ภายในห้องแถลงข่าววันนี้ดูจะคึกคักเป็พิเศษ โต๊ะตัวใหญ่ถูกวางไว้ตรงกลางห้องเื้ัเป็ทีวีจอั์ กำลังฉายภาพยานเฮลีออส กำลังล่องลอยอยู่ในอวกาศ โดยมีดาวดวงหนึ่งกำลังลอยสงบนิ่งอยู่ข้างหน้าประหนึ่งว่า ยานลำนี้ กำลังจะลอยไปหาดาวดวงนั้น
มาดามแคทเธอรีนเดินมานั่งยังเก้าอีกที่โต๊ะตัวใหญ่นั้น เคียงข้างด้วยผู้พันวาซีลี่ เมื่อทุกอย่างพร้อมเ้าหน้าที่ได้ส่งสัญญาณให้เริ่มการแถลงข่าว
“เราจะเริ่มกันในอีก สาม สอง หนึ่ง .....”
“สวัสดีคะทุกๆ ท่าน อย่างที่เราทุกคนทราบกันดี นิวเวิร์ลมีเป้าหมายที่สำคัญ นั่นคือการนำพวกเราทุกคนไปยังอาณานิคมแห่งใหม่สถานที่ที่เราทุกคนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความสงบสุข นับครั้งไม่ถ้วนที่เราได้เดินทางเสาะหาที่แห่งนั้นในท้องฟ้าอันเวิ้งว้างแต่สถานที่แห่งนั้น มันไม่เคยปรากฏให้เราได้เห็นเลย ถึงกระนั้นเราก็ไม่เคยที่จะยอมแพ้เราเชื่อเสมอว่า สักวันหนึ่ง เราจะพบสิ่งที่เรากำลังค้นหาอยู่นั้น ดั่งเช่นเมื่อวาน เราได้ส่งตัวแทนของเราเดินทางไปยังที่ที่คาดกันว่าจะเป็บ้านหลังใหม่ของพวกเราคนเ่าั้คือผู้กล้า ที่ออกปฏิบัติหน้าที่เพื่ออนาคตของพวกเราทุกคน”
มาถึงตรงนี้มาดามหยุดนิ่งไปนิดนึง พลางจ้องไปยังกล้องที่ถ่ายทอดสดด้วยแววตาที่แข็งกร้าวก่อนจะพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย
“แต่วันนี้ ฉันขอบอกว่าภารกิจของพวกเค้า ไม่เป็ไปดั่งที่คาดหวัง เมื่อคืนนี้ตอนที่ยานเฮลีออสกำลังลงจอดที่ดาวซีรีสดาวแห่งความหวังของพวกเรา พวกเขาเ่าั้ต้องเผชิญกับพายุขนาดใหญ่ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนส่งผลให้ยานเฮลีออสขาดการติดต่อกับพื้นโลกไปั้แ่ตอนนั้น”
เสียงฮือดังขึ้นในห้องส่งเ้าหน้าที่ทุกคนต่างใ เพราะไม่เคยมีใครทราบมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาดามส่งสายตาไปยังเ้าหน้าทุกคนในเชิงบอกให้เงียบเสียง ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า
“จนถึงเวลานี้เรายังไม่ทราบชะตากรรมของกัปตันและลูกเรือเฮลีออสทั้ง 7 คน รวมถึง ผู้โดยสารอีก 10 คน เรายังเชื่อว่าพวกเค้าเ่าั้จะปลอดภัย เราจะทำทุกอย่างเพื่อค้นหาพวกเค้าให้พบขณะนี้ดาวเทียมทุกดวง กล้องโทรทัศน์ทุกตัว ได้หันไปทางดาวซีรีสเพื่อจับความเคลื่อนไหวของทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นั่น และหวังว่าเราจะพบกับข่าวดีในไม่ช้า ขอให้เราทุกคนร่วมกันภาวนาให้กับฮีโร่ของพวกเราด้วย” พูดจบ มาดามก็ลุกขึ้นจากห้องแถลงข่าวเดินจากไปโดยไม่ได้ทักทายปราศัยกับใครที่นั่นเลยท่ามกลางความมึนงงของทุกๆ คนทั้งในห้องส่ง รวมถึงประชาชนทุกคนภายในเขตกำแพงนิวเวิร์ล
ผู้พันวาซิลี่ รีบวิ่งตามมาดามไปที่ห้องทำงาน มาถึงก็เห็นมาดามยืนจ้องมองออกไปข้างนอกหน้าต่างกระจก มีแววตาเป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด แม้ไม่หันมามองแต่มาดามก็รู้ดีว่า คนที่เข้ามาคือใคร ก่อนจะพูดด้วยสำเสียงเรียบๆ ออกไป
“คุณคงอยากจะรู้สินะ” มาดามถาม โดยได้คาดหวังจะได้คำตอบก่อนที่จะหันมาแล้วกล่าวต่อไป
“ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาหักหลังฉันฉันอยากจะบอกไปด้วยซ้ำ ว่าพวกนั้นหักหลังเรา และฉันได้ะเิยานพวกมันจนเละไปแล้วถึงอย่างไรเสียการทำให้พวกนั้น หายไปในอวกาศ คงจะเป็คำตอบที่ดีกับเรามากกว่า ไอ้กัปตันเวรนั่นมันร้ายจริงๆ มันคงรู้แล้วว่าครั้งนี้จะเป็งานชิ้นสุดท้ายของมัน ไม่งั้นมันคงไม่กล้าจะหักหลังพวกเราหรอกแต่มันก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องกำจัดทิ้ง มันรู้เื่ของเรามากเกินไปแล้ว ฉันเคยคิดว่ามิตรภาพและเงินสามารถซื้อใจมันได้แต่ฉันก็คิดผิด”
“จากนี้ท่านจะเอายังไงต่อครับ” ผู้พันวาซีลี่ถาม
“ป่านนี้ทุกคนคงกำลังช็อคกับเื่ที่เราบอกไป ปล่อยให้พวกเค้าได้อยู่กับอารมณ์แบบนั้นไปสักระยะ ไม่นานทุกอย่างก็จะมาเหมือนเดิม เราคงต้องเงียบไปสักพักส่วนคุณก็เตรียมหานักบินคนใหม่รอไว้เลยนะ รอบนี้เอาคนของเรา เอาที่ไว้ใจได้มา” มาดามออกคำสั่ง
“รับทราบครับผมจะคัดมาอย่างดีเลย” ผู้พันวาซีลี่ตอบรับคำสั่ง ก่อนจะถามต่อไปว่า
“แล้วเื่ที่จะพาคนไปบนนั้นละครับเจอแบบนี้ คงจะหาคนไปบนนั้นยากขึ้นแน่”
“ไม่มีใครไปสิยิ่งดีเพราะฉันก็ไม่อยากให้ใครต้องไปอยู่แล้ว ที่ทำอยู่เพราะแรงกดดันจากข้างนอกนั่นพวกนั้นมันคิดจริงๆ ว่าเราจะไปสำรวจดาวบ้าๆ นั่น มันไม่รู้เลยว่าไอ้ดาวดวงนั้นแม้แต่ที่จะจอดยานก็แทบจะไม่มี อย่าหวังเลยว่ามนุษย์จะขึ้นไปอยู่บนนั้นได้”มาดามนั่งลงพิงเก้าพลางหลับตา ถอนหายใจยาวก่อนจะโบกมือไล่ให้ไปผู้พันวาซีลี่ออกไปแต่ก็ไม่วาย ออกคำสั่งตามหลังไป
“หากใครถามอะไรก็บอกไปว่าฉันกำลังเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ยังไม่พร้อมที่จะคุยกับใคร ส่วนคุณก็พูดไปตามที่ฉันแถลงไปนะอย่าให้ใครรู้เด็ดขาดว่าเกิดอะไรขึ้น”
ผู้พันวาซีลี่ หยุดพักหน้านิดนึงก่อนจะเดินออกไป โดยไม่กล่าวคำใดๆ ออกมา
มาดามเอนหลังบนเก้าอี้พลางใช้ความคิดอย่างหนัก เธอไม่น่าใจอ่อนกับอเล็กซ์เลย สามวันก่อนออกเดินทางเธอได้เรียกมาพบ เธอสังเกตได้จากน้ำเสียง ว่าอเล็กซ์มีท่าที่เปลี่ยนเป็อย่างมากแต่เธอยังคงเชื่อว่า เงินของเธอสามารถซื้อใจเขาได้ เมื่อเธอบอกว่าให้พวกเค้าพาคนโดยสารไปด้วย
“ทำไมคุณต้องเอาคนพวกนั้นไปด้วยเราก็ทำเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้เหรอ”
“จะไปกลัวอะไร ก็แค่ให้เข้าไปนอนในแคปซูล พวกนั้นก็ไม่รับรู้อะไรแล้ว”
“ผมจะไม่ยอมฆ่าพวกเค้าแน่”
“คุณไม่ต้องห่วง คนของชั้นจะทำเอง”
“จะใครทำก็เหมือนกันแหละเพราะผมคือกัปตัน จะไม่มีการฆ่ากันบนยานของผม” อเล็กซ์ขึ้นเสียง
“ฉันจะจ่ายคุณเป็สองเท่า” มาดามยื่นข้อเสนอ เมื่อเห็นอเล็กซ์มีท่าทีลังเลเล็กน้อย มาดามไม่รอช้า รีบรุกต่อทันที
“เราร่วมมือกันมานานคุณเป็มือหนึ่งของเรา ฉันไว้ใจคุณได้เสมอ อะไรที่ยอมกันได้ก็ยอมๆ ไปเถอะ”
“คุณไว้ใจผมเหรอผมไม่เคยคิดแบบนั้น ผมทำงานกับคุณมานานก็จริง แต่ผมไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าแต่ละครั้งที่ขึ้นบิน ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมกำลังบินไปที่ไหนคุณไม่เคยบอกพิกัด ไม่เคยบอกสถานที่ ผมแค่พายานของผมออกไปข้างบนนั้นแล้วเปิดระบบอัตโนมัติ จากนั้น คนของคุณก็จัดการเองทั้งหมด พวกคุณไปทำอะไรที่นั่น พาอะไรไปหรือขนอะไรกลับมา ผมกลัวทุกครั้งว่าคุณจะพาผมไปทิ้งที่ไหนสักที ที่ผมจะไม่ได้กลับมาอีก”
“คุณกลัวเป็ด้วยเหรอ”
“ก็คุณลองไปอยู่บนโน้นดูสักครั้งสิแล้วจะรู้ว่าเป็ยังไง”
“ฉันว่าคุณคงไม่คิดแบบนั้นหรอกคุณแค่อยากจะรู้ว่ามันเป็ที่ไหน เพื่อคุณจะได้ไปเอามันมา หรือว่าไม่ใช่” พูดจบมาดามจ้องหน้าอเล็กซ์แต่อีกฝ่ายไม่ยอมสบตาด้วย
“ผมจะทำแบบนั้นไปทำไม ทุกวันนี้คุณก็เลี้ยงดูผมอย่างดีผมจะไปทำอะไรแบบนั้นทำไม” อเล็กซ์ออกตัวแบบตะกุกตะกัก
“คุณก็ฉลาดดีนี่งั้นจะปฏิเสธข้อเสนอของฉันทำไม แค่พาคนพวกนั้นไปแลกกับสินค้า แล้วขนสินค้ากลับมาคุณก็รับเงินก้อนโตจากเราไป”
“ผมขอถามอีกอย่าง ทำไมถึงเลือกผม”
“เพราะเราคือเพื่อนไงเพื่อนที่ร่วมงานกันมานาน” มาดามตอบแบบไม่จริงใจนัก
“หรือคุณแค่อยากจะชดเชยบางอย่างให้เอ็ดเวิร์ด ผมได้ยินมาว่าพวกคุณจ่ายให้กับโดมินิคไปไม่ใช่น้อยจะเหลืออะไรให้ผมอีก” อเล็กซ์พูดแทรกขึ้นมา
“เพราะงั้นแหละ ฉันเพิ่งคิดได้ว่าที่จริงคุณเองก็น่าจะได้รับมันเหมือนกัน ก็คุณเป็เพื่อนเค้านิ ไม่ใช่สิถ้าจะพูดให้ เอ็ดเวิร์ดคือเพื่อนคนเดียวที่คุณมีไม่ใช่เหรอ”มาดามพูดพลางทำสีหน้าเหยียดเล็กน้อย
“เพราะงี้สินะ พวกคุณถึงเลือกผมถ้าจะให้ทาย คนอื่นๆ ไม่รู้ใช้มั้ย ว่าผมมาทำงานให้กับพวกคุณ” อเล็กซ์ยังไม่หายสงสัย
“ไม่มีใครรู้ทั้งนั้น เื่นี้มีแค่เราสองคน และเราจะรู้กันแค่นั้น หวังว่าคุณคงรักษาสัญญานี้ได้นะ” มาดามย้ำ
“ยานของคุณก็มี คนของคุณก็มี แต่ผมจะไม่วุ่นวายอะไรกับเื่ของพวกคุณหรอกตราบใดที่คุณยังจ่าย ผมก็พร้อมจะทำงานให้พวกคุณ”
“ก็บอกแล้วไง เราไว้ใจคุณและอยากให้คุณไว้ใจพวกเราเช่นกัน ฉันก็ยอมรับว่าเรามีบางอย่างที่ต้องปิดบังคุณเพราะถ้าพิกัดของดาวนั่นหลุดไป เราก็จบเห่ พวกข้างนอกนั่นคงจะไปขนมันมาจนหมด”
“ของนั่นมันคืออะไรกันแน่” อเล็กซ์ยังถามไม่หยุด
“คุณอย่ารู้เลย รู้แค่ว่ามันมีค่ามหาศาลก็แล้วขอเพียงคุณไม่ถามอะไรมาก เราก็จะร่วมมือกันได้อีกนาน” มาดามพูดัดบท เหมือนอยากให้อีกฝ่ายออกไปเสียทีอเล็กซ์เข้าใจอาการนี้ดี เขาลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกไปจากห้อง ก่อนจะหันกลับมาพูดประโยคสุดท้าย
“ที่คุณไม่ยอมบอกผม เพราะคุณเองก็ไม่รู้ใช่มั้ยดาวนั่นมันอยู่ตรงไหนกันแน่” พูดจบอเล็กซ์ก็เปิดประตูจากไป ทิ้งให้มาดามนั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางบ่นกับตัวเอง
“สมแล้วที่เป็คุณ อเล็กซ์”
...................................................................
สภาพของโรงเรียนในตอนนี้แทบไม่ต่างกับส่วนอื่นๆของเมือง นักเรียนทุกคนแทบไม่มีใครสนใจการเรียนไม่มีเื่ไหนที่จะเรียกร้องความสนใจให้กับทุกคนได้เท่ากับคำแถลงการของมาดามที่เพิ่งจบไป
ข้อความที่ถูกส่งต่อๆกันมาในโทรศัพท์มือถือ ทำให้ทุกคนในโรงเรียนรู้แล้วว่า ภารกิจที่ทุกคนฝากความหวังกำลังจะประสบกับความล้มเหลว แม้จะไม่ได้มีการบอกออกมาอย่างชัดเจนแต่ทุกคนก็เชื่อไปแบบนั้นแล้ว
ไอรีนเดินมองหาซีรีสและวิลอยู่นานเมื่อเห็นสองคนนั้นยืนคุยอยู่ตรงสนามหญ้ารวมอยู่กับคนอื่นๆไอรีนรีบเดินไปลากมือสองคนนั่นออกมาทันที
“นี่เธอจะพาเราไปไหน” วิลออกเสียงขัดขืนเล็กน้อย
“ตามฉันมาเถอะนา เรามีอะไรจะต้องคุยกันหน่อย” ไอรีนบอกพลางรีบเร่งฝีเท้าไปที่ลับตาคนเมื่อเห็นว่าไม่ใครอื่นแล้ว ไอรีนก็ปล่อยมือพลางยืนเท้าสะเอวจ้องหน้าไอรีสกับวิล
“ไงละ ฉันบอกเธอแล้วว่างานนี้มันทะแม่งๆ” ไอรีนเปิดฉาก
“ฉันว่ามันก็ปกตินะ เื่แบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ และอีกอย่างเรายังไม่รู้ชะตากรรมของยานเฮลีออสเลย จะมาทึกทักว่าทุกคนตายไปหมดแล้วไม่ได้หรอก”ไอรีสออกความเห็นบ้าง แต่ดูเหมือนอีกสองคนไม่คล้อยตามสักเท่าไหร่
“ฉันเห็นด้วยกับไอรีนนะ งานนี้มันแปลกๆ” วิลพูดพลางหันไปพยักหน้ากับไอรีน
“แปลกยังไงเหรอ” ซีรีสถาม
“ก็แปลก แปลกแบบแปลกๆ” วิลเริ่มพูดไม่ออก
“เอาละๆๆ อย่าเถียงกันเลย ที่ฉันลากพวกนายมานี่ไม่ใชจะให้พวกนายมายืนเถียงกันให้ฉันดูนะ พวกนายต้องฟังฉันก่อน” ไอรีนพูดพลางยกมือห้ามทั้งสองคน
“มีอะไรก็ว่ามา” ซีรีสเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย
“ก่อนอื่นฉันจะไม่บังคับความคิดของพวกนายนะแต่ฉันอยากจะบอกความคิดของฉันเอง ที่เคยบอกว่า โครงการนี้มันทะแม่งๆ เราไม่รู้หรอกว่า ใครคิดถูกใครคิดผิดจนกว่าเราจะรู้ความจริง และที่ฉันลากพวกนายมานี่ เพราะว่าฉันอยากจะชวนพวกนายไปหาความจริงกัน”
“ไปหาความจริงเหรอ หาที่ไหน” วิลถามด้วยความสงสัย
“ท่านศาสตราจารย์” ซีรีสเอ่ยออกมาเบาๆ
“ถูกต้องฉันจะชวนพวกนายไปหาท่านศาสตราจารย์กัน ฉันว่าเวลานี้แหละเหมาะสมที่สุดแล้ว ที่เราจะไปหาท่าน” ไอรีนกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ไปหาได้ยังไงท่านยังไม่รู้จักพวกเราเลยด้วยซ้ำ” วิลแย้งออกมา แต่ก็ยิ่งทำให้สงสัยมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นอีกสองคนส่งยิ้มให้กัน
“พวกเธอสองคนมีอะไรปิดบังฉันเหรอ” วิลพยายามหาคำตอบ ซีรีสได้แต่ยิ้ม แล้วพูดออกมา
“ตามมาเถอะ แล้วนายจะรู้เอง”
“ก็ได้ไปก็ไป ไหนๆวันนี้คงไม่ได้เรียนแล้ว โดดเรียนสักวันจะเป็ไรไป” วิลพูดพลางออกเดินตามซีรีสและไอรีนเพื่อมุ่งหน้าไปหาศาสตราจารย์
...........................................
ในขณะเดียวกันที่บ้านของศาสตราจารย์ เ้าของบ้านดูจะคึกคักเป็พิเศษ เดินไปเดินมาเช็คโน่นเชคนี่ เปิดโน่นเปิดนี่บางทีก็เดินไปส่องกล้องโทรทัศน์ บางทีก็กลับมานั่งจดโน่นนี่อยู่ตลอดเวลา
เมื่อ ซีรีส ไอรีน และวิลมาถึงบ้านศาสตราจารย์ ไอรีนรีบไปกดกริ่งส่งสัญญาณให้เ้าของบ้านได้รับรู้ เพียงอึดใจเดียว ศาสตราจารย์แง้มเปิดประตูพลางมองทั้งสามคนด้วยความสงสัย ไอรีนไม่รอช้ารีบแนะนำตัวทันที
“หนูเองคะท่านศาสตราจารย์ ที่เสริฟอาหารให้ท่านเมื่อคืนไงค่ะ”
“อ๋อ ฉันจำเธอได้แล้วแล้วนี่ไปไงมาไงถึงได้มาทีนี่ละ”
“คือหนูกับเพื่อนมีเื่อยากจะสอบถามสักหน่อย” ไอรีนพูดจบ ซีรีสที่ยืนอยู่ข้างๆใช้ข้อศอกกระทุ้งเบาๆ ใส่ไอรีน
“อ้อ หนูลืมไปคะ นี่เพื่อนของหนู ซีรีส กับวิล”
ทั้งสองยิ้มทักทายศาสตราจารย์
“งั้นก็เข้ามาในบ้านก่อนนะ” ศาสตราจารย์ เปิดประตูให้ทั้งสามคนได้เข้าไป เมื่อเข้าไปในบ้านทั้งสามต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น ภายในบ้านเต็มไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงหนังสือเยอะแยะมากมาย จนแทบไม่มีที่ให้ยืน สมแล้วที่เป็บ้านของศาสตราจารย์
“พวกเธอมาที่นี่มีเื่อะไรจะถามฉันเหรอ”ศาสตราจารย์เปิดฉากสนทนา
“ท่านคงจะทราบข่าวเื่ยานเฮลีออสแล้วใช่มั้ยครับ”ซีรีสถามขึ้นทันที
“นี่เธอคงเป็ซีรีส ลูกชายของดอกเตอร์เบนจามินฮอบส์ สินะ” ศาสตราจารย์เลี่ยงที่จะตอบคำถาม
“ท่านรู้จักพ่อของผมด้วยเหรอครับ” ซีรีสถามต่อ
“จะบอกว่าแค่รู้จักคงไม่ใช่ ฉันกับเบนสนิทกันมากเลยหล่ะ” ศาสตราจารย์ตอบ
“ทำไมพ่อไม่เคยพูดเื่นี้เลย”
“พ่อของเธอก็เป็แบบนี้แหละ งั้นก็คงจะมีอะไรอีกเยอะสินะที่พ่อเธอไม่ได้บอกให้เธอรู้” คำถามนี้ทำเอาซีรีสต้องหลบหน้าหนี จนไอรีนที่ยืนอยู่ข้างๆสังเกตได้ถึงความผิดปกติ เธอจึงรีบตัดบท
“หนูว่าเรามาเข้าเื่กันดีกว่า”
“ฉันก็รู้พอๆ กับพวกเธอนั่นแหละหรือพวกเธอคิดว่ายังงัยละ” ศาสตราจารย์ตอบ
“ก็คิดว่าน่าจะมีอะไรที่แตกต่างบ้างแหละ” วิลแย้งขึ้นมา
“อะไรละที่พวกเธอคิดว่าฉันจะรู้มนุษย์ต่างดาวมาจับพวกนั้นไปเหรอ หรือว่ายานนั่นะเิหรือมีอะไรที่พวกเธอเรียกว่าแตกต่าง ไม่สิ มานี่มา ฉันจะให้ดูอะไร” ศาสตราจารย์พูดพลางเดินไปที่โต๊ะ พลางหยิบเอากระดาษแผ่นนึงขึ้นมา
“พวกเธอดูนี่ จุดนี้คือดาวซีรีส และนี่คือเส้นทางของยานเฮลีออส ที่ฉันจับได้เมื่อ เห็นอะไรมั้ย”
“คนละทาง” ทั้งสามตอบเกือบจะพร้อมกัน
“ใช่ มันคนละทาง แล้วเป็ไงแสดงว่าพวกนั้นไม่ได้ไปที่ซีรีส ไปไหนเหรอ ฉันก็ไม่รู้ แต่อีกไม่นานก็คงจะรู้แต่ฉันขอร้องพวกเธอว่าอย่าเอาเื่นี้ไปบอกใครเด็ดขาดแค่พวกเธอมาหาฉันก็เสี่ยงมากพอแล้ว ถ้าเื่นี้แพร่งพรายออกไป ฉันคิดว่าพวกนิวเวิร์ลคงไม่เก็บพวกเราไว้แน่ เข้าใจใช่มั้ย”
เมื่อเห็นทั้งสามคนพยักหน้าพร้อมกัน ศาสตราจารย์ก็พูดต่อ
“พวกนั้นจะไปไหนก็ช่างมันจะต้องสำคัญมากๆ ต่อพวกเราในกำแพงนี้อย่างแน่นอน การปกปิดมันบ่งบอกความลับบางอย่างก็จริงแต่บางที การที่ชาวเมืองไม่ต้องรับรู้ในทุกๆ เื่ มันก็ทำให้ชีวิตของพวกเขามีความสุขในกำแพงแห่งนี้ทุกวันนี้ผู้คนแทบจะไม่มีใครสนใจอะไรกันแล้วชีวิตที่สะดวกสบายมันทำให้เราหลงลืมข้อเท็จจริงในหลายๆ เื่เหมือนที่ชาวเมืองกำลังประสบ และมันไม่ผิดหรอก ที่จะคิดกันแบบนั้นมีเพียงแค่พวกเธอกับฉันนี่แหละ ที่ทำในสิ่งตรงข้าม แต่บางทีฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไปทำไมถ้าเรารู้ความลับนั้นมันจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นมั้ย ฉันต่อสู้กับนิวเวิร์ลเพื่อชาวเมืองมานานจนไม่รู้ว่าจะต่อสู้ไปทำ ในเมื่อทุกวันนี้ ทุกคนแทบไม่มีใครสนใจในสิ่งที่ฉันทำเลย”ศาสตราจารย์พูด
“พวกเราจะต่อสู้ไปกับท่านค่ะ”ไอรีนตอบกลับด้วยความมั่นใจ
“บางทีสักวันฉันจะยกภารกิจนี้ให้พวกเธอ”ศาสตราจารย์พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะพูดต่อไป
“ฉันว่าพวกเธอมานานแล้วนะมันคงจะไม่ดีแน่ ถ้าใครมาเห็นพวกเธอที่นี่ ฉันว่า เธอทั้งสามคนรีบกลับไปเถอะก่อนที่จะมีคนมาเห็น”
“ครับแล้วพวกเราจะมาใหม่นะครับท่านศาสตราจารย์” ซีรีสตอบ
“ยินดีเสมอจ๊ะฉันฝากความคิดถึงไปยังพ่อนายด้วยนะ”
“ได้ครับ ผมจะไปบอก” พูดจบซีรีสรีบเดินออกมา
ไอรีนกับวิล เดินตามซีรีสออกมาตลอดทาง ไอรีนสังเกตเห็นได้ชัดว่าซีรีสมีสีหน้าที่เคร่งเครียด เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดคุยอะไรเลย จนกระทั่งแยกย้ายกันกลับบ้าน