“ยินดีด้วย ในที่สุดก็จะได้ดื่มเหล้ามงคลของหัวหน้ากงกับเสี่ยวซีแล้วสินะ!”
“เป็เื่มงคลคู่จริง ๆ หัวหน้ากงได้เลื่อนขั้น อีกทั้งยังได้แต่งกับหญิงงามอีก เป็โชคสองชั้นจริง ๆ!”
“หนุ่มหล่อสาวสวย ยิ่งมองยิ่งเหมาะสม!”
“ยินดีด้วย ๆ!”
ท่ามกลางเสียงแห่งความชื่นชมยินดี ในมุมมืดของงานเลี้ยงกลับมีชายคนหนึ่งที่เอาแต่กระดกเหล้าเข้าปากไม่หยุด พลางเฝ้ามองคู่ยวนยางนั้นด้วยสายตาอ่านไม่ออก
เพราะเอาแต่ทำงาน จ้าวเฉิงในวัยเกือบสี่สิบปีนั้นดูแก่กว่าวัยไปมาก ยิ่งเมื่อไปยืนข้าง ๆ ว่าที่เ้าสาวอย่างซีอวี้โหรว ใครเห็นต่างก็นึกว่าพ่อกับลูกสาว
ซีอวี้โหรวเคยเป็อนาคตของเขา เป็แรงผลักดันที่ทำให้เขามุ่งมั่นตั้งใจทำงาน เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้สร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกัน
จ้าวเฉิงเป็คนบ้านนอก ที่มาอยู่เมืองหลวงอย่างตี้ตูได้นั้นก็เพราะว่าสอบเข้ามหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งได้ เพราะครอบครัวยากจน เมื่อมาอยู่ตี้ตูได้ก็ต้องเรียนไปด้วย ทำงานพิเศษไปด้วย
เขาเคยคิดว่าเมื่อเรียนจบและได้ทำงานในบริษัทระดับต้น ๆ ของประเทศจะทำให้เขาลืมตาอ้าปากได้บ้าง แต่กลายเป็ว่าทำงานมาได้เกือบยี่สิบปี กลับไม่มีอะไรที่ได้เป็ชิ้นเป็อัน
แผนงานที่เขาเป็คนคิด ถูกนำเสนอภายใต้ชื่อของหัวหน้า
ถูกล่อหลอกให้อยู่ที่นี่ด้วยกับดักที่ชื่อว่า การเลื่อนตำแหน่ง
เขาอดทน ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหนก็ไม่เคยปริปากบ่น ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเป็คนที่มาทำงานเช้าที่สุด และกลับบ้านช้าที่สุด
อันที่จริงก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอะไรก้าวหน้า เวลาเองก็ล่วงเลยมาตั้งสิบกว่าปี ถึงครอบครัวเขาพื้นเพจะเป็คนยากจน แต่ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เขาเองก็สะสมคอนเน็กชั่นไว้ไม่น้อย พอมีลู่ทางให้กับตัวเองบ้าง จากพนักงานทั่วไป เลื่อนขึ้นมาเป็หัวหน้าฝ่าย เหลืออีกแค่ก้าวเดียวก็จะได้ขึ้นเป็หัวหน้าแผนกแล้ว
สุดท้ายในวันนี้เขาก็พ่ายแพ้ให้กับกงลวี่จนได้
ทั้งหน้าตาหล่อเหลา ทั้งการศึกษาดี อีกทั้งยังเป็ถึงลูกชายของกรรมการบริษัท ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมซีอวี้โหรวที่แอบคบกับเขาลับ ๆ มาถึง 3 ปี ถึงได้ทิ้งเขาไปอย่างง่ายดายแบบนี้
ตอนที่คบกับเขา เธอไม่อยากให้ที่ทำงานรับรู้ เพราะกลัวคนอื่นจะมองเขาไม่ดี
แต่ตอนที่เธอคบกับกงลวี่ กลับจูงมือถือแขนกันออกจากบริษัททุกวัน
จะเลิกก็เลิกไปเถอะ แต่ใครใช้ให้ก่อนเลิกเธอขโมยแผนงานของเขาไปให้กงลวี่ แผนงานนั่นคือตัวตัดสินใจว่าใครจะได้ขึ้นเป็หัวหน้าแผนกคนต่อไป เป็สิ่งสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่ เป็ความหวังและความฝันของเขา
ตอนที่ได้เห็นแผนงานนั่นในห้องประชุม เขาถึงกับโมโหจนตัวสั่น ทว่าเืในกายกลับเย็นเยียบ มีเพื่อนร่วมงานไม่น้อยที่พอจะรู้ว่าแผนงานนั่นเป็ของเขา แต่ไม่มีใครกล้าออกมาเป็พยานให้เขาสักคน
ในตอนแรกเขาบอกให้ตัวเองอดทนและพยายามมากยิ่งขึ้น สักวันหนึ่งความสามารถของเขาจะเป็ที่ประจักษ์แก่ทุกคน
แต่อดทนมาสิบกว่าปีแล้ว เขาจะต้องอดทนไปอีกนานแค่ไหน?
นี่ไม่ใช่ว่าเขาอดทนไม่มากพอ แต่เป็เพราะหลับหูหลับตาอดทน หลอกตัวเองว่าปลายสุดของอุโมงค์นี้จะมีความสำเร็จรออยู่ จริง ๆ เขาก็รู้ว่าตัวเองเกิดความกลัวขึ้นมา อายุก็เยอะแล้ว ผลงานที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็งานของเขาจริง ๆ ก็มีอยู่ไม่เยอะ ส่วนมากก็เป็ผลงานทั่วไป จะมีบริษัทชั้นนำที่ไหนรับเขาไว้? ไม่สู้อดทนต่อไปกับที่นี่อีกสักหน่อยล่ะ?
จ้าวเฉิง ถึงเวลาที่แกจะเลิกขี้ขลาดได้แล้ว!
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปทำให้เืลมพลุ่งพล่าน จ้าวเฉิงเดินสะเปะสะปะไปยังคู่หนุ่มสาวที่ยืนยิ้มรับคำแสดงความยินดีอยู่กลางห้อง
“ยินดีด้วย ๆ พวกคุณเหมาะสมกันมากจริง ๆ” จ้าวเฉิงเหยียดยิ้ม คนหนึ่งขโมยแผนงานของเขา คนหนึ่งก็ยิ้มรับเอาแผนงานนั้นไปเป็ของตัวเองอย่างหน้าชื่นตาบาน
ช่างเหมาะสมกันราวกับผีเน่ากับโลงผุจริง ๆ
“พี่จ้าว” ซีอวี้โหรวเม้มปาก พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“อ้าว ๆ จ้าวเฉิง ดื่มซะเมาเละเลยเหรอ? ไม่เอาน่า ทั้งนาย ทั้งหัวหน้ากงต่างก็เก่งทั้งคู่ เป็อนาคตของบริษัทการค้าซู่เหริน!” เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งตบบ่าเขา
“ใช่ ๆ นอกจากจะดื่มให้หัวหน้ากงกับเสี่ยวซีแล้ว พวกเราดื่มให้นายด้วย!”
“เอ้าชน!”
“ขอบคุณทุกคนมาก ขอบคุณครับ” กงลวี่พูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “โดยเฉพาะคุณ จ้าวเฉิง ผมกับโหรวโหรวดีใจที่คุณมาแสดงความยินดีกับพวกเราแบบนี้ ตำแหน่งหัวหน้าแผนกนี้ เป็คุณที่อ่อนข้อให้ผมแล้ว” กงลวี่ก้มหัวให้เขาเล็กน้อย พลางส่งยิ้มจริงใจมาให้
แต่ขอโทษด้วย หน้าตาท่าทางของไอ้หมอนี่มันทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์สุด ๆ อะไรคือการที่เขาอ่อนข้อให้? ถ้าแต่เดิมหัวหน้าแผนกคนก่อนไม่คิดจะเอาใจกรรมการบริษัทด้วยการย้ายงานที่เขาเกือบจะดีลเสร็จแล้วไปให้กงลวี่ คิดหรือว่าอยู่ ๆ ไอ้หมอนี่จะสร้างผลงานขึ้นมาได้?
ได้ยินคำพูดว่าไม่สบอารมณ์แล้ว เห็นรอยยิ้มของไอ้หมอนี่ยิ่งของขึ้นหนักเข้าไปอีก
“อ่อนข้อให้งั้นเหรอ?” จ้าวเฉิงยิ้มเหยียด “ไม่ใช่ว่าคุณขโมยแผนงานของผมไป แล้วรวมหัวกับคนอื่นจนได้ตำแหน่งนี้มาหรอกหรือ?”
สิ้นเสียงของจ้าวเฉิง คนที่พากันดื่มฉลองต่างก็เงียบเสียง บางคนก็ก้มหน้างุด ไม่มีความกล้าที่จะสู้หน้าจ้าวเฉิง บางคนก็หลบสายตา แต่ที่แย่ที่สุดคือสีหน้าของกงลวี่ ไอ้คนจอมปลอมที่ต่อหน้าคนอื่นชอบแสร้งทำตัวเป็คนดีมีคุณธรรม ในที่สุดหน้ากากนั่นก็แตกออกมาจนได้
ช่างสาแก่ใจซะจริง ๆ!
“พี่จ้าว!” ซีอวี้โหรวกัดฟันเรียก “พี่อย่าพูดอะไรพล่อย ๆ!”
“ทำไมล่ะ? กลัวผมแฉเื่ของคุณบ้างหรือไง?” จ้าวเฉิงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ผิดกันกับซีอวี้โหรวที่หน้าขึ้นสีแดงสลับซีด
“จ้าวเฉิง การกล่าวหาหัวหน้าของคุณเป็เื่ร้ายแรงนะ คุณยังอยากทำงานที่บริษัทต่อไปไหม!” กงลวี่พูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่ ซึ่งจ้าวเฉิงคิดเอาไว้แล้วว่าต้องเป็แบบนี้ ถ้าหากเขายอมอดทนก็มีแต่ต้องก้มหน้ายอมหุบปากเท่านั้น ถ้าหากพยายามที่จะต่อต้าน สุดท้ายก็จะจบลงด้วยการถูกข่มขู่
จ้าวเฉิงเบื่อเต็มทนกับการต้องมาก้มหน้าก้มตายอมรับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นนี้แล้ว!
ถ้าไม่อยากให้ทำงาน ก็ไม่ทำแม่งละ!
“หัวหน้ากง วันนี้เป็วันแรกที่คุณได้เลื่อนตำแหน่ง อาจจะต้องลำบากหน่อยที่ต้องให้คุณทำงานนอกเวลางาน แต่ช่วยรับเื่เอาไว้ด้วย” จ้าวเฉิงพูดขึ้น
“วันนี้จ้าวเฉิงขอลาออก!” เขาพูดขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว เหลือบมองเพื่อนร่วมงานจอมปลอมที่ตกตะลึงกับคำพูดของเขา ก่อนจะหันหลังจากไปอย่างไม่ไยดี
ต่อให้คนอย่างจ้าวเฉิงลาออก แต่ก็ยังมีปัญญาซื้อข้าวกินหรอกน่า!
แผ่นหลังที่เดินออกจากประตูหายลับไป ทำให้ภายในใจของคนมองเกิดความรู้สึกยากจะบรรยาย
“หา! พี่จ้าว พี่ลาออกเหรอ พูดเป็เล่น” เฉินกวานพูดด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ เขาช็อกจนเกือบทำมือถือราคาแพงในมือตกแน่ะ!
“ไม่ได้พูดเล่น มาทำเื่ลาออกที่ฝ่ายบุคคลแล้ว” จ้าวเฉิงที่ยังมีอาการปวดหัวจากการเมาค้าง สะบัดคอไปมา ก่อนใช้มือข้างที่ไม่ได้ถือโทรศัพท์คลายเนกไทบนคอออก
“แล้ว แล้วพี่จะทำยังไงต่ออะ” เฉินกวานที่ตอนแรกเผลอพูดเสียงดังไปจนเพื่อนร่วมงานให้มามอง ก็พลันลดเสียงลง พลางใช้มือป้องปากระหว่างพูด
“ก็คงหางานใหม่ล่ะมั้ง นายก็ตั้งใจทำงานดี ๆ ก็แล้วกัน แค่นี้ล่ะ” ยังไม่ทันที่เฉินกวานจะได้ถามความเป็มาเป็ไปต่อ คู่สนทนาก็ดันตัดสายทิ้งไปซะแล้ว
บอกตามตรงว่าเฉินกวานไม่อยากจะเชื่อจริง ๆ พี่จ้าวเป็คนที่จริงจังและตั้งใจทำงานมาก แต่ก็ดื้อรั้นมากเกินไป
เฉินกวานที่อยู่ในบริษัทเดียวกันแต่คนละแผนกใช่ว่าจะไม่รู้สถานการณ์ของจ้าวเฉิง แผนกที่จ้าวเฉิงอยู่ถือเป็แผนกสำคัญของบริษัท การแข่งขันก็สูง คนที่ไม่มีเส้นสายอะไรอย่างพี่จ้าว สามารถเติบโตขึ้นมาจนเกือบจะเป็หัวหน้าแผนกได้ภายในระยะเวลาสิบกว่าปีนี่ถือว่าสุดยอดมาก
แต่เดิมบริษัทการค้าซู่เหรินก็เป็บริษัทที่บริหารงานแบบครอบครัวอยู่แล้ว แต่ละคนก็เกาะตำแหน่งตัวเองไว้อย่างเหนียวแน่น โชคดีที่ผู้บริหารบางคนยังพอมีวิสัยทัศน์บ้าง ถึงได้บริหารออกมาดี และกลายเป็บริษัทชั้นแนวหน้าของหัวเซี่ยกระทั่งถึงทุกวันนี้
อย่างน้อยคนพวกนั้นก็รู้ว่าพี่จ้าวเป็คนมีความสามารถ ถึงได้เลือกใช้เขามาโดยตลอด
น่าเสียดายที่คนพวกนั้นประเมินพลาดไป คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าแล้วจะบีบคั้นคนอื่นได้ตามใจชอบหรือยังไง? พวกนั้นคิดว่าพี่จ้าวทนมาได้เกือบยี่สิบปีแล้วจะทนได้ตลอดไป แต่ขอโทษด้วย วันนี้พี่จ้าวไม่ทนแล้ว!
ถึงแม้จะใ แต่เฉินกวานกลับรู้สึกดีใจกับจ้าวเฉิงมากกว่า
จะทนทำงานให้ไอ้พวกเชี่ยนั่นไปทำไม บอกให้ลาออกไปตั้งนานก็ไม่ยอม ในที่สุดลาดื้ออย่างพี่จ้าวก็ยอมฟังคำเขาจนได้!
ในที่สุดเหล็กเก่าขึ้นสนิมอย่างพี่จ้าวก็กลายเป็เหล็กกล้า*แล้วสินะ!
เฉินกวานล่ะสุดจะปลาบปลื้ม!
“ฮัดเช่ย!” จ้าวเฉิงที่เดิน ๆ อยู่ จู่ ๆ ก็จามออกมา
ไม่ใช่ว่าเ้าเฉินกวานนั่นคิดอะไรแปลก ๆ เกี่ยวกับเขาหรอกนะ?
จ้าวเฉิงส่ายหัว ถึงแม้เขาจะลาออกไปตอนนี้ แต่ก็ไม่ได้เดือดร้อนเื่เงินอะไร ที่สำคัญคือเขาอยากจะใช้เวลาคิดทบทวนกับตัวเองมาก ๆ
คณะที่เขาเลือกเรียนอันที่จริงก็ไม่ได้ชอบหรือเกลียดอะไร แต่ประสบการณ์การทำงานที่บริษัทการค้าซู่เหรินทำให้เขาเบื่อหน่ายและไม่อยากที่จะกลับไปทำงานในสายงานเดิมอีก
รถก็มีแล้ว บ้านก็เพิ่งผ่อนหมดไป เงินเก็บก็พอมี ในสถานการณ์นี้ถือว่าดีกว่าตอนเขาเพิ่งเรียนจบใหม่มาก จ้าวเฉิงเลยจะถือโอกาสนี้ลองท้าทายอะไรใหม่ ๆ ดูบ้าง ต่อให้เงินเดือนไม่สูงมากก็ไม่เป็ไร
หลังจากทำเื่ลาออกจากบริษัทเสร็จ เขาก็ขับรถมาที่ห้างสรรพสินค้าที่ไม่ได้มานานแล้ว กะจะใช้เวลาทั้งวันในการเดินเลือกของ ไม่ก็เข้าไปดูภาพยนตร์ที่น่าจะเข้าท่าสักเื่สองเื่
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้พักผ่อนดี ๆ มานานแล้ว
ตอนที่เดินขึ้นมาจากลานจอดรถ ก็เจอเข้ากับเวทีขนาดใหญ่ที่เหมือนกำลังจัดงานอะไรสักอย่างอยู่ แถมยังมีวัยรุ่นให้ความสนใจกันค่อนข้างเยอะ
“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับทุกคนที่มาร่วมงานวันเปิดตัวอย่างเป็ทางการของ TWICE TV แอปพลิเคชันที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าวงการสตรีมของหัวเซี่ย!” พิธีกรสาวบนเวทีพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
เด็กสาววัยรุ่นที่แจกใบปลิวอยู่หน้างาน พอเห็นเขาหยุดยืนดูด้วยความสงสัย ก็ปรี่เข้ามายัดใบปลิวใส่มือทันที
“คุณผู้ชายสวัสดีค่ะ นี่เป็ใบปลิวแสดงรายละเอียดของแอปพลิเคชันทไวซ์ทีวี แอปพลิเคชันของเราเพิ่งเปิดใหม่ก็จริง แต่ว่าก็รวบรวมฟังก์ชันของการไลฟ์สตรีมเอาไว้อย่างครบครัน มีทั้งการร้องเพลง เล่นเกม กิจกรรมสันทนาการทุกอย่าง อย่าลืมโหลดแอปพลิเคชันของเรานะคะ!” เด็กสาวยิ้ม ก่อนจะผละตัวไปแจกใบปลิวให้ผู้เข้าร่วมงานคนอื่นต่อ
แอปพลิเคชันไลฟ์สตรีม?
จริง ๆ การไลฟ์สตรีมนี่มีมานานแล้ว แต่ไม่ค่อยจะเป็กระแสในหัวเซี่ยเท่าไร จ้าวเฉิงเองในฐานะที่อยู่วงการธุรกิจก็ให้ความสนใจเกี่ยวกับธุรกิจนี้เช่นกัน เขามองว่ามันมีโอกาสเติบโตได้ เพียงแต่ต้องอาศัยระยะเวลาเท่านั้น
ดูเหมือนจะถึงเวลาที่ว่าแล้วสินะ
จ้าวเฉิงพับใบปลิวในมือแล้วใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง เขาที่เตรียมตัวจะขึ้นไปเดินดูของนั้น จู่ ๆ ก็ได้ยินคำพูดของพิธีกรสาวดังขึ้นอีกครั้ง และมันทำให้เขารู้สึกสนใจขึ้นมา
“ไม่ว่าจะเป็ผู้ชายหรือผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็เด็กหรือผู้ใหญ่ ทุกคนก็สามารถเข้ามาเป็สตรีมเมอร์ของทไวซ์ทีวีได้นะคะ! เราไม่มีการจำกัดอายุใด ๆ ทั้งสิ้น ในขณะเดียวกันก็สามารถหารายได้จากการสตรีมได้!”
ไม่จำกัดเพศ?
ไม่จำกัดวัย?
สามารถหารายได้จากการสตรีมได้?
ดูเหมือนนี่จะตอบโจทย์ชายวัยเกือบสี่สิบที่กำลังตกงานอยู่อย่างเขานะ ว่าไหม?
**********
*มาจากสำนวนที่ว่า เจ็บใจที่ไม่สามารถหลอมเหล็กให้กลายเป็เหล็กกล้าได้ (恨铁不成钢) หมายถึง ไม่สบอารมณ์ต่อความไม่เอาถ่านของผู้ที่ตนหวังไว้
ในความหมายของบริบทนี้คือ เฉินกวานเปรียบเทียบว่าจ้าวเฉิงเป็คนที่ดื้อเกินเยียวยา บอกอะไรไปก็ไม่ฟัง (เปรียบได้กับเหล็กที่ขึ้นสนิมแล้ว) แต่ทั้ง ๆ ที่หมดหวังจะพูดด้วยแล้ว ในที่สุดก็คิดขึ้นมาได้สักที (กลายมาเป็เหล็กกล้า)
**********
เพื่อนร่วมงานมันชั่ว ก็ลาออกไปเลยสิคะ
ตอนแรกมาแล้วค่า ปรบมือต้อนรับให้ลุงเฉิงหน่อยเร้วววว แก่แล้วแต่ยังมีใจสู้เกินร้อย555555
จริง ๆ ผู้ชายเกือบสี่สิบนี่ยังไม่แก่นะ แต่สำหรับเทียนเยว่ คนที่อายุขนาดนี้ ลาออกจากงานเดิม ถ้าไม่ได้มีผลงานหรือความสามารถ (เช่น ความสามารถทางด้านภาษา) ก็ค่อนข้างยากที่จะได้งานนะ บริษัทใหม่เองก็น่าจะคิดหนักเหมือนกันว่าถ้าจ่ายค่าประสบการณ์ทำงาน ค่าความสามารถ อะไรพวกนี้ให้ แล้วจะคุ้มไหม? หรือจะไปจ้างพวกเด็กจบใหม่เก่ง ๆ ดี เงินเดือนก็น้อยกว่าด้วย?
แต่ใด ๆ ก็แล้วแต่ คุณลุงเฉิงแกก็กำลังเตรียมตัวเข้าวงการสตรีมเมอร์แล้วค่า จะพอฟาดฟันกับสตรีมเมอร์รุ่นเอ๊าะ ๆ ได้ไหมนะ? มาให้กำลังใจลุงเฉิงแกกันค่า!
อ่านแล้วอย่าลืมเม้นต์ให้กันบ้างน้า ขอบคุณทุก ๆ คนค่า