หลายชั่วโมงผ่านไป หลังจากออกจากสถานนีขนส่ง เหล่าเด็กทั้งสี่คนต่างหลับๆตื่นๆ กันตลอดทาง เพราะแรงะเืของรถ และการเบรคเป็ครั้งคราวซึ่งในบางครั้งรถบัสเองก็จอดให้ผู้โดยสารได้ลงไปยืดเส้นยืดสายหลังจากนั่งติดต่อกันมาหลายชั่วโมงและยังเป็การให้คนขับรถได้พักด้วย
ในระหว่างทางตอนที่รถบัสจอดแวะตามจุดต่างๆ เด็กทั้งสี่คนลงไปซื้อขนมและน้ำดื่มขึ้นมากินบนรถกันเยอะแยะ ทั้งสี่คนแบ่งขนมที่ซื้อมากินกันอย่างเอร็ดอร่อยเมื่อกินกันเสร็จต่างคนต่างก็ช่วยกันเก็บเปลือกขนมที่หล่นอยู่ตามที่นั่งจนหมดก่อนจะรวบรวมใส่ถุงใบหนึ่งแล้วนำไปทิ้งจากนั้นจึงกลับมานั่งที่ตามเดิม ก่อนรถจะเริ่มสตาร์ทอีกครั้ง
“ฉันคิดว่าเราน่าจะมาได้ซักครึ่งทางแล้วนะ”ดีนพูดขึ้น
“นายจำทางได้เหรอ” แจ็คถาม
“ใช่ อย่าลืมสิพวกเราเคยมาพักที่บ้านลุงแซมใน่ปิดเทอมที่ผ่านมานะ”อลิซที่ได้ยินจึงตอบขึ้นมา
“งั้นพวกเธอก็เป็ไกด์นำเที่ยวให้พวกเราได้สิ”แอนนี่ก็เข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย
“พูดตามตรงนะพวกเราเคยมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้นเอง และรอบที่มารอบก่อน เราอยู่พักอยู่แต่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหนเลยนะ”ดีนตอบ
“บ้านลุงนายเป็บ้านแบบไหน”แจ็คถามขึ้น
“เป็บ้านไม้ที่ติดอยู่กับทะเลสาบนะ”ดีนตอบ
“แถมที่นั้นสวยงามมากด้วยนะแล้วยังมีเรือแคนนูให้พายอีก” อลิซเข้ามาเสริม
“พวกเธอเคยพายเรือแคนนูด้วยเหรอ”แอนนี่ถามขึ้น
“ไม่เคยเราอยู่แต่ในบ้านไม่ได้ไปไหนกันเลยนะ” อลิซตอบ
“พวกนายได้หยุดปิดเทอมพักผ่อนในที่ที่วิเศษขนาดนั้นแท้ๆทำไมนายไม่ออกไปไหนบ้างละดีน” แจ็คหันไปถามดีน
“ก็ที่เราไม่ออกไปไหนเลยเพราะรอบก่อนที่เรามาอยู่มันติด่ฤดูหนาวพอดีนะสิทำให้เราไม่อยากออกไปไหนกันเลย พวกเราจึงเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน” ดีนตอบ
“อ่อ” แจ็คพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“แต่รอบนี้จะไม่เหมือนรอบก่อนเราจะทำทุกอย่างที่ไม่ได้ทำในรอบก่อนให้หมดเลย” ดีนพูดขึ้น
“เยี่ยมเลย” แจ็คพูดตอบก่อนทั้งสี่จะกลับไปนั่งให้เรียบร้อยตามเดิม แล้วทั้งสี่ก็ค่อยๆผล็อยหลับไปอีกครั้ง ส่วนปีปิกหลังจากอยู่ในรถบัสมานานหลายชั่วโมงจึงงับหูแจ็คเป็ครั้งคราว
“หยุดนะปีปิก เ้านกนิสัยไม่ดี”แจ็คพูด พลางเอามือไปดีดจงอยปากของมัน
“น่าเศร้าเหลือเกินน่าเศร้าเหลือเกิน” ปีปิกพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเศร้าก่อนจะเอาหัวซุกเข้าไปในปีก
ใน่เย็นของวัน รถบัสค่อยๆ เคลื่อนตัวช้าลงแล้วจอดเทียบท่าที่สถานนีขนส่งเมื่อเห็นว่ารถบัสจอดสนิทแล้วเด็กทั้งสี่คนจึงได้เดินลงมาจากรถบัสโดยมีผู้โดยสารคนอื่นเดินเบียดลงมาด้วย
“แล้วเราจะไปบ้านพักของลุงนายได้ยังไงละ”แจ็คถาม
“เราจะไปกับนั้นไง” ดีนพูดพลางชี้นิ้วไปที่รถแท็กซี่ที่จอดอยู่เรียงกันเป็แถวรอรับผู้โดยสารที่ลงมาจากรถบัสเพื่อไปยังสถานที่ต่างๆ
แล้วทั้งสี่คนจึงเดินสะพายกระเป๋าสัมภาระของตัวเองไปยังที่แท๊กซี่คันหนึ่งซึ่งกำลังจอดรอรับผู้โดยสารอยู่
“ไปที่ทะเลสาบเลคจอร์จครับ”ดีนเดินเข้าไปบอกคนขับแท็กซี่
“โอเค” คนขับแท็กซี่พูดแล้วจึงให้เด็กทั้งสี่ขึ้นมานั่งบนรถของเขา ก่อนเขาจะเหยียบคันเร่งทำให้รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็วบนท้องถนน
“เราน่าจะถึงในอีกหนึ่งชั่วโมงนี่แหละ”ดีนพูด
“งั้นเหรอ ใช้เวลานานเหมือนกันนะกว่าจะไปถึงบ้านพักของลุงนายที่ทะเลสาบ” แจ็คพูด
“เอานะยังไงั้แ่พรุ่งนี้ไปเราก็มีเวลาเหลือเฟือให้ทำอะไรก็ตามที่เราอยากจะทำแล้ว”ดีนยิ้มกริ่มแล้วพูดขึ้นมา
“นั้นสินะ” แจ็คก็ดีใจและตื่นเต้นจนอยากให้ถึงบ้านพักไวๆจนทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน
หลังจากนั้นขับรถมาได้ซักพัก แจ็คและแอนนี่ก็หันไปดูนอกหน้าต่างอย่างตื่นเต้นเพราะไม่เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนี้มาก่อน ทะเลสาบ ูเา บ้านไม้หลังเล็กๆที่กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ซึ่งเมื่อมองออกไปให้ความรู้สึกที่ลงตัวกับธรรมชาติของที่นี้เป็อย่างมากก่อนรถแท๊กซี่จะจอดลงเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง
เด็กทั้งสี่รวมเงินกัน แล้วให้ดีนนำไปจ่ายให้แท็กซี่ที่มาส่งถึงที่หมายก่อนจะบอกให้แจ็คและแอนนี่เดินตามมา เพื่อที่เขาจะได้พาไปยังบ้านพักของลุงแซม
“งี่เง่า เบ๊อะบ๊ะ เฟ๊อะฟ๊ะ”ปีปิกที่เงียบมาตลอดทางเมื่อมันได้ออกมาัักับอิสระที่ไม่ได้รับมานาน มันจึงโผล่บินออกไปจากแจ็คอย่างปิติยินดีพร้อมพูดคำต่างๆ ที่มันพูดได้ไม่หยุดหย่อน
“ปีปิกพอได้แล้วกลับมานี่” แจ็คเรียก แต่ปีปิกดีใจเกินกว่าที่มันจะยอมกลับมาหาแจ็กง่ายๆ ก่อนจะบินไปบินมา สำรวจสถานที่ใหม่ ที่มันพึ่งเคยมาครั้งแรก
“ปีปิกดีใจใหญ่เลยนะแจ็ค” แอนนี่พูดขึ้นหลังจากเห็นอาการของปีปิกที่คึกเป็พิเศษ
“นั้นสินะ” แจ็คพูดแล้วทุกคนก็มองปีปิกที่บินไปมาอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ก่อนจะมองไปรอบๆที่ทุกอย่างค่อยๆ เริ่มมืดลง เพราะพระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าแล้ว
“รีบไปกันเถอะเดี่ยวจะมืดค่ำซะก่อน” ดีนพูดขึ้น
“หิวชะมัด” แจ็คพูด
“เดี่ยวนายก็ได้กินอาหารอร่อยที่บ้านของลุงฉันแล้วนะแจ็ค”อลิซพูดขึ้น
“ฝีมือป้าเมย์นะอร่อยไม่เป็สองรองใครเลยนะ”ดีนพูดเสริมต่อ
“ฉันนึกแค่ว่ามีลุงของเธออยู่คนเดียวซะอีกนะอลิซ”แอนนี่พูดขึ้น
“ป่าวหรอก ที่บ้านพักนอกจากลุงแซมแล้วก็มีป้าเมย์อยู่ด้วย”อลิซพูด
“ไปกันเถอะ” ดีนพูดอีกครั้งก่อนจะเดินนำหน้าไปยังบ้านพักของลุงแซม
ในที่สุดทั้งสี่คนก็เดินมาถึงบ้านพักของลุงแซมในเวลาที่ค่ำมืดพอดี แจ็คและแอนนี่ต้องใกับความใหญ่ของบ้านเพราะมันเป็บ้านไม้สองชั้นซึ่งแจ็คและแอนนี่คิดว่ามันใหญ่เกินกว่าจะอยู่ด้วยกันเพียงสองคนและข้างหน้าไม่ไกลนักก็เป็ทะเลสาบแต่นอกจากนั้นแจ็คและแอนนี่กลับมองอย่างอื่นไม่เห็นเพราะตอนนี้มันมืดมากแล้วทั้งสองจึงเดินตามดีนไปที่ประตูหน้าบ้าน
“ก๊อก ๆ ๆ” เสียงดีนเอามือเคาะประตูดังขึ้น
“ป้าเมย์ ลุงแซม ผมดีนเองนะครับ”ดีนะโออกไป ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานนัก ก็มีเสียงถอดกลอนดังออกมาจากบานประตูแล้วประตูก็ค่อยๆ แง้มเปิด เผยให้เห็นสาววัยกลางคนผมสีดำ ร่างกายมีริ้วรอยตามวัยคนหนึ่งที่ออกมาต้อนรับพวกเด็กๆ
“สวัสดีครับป้าเมย์” ดีนกล่าวทักทาย
“สวัสดีจ๊ะดีน อลิซ ทำไมมาดึกขนาดนี้ละ”ป้าเมย์พูดขึ้น ก่อนจะเปิดประตูจนหมดทำให้เห็นภายในบ้านถูกประดับด้วยเครื่องเรือนที่เป็ไม้มากมายอีกทั้งแสงสีส้มอ่อนๆ และลมเย็นๆที่พัดมาจากทางทะเลสาบทำให้บรรยากาศเหมือนกับการได้มาพักผ่อนที่โรงแรมห้าดาวริมทะเลสาบ
“ผมก็มาตามคิวรถนั้นแหละครับป้าเมย์”ดีนตอบ
“สวัสดีค่ะป้าเมย์” อลิซพูดขึ้น
“สวัสดีครับ/ค่ะ” แจ็คและแอนนี่ต่างกล่าวทักทายสาววัยกลางคนตรงหน้าขึ้นพร้อมกัน
“สวัสดีจ๊ะเด็กๆ” ป้าเมย์กล่าวตอบรับ
“สวัสดีสวีดัส สวัสดี” ปีปิกที่เห็นทุกคนพูดกล่าวสวัสดีขึ้นมันจึงพูดตามขึ้นมาบ้าง ทำเอาป้าเมย์ใ ก่อนเธอจะหันมามองปีปิกอย่างสนใจ
“ขอโทษครับนี่นกแก้วผมเองครับ”แจ็คพูดขึ้น ก่อนดีนจะพูดต่อ
“ป้าเมย์นั่นเพื่อนของผมเองชื่อแจ็คส่วนนั้นน้องสาวของเขาชื่อแอนนี่ แล้วนกแก้วที่เกาะอยู่ที่ไหล่แจ็คตัวนั้นชื่อปีปิกครับ”ดีนแนะนำแจ็คและแอนนี่ รวมทั้งปีปิกให้ป้าเมย์รู้จัก
“จ๊ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะแจ็คแอนนี่ แล้วก็ปีปิกด้วยนะจ๊ะ” ป้าเมย์พูดก่อนจะส่งยิ้มให้แจ็คและแอนนี่ และหันไปมองปีปิกอย่างสนใจ
“เข้ามาข้างในก่อนสิจ๊ะ” ป้าเมย์ชวนให้พวกเด็กทั้งสี่เข้ามาคุยข้างในบ้านเพราะเห็นว่าข้างนอกเริ่มมืดมากแล้ว
“ทุกคนไปคงจะหิวกันแล้วใช่ไหมเดี่ยวไปรอป้าที่โต๊ะอาหารก่อนนะ เดี่ยวป้าไปเอาอาหารมาให้กิน” ป้าเมย์บอกก่อนเธอจะเดินตรงไปยังห้องครัวปล่อยให้ดีนและอลิซนำทางแจ็คและแอนนี่ไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารแต่แอนนี่กลับขอแยกตัวไปช่วยป้าเมย์ก่อน ทำให้แจ็ค ดีนและอลิซไปนั่งพูดคุยรออาหารที่โต๊ะอาหารกันสามคน
“ป้าเมย์ค่ะ เดี่ยวหนูช่วยนะค่ะ”แอนนี่ที่เดินเข้ามาในครัวพูดขึ้นมาเมี่อเห็นป้าเมย์กำลังตักอาหารใส่จานหลายใบอยู่
“ขอบใจจ๊ะแอนนี่” ป้าเมย์กล่าวขอบคุณ
หลังจากนั้นไม่นานที่โต๊ะอาหารป้าเมย์และแอนนี่ก็เดินถือจานที่ใส่อาหารมาวางไว้บนโต๊ะจนเต็มและอาหารแต่ละอย่างก็ดูน่ากินกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็สเต๊กเนื้อ ข้าวผัดอเมริกันไส้กรอก รวมทั้งน้ำสัปปะรดที่เอาใส่แก้วมาตั้งไว้ให้ทุกคน แล้วป้าเมย์ยังได้เอาองุ่นมาใส่จานให้ปีปิกได้กินอีกด้วยก่อนทุกคนจะลงมือกินกันอย่างหิวโซเพราะทั้งวันมานี้นอกจากขนมแล้วพวกเขาก็ยังไม่ได้กินอย่างอื่นอีกเลยทำให้อาหารที่เอาตั้งไว้บนโต๊ะหมดไปอย่างรวดเร็ว
“อิ่มไหมจ๊ะถ้าไม่พอยังมีอาหารในครัวให้เติมอีกนะ” ป้าเมย์พูดขึ้น
“ไม่เป็ไรครับ พวกเราอิ่มแล้ว”แจ็คที่หันไปดูทุกคนที่กินกันจนอิ่มถึงขนาดขยับไปไหนไม่ได้แล้วจึงตอบออกไป
“งั้นเหรอจ๊ะแล้วอาหารรสชาติเป็ไงบ้าง”ป้าเมย์ถาม
“อร่อยมากค่ะป้าเมย์” อลิซพูดขึ้น
“งั้นเหรอดีแล้วที่ชอบเดี่ยวป้าเก็บจานไปล้างก่อนนะ” ป้าเมย์ยิ้มให้เหล่าเด็กๆที่กินอาหารของเธออย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะเริ่มเก็บจานโดยมีเด็กทั้งสี่คนช่วยเก็บจานและทำความสะอาดโต๊ะอาหารให้เธอด้วย ส่วนปีปิกนั้น เมื่อกินเสร็จจึงไปบินไปเกาะที่เก้าอี้ของแจ็คก่อนจะเอาจงอยปากชอนไชทำความสะอาดปีกของตัวเอง
“ป้าเมย์ค่ะ เดี่ยวหนูช่วย”แอนนี่ที่เห็นป้าเมย์กำลังจะยกจานออกจากโต๊ะจึงเสนอตัวเองเข้าไปช่วยยกก่อนจะนำจานไปล้างและให้ป้าเมย์ได้นั่งพักผ่อน
“ขอบใจนะแอนนี่” ป้าเมย์กล่าวขอบคุณให้แอนนี่และมองเธอด้วยสายตาที่เอ็นดูเหมือนกับแอนนี่เป็หลานสาวของเธอเอง
หลังที่เด็กๆทั้งสี่คนทำความสะอาดโต๊ะอาหาร และล้างจานทำความสะอาดเสร็จแล้วทุกคนจึงไปรวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่น เพื่อรอให้ป้าเมย์เตรียมห้องนอนเพิ่มเพราะการมาของแจ็คและแอนนี่
“แอนนี่เป็อะไร” แจ็คที่หันไปเห็นน้องสาวที่กำลังสีหน้าไม่ดีจึงถามขึ้น
“ลุงจอร์นต้องโกรธเราแน่เลยแจ็ค”แอนนี่ตอบ
“อ่ะจริงด้วยลืมเื่ลุงจอร์นไปสนิทเลย” แจ็คที่นึกขึ้นได้จึงพูดขึ้น
“มีอะไรกันแจ็ค แอนนี่ทำไมทำหน้าไม่ดี” อลิซที่หันมาเห็นสีหน้าของทั้งคู่จึงถามขึ้น
“ฉันลืมเื่ของลุงจอร์นไปซะสนิทเลย”แจ็คตอบ
“งี่เง่า” ปีปิกที่บินมาเกาะที่บ่าแจ็คพูดขึ้น
“รู้นะปีปิกฉันก็กำลังคิดอยู่ว่าจะทำยังไงต่อไปดี” แจ็คตอบออกไป
“ให้ป้าเมย์โทรไปบอกก็ได้” ดีนเสนอความคิดเห็นขึ้น ก่อนแจ็คและแอนนี่จะมองหน้ากัน และพยักหน้าเพื่อเป็สัญญาณว่าเห็นด้วยกับความคิดของดีน
เมื่อทั้งสี่คนตกลงกันได้แล้วจึงได้เดินขึ้นไปหาป้าเมย์บนชั้นสองซึ่งป้าเมย์กำลังจัดห้องอยู่ก่อนจะขอให้ป้าเมย์ช่วย โดยแจ็คได้เล่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ป้าเมย์ฟัง
“เดี่ยวป้าจะลองคุยกับลุงจอร์นให้ดู”ป้าเมย์พูดขึ้นเมื่อได้ฟังเื่ราวทั้งหมดแล้ว
“ขอบคุณค่ะป้าเมย์” แอนนี่พูดทั้งน้ำตาก่อนจะเข้าไปกอดป้าเมย์
“ไม่เป็ไรจ๊ะ” ป้าเมย์เมื่อเห็นแอนนี่ร้องจึงพูดขึ้นก่อนจะเข้าไปกอดแอนนี่เพราะเธอเองก็ค่อนข้างจะชอบแอนนี่มากๆ เช่นกัน
ในไม่ช้าหูโทรศัพท์ก็ได้ยกขึ้น ป้าเมย์เริ่มเรียบเรียงคำพูดที่จะพูด ก่อนจะโทรไปคุยกับลุงจอร์นโดยมีเหล่าเด็กทั้งสี่คน และนกแก้วหนึ่งตัวที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ด้วยโดยเฉพาะแจ็คและแอนนี่ที่ต่างก็ลุ้นเป็อย่างมากว่าการพูดคุยในครั้งนี้จะผ่านไปได้ด้วยดี
“สวัสดีค่ะ บ้านมิสเตอร์แฮมเบิร์กใช่ไหมค่ะ”เมื่อปลายสายรับสายแล้วป้าเมย์จึงเริ่มพูดขึ้นอย่างสุภาพ
“นี่ใคร” ลุงจอร์นถามขึ้นห้วนๆ
“ฉัน เมย์ เมย์ แม๊กเครย์เป็ป้าของดีนและแอนนี่เพื่อนของแอนนี่และแจ็คค่ะ” ป้าเมย์ตอบ
“ดีน งั้นแสดงว่าไอ้เด็กสองคนนั้นมันอยู่กับเธอใช่ไหม”ลุงจอร์นที่จำชื่อเพื่อนของแจ็ค ซึ่งแจ็คบอกว่าจะไปส่งวันนี้ได้จึงตะคอกขึ้นด้วยความโมโห
“ใช่ค่ะตอนนี้ทั้งสองคนอยู่กับฉันค่ะ” ป้าเมย์ตอบกลับไปอย่างเรียบๆ
“บอกมันสองคนเลยว่ากลับมาแกโดนดีแน่ๆ”ลุงจอร์นตะคอกเสียงใส่สายโทรศัพท์อย่างเกรี้ยวกราดอีกครั้งทำให้แจ็คและแอนนี่ที่ได้ยินสีหน้าไม่ดีขึ้นทันทีและแอนนี่เองก็เริ่มน้ำตาซึมก่อนจะเกาะแขนแจ็คเอาไว้
“หลานทั้งสองของคุณเขารู้สึกผิดที่มาโดยไม่บอกคุณจึงได้ให้ฉันโทรมาค่ะและฉันเห็นว่าในเมื่อตอนนี้ทั้งสองคนก็กำลังปิดเทอมกันอยู่จึงคิดว่าในเมื่อเด็กเหล่านี้มากันแล้วก็ให้พวกเขาได้พักผ่อนอยู่ที่นี้ไปตลอด่ปิดเทอมเลยก็ได้ค่ะ”ป้าเมย์ตอบ
“เธอเป็ใครมายุ่งอะไรเื่ของครอบครัวคนอื่น”ลุงจอร์นพูดจาดุร้ายใส่ป้าเมย์อีกครั้ง
“ฉันก็มีหลานของฉันเหมือนกันค่ะแต่ฉันก็ไม่เคยปฏิบัติกับพวกเขาแบบคุณ การที่แจ็คและแอนนี่ต่างหนีออกมาโดยไม่บอกคุณนั้นเป็เื่ที่ผิดแต่เมื่อฉันได้เห็นกริยาและคำพูดของคุณแล้วนั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าคุณไม่ได้ปฏิบัติกับพวกเขาในแบบที่ควรจะเป็เลย” ป้าเมย์ที่หมดความอดทนจึงตะคอกใส่ลุงจอร์นกลับไปบ้างทำให้ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
“ได้ในเมื่อเธออยากจะรับเ้าพวกนั้นไปดูแลก็เอาไปแต่ถ้าพวกมันกลับมาเมื่อไหร่พวกมันต้องโดนทำโทษอย่างหนักแน่นอน” ลุงจอร์นะโขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยวก่อนจะตัดสายโทรศัพท์ไป
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตัดสายไปแล้วป้าเมย์จึงหันกลับไปมองแจ็คที่กำลังนั่งด้วยสีหน้าไม่ดี และแอนนี่ที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายอย่างหนักอยู่ข้างๆโดยมีดีนและอลิซคอยปลอบ
“ป้าเชื่อว่ามันต้องมีทางออกสำหรับปัญหานี้”ป้าเมย์พูดขึ้น
“อย่างน้อยตอนนี้ตลอด่ปิดเทอมก็อยู่ที่นี้ไปก่อนตอนนี้ก็ดึกมากแล้วทุกคนไปพักผ่อนกันที่ห้องก่อนแล้วกัน” ป้าเมย์พูดต่อพลางเดินเข้าไปซับน้ำตาให้แอนนี่ที่กำลังร้องไห้ไม่หยุดก่อนจะพาทั้งสี่คนไปส่งที่ห้องนอน
“เอาละดีนกับแจ็คพักห้องนี้นะส่วนพวกเด็กผู้หญิงพักที่ห้องถัดไปนะ” ป้าเมย์พูด
“ขอบคุณครับ” แจ็คเอ่ย
“ไม่เป็ไรจ๊ะไม่ต้องคิดมากนะคืนนี้ก็พักผ่อนให้เต็มที่เดินทางมาไกล คงจะเหนื่อยมากสินะ”ป้าเมย์ตอบออกมาแล้วเอามือไปลูบหัวแจ๊ค
“ว่าแต่ลุงแซมไปไหนครับผมยังไม่เห็นลุงแซมเลย” ดีนที่ไม่อยากให้แจ็คทำสีหน้าไม่ดีตลอดจึงได้เปลี่ยนเื่คุย
“หลานก็รู้ว่าลุงแซมงานเยอะไม่ค่อยได้กลับบ้านหรอก แต่ไว้ป้าจะบอกลุงแซมเื่หลานและเพื่อนๆของหลานอีกทีละกันจ๊ะ” ป้าเมย์ตอบก่อนจะกล่าวราตรีสวัสดิ์แล้วเดินไปส่งพวกเด็กผู้หญิงในห้องถัดไป
เมื่อปิดประตูห้องเรียบร้อยแล้ว ดีนจึงได้พูดกับแจ็คขึ้น
“อย่าคิดมากไปเลยแจ็คมันต้องมีทางออกซักทางสินะ” ดีนพูดพลางเข้าไปตบไหลแจ็คเบาๆ
“ขอบใจมากดีน” แจ็คหันไปขอบคุณดีน
“ทางออก ทางออก” ปีปิกที่เกาะบนบ่าแจ็คพูดขึ้นซึ่งปีปิกนั้นจะรู้ตลอดว่าเรานายของมันรู้สึกยังไง ทำให้เมื่อมันพูดจบก็เอาหัวของมันไปถูกับแก้มของแจ็ค
“พอได้แล้วปีปิกแกทำให้ฉันรู้สึกจั๊กจี้นะ”แจ็คที่เริ่มอารมณ์ดีขึ้นแล้วจึงได้พยายามผลักเ้านกแก้วแสนรู้ของเขาออกไปก่อนแจ็คและดีนจะเข้านอนกัน และหลับไปด้วยความอิ่มและความเพลียสะสมจากการเดินทาง