั้นเหรอ!?”
“ไม่ใช่ในวังหลวง เ้าชายบรอเดอริค ข้าหมายถึง คนของอาณาจักรวอร์เลนเซีย แต่ดูเหมือนว่าของๆ ข้าจะไม่ได้อยู่ที่นี่….”
จอมเวทลึกลับพูดเสร็จก็หันหน้าไปทางคาร์เทลที่ยืนเงียบมาั้แ่เมื่อครู่

(หากคุณนักอ่านเห็นบริเวณนี้เป็โค้ดเว็บ ในความจริงแล้วเป็ภาพประกอบนะคะ ผ่านมาหลายเดือนแล้วDevเว็บก็ยังไม่แก้ค่ะ
ถ้าคุณนักอ่านอยากเห็นภาพประกอบครบถ้วน คุณนักอ่านสามารถตามไปอ่านได้ที่เว็บ Fictionlog, ReadAWrite, Dek-d และ Mareads นะคะ)
“โชคดีไปนะ... ที่คนลงมือไม่ใช่คนของที่นี่...”
บรอเดอริคเลิกคิ้วแล้วหันไปทางชายผมยาวที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา
“เป็ไปไม่ได้ ที่คนของที่นี่จะมีการกระทำต่ำช้าเช่นนั้นครับ”
คาร์เทลพูดพร้อมรอยยิ้ม บรอเดอริคมองเห็นอารมณ์ของชายผมดำยาวได้ทางเดียวคือริมฝีปากที่กำลังเหยียดยิ้ม เขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าดวงตาของคาร์เทลนั้นยิ้มตามไหม
“ถ้าท่านไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัว”
หลังจากชายลึกลับกล่าวลาและเดินออกไปจากโถงทางเดิน เ้าชายก็หันกลับไปทางคาร์เทลอีกครั้ง
“...คาร์เทล เ้ารู้จักเขาเป็การส่วนตัวด้วยเหรอ?”
“ไม่พะยะค่ะ …..แต่ข้าเคยเจอเขามาก่อน ราว 2-3 เดือนก่อน ครั้งนั้นจอมเวทก็มาพบฝ่าา… ดูเหมือนฝ่าาจะไม่ได้เล่าให้ท่านทราบใช่ไหมพะยะค่ะ?”
“.......เฮ้อ ...พี่”
บรอเดอริคถอนหายใจเบาๆ เขานึกว่าวันนั้นพี่ชายของเขายอมเล่าทุกอย่างให้เขาฟังหมดแล้วซะอีก พอมารู้แบบนี้ทำให้เขารู้สึกโกรธขึ้นมาหน่อยๆ เ้าชายพยายามปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็ปกติ ก่อนออกเดินต่อไปยังห้องประชุมตรงหน้า
“เ้าชายบรอเดอริค เชิญพะยะค่ะ”
อัศวินที่ยืนเฝ้าประตูอยู่พูดขึ้นแล้วเปิดประตูบานใหญ่ออกให้ มีเพียงบรอเดอริคที่เดินเข้าไป ส่วนคาร์เทลยืนรออยู่ด้านนอก ภายในห้องประชุมที่ถูกตกแตกอย่างหรูหรานั่น มีชายผมทองนั่งด้วยท่าทางเบื่อหน่ายอยู่ตรงหัวโต๊ะยาวราวๆ ครึ่งหนึ่งของห้องๆ นี้ เมื่อดวงตาสีชมพูอมฟ้าสบเข้ากับคนที่เขารออยู่ าาก็มีสีหน้าและท่าทางร่าเริงขึ้นมาทันที
“ริค!! อาาา โอเอซิสของพี่!!”
“สำรวมหน่อย ฝ่าา”
อเล็กเซเวียที่ทำท่าจะกระโจนใส่ ถูกผู้เป็น้องหยุดไว้ทันที เ้าชายถอนหายใจซ้ำอีกรอบก่อนจะเอ่ยถามเกี่ยวกับธุระที่เรียกมาคุย
“ไอ้ที่คุยเื่ธุระของพี่ก็ไม่เท่าไหร่หรอก… แต่ไอ้ตอนที่โดนสอบปากคำเป็ชั่วโมงๆ เนี่ยสิ! เหนื่อยชะมัด! อะไรกัน…... พี่ดูไม่น่าเชื่อถือเลยหรือไงนะ”
“ใช่”
“จะ ใจร้าย!”
บรอเดอริครู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันทีที่พี่ชายเริ่มอ้อนเขา เขารู้ว่าอเล็กเซเวียมีอาการพี่เห่อน้องมาั้แ่ไหนแต่ไรแล้ว แต่เขานึกไม่ถึงว่าจะอเล็กเซเวียยังมีอาการแบบนี้อยู่แม้กระทั้งโตแล้วก็ตาม
“ที่ว่าโดนสอบปากคำเนี่ย... ใช่เื่ ชิ้นผลงานของจอมเวทเมื่อสักครู่โดนขโมยใช่ไหม?”
“หือ? อะไรกัน นายรู้เื่นี้ด้วยเหรอ?”
“อืม เมื่อกี้เจอเขาที่โถงทางเดินน่ะ… พี่ไปรู้จักกับคนแบบนั้นมาั้แ่เมื่อไหร่?”
เ้าชายค่อนข้างสงสัยตัวตนของชายคนดังกล่าว ถึงจะมีอัศวินคอยสอดส่องความปลอดภัยอยู่ด้วยก็ตาม แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่ไว้วางใจอยู่ดี… ต่างกับคาร์เทลถึงจะใส่หน้ากากปกปิดสีหน้า เขากลับอ่านบรรยากาศของคาร์เทลออกมากกว่า
“อืม…. ไม่แน่ใจแฮะ ...ก็หลายปีอยู่นะ แต่เื่นั้นเอาไว้ก่อน”
หลายปี… บรอเดอริคขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยิน นี่พี่เขาไม่คิดที่จะบอกเขาอะไรเลยหรือไง? ขณะที่เ้าชายพยายามสะกดความหงุดหงิดเอาไว้ าาผู้ยังไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดไปก็พูดต่อ
“จำเื่ที่คุยกันวันนั้นได้ไหม สิ่งที่ฉันผนึกไว้”
เมื่อาาเข้าเื่ธุระ บรอเดอริคก็รีบหันไปเช็ครอบตัวทันที… เพราะเขาไม่แน่ใจว่าพูดเื่นี้ขณะที่ไม่ได้อยู่ในห้องส่วนตัวจะปลอดภัยไหม ถึงในห้องนี้จะมีแค่พวกเขาสองคนก็เถอะ
“ไม่ต้องห่วง พี่ใช้เวทมนตร์ปิดกั้นเสียงไว้แล้ว ถ้าจะมีคนแอบฟัง ก็คงมีแค่คนที่มีพลังเวทเหนือกว่าพี่เท่านั้นแหละ”
“ก็มีจอมเวทที่มาเมื่อกี้ไง!”
“อ่อ ถ้าหมายถึงเขาล่ะก็ไม่ต้องห่วง พี่ให้สิ่งนั้นกับเขาไปแล้ว”
เ้าชายเบิกตากว้างด้วยความใ เขาสะกดอารมณ์หงุดหงิดไม่ได้อีกแล้ว บรอเดอริคขึ้นเสียงใส่พี่ชายด้วยความสบสัน
“หมายความว่าไง! ทำไมล่ะ!?”
“เพราะเขาเป็คนเดียวที่ตรวจสอบมันได้ล่ะนะ... สิ่งนั้นมันเกินกว่าพวกเราจะตรวจสอบเองได้ แม้กระทั้งคาร์เทลยังปฏิเสธที่จะวิจัยให้เลย”
“...แต่เขาชอบวิจัยอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ.. ทำไมล่ะ?”
“เพราะมันอันตรายไงล่ะ… ตอนที่พี่หยิบมันมาให้เขาดู เขาพูดกับพี่ทันทีว่ามันไม่ปลอดภัยถึงแม้จะผนึกไว้แล้วก็ตาม”
พอได้ยินดังนั้นเ้าชายใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามต่อ
“แต่การที่พี่ยกให้จอมเวทคนนั้น ถึงเขาจะสามารถตรวจสอบมันได้ ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยถูกไหม?”
“...ดูริคจะไม่ค่อยไว้ใจเขาเลยนะ”
“ก็แน่สิ จะไปไว้ใจคนที่ดูน่าสงสัยขนาดนั้นได้ยังไง!?”
“...จะว่าไป ...พี่ยังไม่เคยบอกริคเื่เขาเลยสินะ”
“...ก็ใช่น่ะสิ!!”
ระหว่างที่บรอเดอริคก้มหน้าลงและกุมศีรษะด้วยความปวดหัว เสียงเคาะที่ห้องประตูก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงของคาร์เทลที่ะโเข้ามา
“ขออภัยพะยะค่ะฝ่าา! ท่านบรอเดอริค! มีสารด่วนส่งมาพะยะค่ะ!”
สารด่วน? สองพี่น้องหันหน้ามามองพร้อมกัน และแน่นอนว่าทั้งคู่คิดถึงเื่เดียวกัน
“รีบเข้ามา! คาร์เทล!”
สิ้นเสียงของาา ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกให้ชายผมยาวเดินเข้ามา ที่มือของเขามีนกสีฟ้าเกาะอยู่ เมื่อนกตัวนนั้นเห็นบรอเดอริคที่นั่งอยู่ในห้องประชุมก็กระพือปีกแล้วบินตรงไปหาอย่างรวดเร็ว ร่างของมันสลายหายไปทันทีเมื่อถึงมือของเ้าชาย เหลือไว้เพียงม้วนกระดาษ1แผ่นที่มีตราประทับของหน่วยข่าวกรองติดอยู่
“......! ...เป็ไปไม่ได้”
“ริค เกิดอะไรขึ้น?”
เมื่อบรอเดอริคเปิดม้วนกระดาษแผ่นนั้นขึ้นอ่าน เขาก็มีสีหน้าที่ใเป็อย่างมาก
“..พี่อเล็ก ...ปีศาจที่เมืองท่าเรือถูกกำจัดหมดแล้ว ...และไม่ใช่แค่นั้น มีรายงานเสริมจากหน่วยลาดตระเวนปริมาณของปีศาจลดลงเป็เท่าตัวตลอดเส้นทางที่ใช้เดินทางไปยังเมืองท่าเรือ...”
“....กลุ่มนักผจญภัยที่ส่งไปเป็กำลังเสริมน่าจะแค่ช่วยยื้อเวลาให้พวกเราส่งยุทโธปกรไปให้ทันไม่ใช่เหรอ.. ถึงจะมีกุนเทอร์ไปด้วยก็เถอะ แต่เขาไม่ได้ถือดาบเล่มนั้นอีกแล้ว คาดการณ์จากเวลา... พวกเขาน่าจะเพิ่งไปถึงที่หมายไม่นานเองไม่ใช่เหรอ!?”
อเล็กเซเวียพูดออกมาด้วยความสบสัน พลางขบคิดไปด้วย เขาหันไปทางคาร์เทลที่พูดขึ้นขณะยืนยิ้มเงียบๆ อยู่มาั้แ่เมื่อกี้
“แต่เป็เื่น่ายินดีไม่ใช่เหรอพะยะค่ะ นั่นเท่ากับว่าเมืองท่าเรือปลอดภัยแล้ว”
“...ถึงจะเป็อย่างงั้นก็เถอะ ...แต่เราคงต้องไปเห็นด้วยตาของตัวเองหน่อย คาร์เทล ช่วยเตรียมรถม้าให้เราด้วย เราจะไปเมืองท่าเรือ”
“พะยะค่ะ ท่านบรอเดอริค”
บรอเดอริคพูดจบ อเล็กเซเวียที่นั่งคิดอยู่ก็หยุดชะงักทันที
“ริค! น้องจะไปจริงๆ เหรอ!? ไม่เอานะ!!”
“...ฝ่าา ช่วยสำรวมด้วย”
เ้าชายพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าโกรธๆ ทำให้าาที่งอแงอยู่ยอมเงียบลง
ก่อนที่บรอเดอริคที่เดินออกจากห้องประชุม เขาก็กำชับพี่ชายของเขาอีกครั้งว่าให้ไปทำเอกสารกองใหญ่บนโต๊ะให้เสร็จก่อนที่เขาจะกลับมา...
และนั้นเป็การร่ำลาที่มีคนนั่งน้ำตาไหลออกมาอยู่คนเดียว
……
….
…
..
.
.
.
“.....แย่ล่ะ ลืมไปสนิท”
ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังจะก้าวเท้าขึ้นรถม้าก็นึกอะไรบางอย่างออก..
สรุปว่าจอมเวทจากอาณาจักรเฟย์ราโทเปียเป็ใครกัน…?
ตอนนี้คงต้องเก็บความสงสัยเอาไว้ก่อน... เขากลับวังเมื่อไหร่ค่อยเค้นถามพี่ชายอีกทีแล้วกัน
---------------------------------------------------
สวัสดีค่ะ วันนี้ไรท์มาชี้แจ้งเพิ่ม พักหลังมานี้ไรท์จะไม่มีเวลาว่างมาออกตอนใหม่แล้วนะคะ T T
ความจริงบทนี้จะมีความยาวมากกว่านี้ด้วยค่ะ เพราะจะเป็การเล่าเื่ราวฝั่งมุมมองของบรอเดอริคที่มีต่อราชวงศ์
แต่ไรท์ไม่ว่างเลยค่ะ 55+ จำเป็ต้องเล่าบทนี้แบบรวบรัดไปก่อน ไม่งั้นกว่าคุณนักอ่านจะได้อ่าน คงเป็เดือนหน้าแทน
(ไม่อยากให้รอนานกว่านี้เลยปล่อยออกมาก่อนค่ะ T T)
แต่เมื่อไหร่ที่ไรท์มีเวลากลับมาเขียนเื่นี้ต่อแล้ว จะเพิ่มเติมเนื้อหาที่หายไปของบทนี้ให้ค่ะ ^^
-----------------------------------------------------
ทิ้งท้ายก่อนไป ไรท์ขอโฆษณาเกมBLที่กำลังพัฒนาร่วมกับทีมอยู่อีกรอบนะคะ ><
OP ของเกมใกล้จะออกมาแล้ว ส่วนเดโมของเกมที่จะมาให้ลองเล่นกัน ไรท์กำลังปั่นอยู่ (เลยไม่มีเวลามาเขียนเื่นี้นี่แหละ55+)
เกมที่ไรท์ทำอยู่ชื่อเกม Falling Day ถ้าสนใจติดตามกันได้ทาง Facebook ค่ะ > https://www.facebook.com/FallingDay.Game/
ขอขอบคุณนักอ่านทุกๆ ท่านที่ยังติดตามนิยายเื่นี้อยู่นะคะ
หากมีข้อผิดพลาดๆ ต้องขออภัยไว้ใน ณ ที่นี้ด้วย
โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^^